พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน385ทําเพื่อแม่



ตอน385ทําเพื่อแม่

ตอนที่ 385 ทำเพื่อแม่

สายตาที่สุมิตร ใช้มองจันวิภามีแต่ความอ่อนโยนจนเธอ แทบจะละลายกองลงไปกับพื้น แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เธอจะไม่ เชื่อใจเขาได้อย่างไร

ที่สำคัญคือที่สุมิตรทำไปทั้งหมด ก็เพียงเพื่อต้องการที่จะ ปกป้องครอบครัวก็เท่านั้น เธอเข้าใจดี

เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าอย่างวางใจแล้วซุกหน้า

เข้ากับอกของเขา

“แหม ๆๆ พ่อครับแม่ครับ ผมก็อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ แถมยัง โสดด้วย ช่วยสนใจผมสักนิดจะได้ไหมครับ

“พูดขึ้นมาก็ดีแล้ว ยังไงถ้าผู้หญิงคนนั้นรังแกแม่ของลูก ล่ะก็ ลูกต้องจัดการแทนพ่อด้วยนะ” สุมิตรยิ้มอย่างถือคำพูด เมื่อสักครู่ของนิเวศน์เป็นเรื่องขบขัน

“เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเถอะ พ่อกับแม่คอยดูก็พอ” ที่ นิเวศน์พูดออกมาแบบนี้ เพราะตัวเขาได้ปรึกษากับสุมิตรเป็นที่ เรียบร้อยแล้วนั้นเอง

จนวิภารู้ดีว่าลูกของตนนั้นมีความสามารถมากมายเพียง ใด และช่วงนี้ลูกของเธอเองก็ว่างด้วย ถึงแม้ว่าจนวิภาจะไม่อยากให้เข้ามายุ่งกับเรื่องพวกนี้ก็ตาม เพราะยังไงลูกของเธอก็ อายุยังน้อย แต่เมื่อสุมิตรไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอจึงพูดอะไร มากไม่ได้

“ฉันวิภาช่วงนี้คุณไม่ต้องกลับไปทำงานที่แผนกวางแผน หรอก ชนินพรทำหน้าที่เลขาให้ผมไม่ได้แล้ว คุณก็ต้องรับ หน้าที่นี้ไปทำแทน

สุมิตรกระชับอ้อมกอดของตนพลางคิดว่าถ้าเธอปฏิเสธล่ะ ก็เขาจะกอดเอาไว้อย่างนี้นี่แหละ ไม่ปล่อยแน่นอน

ทีแรกจนวิภาเองก็อยากจะกลับมาทำงานหน้าที่เลขาให้สุ มิตรเช่นเดียวกัน แต่ตอนนั้นมีชนินพรอยู่ เธอจึงต้องปฏิเสธไป แต่ตอนนี้เรื่องมันก็กลายมาเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็ไม่มีเหตุผล อะไรให้ปฏิเสธอีก

“ได้ค่ะ ถึงยังไงก็ไม่มีใครจะชงกาแฟได้อร่อยเท่านั้นอีก แล้ว” จนวิภาพูดพร้อมกับหัวเราะจนตาหยอย่างน่าดู

แต่จริง ๆ แล้วเธอก็แค่อยากจะอยู่ใกล้ ๆ สุมิตรก็แค่นั้น

เอง

วันแล้ววันเล่าผ่านไป เหตุการณ์ทุกอย่างก็กลับมาเงียบ สงบเช่นเดิม นิเวศน์ก็ยุ่งกับ “ธุรกิจ” ของตน สุมิตรและจันวิภา เช้าก็ไปทำงานด้วยกัน เย็นก็กลับมาด้วยกัน พูดได้ว่าทั้งคู่ตัว แทบจะติดกันตลอดเลยก็ว่าได้

ไม่ว่าจะเรื่องงาน ความรัก การใช้ชีวิตหรือแม้แต่ครอบครัว ไม่ว่าจะเรื่องไหน ๆ ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย เฉพาะความรู้สึกของคนทั้งสองที่ค่อย ๆ พัฒนาก้าวหน้าขึ้น เรื่อย ๆ

จันวิภาได้กลับมาทำหน้าที่เลขาให้สุมิตรอีกครั้ง แต่ไม่ว่า เรื่องอะไร เธอก็มีผู้ช่วยที่สุมิตรหาไว้ให้คอยทำแทนเสมอ ดัง นั้นหน้าที่ของเธอในฐานะเลขาจึงมีแค่อย่างเดียวเท่านั้น

ใช่ มันคือการชงกาแฟนั้นเอง

แทบจะพูดได้ว่าเธอทำหน้าที่เป็นพนักงานชงกาแฟ มากกว่าเป็นเลขาเสียอีก

สำหรับผู้หญิงคนอื่นอาจจะรู้สึกดีใจ แต่สำหรับเธอนั้น

ไม่ใช่ ทุก ๆ วันเธอไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งดูสุมิตร

ทํางาน

แต่ที่สำคัญคือชายหนุ่มกลับพูดว่าพอใจที่เห็นเธอนั่งมอง และให้ให้กำลังใจเขาตอนทำงานแบบนี้มากกว่า

เมื่อได้ฟังคำพูดที่ดูเหมือนจะหลงตัวเองเล็กน้อยของเขา เธอเองก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าตอนนี้เธอเบื่อ จะตายอยู่แล้ว เบื่อจนไม่รู้จะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ยังไงด้วย

และด้วยเหตุนี้ถ้ามีใครเข้ามาในห้องทำงานของสุมิตร แล้วล่ะก็ เธอก็จะเชิญเขาชิมกาแฟที่เธอซงทันที ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่คนที่เพียงแค่เดินผ่านไปผ่านมา เธอก็ยังเชิญเข้ามาชิม กาแฟฝีมือเธอเลย
เรียกได้ว่าเธอเบื่อถึงขั้นขีดสุดเลยก็ว่าได้

แต่ก็ถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อยู่นะ เพราะเธอได้รับคำชมมากมายเลยทีเดียวเชียวล่ะ

แต่ไม่นานหลังจากนั้นสุมิตรก็มีคำสั่งลงมาว่ากาแฟที่จัน วิภา ง น คนที่ดื่มได้มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น คนอื่นให้ดื่มน้ำ

เปล่าได้อย่างเดียว

“นี้ สุมิตร คุณทำเกินไปแล้วนะ” จันวิภาพูดขึ้นอย่างคนที่ อดกลั่นความความโกรธเอาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว

“ฉันจะชงกาแฟ แล้วมันเกี่ยว……

“มันไม่ได้เกี่ยวกับกาแฟ คุณเป็นภรรยาผมแล้วจะชง กาแฟให้คนอื่นได้ยังไงกัน สุมิตรพูดพร้อมกับวางปากกาใน มือลงแล้วส่งยิ้มให้จนวิภา

“แต่ฉันเป็นเลขาของคุณนะ!” จันวิภาพูดอย่างโมโห แต่ก็ อดจะหน้าแดงกับประโยคเมื่อสักครู่ไม่ได้

“ก็ทั้งสองอย่างน่ะแหละ

“ทำเกินไปแล้วนะ” ถึงจันวิภาจะใช้น้ำเสียงที่ดังมากแค่ ไหนก็ตาม แต่ถ้าดูจากท่าทางที่เธอแสดงออกมาแล้วล่ะก็ มัน คือการเสแสร้งแกล้งทำอย่างแน่นอน

“ไม่ใช่ว่าผมไม่ให้คุณชง แต่คนของผมโดนคุณป่วนไป

หมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาแทบไม่กล้าดื่มกาแฟที่มาจาก ฝีมือคุณ
ไม่ใช่แค่พนักงานเท่านั้นที่จัน ภาชงกาแฟให้ ยังมีบรรดา ขายชุด อีกนับไม่ถ้วนที่ต้องดื่มกาแฟฝีมือภรรยาของเจ้านาย อย่างเธอ วันหนึ่งพวกเขาต้องดื่มถึงสี่แก้วเลยทีเดียว ดังนั้นพอ ตกกลางคืนตาของพวกเขาก็จะค้างอยู่อย่างนั้นทั้งคืน อยากจะ ปิดยังไงก็ปิดไม่ลง เรียกได้ว่าเป็นน้ำใจที่ทรมานเหลือเกิน

“ซิ! หวังดีแท้ ๆ ”

“เอาล่ะ ๆ ผมดื่มเอง” สุมิตรพูดพลางยิ้มอย่างตัดปัญหา

“คุณพูดเองนะ” ฉันวิภาก็เหมือนเจ้าของร้านกาแฟที่ธุรกิจ กำลังย่ำแย่ พอเจอลูกค้าที่ก็รีบยิ้มต้อนรับอย่างยินดีทันที แต่ ขณะเดียวกันก็กลัวว่าลูกค้าคนนี้จะแค่พูดเล่น ๆ จึงพูดด้วย เสียงจริงจังแม้หน้าตาจะยังยิ้มอยู่ก็ตามที

“ค่าไหนคํานั้น

จนวิภาร้อง เฮอะ เบา ๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวเล็ก ๆ เพื่อชงกาแฟให้สุมิตร ใช้เวลาไม่นานก็ชงเสร็จ เธอจึงนำมาให้ เขาที่ห้องทำงานและรอดูเขาดื่มมันจนหมด

อันที่จริงแล้วนี้เป็นกาแฟแก้วที่สามของวันแล้วสำหรับตัว

ที่แท้งานของเธอก็มีอยู่แค่เนี่ย น่าเบื่อสิ้นดีเลย

ถึงแม้ว่าพนักงานภายในบริษัทจะรู้ว่างานของเลขาท่าน ประธานอย่างฉันวิภาคืออะไร แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรมาก หรือแม้แต่กล้าดูถูก
ดูก็รู้ว่าท่านประธานน่ะเคารพและรักภรรยาขนาดไหน แล้วใครจะไปกล้ากันล่ะ

ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะทำอะไรยังไงก็ตามก็ไม่มีใครกล้า วิจารณ์ แต่ดีที่หญิงสาวไม่ได้ทำอะไรวุ่นวายมากนัก นอกจาก แค่คอยชงกาแฟต้อนรับแขกก็เท่านั้น

แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งวัน บางครั้งจนวิภาจะนั่งดูเอกสารหรือ ข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท

ส่วนจะนำมาใช้หรือไม่นั้นก็ต้องแล้วแต่สุมิตรเขา

วันนี้ก็เช่นกัน ระหว่างที่ไม่มีใครอยากดื่มกาแฟ จันวิภาจะ นั่งอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของสุมิตรเพื่ออ่านข่าวจาก หนังสือพิมพ์ และบางครั้งเธอจะทำเป็นเปิดมันเสียงดังบ้าง เพื่อให้เขาหันมาสนใจและพูดคุยกับตน

แต่ในขณะที่เธอกำลังอ่านอยู่นั้น เธอก็เจอข่าวที่ทำให้

ต้องตกใจอย่างขีดสุด


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ