พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน481 ผู้ชายก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักหน่อย



ตอน481 ผู้ชายก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักหน่อย

ตอนที่481 ผู้ชายก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักหน่อย

เมื่อได้ยินคำพูดของพัชรีจันวิภาก็ได้แต่ปากและสาย หน้าไปมา

“มันไม่ใช่ปัญหาของเพื่อนมันเป็นปัญหาของตัวเอง พัชรีพยักหน้าก่อนจะพูด อื้อมองคนไม่ออกนั่นแหล่ะเป็น

ปัญหาจริงๆของแก

“ไม่ไม่ใช่สิมัน…..เป็นเรื่องระหว่างฉันกับมิตร

เห็นจันวิภาสีหน้าดูจริงจังพัชรีจึงดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆเธอ ก่อนจะถามขึ้นว่า “งั้นแกก็บอกฉันมาว่าแกมีปัญหาอะไรกับเส มิตร?”

“ปัญหาเรื่องมุมมองหน่ะ

“หา?”

จนวิภาหันหน้าไปทางพัชรีก่อนจะถาม “ภาคเขาได้เหยียด เรื่องการแข่งรถของแกมั้ย?”

พัชรีได้ยินก็กำหมัดแน่นก่อนจะตอบเสียงหนักแน่น ที่เขาจะกล้าหรอ! ”

“แต่มิตรเขากล้าเขามองว่าการที่ฉันจ่ายเงินให้เพื่อนมัน เป็นเรื่องน่าหัวเราะเขาแบ่งคนเป็นชนชั้นไปเขาแบ่งคนที่ไม่ เหมือนฉันไปอยู่ในระดับล่างๆไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรของเขาถึงได้ มีปัญหาขึ้นมาอีกแล้ว

“แต่แกบอกกับฉันเองนะว่าทุกๆคนย่อมมะอะไรที่ทำไป โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวบางทีอาจจะทำไปเพราะว่าเขาไม่มีทาง เลือกแกจะอกว่าเขาไม่ใช่แบบนั้นหรอ?

พัชรีหัวเราะพลางส่ายหัวไปมา ตริงๆ เรื่องนี้มันไม่ได้รับ ซ้อนอะไรเลยนะแค่แกกับสุมิตรชอบกันก็ดีแล้ว จันวิภาส่ายหน้าก่อนจะพูดไม่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นถ้า

เรารับเรื่องของกันแล้วกันไม่ได้หยะอยู่ด้วยกันไปมันทุกข์ใจ

เปล่าๆ”

“ไอ้หย่าพูดเกินเบอร์ไปหน่อยเปล่ายะหล่อนอย่าทำตัว เองกลัวสิ”

พัชรี ยังอยากจะพูดออะไรมากกว่านั้นแต่ทำได้เพียงเกา หัวเพราะไม่รู้จะพูดออกไปยังไงดี

“หากเอาจริงมันก็เป็นคนที่ชื่อเปมิศานั่นไม่มีอะไรทำไง ถึงได้ไปยุ่งกับความสัมพันธ์ขิงพวกแก! “พัชรีพูดอย่างไม่ พอใจ ทำไงก็ไม่หยุดเนี่ยแหล่ะหายนะที่แท้จริง

“เปมิศาไม่เกี่ยวอะไรด้วยหรอกถ้าฉันกับมิตรไม่มีปัญหากันเธอก็คงจะไม่มีโอกาสยื่นมือเข้ามาแบบนั้นยังไงปัญหามันก็ เกิดที่เรา

“แล้วสุมิตรเขาคิดยังไงหล่ะเขาได้คิดอย่างที่เธอพูดออก มามั้ย?”

พอคิดเธอชายคนนั้นขึ้นมาจนวิภาก็คอตก เขาจะคิดยังไง ฉันไม่มีทางรู้ได้เลย”

“เขาเป็นผู้ชายของแกนะแกจะไม่รู้ได้ยังไง?” พัชรียิ่งพูดยิ่ง หงุดหงิดเธอเจอเรื่องที่เกินจะรับมือละนี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม นิเวศน์ถึงไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ที่แท้สุมิตรก็เห็นอยู่โต้งๆ ว่าระหว่างพวกแกมันแปลกไปแต่กลับไม่ทำอะไรสักอย่างเลย หน่ะหรอ?” “ฉะ…ฉันไม่รู้

ไม่รู้อีกแล้ว……

พัชรีล้มตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “นี่มัน สงครามเย็นชัดๆ”

“ไหนๆก็มาแล้วกินข้าวกลางวันซะก่อนค่อยกลับ”จันวิภา ยืดตัวยืนขึ้นก่อนจะพูด เดี๋ยวฉันไปหาทำอะไรที่แกชอบกินซะ หน่อย”

พัชรีโบกมือลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ฉันเป็นความหวังของ หมู่บ้านแล้ว พวกเขาผิดหวังมีหน้าไปกินอะไรที่ไหนหล่ะ

พูดแล้วก็หยิบหนังสือ ใส่ลงในมือของจันวิภากแอ่านต่อ

ไปเถอะฉันไปก่อนละ
อย่างตั้งตารอ น้าพัชเป็นไงบ้างครับ?

พัชรนีสายหัวก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเพื่อปัญหา หนักเลยแหละ”

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับหมาคุยกับน้าว่ายัง

ไงบ้าง?

พอหวนถึงบทสนทนาที่เพิ่งคุยไปพัชรีก็ทำได้แค่ถอน

หายใจออกมายาวๆ

“คนผูกก็ต้องแก้เองฉันคงช่วยอะไรไม่ได้มันต้องใช้ความ พยายามของป่าเธอด้วย

“แต่ที่สำคัญเลยก็คือ…นิเวศน์เกาหัวอย่างหงุดหงิด

ใจทั้งสองดูไม่พยายามอะไรกันเลยเนี่ยแหล่ะที่ทำให้ผม

หงุดหงิด

ธนภาคที่นั่งอยู่ข้างๆก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน เรื่องนี้ คงจัดการยากแล้วแหละ

“ไอ้เรื่องนี้จะว่ายากมันก็ยากแต่ถ้าบอกว่าไม่ยากมันก็ไม่ ยากนะมันก็ต้องรอว่าเมื่อไหร่สองคนนั้นจะคิดได้พอถึงเวลานั้น ก็คงจะกลับมาดีกันเองเราแค่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม

พัชรีเป็นคนมองโลกในแง่ดีดังนั้นไม่ว่าอะไรเธอก็จะชอบ คิดไปในทางที่ดีไว้ก่อน
แต่กลับกันกับนิเวศน์เขารู้จักหม่ามีกับป่าของเขาดีที่สุด หากว่ารอแต่โอกาสทั้งสองคนก็อาจจะจืดจางกันไปก่อนแล้ว

ไม่ได้หรอกเขาจะไม่อมให้ในบ้านเกิดความรู้สึกแปลกๆ อีกต่อไปถ้าหากว่าเป็นทางฝั่งที่ไม่ได้เขากะไปฝั่งของป่า

เอาจริงๆการที่ทำให้ผู้หญิงมีความสุขมันเป็นหน้าที่หลัก หนึ่งของผู้ชายเลยป่าเขาต้องเริ่มอะไรสักอย่าง

รู้ว่าวันนี้สุมิตรจะยุ่งดังนั้นนิเวศน์จึงเข้าบริษัทเพื่อหวังจะ

ไปคุยด้วย

เวลาล่วงเลยจากเช้าไปจนบ่ายสุมิตรก็ยังไม่ออกมา นิเวศน์รอจนหิวไปหมด

จริงๆเลยนะทำไมป่าปี เขาต้องทำงานหนักถึงขนาดนี้

นิเวศน์ยกมือลูบท้องพลางคิดจะไปหาอะไรรองท้องก่อน เพื่อกลับมาจะได้แรงโน้มน้าวป่า

มือน้อยๆเอื้อมไปหยิบขนม ในขณะที่เขากำลังอ้าปาก เตรียมกินพนักงานก็ทยอยกันออกมาจากห้องประชุม

เห็นดังนั้นเขาก็ผุดตัวลุกออกจากเกาอี้ทันทีนิเวศน์รีบวิ่ง เข้าไปหา ประชุมเสร็จแล้วหรอ?”

“ใช่ค่ะอยากให้ฉันเข้าไปส่งมั้ยคะ”

“ไม่ต้องๆเดี๋ยวผมเข้าไปเอง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเคาะประตูห้องทำงาน

“ป่าปี๊ว่างยังครับ?”

“วางแล้วๆมีธุระอะไรรึเปล่า?

“อื้อมีธุระ” เขาถือ โน๊ตบุ๊คไปที่หน้าของสุมิตรด้วยหน้าตา เคร่งเครียดดูเป็นการเป็นงาน“นี่เป็นการพัฒนาแสดงฐาน ข้อมูลรูปแบบใหม่ป่าปีลองดูสิ

สุมิตรเหลือบตามองก่อนจะหันไปพูด แกว่าดิฉันก็พอแล้ว หล่ะอีกอย่างแกก็เชี่ยวชาญทางด้านนี้ด้วย

“งั้นก็โอเคงั้นเดี๋ยวผมประสานไปกับพนักงานไอทีต่อเลย เขาอาโน๊ตบุ๊คกลับเข้าหาตัวก็จะตัดสินใจถามสุมิตร ป่าช่วง นี้บริษัทก็ดูเหมือนไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ใช่มั้ยหล่ะ?”

“อือไม่ค่อยเท่าไหร่

“ถ้างั้นอาทิตย์หน้าจะมีกิจกรรมสานสัมพันธ์โรงเรียนป่า ไปได้เปล่าครับ?

สีหน้าสุมิตรเต็มไปด้วยความสงสัย กิจกรรมแบบนี้ใคร ไปก็ได้ไม่ใช่หรอ

นิเวศน์ทำหน้าตาสิ้นหวัง “ป๋าป่าไม่เห็นหรอว่าชื่อมันเรียก ว่าสานสัมพันธ์มันก็ต้องเป็นกิจกรรมที่ให้พ่อกับแม่ไปด้วยกัน หรือว่าจะให้คนอื่นว่าผมได้ว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่หล่ะ?”

“ดูจากคำพูดฉะฉานของนิเวศน์ก็ไม่มีทางที่ใครจะเข้าใจผิดหรือไม่ใช่หรอ?นี่ก็นับว่าถึงป้ากับม้าลูกไม่ไปสักคนแกก็ไม่มี ทางตกเป็นขี้ปากใครอย่างแน่นอน”

อื้อ สุมิตรพูดไม่ผิดเลยแม้แต่น้อยด้วยทักษะการพูดของ นิเวศน์ที่ฉลาดพูดขนาดนี้แล้วไม่มีทางที่ใครจะเอาไปนินทาลับ หลังได้เลย

แต่ว่าวันนี้มันเป็นเคสพิเศษเขาจำต้องทำลายภาพลักษณ์ เหล่านั้นออกไปเพื่อโน้มน้าวสุมิตร

“ป่าผมไม่รู้จะทำยังไงจริงๆการที่ผมอยู่ได้ไม่ใช่าป้ามา เลยทิ้งให้ผมอยู่แบบนั้นไม่สนใจกันเลยว่าผมก็เป็นแค่เด็กคน หนึ่งไม่สนใจความรู้สึกในใจของผมกันแล้วมั้ง

ในขณะที่นิเวศน์พูดน้ำเสียงเขาดูเศร้าโศกมากขนาดที่ ทำให้สุมิตรจำต้องชะงักงงานในมือและเงยหน้าขึ้นมองเขา

เด็กน้อยยกคางขึ้นก่อนจะถามด้วยท่าทีโมโห ป้าพูดมา

เลยดีกว่าว่าจะมาไม่มา

“แต่ว่าหม่ามีของแก…

“เดี๋ยวทางหม่ามี้ผมจะหาวะ เองป้าบอกคำตอบขอป้ามา ก่อนสิ

สุมิตรลังเลชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้า อื้อป้าไป

คำตอบนี้ทำให้นนิเวศน์สะบัดมือไปมาด้วยสีหน้าที่ร่าเริง แจ่มใสทันที


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ