พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน294คนลึกลับ



ตอน294คนลึกลับ

ตอนที่294คนลึกลับ

เมื่อเห็นเช่นนี้ธนภาคจึงหัวเราะออกมาเขาเดินไปนั่งที่ โซฟาถอนหายใจแล้วพูดหยอกล้อออกมา ดูเหมือนฉันจะกังวล ไปเองฉันยังเห็นนายเป็นพี่น้องที่ดีหลังจากที่หาในวิภาเจอแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่บอกฉันก่อนปล่อยให้ฉันกังวลแทนนาย จริงๆเลยเห็นหญิงจนลืมเพื่อน

สุมิตรกวาดสายตามองธนภาคพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ พอใจให้มันน้อยๆหน่อยพูดมาเถอะมาหาฉันที่นี่มีเรื่องอะไร?

“ยังกังวลอยู่เลยว่าพวกนายจะเริ่มต้นกันได้ไม่ราบรื่นเลย มาดูสถานการณ์สักหน่อย! “ธนภาคจ้องมองสุมิตรอย่างอื่น เต้นแล้วพูดอย่างไม่พอใจ เสียความเป็นห่วงฉันจริงๆ คิดไม่ถึง เลยว่าจะถูกคนเมินเฉย ใส่เสื้อการมาทำธุระของฉันครั้งนี้ช่างไร้ ค่าจริงๆ

“หุบปาก! “ช่วงที่ธนภาคพูดคุยอยู่สุมิตรก็ได้เดินไปถึง หน้าตู้เย็นหยิบเหล้าออกมาสองขวดหลังจากที่ธนภาคพูดจบสุ มิตรก็โยนเหล้าขวดหนึ่งไปทางเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่ไร้ซึ่ง ความอดทน

ธนภาครับอย่างรวดเร็วและพูดเยาะเย้ยต่อ เฮ้อสวัสดิการเยี่ยมจริงๆ ฉันจำได้ว่าตอนมาครั้งที่แล้วก็เป็นไวน์แดง

“ถ้าอยากดื่มทำไมนายไม่พกมาเอง”สุมิตรชำเลืองมองธน ภาคด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดึงฝาเปิดกระป๋องออกมา

ธนาคเปิดพร้อมกับพูด ประธานสุมิตรของเรา ติดขนาด นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแค่ไวน์แดงก็เลี้ยงไม่ได้ๆ

“ถ้านายพูดไร้สาระอีกฉันจะโยนนายลงไปจากที่นี่! “สุ มิตรพูดออกมาอย่างไร้ซึ่งความอดทน

“เฮ้ๆอย่านะฉันไม่พูดแล้วโอเคมั้ย?”ธนภาครีบสะบัดมือ อย่างรวดเร็วเพื่อยอมแพ้เมื่อเห็นเช่นนี้สุมิตรจึงขี้เกียจจะสนใจ เขาต่อ

ขณะเดียวกันจนวิภาก็กลับไปนั่งอยู่ที่ประจำด้วยอารมณ์ที่ หงุดหงิดมีความไม่พอใจอยู่เล็กน้อยที่เรื่องของตนเองได้ถูกธน ภาคเห็นเข้าทั้งหมดต้องโทษสุมิตรที่ลงมือกับเธอตามใจชอบ โดยที่ไม่คำนึงถึงความเหมาะสม

ยังดีที่เป็นธนภาคหากเป็นคนอื่นที่อยู่ในบริษัทแล้วล่ะก็มี ร้อยปากเธอก็ไม่อาจพูดได้กระโดดลงไปในแม่น้ำเหลืองแล้วก็ ไม่อาจล้างออกให้สะอาดได้ธนภาคคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงง่ายๆ หรือไง ถ้าเขาเอาเรื่องของตนเองไปบอกกับพัชรีเช่นนั้นพัชรี คงจะถือมีดมาฆ่าเธอแน่!

ยิ่งคิดยิ่งปวดกะบาลตอนที่ฉันวิภากำลังอีรุงตุงนั่งอยู่นั้นรุ่นน้องที่บริษัทคนหนึ่งก็เดินออกมาจากลิฟท์เป็นคนเดียวกับ หญิงสาวที่พากันวิภาเข้ามานั่นเอง

เธอถือพัสดุเอาไว้หนึ่งกล่องแล้วพูดกับจันวิภา” คุณจนวิภา คะนี่เป็นพัสดุของท่านประธานคนส่งของกำชับเอาไว้ว่าฉันจะ ต้องส่งไปให้ถึงมือท่านประธานอีกประเดี๋ยวคุณเอาไปให้เขา ด้วยนะคะ”

“อื้อฉันรู้แล้ว เผชิญหน้ากับคนอื่นจนวิภายังคงเป็นปกติ เธอรับพัสดุเอาไว้แล้ววางไว้ข้างๆ

เมื่อเห็นจันวิภามท่าทีว่ายังไม่เข้าไปหญิงสาวก็พูดขึ้นมา อย่างทนไม่ได้ คุณจันวิภาคนส่งของพูดว่าเอกสารนี้มันต้องรีบ ส่งต้องส่งไปให้ถึงมือประธานโดยเร็ว

น้ำเสียงสิ้นสุดลงหญิงสาวคนนั้นมองราวกับจะขโมยเธอ เข้ามาใกล้กันวิภาแล้วพูดกระซิบ จริงสิคุณจันวิภาค่าถามเมื่อ วานนี้คุณยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะคะคุณเป็นคนรักเก่าของ ประธานหรือเปล่า?เด็กชายคนนั้นคือลูกชายของพวกคุณใช้ มั้ย? โอ้โหโตมาเหมือนกันจริงๆ แต่ฉันยังอยากที่จะฟังจากปาก ของคุณเอง

เมื่อได้ยินหญิงสาวคนนั้นก็อยากที่จะถามไถ่จันวิภาหยิบ พัสดุที่โยนไปขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจแล้วพูดอย่างอารมณ์ เสีย” เธอพูดว่าพัสดุนี้มันต้องรีบส่งไม่ใช่หรอฉันเอาไปส่งให้ ประธานก่อนแล้วค่อยพูดกัน

“เฮ้ๆคุณจันวิภารอเดี๋ยวยังมีอีกเรื่อง… หญิงสาวรีบพูดโน้มน้าวในวิภาอย่างไรก็ตามในวิภากลับไม่ได้ยินแล้วเดินตรง ไปที่ห้องทํางาน

รอจนกระถึงถึงหน้าประตูหญิงสาวคนนั้นก็เดินตามมา ถามอย่างไม่หยุดหย่อนเธอทำเพียงแค่พูดกับฉันวิภาด้วย สีหน้าที่ผิดหวังก็ได้งั้นฉันค่อยถามคุณคราวหน้าแล้วกันไว้พบ กันใหม่คุณจนวิภา

พูดจบเธอก็เดินออกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจ

จันวิภามองแผ่นหลังของเธอจึงส่ายหัวออกมาอย่างไม่รู้จะ ทำอย่างไรแม้ว่าเธอจะพูดเรื่องจริงจันวิภาก็ไม่อาจยอมรับได้ ถ้าเกิดเธอพูดว่าไม่ใช่ก็คงจะเป็นการหลอกลวงเมื่อถึงตอนนั้น คงต้องพยายามโน้มน้าวหญิงสาวคนนั้นให้เต็มที่เธอในตอนนี้ แม้แต่เพื่อนร่วมงานก็ยังขี้เกียจที่จะพูดโกหกเสียแล้ว

เหนื่อยดูเหมือนว่าจะต้องเริ่มพูดโกหกใหม่อีกครั้งเหนื่อย

จริงๆ

จนวิภายืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานเคาะประตูแล้วจึงเปิด ประตูเดินเข้าไปสุมิตรกำลังพูดคุยอยู่กับธนภาคเมื่อเห็นเธอ เดินเข้ามาก็หยุดการสนทนาลง

จันวิภาหลับหูหลับตาเดินมาทางด้านหน้าสุมิตรส่งพัสดุใน มือไปให้สุมิตรจากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานโดยที่ไม่พูด อะไรสักคํา

เมื่อธนภาคเห็นเช่นนี้รอจนกระทั่งวันวิภาเดินออกจากห้องทำงานไปเขาจึงพูดแซวสุมิตรอย่างอดไม่ได้ ดูเหมือนว่าพวก นายจะไม่ค่อยราบรื่นเสียแล้วหรือกำลังทะเลาะกัน?”

สำหรับธนภาคสุมิตรไม่ค่อยจะปกปิดอะไรมากมายนักเขา ถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไงพูดด้วยน้ำเสียงที่ เหนื่อยล้า เธอกำลังโกรธที่ฉันผูกมัดอิสรภาพของเธอโทษฉัน ต่างๆนาๆ ที่ไม่ให้เธอไปนี่เมื่อวานนี้เธออยากกลับไปดูนิเวศน์ แต่ฉันไม่อนุญาตเธอก็เลยทะเลาะกับฉัน

น้ำเสียงที่สุมิตรพูดมันเหมือนกับน้ำเสียงของสามีภรรยาที่ กำลังทะเลาะกันอย่างไรอย่างนั้น

ธนภาคได้ยินคำพูดของสุมิตรก็อดไม่ได้ที่จะอยากหัวเราะ ออกมาเขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตำหนิอยู่เล็กน้อย นี่ก็ต้องโทษ นายที่ใจแคบเกินไปด้วยความดื้อรั้นของจันวิภาแล้วนายอยาก ที่จะผูกมัดเธอเอาไว้ไม่สู้……ฉันบอกว่าผู้หญิงต่างก็มีอารมณ์ อยู่เล็กน้อยพอหลังจากช่วงนี้ผ่านไปพวกเธอก็จะเย็นลง

เดิมทีธนภาคอยากที่จะตำหนิการกระทำของสุมิตรได้รับ สายตาที่เย็นชาจากเขาธนภาคจึงรีบเปลี่ยนวิธีการพูด

ขณะเดียวกันธนภาคก็ยังพูดอีกว่า จะว่าไปแล้วถึงแม้นาย จะพูดจริงนายก็ไปรับนิเวศน์มาก็ได้แล้วทำไมเธอถึงต้องโกรธข นาดนั้น?”

เมื่อได้ยินคำพูดของธนภาคสุมิตรจึงส่ายหัวอย่างไม่รู้จะ ทำอย่างไรเขามองธนภาคแล้วพูดออกมาอย่างลึกล้ำ ถ้ามัน ง่ายขนาดนั้นก็ดี แต่ปัญหาก็คือเธอปฏิเสธที่จะบอกที่อยู่ของนิเวศน์

พี่น้องที่เป็นมานานกว่าสิบปีพอมองดูสายตาของสุมิตรก็รู้ ความหมายที่ลึกซึ้งในดวงตาของเขาและก็รู้ว่าเขาจะสื่อถึง อะไร

ธนภาคครุ่นคิดผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงมองไปทางสุมิตรแล้ว พูด “นายหมายความว่าเธอมีเรื่องปิดบังพวกเราอยู่นั้นหรอ?”

“ยิ้ม” สุมิตรพยักหน้าเบาๆ

ธนภาคของสุมิตรต่อมาจึงเอ่ยถาม เพราะเพื่อนลึกลับคน

นั้นของเธอ?”

สุมิตรพยักหน้าอีกครั้งขณะเดียวกันสีหน้าของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดขึ้น

สำหรับเพื่อนลึกลับคนนั้นของจันวิภาแล้วเขาได้หาช่อง ทางและวิธีตรวจสอบอยู่เป็นจำนวนมาก ใช้ผู้คนทั้งสายขาวและ แต่กลับไม่อาจรู้ได้เลยว่าเพื่อนลึกลับคนนั้นของจันวิภาเป็น ใครกันแน่ทุกครั้งตอนที่พวกเขามีเงื่อนงำอยู่เล็กน้อยไม่รู้ว่า เพราะอะไรเงื่อนงำที่สืบหาจนเจอมักจะถูกตัดตอน

ไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่หรือมีคนบงการอยู่เบื้อง

หลัง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ