พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน326หนี



ตอน326หนี

ตอนที่ 326 หนี

ตอนนี้จนวิภาต้องมองนิเวศน์ใหม่แล้วที่แรกคือหลอก พจน์จนเกือบตกลงไปในหลุมดักฟังตอนนี้ก็มีเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นชุดที่ตัวเองดูไม่รู้เรื่องอีก

ที่สำคัญคือไอ้นี่มันรวบรวมเสียงของผู้คนรอบตัวมาเยอะ มากน่าจะมีการเตรียมพร้อมมานานแล้วเป็นคนที่ซับซ้อนจนน่า กลัวถ้าอย่างนั้นเป้าหมายของนิเวศน์คืออะไรกันแน่?ความ สามารถพวกนี้ของเขาไปได้มาจากไหนกัน?

การกระทำแต่ละอย่างของนิเวศน์ทำให้ยากที่จะเชื่อว่าเขา เป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาแต่ว่าในวิภากลับเชื่อนิเวศน์อย่างไม่มี เงื่อนไขเพราะว่านั้นมันลูกแท้ๆของเธอสิ่งที่เด็กน้อยแอบทำมา ทั้งหมดนี้สุดท้ายก็ทำเพื่อเธอและแน่นอนว่ายังเพื่อสุมิตร

“แล้วพวกเราจะเอายังไงต่อไป?” จันวิภาดึงสติจากการ ครุ่นคิดแต่ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวจะ ทำให้คนสองคนไปจากที่นี่ได้อย่างไรล่ะ?

นิเวศน์พยุงจันวิภานั่งลงที่เก้าอี้ชี้ไปที่ประตูแล้วพูดว่า “ต่อ มาก็ต้องให้พวกเขาเปิดประตู ไม่งั้นพวกเราจะออกไปยังไง? พวกเราบินไม่ได้สักหน่อยถึงแม้จะบินได้ก็บินจากลานที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้หนี

“อะไรนะ?นิเวศน์หนูเป็นไข้เหรอ?” จันวิภาวางมือบนหน้า ผากนิเวศน์คิดในใจว่าคนที่เป็นอัจฉริยะจะโง่ขึ้นมาก็เอาเรื่อง เหมือนกัน

นิเวศน์ไม่ได้แย้งอะไรแต่สบัดหัวหนีจนวิภาตามด้วยเขา หยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก

จันวิภาได้ยินแค่ปลายสายส่งเสียงมาว่าการบุกรุกสำเร็จ อะไรสักอย่างแล้วลูกบาศก์สีดำก็ส่งสัญญาณว่าสำเร็จแล้ว

ต่อมานิเวศน์ก็โทรออกอีกครั้งแต่ที่ทำให้ตกใจคือเสียง เรียกเข้าตั้งอยู่ด้านนอกประตู

นิเวศน์หยิบลูกบาศก์สีดำ ใกล้ริมฝีปากแล้วพูดกับ

ลูกบาศก์สีดำว่า “ยกเลิกการกักบริเวณคุณจันวิภากับนิเวศน์

และเตรียมรถหนึ่งคัน

คางของจันวิภาแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้วเพราะเสียงของ นิเวศน์เหมือนกับสุพจน์เลยดูเหมือนว่าจะเป็นฟังก์ชั่นจาก ลูกบาศก์สีดำนั้น

“ต้องการให้ติดตามไหม?” เสียงบอดี้การ์ดนอกประตู

นิเวศน์เห็นว่าเล่ห์กลของตัวเองสำเร็จยิ่งได้ใจไปใหญ่พูด กับลูกบาศก์สีดำต่อว่า “ห้ามใครตามไปเด็ดขาด แล้วก็ไม่ต้อง จัดเตรียมคนขับ

แล้วนิเวศน์ก็วางสายโทรศัพท์และหยิบชิปออกแล้วเก็บลูกบาศก์สีดา

เสียงเคาะประตูดังขึ้นบอดี้การ์ดเสื้อดำยืนอยู่หน้าประตู อย่างเคารพพยักหน้ากับนิเวศน์พูดว่า “คุณจนวิภาครับ คุณ พจน์ให้ผมมาบอกคุณว่ายกเลิกกักบริเวณพวกคุณแล้วตอนนี้ พวกคุณเป็นอิสระแล้วรถก็เตรียมให้พวกคุณแล้วจะไปเมื่อไร ได้เลยครับ”

นิเวศน์พูดกับจันวิภาด้วยรอยยิ้ม “คุณแม่ครับ เห็นไหม ครับว่าผมพูดถูกอยากจะออกไปประตูก็ต้องเปิดอัตโนมัติอยู่ แล้ว”

จนวิภาพยักหน้ามึนๆตะลึงกับการแสดงและเทคโนโลยี ขั้นสูงของนิเวศน์แต่เพียงชั่วครู่ก็ได้สติกลับมาพูดนิ่งๆว่า “นั้นก็ เป็นเพราะว่าพ่อบุญธรรมของลูกดีกับเราไง ไปกันเถอะพวกเรา ไปหาพ่อบุญธรรมลูกเดี๋ยวนี้เลย

นิเวศน์กะพริบตาตามหลังในวิภาลงไปก่อนจากไปโยน โทรศัพท์ให้กับบอดี้การ์ดเสื้อคำพูดขอบคุณอย่างมีมารยาท หันหลังกลับกลับเผยใบน่าเยาะเย้ย

ตอนนี้บอดี้การ์ดยังไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ในเล่ห์กลของนิเวศน์ แต่เมื่อมองดูโทรศัพท์ในมือตัวเองกับมองดูท่าเดินของนิเวศน์ ที่ดูไม่เป็นธรรมดาชาติเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

แต่ว่าสายเมื่อกี้เป็นสายจากคุณสุพจน์ไม่ผิดบอดี้การ์ด สายหัวเลิกคิดทำงานแบบนี้สิ่งที่สำคัญคือแค่ทำตามคำสั่งก็พอ อีกอย่างก็ทำให้เขาไม่ต้องเหนื่อยใครจะอยากยื่นเฝ้าอยู่ที่ประตูคลอดกัน

แต่ว่าเขาไม่รู้ว่าหารลงโทษจะตกลงที่ตัวเขาในไม่นาน

ถึงตอนนั้นเขาถึงจะรู้ว่าตัวเองโดนเล่ห์กลของเด็กเข้าแล้ว

จนวิภายังมีความกังวลว่าจะโดนจับได้เลยเดินเร็วจนเห็น ได้ชัดแต่นิเวศน์กลับไม่เป็นอย่างนั้นสายตาที่มั่นใจคู่นั้นกับมุม ปากที่ดูเยาะเย้ยนั้นทำให้เขาดูโอหังมากนัก

บอดี้การ์ดข้างล่างได้รับแจ้งแล้วจึงได้เตรียมรถมาจอดรอ ที่ประตูแล้วและเปิดประตูให้อย่างเคารพ

นิเวศน์เดินขึ้นนั่งที่นั่งคนขับอย่างมั่นใจจันวิภาพูดด้วย ความตกใจว่า “อะไร หนูจะขับรถเหรอ?”

นิเวศน์หมุนพวงมาลัยอยู่ตอบว่า “คุณแม่ไม่เชื่อเทคนิค

การขับรถของผมเหรอ?”

จันวิภาไม่รู้จะพูดอะไรก็ใช่ตอนนี้จนวิภาไม่รู้ว่ามีอะไรที่ นิเวศน์ทำไม่ได้อีกไม่ว่าจะปีนขึ้นชั้นสามแอบฟังสุพจน์หรือจะ แก้วิกฤติของบริษัทตะวันกรุ๊ปจำกัดได้รวมทั้งหนีจากการถูก บริเวณของสุพจน์อย่างง่ายดายเห็นได้ชัดเลยว่านิเวศน์เป็นคน ที่มีระเบียบรอบคอบมาก

ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เขาเผชิญด้วยคือสุพจน์และบริษัทตะวัน กรุ๊ปที่ผ่านประสบการณ์มามากมายแบบนี้นี้ยิ่งทำให้เห็นได้ชัด ขึ้นว่าเขาเป็นไม่เกรงกลัวอะไรเลย

“ก็ไม่ถึงกับสงสัยความสามารถของลูกหรอกนะ แต่ว่านิเวศน์ความสูงของลูกมองเห็นถนนไหม? อีกอย่างถ้าตำรวจ จราจรเห็นเข้าจะเป็นเรื่อง จันวิภาตัดสินใจไม่ให้นิเวศน์เป็นคน ขับ

นิเวศน์เบะปากไม่พอใจ “ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ คุณแม่ บาดเจ็บอยู่ผมควรจะดูแลแม่เองอีกอย่างตอนนี้คุณพ่อยังตก อยู่ในอันตรายพวกเราอย่ามาถือสาเรื่องเล็กน้อยตรงนี้เลยนะ

เมื่อพูดถึงสุมิตรสีหน้าของวันวิภาก็เศร้าขึ้นทันทีนึ่งไป ทันทีแล้วไปนั่งลงที่ข้างคนขับ

นิเวศน์สตาร์ทเครื่องอย่างเชี่ยวชาญดูท่าทางไม่เหมือนคน ที่เพิ่งขับรถครั้งแรกอีกทั้งยังพูดคุยกับฉันวิภาเป็นพักๆ

จนวิภามองดูมือน้อยๆของนิเวศน์ที่บังคับพวงมาลัยได้ อย่างดีก็หายกังวลแล้วเธอมองไปนอกรถแล้วพูดว่า “นิเวศน์ลูก แม่คิดว่าลูกรู้เรื่องราวมากมายขนาดนี้แล้วก็คงรู้เรื่องราวของ พ่อกับแม่ในอดีตแล้วใช่ไหม

“อือ” นิเวศน์ตอบง่ายๆคำเดียวหมุนพวงมาลัย ในมือเลี้ยว อย่างกะทันหันเท้าเหยียบคันเร่งเลี้ยวมาอย่างสวยงาม

“แม่ไม่เข้าใจบางอย่าง งั้นลูกก็รู้หมดแล้วว่าพ่อเธอเมื่อ ก่อนนั้น…..แค่ไหนเป็นคนไม่มีเหตุผลลูกก็ไม่ได้โตมากับ พ่อด้วยทำไมถึงใส่ใจพ่อเขาขนาดนั้นล่ะ?”จันวิภาก็ยังไม่ได้ มองหน้านิเวศน์เหมือนกำลังหลบอะไรบางอย่าง

นิเวศน์หัวเราะออกมาแล้วพูด “โธ่ คุณแม่ก็พูดแล้วนั้นมันเมื่อก่อนของพ่อใช่ไหมครับ? ตอนนี้พ่อไม่เหมือนเมื่อก่อน อีก อย่างผมคิดว่าอาจเป็นเพราะสายเลือดเดียวกันความรู้สึกที่ผม มีให้พ่อถึงได้เป็นมิตรขนาดนี้

“ผมอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่คืนดีกัน นี้เป็นความหวัง ของผม นิเวศน์พูดเพิ่มอีกประโยค

นัยน์ตาของนิเวศน์ดูอบอุ่นขึ้นเวลาแบบนี้เขาถึงจะเหมือน เด็กน้อยคนหนึ่ง

จันวิภาเข้าใจแล้วเขาจ้องมองนิเวศน์พูดว่า “ที่ลูกทำ ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อความหวังนี้เหรอ?”

“เฮ้อ ดูเหมือนว่าคุณแม่จะไม่ได้ซื่อบื้อขนาดนั้นนี้มัน ชัดเจนมากเลยไม่ใช่เหรอครับ?”นิเวศน์หัวเราะแล้วตีจันวิภา แบบหยอกล้อ “แต่ว่า ถึงแม้แม่จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่แม่ก็จะทำ แบบนี้อยู่ดี”

ที่แรกจนวิภาอยากจะปฏิเสธแต่มองจากสายตาที่คาดหวัง ของนิเวศน์แล้วก็เลยไม่พูดอะไรยิ้มตอบ

นิเวศน์ดูออกว่าตอนนี้จนวิภายังต่อต้านแต่ก็ไม่รีบร้อน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ