พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน333ขอร้อง



ตอน333ขอร้อง

ตอนที่333 ขอร้อง

หลังจากที่ธนภาคเดินออกไปแล้วพัชรีก็มีท่าทีที่ผิดหวังยิ่ง กว่าเดิมถึงแม่ว่าหญิงสาวจะกลบเกลื่อนแค่ไหนก็อาจหลุดรอด สายตาของน้องสาวอย่างในวิภาได้

ทีแรกจนวิภาก็อยากจะพูดปลอบพัชรีอยู่เหมือนกันแต่ติด ที่ตอนนี้จิตใจของเธอยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่จึงได้แต่บอกให้พัชรี กลับบ้านไปก่อนก็เท่านั้นวันหลังค่อยคุยเรื่องพัชรีกับธนภาค ยังไม่สาย

พัชรีกลับบ้านไปนานแล้วแต่ธนภาคก็ยังสืบไม่ได้ข่าว คราวอะไรเลยสักนิดเดียวทำให้ฉันวิภาเริ่มรู้สึกไม่ดีเธอจึง ตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือจากนราวิชญ์ถ้าหากสองคนนี้ ร่วมมือกันแล้วล่ะก็ต้องสืบหาอะไรได้บ้างแน่นอนเมื่อคิดได้ดัง นั้นหญิงสาวจึงหันไปพูดกับนิเวศน์ว่า “นิเวศน์ลูกอยู่บ้านคน เดียวได้ไหมแม่ต้องไปเจอคนสำคัญมากๆคนหนึ่ง

นิเวศน์เมื่อได้ฟังก็รู้ในทันทีว่าแม่ของตนนั้นจะไปหาใคร ถึงแม้ว่านราวิชญ์จะไม่ใช่คนไม่มีอะไรแต่เขาก็ไม่อยากให้แม่ ของตนไปยุ่งเกี่ยวกับคนแบบนั้นอยู่ดี

“ไม่ไปได้ไหมครับแม่ เด็กน้อยอ้อน
“แม่จำเป็นต้องไปลูกเพราะเขาสามารถช่วยแม่หาพ่อของ ลูกได้ จนวิภาบอกพลางลูบแก้มของนิเวศน์ไปด้วย

นิเวศน์ไม่เห็นด้วยไม่ได้เมื่อได้ฟังคำพูดต่อมาของแม่ตน แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้มีเวลาไปหาแฮกเกอร์ได้คิดให้ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างตกลงหอมแก้มแม่ของตนและแกล้ง พูดอย่างยอมรับในข้อเสนอตบท้ายงั้นแม่ก็ไปเถอะแล้วก็ระวัง ตัวให้ดีนะครับ”

“วางใจเถอะลูกรัก จันวิภารับปากแล้วเดินออกไปทันที

เมื่อเดินออกมาหญิงสาวก็โทรหานราวิชญ์เพื่อนัดให้ออก มาเจอเธอที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งหญิงสาวไปถึงก่อนเธอจึงสั่ง กาแฟมานั่งดื่มรอหญิงสาวดื่มไปได้ครึ่งแก้วแต่คนที่เธอนัดก็ยัง มาไม่ถึงหรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหญิงสาวได้แต่คิดในใจ

เมื่อทำอะไรไม่ได้ทำได้แค่นั่งรอหญิงสาวจึงได้แต่นั่งเหม่อ พลางคิดว่าปกตินราวิชญ์เป็นคนที่ตรงต่อเวลามากทำไมวันนี้ ถึงมาสายหรือว่าชายหนุ่มไม่อยากเจอเธอกันแน่นะ

“ขอโทษที่จันวิภาพอดีมีเรื่องนิดหน่อยเลยมาช้า เสียงพูด ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆและภาพที่เห็นต่อจากนั้นคือ นราวิชญ์ทรุดนั่งลงพร้อมกับยิ้มให้เธอ

นราวิชญ์ในวันนี้ดูแปลกไปเล็กน้อยถึงแม้จะใส่เสื้อสูท เต็มยศก็ตามที่แต่ก่อนชายหนุ่มจะเป็นคนที่เสื้อผ้าหน้าผมเนี้ยบ มากๆ แต่วันนี้กลับเหมือนเพิ่งแต่งตัวออกมาอย่างไรอย่างนั้น
“พื้นราวิชญ์ที่พี่บอกว่ามีเรื่องนิดหน่อยคือกำลังแต่งตัวอยู่ ใช่ไหม” นภากามไปพลางหัวเราะไป

“ยังรู้ดีเหมือนเดิมเลยนะ นราวิชญ์อึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะ ยิ้มแล้วพูดตอบหลังจากนั้นจึงอธิบายต่อทันที ช่วงนี้บริษัทยัง มากแทบไม่ได้พักผ่อนเลยก่อนจะออกมาเจอเธอที่ส่องกระจก เห็นสภาพตัวเองแล้วก็ไม่อยากมาหาเธอในสภาพนั้นนะสิ

“ขอโทษด้วยนะคะที่พี่ยังอยู่ฉันยังเรียกพี่ให้ออกมาเจอ อีก จันวิภารีบพูดขอโทษในทันทีเมื่อฟังคำอธิบายจบ

“เธอกลับมาจากอเมริกาได้ไม่นานก็เอาคำพูดเกรงใจ พวกนี้มาใช้เสียแล้วที่จริงพี่ก็อยากเจอเธออยู่เหมือนกันแต่ก็ กลัวจะรบกวนเธอนะ นราวิชญ์พูดตัดบท

“ไม่รบกวนหรอกแต่ไหนแต่ไรมาดูแลฉันมาตลอดนะ

จนวิภารีบบอกอย่างเกรงใจทันที

หลังจากนั้นทั้งสองต่างก็ระลึกถึงความหลังกันชั่วครู่ก่อนที่ นราวิชญ์จะพูดดึงเข้าเรื่อง เรื่องเมื่อตอนนั้นที่อยู่ดีๆก็หายตัว ไปคงทำให้เธอลำบากไม่น้อยที่ต้องขอโทษด้วยนะ

“ไม่หรอกพอรู้ว่าพี่ปลอดภัยดีฉันก็หายห่วงแล้วตอนนั้นทำ ไม่พี่ไม่บอกฉันละจันวิภาหัวเราะอย่างไม่ถือสาพลางถาม

“พอเกิดเรื่องพี่ก็ตามหาเธอนะแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ตอนหลังถึงเพิ่งมารู้ว่าเธอไปเรียนต่อหกปีที่ผ่านมาพี่คิดถึงเธอ มาตลอดเลย นราวิชญ์พูดด้วยสีหน้าเศร้า
จนวิภาเรียกชายหนุ่มมาเจอครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นความ หลังแต่อย่างใด แต่มาเพื่อขอความช่วยเหลือแต่เมื่อเห็นชาย หนุ่มตรงหน้าพูดเรื่องความหลังด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยทำให้เธอ ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดขอความช่วยเหลือได้อย่างไรและถ้าขอให้เขา ช่วยคงจะไม่ยุติธรรมสำหรับชายหนุ่มสักเท่าไหร่

ด้านชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะไม่ค่อยดีจึง เปลี่ยนเรื่องพูดแทน แล้วเธอกับลูกเป็นไงบ้างหกปีที่ผ่านมาส บายดีไหม

เมื่อชายหนุ่มถามจันวิภาก็เล่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ใน หกปีที่ผ่านมา ให้ชายหนุ่มฟัง

“แล้วช่วงนี้ล่ะเป็นไงบ้างเธอกลับมาคบกับสุมิตรนั้นเหรอ แล้วที่มาเนี่ยไม่ได้มาแค่รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆแค่นั้นใช่ไหม เมื่อ ได้ยินในราวิชญ์ถามจันวิภาก็อดที่จะถอนหายใจด้วยความโล่ง อกไม่ได้ดีแล้วที่ชายหนุ่มเปิดหัวข้อถามขึ้นมาก่อน

“จริงๆแล้วฉันมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือจากพี่สักหน่อย นะ” หญิงสาวทำใจชั่วครู่ก่อนพูดขึ้นมา

เมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้าอย่างพร้อมจะรับฟังเรื่องน วิภาจึงพูดต่อ ฉันอยากให้พี่ช่วยตามหาสุมิตร ให้หน่อยนะค่ะ เมื่อพูดจบหญิงสาวก็รู้สึกว่าโล่งอกในทันที

เมื่อได้ฟังสิ่งที่หญิงสาวอยากจะขอให้เขาช่วยนั้นก็อดที่ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่ได้ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของ เขากับสุมิตรนั้นจะสนิทจนเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องก็ตามแต่เขาก็เลือกที่จะเก็บงำความแปลกใจเอาไว้แล้วถามด้วยสิ่งที่เขา สงสัยแทน ทีมสุมิตรไม่ได้ป่วยนอนอยู่โรงพยาบาลเหรอ”

“พี่รู้ได้ยังไง”

“ก็เขาเป็นคู่แข่งของพี่หมายถึงทางธุรกิจน่ะเพราะฉะนั้น ก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหวของเขาแล้วเธอจะหาเขาทำไมเหรอ

ข้างตัวของสุมิตรมีเจริญศรีอยู่ด้วยกันวิภาจึงรู้สึกไม่ค่อย ไว้ใจสักเท่าไหร่อีกอย่างนิเวศน์ก็อยากเจอพ่อของเขาด้วยคิด ได้ดังนั้นจันวิภาจึงบอกความรู้สึกของตนที่มีต่อสุมิตรให้แก่ ชายหนุ่มตรงหน้าฟังเหมือนกับที่ตนได้บอกกับพัชร์ไป

“จันวิภาเรื่องที่สุมิตรหายตัวไปไม่น่าเกี่ยวกับเธอนะแล้ว เธอยังจะหาเขาไปทำไม นราวิชญ์พูดถามพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมา จุดสูบเห็นได้ชัดว่าเรื่องที่สุมิตรหายตัวไปกระทบกระเทือน จิตใจนราวิชญ์ไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะบุหรี่ที่อยู่ในมือนั้นสั่น อย่างเห็นได้ชัด

“ฉันเคยบอกพี่ไปแล้วว่าฉันให้อภัยเขาแล้วไม่อยากจะ แก้แค้นอะไรอีกแล้วแล้วตอนนี้ฉันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาแล้ว ด้วย”

“นี้เธอหลงรักเขาเข้าแล้วล่ะสิ นราวิชญ์เลิกคิ้วถาม

จันวิภานิ่งอึ้งไปสักพักพร้อมกับคิดย้อนไปถึงภาพสุมิตร ที่นอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงแค่คิดหญิงสาวก็รู้สึก แน่นหน้าอกไปหมดหรือว่าเธอจะหลงรักสุมิตรอย่างในราวิชญ์พูดจริงๆ

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเงียบไปนราวิชญ์ก็อดที่จะ ส่ายหน้าด้วยความอ่อนอกอ่อนใจไม่ได้ทางด้านนวิภาเมื่อ เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็นึกว่าคงถูกปฏิเสธแน่แล้วแต่ชายหนุ่ม กลับพูดขึ้นมาเสียก่อนว่า “พี่ไม่เคยปฏิเสธเธอได้เลยจริงๆนะ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ