พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน429พบร่องรอย



ตอน429พบร่องรอย

ตอนที่429 พบร่องรอย

แม่บ้านมองรอยยิ้มที่ปรากฏบนหน้าของวันวิภาอย่างเย้ย หยัน เธอไม่เข้าใจว่ารอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้หน่ะหรอที่ทำให้สุ พจน์ใจสั่นได้

ในเวลาเดียวกันกับที่แม่บ้านสงสัย ใน จันวิภาก็ไม่ได้อยู่ เฉยๆ หัวสมองเธอแล่นอย่างว่องไว ดูเหมือนกำลังคิดวางแผน อยู่อย่างไรอย่างนั้น

จนสุดท้ายดวงตาของหญิงสาวก็เบิกประกายสดใสขึ้นมา

“ในนี้หายใจไม่ค่อยสะดวกเลยอ่ะ ฉันอยากออกไปสูดลม สักหน่อย เธอไม่ต้องตามฉันมาหรอกนะ

พอพูดจบในวิภาก็เดินออกไปข้างนอกคนเดียว

แม่บ้านกลอกตาขึ้นอย่างขี้เกียจจะสนใจในวิภา ก่อนจะ หมุนตัวเดินไปตามทางตัวเองอย่างรวดเร็ว

กระโปรงโบกสะพัดปลิว จันวิภายืนอยู่ที่ระเบียงอย่างตาม ลำพัง สายตามองไปยังเบื้องล่าง พลางหยิบปากกากระดาษ ขึ้นมาวาดบางอย่างลงไป

บนระเบียงนี้สามารถมองทัศน์ที่สวยงามได้อย่างถนัดตาแต่ในเวลาเดียวกัน ก็สามารถมองสิ่งกีดขวางที่อยู่ในปราสาท ได้ถนัดตาเช่นเดียวกัน

จนวิภามองทอดไปรอบๆปราสาทโดยไม่ขยับตัว ท่าแค่ เพียงวาดแปลนอะไรไว้ในใจ พอสบโอกาสเข้าเธอก็วาดรูป แผนที่ขึ้นมา แค่เพียงมีแผนที่เธอก็สามารถที่จะเลือกทางหนีที ไล่ได้ถูก

“เรียบร้อย”

พอวาดเสร็จ ก็เก็บปากกาลง ตอนนี้เธอเต็มไปด้วยความ สุขเต็มหัวใจ

แต่ในขณะนั้นเองจันวิภาก็พบสัญญาณอะไรสีแดงขึ้น

มันคือนาฬิกาข้อมือ ที่ขึ้นหน้าจอเป็นสีแดงกะพริบ นั่น ทำให้วิกาขมวดคิ้วขึ้นด้วยความไม่สบายใจ

“เป็นไปได้ยังไง? คงไม่ใช่พังนะ?”

เธอพยายามซ่อมมันด้วยการหมุนไปหมุนมา

ในขณะที่จันวิภาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนั่นเอง ก็เป็นจังหวะ เดียวกับนิเวศน์ที่เพ่งอยู่หน้าจอคอมกระโดดลุกขึ้นอย่างตื่น เต้นดีใจ

“ปะ ผมเจอตำแหน่งของหม่ามีแล้ว

สุมิตรที่กำลังปรึกษาอยู่กับธนภาค พอได้ยินนิเวศน์เข้า ก็

รีบถามขึ้นทันที “เธออยู่ที่ไหน?
นิเวศน์ นโน๊ตบุ๊คของตนให้สุมิตร หน้าจอปรากฏจุด แตงๆที่กระโดดเด้งอยู่ ก่อนจะพูด “อยู่ตรงนี้ ใกล้ๆแนวชายฝั่ง ทะเล”

ชายฝั่ง? คำตอบของนิเวศน์ทำให้ธนภาครู้สึกสงสัยขึ้น “ก่อนหน้านี้เราสรรหากันตั้งหลายวิธี แต่ก็หาพิกัดขอนวิภาไม่ ได้เลย แล้วอยู่ดีๆมันก็กลับปรากฏขึ้นแบบนี้หน่ะหรอ? อาจจะ เป็นสุพจน์ที่สร้างสถานการณ์ขึ้นมาก็ได้มั้ย?”

ค่าพูดของธนาคทําเอาทุกคนตกอยู่ในความเงียบอีก

ครั้ง

นิเวศน์ปรบมือไล่ความเงียบขึ้น และพูดอย่างให้กำลังใจ “ถ้างั้นเดี๋ยวเราลองไปตามพิกัดของหม่ามี้ดู แล้วผมจะลอง ติดต่อดู เราจะได้รู้ว่าเป็นหม่ามีตัวจริงไหม เอาเป็นว่าไม่ว่ามัน จะจริงหรือหลอก อย่างน้อยก็ถือว่าดีที่เราก็พอจะได้เบาะแส บ้าง”

“นิเวศน์พูดถูกแล้วหล่ะ” สุมิตรพูด ในขณะที่มองลึกไปใน ตาของนิเวศน์ พลางเอ่ยเตือน “ต้องระวังหน่อยนะ ยังไงซะก็ อย่าทำให้หม่ามีปัญหาขึ้นได้

“วางใจได้เลย”

นิเวศน์ลั่นนิ้วไปที่แป้นพิมพ์ไม่กี่ทีเท่านั้น จุดสีแดงก็หาย

ในเวลาเดียวกันแสงบนนาฬิกาที่เรื่องขึ้นบนข้อมือของฉันวิภาก็ไม่มี

ปฏิกริยาใดๆขึ้นมาอีก

“แปลกจัง เมื่อกี้ยังมีแสงอยู่เลย ตอนนี้ทำไมถึงไม่มีอะไร เกิดขึ้นหล่ะ คงไม่ได้พังไปแล้วนะ?”

จันวิภาพยายามหมุนๆเคาะ หวังจะให้กลับมาใช้งานได้

ดังเก่า

ด้วยความร้อนใจของเธอ ทำให้ในวิภาใช้แรงบิดนาฬิกา นั่นมากขึ้น จนได้ยินเสียง แคร์ก ชิ้นส่วนเล็กๆขนาดเมล็ดถั่ว ก็กลิ้งตกไปตามพื้น

จันวิภาวิ่งตามเพื่อจะเก็บ แล้วหยิบมันขึ้นมาอย่าง ระมัดระวัง แต่พอหันหลังกลับไปกับพบเข้ากับร่างหนึ่งที่อยู่ตรง หน้า

เธอเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้าที่ตาของสุพจน์แบบพอดิบพอดี

“เธอทำอะไรหน่ะ?”

สุพจน์ใบหน้าเปื้อนยิ้มเล็กน้อย แต่ยิ้มนั่นมันเป็นยิ้มที่ ทำให้คนที่มองรู้สึกเย็นวาบๆไปทั่วสันหลัง

“ไม่ได้ทำอะไรนี่” จันวิภาแสร้งตอบอย่างใจเย็น ก่อนจะ เปลี่ยนเรื่อง “ช่วงนี้นายคงยุ่งมาก ฉันไม่ค่อยจะเห็นนายเลย

สายตาเขาเหลือบมองไปที่นาฬิกาข้อมือของหญิงสาวก่อน จะพูดติดตลก ทำไมหล่ะ? คิดถึงฉันหรอ?
จันวิภาหัวเราะเย้ยหยัน “อย่าพูดเรื่องชวนอ้วกแบบนี้อีก

“แต่ก่อนเธอก็เป็นห่วงฉันแบบนี้

“แต่เรื่องของเราในตอนนั้น มันเป็นอดีตไปหมดแล้วไง คำพูดของฉันวิภาทำเอาสุพจน์ถึงกับถอนหายใจ หัวใจที่ เคยเย็นชา กลับเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

เขาบอกกับตัวเองแล้วแท้ๆว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคน นี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าเขาจะดีใจหรือเสียใจต้นเหตุก็เป็น เพราะจันวิภาแต่เพียงผู้เดียว

มุมปากของเขากระตุกขึ้น สุพจน์แสร้งทำเป็นหัวเราะขึ้น มา “กับฉัน เธอช่างใจร้ายจริงๆเลยนะ

จันวิภาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับสุพจน์อีก เธอกระชับ เสื้อขึ้นก่อนจะพูดผ่านหลัง “ตรงนี้อากาศหนาวแฮะ ฉันกลับ ห้องนะ”

พอสิ้นเสียงจันวิภาก็ก้าวเท้าเดินกลับ

แต่ในระหว่างที่จันวิภากำลังเดินผ่านสุพจน์ เขาก็ดึงข้อมือ ของเธอกระตุกเข้าหาอย่างแรง จ้องมองที่เธอด้วยประกายตาที่ โกรธเกรี้ยว

“อย่ามาตุกติกนะ ฉันไม่อยากจะทำร้ายเธอ

จันวิภาสะบัดมือเขาออกอย่างแรง “นายก็รุนแรงกับฉันอยู่ตลอดอยู่แล้ว ตอนนี้จะมาแสร้งว่าไม่อยากทำร้ายฉัน? ฉันว่า ระหว่างเราแค่เพื่อนก็คงจะเป็นไม่ได้แล้วหล่ะมั้ง จริงๆเราควร จะรักษาความสัมพันธ์ดีๆที่มีให้กันเป็นปีๆเอาไว้ แต่นายกลับ เปลี่ยนไปเป็นใครก็ไม่รู้ที่ฉันไม่อยากจะเห็นหน้ามากที่สุด

“ที่ฉันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เพราะน้ำมือของเธออย่างนั้นเห รอ? จันวิภานี่เธอไม่พอใจกับผลงานที่เธอสร้างขึ้นมาเองอย่าง นั้นหรอ?”

“ไม่ นายเปลี่ยนของนายไปเองแท้ๆ มันคือจิตใจที่ ทรามของนายเอง ส่วนตัวฉันเอง มันก็เป็นแค่ข้ออ้างที่นายเอา ไว้ทำเรื่องบ้าๆได้อย่างไม่รู้สึกแย่ยังไงหล่ะ

คำพูดของจันวิภาทำเอาสุพจน์ชะงักไป กว่าเขาจะเรียกสติ กลับมาได้ เธอก็ได้เดินไปไกลแล้ว

จันวิภาเดินไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเห็นเขา ในสภาพแบบนั้น

เธอยิ่งอยากจะหนีออกจากที่นี่ให้ได้ไวที่สุด

ให้ตายเถอะ ทำไมเธอถึงได้ขี้ขลาดขนาดนี้นะ แค่ต้อง ต่อสู้กับสุพจน์แค่นั้นเองทำไมเธอจะต้องมือไม้สั่นแบบนี้ด้วย?

จันวิภาเดินคิดดูถูกตัวเองอย่างเงียบๆ ก่อนจะชะงักเท้าลง อย่างนึกสงสัย และเอามือออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เธอมองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองอย่างพินิจ ตอนนี้หน้า

ปัดนาฬิกาเป็นเวลาเที่ยงคืน

เธอจ้องยังนาฬิกาไม่วางตาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“หม่ามี้?”

เสียงของนิเวศน์

จนวิภาเบิกตากว้าง เธอมองไปรอบทิศ ก่อนจะมาจบอยู่ที่ ข้อมือของเธอเอง

พอเอานาฬิกาข้อมือมาแนบที่หู เธอก็ได้ยินเสียงของ

นิเวศน์ชัดมากยิ่งขึ้น

“หม่าม ผมรู้ว่าหม่าได้ยินเสียงผม แค่หม่ามีเอาหูฟังไป เสียบที่หู เราก็จะคุยกันได้แล้ว

เธอสะบัดผม ก่อนจะเอาหูฟังเสียบหู ก้มหน้าลงก่อนจะ ขยุกขยิกคุยกับข้อมือตัวเอง “นิเวศน์ นั่นลูกจริงๆ ใช่ไหม?

“ผมเอง ผมเอง” การที่ได้ยินเสียงจันวิภาอีกครั้งนั่นทำให้

เขาอยากจะร้องไห้ด้วยความดีใจ

แม้ว่าจะมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูด แต่ตอนนี้มีเรื่องที่ สำคัญยิ่งกว่า นิเวศน์จึงพูดขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ

“หม่ามีใจเย็นๆนะครับ ปะรู้เรื่องของหม่ามีแล้ว ตอนนี้

กำลังหาทางที่จะช่วยอยู่ ตอนนี้หม่ามีฟังแผนของผมนะ หม่ามี รอผมหาแผนที่ของที่นั่นให้ได้ก่อน แล้วผมจะหาลู่ทางและคน ไปช่วยหม่ามีมาให้ได้

“แผนที่หรอ?” พอนึกถึงสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าอีกข้าง สีหน้า ของจันวิภาก็มีประกายสดใสขึ้น “หม่ามีเพิ่งจะวาดแผนที่จาก ด้านบนปราคารเอาไว้ ไม่รู้ว่าใช่สิ่งที่ลูกต้องการรึเปล่า


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ