พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน418ยื่นหมูยื่นแมว



ตอน418ยื่นหมูยื่นแมว

ตอนที่ 418 ยื่นหมูยื่นแมว

หลังจากโทรกลับไปแล้วได้ยินแต่เสียงสัญญาณสายไม่ ว่าง จันวิภาก็รู้สึกสับสนงุนงงไปหมด เธอเปิดน้ำเย็นใน อ่างล้างหน้า แล้วก็จุ่มหน้าตัวเองลงไป เพื่อเป็นการเรียกสติตัว เองกลับมา แล้วคิดหาวิธีอื่น

เธออยากจะเล่าทุกอย่างให้สุมิตรฟัง การที่เธอต้องมา แบกรับเพียงคนเดียวทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ ออก แต่ว่าถ้าบอกสุมิตรไปแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าสุพจน์โกรธแล้วเขา จะลงไม้ลงมือทำอะไรรึเปล่า

ถึงแม้ว่าสุพจน์จะบอกว่าเขาไม่มีทางทำอะไรนิเวศน์ แต่ว่า มันก็แค่ตอนนี้เท่านั้น

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จันวิภายิ้มอย่างขมขื่น หลังจากเธอ เช็กความเรียบร้อย ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ

สุมิตรเห็นจันวิภาตาแดงๆเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาคิด ว่าเธอแค่เครียดเฉยๆ ไม่คิดเลยว่าสุพจน์จะติดต่อเธอมาแล้ว

“จันวิภา ขอโทษจริงๆ จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลอะไร เพิ่มเติมเลย” สุมิตรดึงจนวิภามากอดไว้ที่อ้อมอก เขาได้แต่ โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง
แต่ที่จริงแล้ว คนที่ตำหนิตัวเองมากที่สุดก็คือในวิภา เธอ อยากบอกสุมิตรมากๆว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะเธอเอง แต่พอคำหนึ่งถึงความปลอดภัยของนิเวศน์แล้ว เธอก็เลือกที่จะ เงียบแทน

“มิตร ไม่เป็นไรหรอก นิเวศน์ฉลาดขนาดนั้น ไม่น่าเกิด เรื่องร้ายแรงอะไร อีกอย่าง ถ้าเกิดว่าเป็นสุพจน์จริงๆ ยังไงเขา ก็เป็นพ่อทูนหัวของนิเวศน์ เขาไม่กล้าทำอะไรนิเวศน์หรอก…..

จันวิภายังคงปกปิดความจริงกับสุมิตร

สุมิตรรู้ดีว่าสุพจน์คือพ่อทูนหัวของนิเวศน์ ตอนแรกเขาก็ คิดว่าสุพจน์ต้องการจัดการเขา แต่ว่ากลับไปมีสายเข้าเพื่อมา ต่อรองเลย เขาก็เลยกำลังสงสัยว่าที่จริงแล้วเป็นฝีมือของสุ พจน์จริงๆรึเปล่า

สุมิตรก็หาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับสุพจน์ไม่เจอเลยเหมือนกัน รู้เพียงแค่ว่าเขาเป็นเจ้าของเบื้องหลังธุรกิจหลายอย่าง

สุมิตรได้แต่พยักหน้า “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น เดี๋ยวฉันจะ ไปเรียกคนมาเพิ่ม ถึงแม้ว่าต้องตามหาแม้กระทั่งใต้พรม เราก็ ต้องตามนิเวศน์กลับมาให้ได้

จันวิภาลูบไปที่ใบหน้าของสุมิตรด้วยความสงสาร เธอยิ้ม อย่างขมขื่นและค่อยๆพยักหน้า

“เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะจันวิภา ถ้ายังฝืนต่อไปเธอจะ

เป็นลมเอา”
สุมิตรเห็นใบหน้าซีดเซียวของฉันวิภาก็รู้สึกปวดใจอย่าง

มาก

พอดีกับที่จันวิภากำลังหาโอกาสเพื่อจะออกไปข้างนอก คนเดียว เธอก็เลยไม่ปฏิเสธ พลางตอบสุมิตรกลับไปว่า “งั้น ฉันกลับบ้านก่อนนะ คืนนี้นายก็อยู่บ้านธนภาคไปเนี่ยแหละ ดูแลกันดีๆนะ”

พัชรีเห็นจันวิภากำลังจะออกไป ก็รีบตามไปพร้อมพูดว่า “ฉันวิภา ฉันไปกับเธอดีกว่า เธอไปคนเดียวแบบนี้ฉันไม่ สบายใจเลย

จนวิภาปฏิเสธว่า “ฉันอยากอยู่เงียบๆคนเดียวนะ พอพวก นายได้ข้อมูลอะไรใหม่ก็มาบอกฉันนะ” พอพูดจบเธอก็รีบเดิน ออกจากบ้านไป

ถึงแม้ว่าการกระทำของจันวิภาจะดูแปลกไป แต่ตอนนี้ใน หัวของทั้งสามคนคิดแค่เรื่องว่าจะไปหานิเวศน์ได้ที่ไหน เลย ไม่มีใครทันฉุกคิดเรื่องนี้

พอจันวิภาเดินออกจากบ้านธนภาคมาก็มองไปรอบๆ แล้วเธอก็เห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งค่อยๆขับเข้ามา

รถคันนั้นจอดตรงหน้าเธอ คนขับรถหัวร้านและใส่แว่น กันแดดพร้อมพูดกับเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “คุณจันวิภาใช้ ไหม เชิญขึ้นรถ หัวหน้าผมอยากเจอคุณ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นคนของสุพจน์นั่นแหละ เรียกคราวที่แล้วที่บริษัทตะวันกรุ๊ป จนวิภาก็นึกว่าสุพจน์จะเจียมตัวขึ้นบ้าง แต่ไม่คิดว่าเขาจะร้ายขึ้นกว่าเก่า เขากล้าแม้แต่ส่งลูกน้องมา ซุ่มอยู่แล้วคฤหาสน์ของธนาค

เจ้าหัวล้านคนนั้นเหมือนจะมองความคิดของจันวิภาอก เขาพูดเสียงเย็นชาว่า “ไม่ใช่แค่บ้านวิบูลย์ธนภัณฑ์หรือบ้านธน ภาคเท่านั้น ทั้งเมืองนี้อยู่ในสายตาของหัวหน้าทั้งหมดแหละ การที่พวกคุณอยากจะสู้กับเขาดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ เลยนะ”

เจ้าหัวล้านคนนี้ดูไม่เหมือนกับลูกน้องคนก่อนๆของสุพจน์ เขาไม่ได้เคารพจันวิภาเลยแม้แต่น้อย แถมยังกล้าดูถูกเหยียด หยามเธออีกด้วย

จันวิภาไม่ได้สนใจคำเย้ยหยันของเจ้าหัวล้านคนนี้ เธอขึ้น รถเงียบๆ

เจ้าหัวล้านมองจันวิภาผ่านกระจกหลังของรถ แล้วก็ หัวเราะเสียงเยือกเย็นว่า “คุณจนวิภา ผมก็รับใช้หัวหน้ามา หลายปี ไม่เคยเห็นว่าเขาจะสนใจผู้หญิงคนไหนเท่านี้เลย นี่ถือ เป็นโชคดีของคุณเลยนะ เขาดูรักและทะนุถนอมคุณมาก ไม่ อย่างงั้น…..

จันวิภาไม่ได้รอให้เจ้าหัวล้านพูดจบพร้อมตัดบทว่า “สุ พจน์จ่ายเงินเดือนเพื่อให้นายมาพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอ หุบปากแล้วขับรถไปเถอะ

เจ้าหัวล้านไม่คิดมาก่อนว่าจันวิภาที่ภายนอกดูอ่อนโยนจะมีด้านที่แข็งกร้าวแบบนี้ด้วย เข้าหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับลูบ หัวโล้นๆของตัวเอง แล้วก็อ้าปากพูดต่อ

“ช่างเป็นผู้หญิงที่ดูไม่ออกจริงๆว่าดีหรือเลว” เจ้าหัวโล้น ยังคงพูดจาแบบนี้อยู่

จันวิภาจ้องหน้าเจ้าหัวล้าน ในใจพลางคิดว่าตำแหน่งของ เจ้าคนนี้คงไม่ได้ต่ำเตี้ยอะไร ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าพูดกับเธอ แบบนี้ ถึงแม้สุพจน์จะโหดร้ายกับจันวิภาขนาดไหน แต่เขาก็ไม่ เคยยอมให้ใครมาดูถูกเธอเลยสักครั้ง

รถแล่นออกไปอย่างเงียบๆ สุดท้ายก็มาจอดที่คฤหาสน์

หลังหนึ่ง

สุพจน์มีคฤหาสน์หลายแห่งในเมืองนี้ แต่หลังนี้เป็นหลังที่

จันวิภาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน

จันวิภาได้ถูกพาตัวมาที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์ ในตอน นั้นเองสุพจน์ก็ได้นั่งรออยู่บนโซฟาตัวใหญ่อยู่แล้ว ดูราวกับว่า เป็นพระราชา ที่มองลงมาหาในวิภา

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมาถึงไม่ช้าก็เร็ว

หลังจากเงียบมานาน เหมือนคนสองคนแข่งกันว่าใครจะ

เริ่มพูดก่อน สุดท้ายก็เป็นสุพจน์ที่พูดก่อน จันวิภาไม่แน่ใจว่านี่ ถือว่าเป็นชัยชนะรึเปล่า

จันวิภานั่งลงตรงข้ามกับสุพจน์ เธอสายตาหลอกแหลก

เลยเลือกที่จะหลบตาสุพจน์โดยการมองไปที่ผนังด้านหลังของเขาแทน แล้วก็ตอบเรียบๆว่า “ใช่ แผนชั่วๆของนายสำเร็จแล้ว คงจะดีใจล่ะสิ?”

ไม่รู้ว่าสุพจน์ไม่รับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวในประโยคเมื่อ ของจันวิภา หรือเขาเพียงแค่ต้องการยั่วให้เธอโมโหเท่านั้น เขาพยักหน้าพลางตอบว่า “ดีใจ แน่นอน เธอก็รู้อยู่ สิ่งที่ ทำให้ฉันมีความสุขที่สุดคือการได้เธอมา ได้ทั้งหมดของเธอ

จันวิภาตัวสั่น เธออยากจะบอกสุพจน์ว่าเธอไม่เคยคิด อะไรแบบนั้นกับเขาเลย แต่คำพูดพวกนี้ เธอพูดมามากกว่าหก ปีแล้ว พูดอีกทีก็ไม่มีประโยชน์หรอก ยังไงสุพจน์ก็ไม่มีทาง ยอมฟังเหตุผลอะไรจากเธอทั้งนั้น

จันวิภารู้ว่ามันไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะคิดยังไง มันสำคัญ ว่าเธอจะเลือกยังไงต่างหาก

“ถ้าฉันอยากได้นิเวศน์คืนต้องทำยังไง ถึงยังไงนายก็เป็น คนควบคุมสถานการณ์ตอนนี้ นายพูดอะไรก็ต้องว่าตามทั้งนั้น ฉันจะต้อง ทำยังไงบ้างล่ะ

จนวิภาพูดออกมาอย่างหมดหวัง แต่ไม่คิดมาก่อนว่า พจน์จะตอบออกมาอย่างเรียบง่าย “อ๋อ? ฉันอยากให้เธอ เต็มใจ ฉันไม่ได้บังคับเธอนะ ฉันอยากให้เธอเลือกด้วยตัวของ เธอเอง จะได้ไม่พูดว่าฉันบังคับเธอ”

น่ารังเกียจ!

ทำจนถึงขนาดนี้แล้วยังบอกว่าไม่ได้กดดันเธออีกเหรอ
จนวิภาอยากจะระเบิดอารมณ์โกรธของตัวเองออกมา แต่ เธอก็พยายามอัดอั้นมันไว้ แล้วก็ตอบเสียงสั่นว่า “ได้ ฉันจะอยู่ ที่นี่ แต่นายต้องปล่อยนิเวศน์ไป เขายังเด็ก ไม่ควรต้องมา เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ