พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน413การคาดเดา



ตอน413การคาดเดา

ตอนที่ 413 การคาดเดา

หลังจากเจอ โทรศัพท์แล้วนั้น ธนภาคกับพัชรีก็มองหน้า

กันเลิกลัก ต่างคนต่างไม่รู้จะพูดอะไร แต่ในของทั้งสองเริ่มอยู่ ไม่สุขแล้ว

“มันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ

ในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายแบบนี้ ธนภาคก็สามารถ คาดเดาได้ถูกต้อง

“เราจะทำยังไงกันดี?

พัชรีตกใจจนหน้าซีด ตัวเย็นไปหมด

ธนภาคแย่งโทรศัพท์นิเวศน์มาจากมือของพัชรี พร้อม ปลอบใจเธอว่า “อย่าพึ่งรีบคิดอะไรไม่ดีเลย นิเวศน์ฉลาดกว่า ที่เธอคิดเยอะ เขาดูแลตัวเองได้

พัชรีพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนมองโทรศัพท์ของนิเวศน์

ธนภาคทำอะไรบางอย่าง เขาพยายามเปิดโทรศัพท์ของ

นิเวศน์ แต่ปรากฏว่ามันใส่รหัส! พยายามใส่ไปสองครั้งก็ยัง ใช้ไม่ได้

หน้าจอมีคำเตือนขึ้นมาว่า ถ้าใส่รหัสผิดอีกครั้งเดียวโปรแกรมจะทำลายตัวเอง

พัชรีขมวดคิ้วพร้อมพูดว่า “รีบไปแจ้งตำรวจดีไหม?”

ธนภาคคิดอยู่สักครู่ ก็ตัดสินใจโทรหาสุมิตรให้เขาตัดสิน ใจเองดีกว่า

ยังไงนิเวศน์ก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะฉลาดล้ำเลิศ แต่ว่ายังไงเขาก็ยังไม่ได้มีตำแหน่งหรือทรัพย์สินอะไร ไม่มีทาง ที่จะมีคนเป็นคู่อริเขาได้

ถ้าเกิดว่าจะโดนปล้นจริงๆ ยังไงเป้าหมายของฝั่งตรงข้าม ก็ต้องเป็นสุมิตรแน่นอน ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้เลย

พอคิดถึงจุดนี้แล้วธนภาคก็รีบต่อสายหาสุมิตรทันที เขา เล่าเรื่องทั้งหมดให้สุมิตรฟังอย่างไม่อ้อมค้อม

ตอนแรกสุมิตรกับจันวิภาคิดว่านิเวศน์เล่นละครเพื่อเรียก พวกเขาสองคนกลับบ้านมาอยู่กับเขา แต่พอธนภาคพูดถึงรหัส โทรศัพท์ที่เหลือโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จันวิภาที่อยู่

ปลายสายก็ร้องไห้ออกมาทันที

เธอรู้ดีว่า ไม่ว่านิเวศน์จะไปที่ไหน เขาก็จะพกโทรศัพท์ที่ ฟังก์ชันเยอะแยะมากมายของเขาไปด้วยทุกที แสดงว่า นิเวศน์ ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจริงๆ

ตอนนั้นจนวิภากำลังสวีทกับสุมิตรอยู่ที่โรงแรมหรูในต่าง ประเทศ จิบไวน์กันอย่างสบายใจ แต่ช่วงเวลาความสุขนั้น กลับกลายเป็นความว่างเปล่า ในเพียงพริบตาเดียว
ตอนนั้นจนวิภาอยากจะมีปีกของตัวเองเพื่อบินกลับ ประเทศทันที ถึงแม้ว่าสุมิตรจะคอยปลอบเธออยู่ข้างๆ แต่ว่า ในใจเขาก็กระวนกระวายไม่แพ้กัน เขาเริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้พา นิเวศน์มาเที่ยวด้วยไม่อย่างนั้นเหตุการณ์นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

สุมิตรกับจันวิภาพยายามตั้งสติ แล้วก็รีบจองตั๋วกลับให้

เร็วที่สุด

การฮันนีมูนครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า ช่วงเวลาที่พวกเรารอ ที่จะได้ขึ้นเครื่องนั้น สุมิตรกับจันวิภาก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึก ทรมานที่แท้จริง

หลังจากที่ทั้งสองได้ผ่านค่ำคืนที่เหนื่อยล้าไม่ได้หลับไม่ได้ นอน คืนที่สองสุมิตรกับจันวิภาก็ต้องรีบกลับแล้ว

ธนภาคที่ไปรับพวกเขาที่สนามบิน พอได้เห็นสีหน้าวิตก กังวลของพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกละอายใจ คราวที่แล้วที่สุมิตรฝาก ธุรกิจให้ดูแลเขาก็ทำได้ไม่ดี แถมตอนนี้ยังปล่อยให้ลูกของ พวกเขาหายไปอีก เพื่อนแบบเขาทำผิดต่อพวกเขามามาก เขารู้สึกเสียใจ

“นิเวศน์เป็นเด็กฉลาด นายต้องเชื่อใจเขานะ…

ถึงจะเป็นแบบนั้นสุมิตรยังปลอบใจเขาอีก

พัชรีช่วยประคองจันวิภา แล้วก็ยื่นโทรศัพท์สีดำของ

นิเวศน์ให้เธอ

“บางทีในนี้อาจจะมีเบาะแสอะไรก็ได้ แต่ว่าตอนนี้มีโอกาสป้อนรหัสผ่านอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เธอพอจะเดาได้ ไหมว่ารหัสของเขาคืออะไร

จันวิภารับโทรศัพท์มาแล้วก็ครุ่นคิด ถ้าเกิดว่าตัวเองคือ นิเวศน์ จะใส่รหัสอะไรกันนะ

ยิ่งมีโอกาสเพียงครั้งเดียวจันวิภาเลยยิ่งต้องระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นถ้าโปรแกรมเกิดทำลายตัวเองขึ้นมา ก็จะไม่เหลือ เบาะแสใดๆแล้ว

จันวิภารู้ว่านิเวศน์ต้องรู้ว่าเธอจะรู้รหัสของเขา ไม่อย่าง นั้นเขาคงไม่เลือกทิ้งของสำคัญขนาดนี้ไว้หรอก…

ในที่สุดจนวิภาก็ได้คำตอบในใจ

“ได้ลองใส่วันเกิดฉันรึยัง?”

จันวิภาถามธนภาคและพัชรี

ทั้งสองคนส่ายหน้า

จันวิภาถอนหายใจ แล้วก็พูดอย่างสงบนิ่งว่า “ถ้างั้นบางที

ฉันอาจจะรู้รหัสแล้วล่ะ

จันวิภาไม่ได้ลังเลอะไร ใส่วันเกิดตัวเองลงไปทันที

ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ปลดล็อกได้ ทุกคนต่างดีใจกันมาก

หลังจากปลดล็อก โทรศัพท์ได้ ก็มีคำสองพยางค์ขึ้นมาที่

หน้าจอ
“ตำแหน่ง!”

คำสั้นๆเพียงสองพยางค์กลับแสดงความต้องการของ นิเวศน์ออกมาได้อย่างชัดเจน เขาให้ตามหาเขาจากตำแหน่งที่ อยู่ของเขานั่นเอง

พัชรีพูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจว่า “ไม่ใช่สิ โทรศัพท์ ของเขาอยู่นี่แล้วจะไปหาตำแหน่งของเขาได้จากที่ไหนกันล่ะ?” ธนภาคกับสุมิตรก็ดูมีท่าทิ้งงงวยเหมือนกัน พร้อมกับมอง ไปที่จันวิภาด้วยความสงสัย

ไม่ว่านิเวศน์จะคิดอะไรแปลกประหลาดขนาดไหน แต่คน เป็นแม่อย่างในวิภาก็ต้องจับจุดได้บ้าง

จันวิภาพยายามคิดอย่างหนัก สุดท้าย เธอก็พูดออกมา อย่างโล่งใจ “ฉันรู้แล้ว นาฬิกาข้อมือของนิเวศน์ก็ต่อ อินเทอร์เน็ตไว้เหมือนกัน หมายถึง เป็นนาฬิกาที่สามารถบอก พิกัดได้!”

ธนภาคขมวดคิ้ว “แต่ว่าเราก็ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ นาฬิกานั่นเลยหรอจะระบุตำแหน่งได้ยังไง?

จันวิภามองไปที่โทรศัพท์ “บางทีอาจจะอยู่ในโทรศัพท์ เครื่องนี้ก็ได้”

ตอนนั้นเองพัชรีก็ถามออกมาด้วยความงงงวย “ทำไมเด็ก น้อยอย่างนิเวศน์ถึงรู้จักของพวกนี้เยอะแยะเลย เป็นของไฮเทค ทั้งนั้นด้วย ถ้าเป็นแค่โทรศัพท์ก็พอโอเคอยู่ แต่มีโปรแกรมทำลายตัวเองด้วยเนี่ยนะ?”

ในเวลานี้ไม่มีใครมีอารมณ์มานั่งอธิบายความสามารถ ของนิเวศน์ให้พัชรฟังหรอก คำถามของเธอเลยไม่ได้รับคำ ตอบ

“เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ว่าตอนนี้เราควรรีบหาแฮค เกอร์มาช่วย ไม่งั้นเราคงทำอะไรกับโทรศัพท์นิเวศน์ไม่เป็น แน่ๆ!

พอธนภาคพูดจบก็ลงมือทำตามแผน ขั้นตอนแรกคือเรียก แฮคเกอร์มือหนึ่งมา ต่อมาก็เรียกหน่วยข่าวกรองของตัวเอง เพื่อมาหาว่ารอบๆบ้านนี้มีเหตุการณ์อะไรที่ไม่ปกติเกิดขึ้น เปล่า

ไม่นานลูกน้องของพวกเขาก็นำวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ภายในคฤหาสน์และตรงหน้าประตูมาให้

แล้วมันก็เป็นเหมือนที่ทุกคนเอาไว้ไม่ผิด นิเวศน์ถูกลักพา

ตัวจริงๆ

ผู้ร้ายใส่หมวกแก๊ปแถมยังก้มหน้า ก็เลยไม่เห็นหน้าเขา แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูชำนาญมาก ราวกับว่าเคยเป็น นักโทษมาก่อน

ถึงแม้ว่าวิดีโอจะให้หลักฐานสำคัญ แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้

เบาะแสอื่นจากวิดีโอนี้เลย

แบบนี้คงได้แต่รอให้แฮกเกอร์มือหนึ่งแกะหาตำแหน่งนาฬิกาของนิเวศน์อย่างเดียวแล้ว

และทั้งสี่คนก็ตกอยู่ในห้วงความวิตกกังวลอีกครั้งหนึ่ง

“ฉันผิดเอง มิตร ถ้าเกิดว่านิเวศน์เป็นอะไรไปล่ะก็ ไม่ว่า นายจะลงโทษฉันยังไงฉันก็จะยอมรับทั้งหมด

สุมิตรจ้องหน้าธนภาคพลางตอบว่า “ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา จริงๆลงโทษนายไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? ตอนนี้พยายามหา นิเวศน์ให้เจอก่อนดีกว่า นายอย่าพึ่งพูดอะไรเลยที่อาจจะเกิด หรือไม่เกิดขึ้นเลย”

ธนาคตอบอย่างสลด “ขอโทษจริงๆ…

สุมิตรถอนหายใจพลางตอบว่า “นายเนี่ยนะ พอเจอเรื่อง อะไรเข้าหน่อยก็กระวนกระวาย คนมั่นคงคนนั้นหายไปไหน แล้วล่ะ? นายลองคิดดูสิว่า ถึงแม้ว่าคนที่พวกมันจับไปคือ นิเวศน์ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?”

ธนภาคนึกออกทันที พลางมองสุมิตรแล้วพูดว่า “นาย หมายถึงศัตรูของนายน่ะเหรอ? ศัตรูของนาย หรือว่า?”

สุมิตรขมวดคิ้วพลางตอบว่า “ตอนนี้ฉันคิดไม่ออกจริงๆว่า ใครกันที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉัน ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนฉันจะเคย ทำให้คนจำนวนไม่น้อยไม่พอใจ แต่ว่า…มันก็เป็นเรื่องที่ผ่าน มานานมากแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ