พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน436เหมือนติดคุก



ตอน436เหมือนติดคุก

ตอนที่436 เหมือนติดคุก

ในความฝัน จันวิภาได้กลับไปบ้านของสุมิตรใส่ผ้ากัน เปื้อน กำลังจะลงมือทำอาหารให้นิเวศน์

ถึงแม้ว่าฝีมือการทำอาหารจะธรรมดา แต่เด็กคนนั้นกิน

ได้อย่างเอร็ดอร่อยมาก

อ้อ ยังมีสุมิตร เขาก็อยู่ด้วย กำลังกินอาหารที่จันวิภา ด้วยค่าใหญ่ๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพอใจ

จนวิภายิ้มออกมาอย่างมีความสุข คิดว่านี่แหละคือความ

สุขที่ตามหา

แต่ภาพที่สวยงามไม่ได้ดำเนินต่อ เหตุการณ์เปลี่ยนไป อย่างกะทันหัน สุมิตรกับนิเวศน์ยืนอยู่บนเส้นด้ายในทะเลเพลิง

จันวิภาในฉากนั้นได้แสดงความกล้าหาญทั้งหมดออกมา เธอตะโกนออกไปอย่างสุดพลัง อยากจะเข้าไปใกล้สองคนพ่อ ลูกนั้น แต่เพราะร่างกายของเธอถูกมัดด้วยเชือก จะดิ้นก็ดิ้นไม่ หลุด

อีกด้านหนึ่งของเชือกถูกสุพจน์ตั้งอยู่ เขาแค่ออกแรงดึง นิดเดียว ก็ดึงจันวิภาไปอยู่ข้างๆเขา ในขณะเดียวกันก็ออกคำ สั่งให้โยนสองคนพ่อลูกเข้ากองไฟไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก
“ไม่”

ร้องออกไปอย่างสุดกำลัง รอบๆด้วยสีหน้าที่งงงวย

จันวิภาก็ลืมตาขึ้นมา

มองไป

ที่นี่คือที่ไหน ห้องนี้เต็มไปด้วยแสงอาทิตย์ แสงที่สาดส่องเข้ามา ทำให้

ลืมตาไม่ขึ้น

อากาศภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นของดอกลิลลี่ มันเตะ จมูกของจันวิภา

ถึงแม้ว่าห้องนี้จะตกแต่งได้อย่างอบอุ่น แต่ในวิภากลับ อยากออกไปจากที่นี่ ลุกขึ้นมาและอยากจะออกไป

แต่พอจันวิภาลุกขยับ ก็เจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วร่าง

“ถ้าไม่อยากให้บาดแผลเปิดออกก็อย่าขยับ

เสียงที่เย็นชาลงมาจากข้างบน จันวิภามองตามเสียงนั้น ไป และได้สบตากับสายตาที่เยือกเย็น

ดูชุดที่ฝ่ายตรงข้ามใส่ดูเหมือนว่าจะเป็นแม่บ้าน

แม่บ้าน

เหมือนกันวิภาจะจำอะไรได้บางอย่าง ปากเธอขยับและ พูดไม่มีเสียงออกมาว่า “ที่นี่คือที่ไหน

“ที่นี่คือเมืองบี”
เมือง ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

คนรับใช้รู้ว่าฉันวิภากำลังสงสัยอะไรอยู่ แต่เธอไม่มีหน้าที่

ตอบคำถามของฉันวิภา หน้าที่ของเธอก็คือดูแลจันวิภาไม่ให้

เธอตายก็พอแล้ว

จันวิภาเลียปากที่แห้งของเธอดูเหมือนว่าเธออยากจะถาม อะไรแต่คนรับใช้กลับหันหลังและเดินออกไป

“รอเดี่ยว”

“มีอะไร”

มองดูสาวใช้ท่าทางจะหงุดหงิด จนวิภาเลยเปลี่ยนคำพูด ค่านี้ทำให้สาวใช้ไม่มีทางเลือก เหลือบตามองจันวิภาและ

ว่า “ฉัน เจ็บแผล”

พูดขึ้นว่า “ฉันจะไปตามหมอ

สาวใช้ออกไป จันวิภาก็หลับตาลง

มองเห็นได้ชัดเจนว่าสาวใช้คนนั้นตั้งใจที่จะหลบ ยาก

มากที่จะหลอกถามเธอ

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องลองกับหลายๆคน ต้องได้ข้อมูล อะไรบ้างแหละ

แต่ตอนนี้ จันวิภาต้องรักษาตัวดีๆ จะเป็นลมอีกไม่ได้ เพราะจะเสียโอกาสอันแสนมีค่าไป

ได้ยินเสียงคนจากข้างนอกเดินเข้ามา จันวิภาก็รีบหันหน้าไปมอง

แต่คนที่มากลับไม่ใช่หมอ แต่กลับเป็นคนที่จันวิภาไม่

อยากเห็นหน้ามากที่สุด

สุพจน์

เมื่อมองเห็นสุพจน์ ใจของฉันวิภาก็ห่อเหี่ยว

ความทรงจำก่อนที่จะสลบไปถาโถมกลับมา จันวิภาหน้า เสีย ร่างกายของเธอค่อยๆสั่น

“เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหน

“สุมิตรละ”

สุพจน์คิดไม่ถึงเลยว่าจันวิภาฟื้นขึ้นมาคำแรกที่พูดกับเขา คือการถามถึงสถานการณ์ของสุมิตร เขาเม้มปากด้วยใบหน้า ที่ผิดหวัง

พอเห็นท่าทางแบบนี้ของสุพจน์ จันวิภาก็ร้อนรน และถาม ต่ออีกว่า “ถ้านายกล้าทำร้ายสุมิตร ชาตินี้ฉันจะไม่มีวันให้อภัย

นาย”

“ถ้าผมฆ่าเขาไปแล้วละ คุณจะทำยังไง

ฆ่าเขาไปแล้ว

จันวิภาอึ้งไปสักพัก ซึ่งจะคิดออกว่าคำที่สุพจน์พูดเมื่อ

มันหมายความว่ายังไง
หรือว่า สุมิตรจะถูกสุพจน์ฆ่าแล้วจริงๆ

เป็นไปไม่ได้ สุมิตรมีธนภาคและนิเวศน์คอยช่วยอยู่ ไม่มี ทางที่จะแพ้สุพจน์แน่ๆ

ในเวลาไม่ช้า จันวิภาก็เปลี่ยนความคิด ในที่สุดก็เงยหน้า ขึ้นมาจ้องไปที่สุพจน์ด้วยสายตาที่ร้อนแรง

“เมื่อกี้นายพูดว่าถ้าหาก ก็คือว่า นายยังไม่ได้ฆ่าเขา

“อืม ยังไม่ป่วยจนเลอะเลือนหน” สุพจน์ยิ้มอย่างเย็นชา และพูดว่า “แต่ถึงแม้ครั้งนี้จะยังไม่ได้ฆ่าสุมิตร แต่คราวหน้า ผมจะให้เขาตายด้วยน้ำมือของผม

“พูดลอยๆแบบนี้มันมีความหมายหรอ” จันวิภาพูดอย่าง ไม่ปิดบังความรู้สึกว่า “แล้วนายละ ทำไมถึงพาฉันมาเมือง คงไม่ใช่เพราะถูกสุมิตรโจมตีจนเละจนกลายเป็นที่ฝังศพหมา หรอกนะ”

“ป่วยขนาดนี้แล้วยังจะปากดีอีกนะ” สุพจน์เอามือลูบแก้ม ของจันวิภาอย่างอ่อนโยน “ก่อนที่จะเป็นห่วงคนอื่น ห่วงตัวเอง ก่อนนะ”

จันวิภาไม่อยากให้สุพจน์มาโดนตัวเลย แต่พอขยับ ก็เจ็บ จนเหงื่อไหล

ถึงอย่างไรสุพจน์ก็ทนเห็นจันวิภาลำบากไม่ได้ เขายังมี เรื่องที่อยากจะพูดอีกมากมาย แต่สุดท้ายเขาก็เก็บไว้ไม่ได้พูด ออกมา

สุพจน์ลุกขึ้นและมองลงมาที่ฉันวิภาและพูดว่า “อยากจะ

ไปจากผม ก็ต้องรักษาตัวให้ดีๆ ถ้าอาการแย่ก็ต้องเป็นนกใน

กรงแบบนี้”

จันวิภาทนเจ็บและพูดว่า “ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานฉันจะดี

ขึ้นแน่นอน ฉันจะกลับไปหาสุมิตร

“งั้นหรอ งั้นก็ให้ผมเช็ดน้ำตารอนะ”

พอพูดเสร็จ สุพจน์ก็ออกไปจากห้อง สุพจน์จึงเดินออกไป จันวิภาก็หมดแรงจนเป็นลมลงไป ตอนที่สะลึมสะลือ เธอรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาในห้อง

ตรวจดูแผลและก็ฉีดยาให้แล้วก็เดินออกไป พอยาเข้าไปในร่างกายก็รู้สึกว่าความเจ็บลดลง

ค่อยๆง่วง

แล้วก็

ก่อนที่จะเข้าไปในความฝัน จันวิภายังคงเป็นห่วง

สถานการณ์ของสุมิตร

เธอคิดว่ากระสุนปืนนัดนั้นจะทำให้เธอเสียสละชีวิต แต่ กลับมีชีวิตรอดมาได้ ถึงแม้ว่าร่างกายจะแตกสลายแต่ตราบ ใดที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มีความหวัง

ในเมื่อไม่ตาย งั้นก็ต้องพยายามเต็มที่เพื่อที่จะกลับไปอยู่ ข้างๆสุมิตรอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างๆค่อยๆปิดลง เธอไม่สามารถที่จะฝืนฤทธิ์ยาได้ ในที่สุดเธอก็ไม่รู้สึกตัว

อากาศข้างนอกสดใส เป็นฉากของฤดูใบไม้ผลิ แต่อากาศข้างในห้องกลับอึมครึม

จันวิภาฟื้นขึ้นมาได้สี่ห้าวันแล้วต้องนอนอยู่บนเตียงทุกวัน ค่อยมองดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกอย่างน่าเบื่อ

ไม่กี่วันนี้ นอกจากหมอกับคนรับใช้แล้ว จันวิภาก็ไม่มี โอกาสที่จะได้พบเจอใครเลย ถึงแม้จะเจอหมอกับคนรับใช้แต่ พวกเขาเข้ามาแล้วก็รีบออกไป ไม่ได้คุยกันจนวิภามากเท่าไหร่ นัก

จันวิภาอดไม่ได้ที่จะไม่พูด ตอนที่หมอมาตรวจร่างกาย เธอเลยถามออกไปว่า “ฉันจะลุกได้ตอนไหน

หมอไม่ได้หันมามองหน้าเธอและพูดว่า “เรื่องนี้ต้องรอดู ความคิดเห็นของคุณสุพจน์

“คุณเป็นหมอ อาการของคนไข้คุณรู้ดีที่สุด ทำไมต้อง ถามความคิดเห็นของสุพจน์

“คุณจนวิภาคูณพูดผิดแล้วละ ตอนนี้คุณเป็นเชลยจะเป็น หรือจะตายคุณสุพจน์เป็นคนตัดสิน คุณไม่ใช่คนไข้

จันวิภากัดฟันพูดว่า “งั้นให้สุพจน์มาเจอฉันหน่อย

เผชิญหน้ากับจันวิภาที่ไม่มีเหตุผล หมอก็ไม่ได้ให้ความสนใจเธอ

“นี่ ฉันพูดกับคุณอยู่นะ ไม่ได้ยินรึไง

“ผมเป็นหมอ ไม่ใช่คนส่งข่าว

“นาย”

ในวิภายังพูดไม่ทันจบหมอก็ยกหีบยาแล้วเดินออกไป

มองหมอเดินออกไปด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าของฉัน วิภาเต็มไปด้วยความโกรธ

สารเลว เหมือนกันจริงๆ สมกับเป็นลูกน้องของสุพจน์จริงๆ น่าเกลียด


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ