กลยุทธ์เด็ด เสพติดรักภรรยาของผม

บทที่ 464 ตัดสินใจไปสืบ



บทที่ 464 ตัดสินใจไปสืบ

เธอพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองอย่างสุดชีวิต ทว่ามัน เหมือนกับมีต้นหญ้างอกขึ้นมาในใจ แถมกำลังงอกเงยอยู่ในใจ อย่างบ้าคลั่งซะด้วย เธอไม่อาจสงบสติอารมณ์ลงได้ และไม่ได้ แต่จะใช้ความรู้สึกนึกคิดตามปกติได้

พอนึกถึงสิ่งที่จวงจื่อจีนพูด เธอก็ยื่นมือออกมาสัมผัสสร้อยที่

คอ เธอใช้นิ้วมือลูบคลำไปมาเบาๆ

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน สุดท้ายเธอก็เอาชนะความอยากรู้อยาก เห็นของตัวเองไม่ได้ เธอลุกขึ้นมานั่งแล้วเอาผ้าขนหนูที่แปะไว้บน หน้าผากออกมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็ถอดสร้อยคอออกมา

สไตล์การออกแบบของสร้อยค่อนข้างเรียบง่าย มันไม่มีแม้แต่ ประดับ เธอหยิบมันมาส่องกับแสง แต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร พิเศษเลย

สิ่งเดียวที่มั่นใจได้เลยในตอนนี้ก็คือสร้อยเส้นนี้ทำมาจาก ทองคำขาวที่มีความบริสุทธิ์สูง พอโดนแสงมันจึงสว่างมาก แต่ก็ ดูไม่ใช่ของที่มีอายุมานานมากเท่าไหร่

ขณะที่เธอกำลังจะสวมมันอีกครั้ง เธอก็พบว่ามีตัวอักษรเล็กๆ สลักอยู่ที่ปลายตะขอ มันเล็กมากจนมองเห็นไม่ชัด เธอเลยต้อง เดินไปที่หน้าต่างเพื่อเอาส่องกับแสงดูถึงจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตัวอักษรที่เขียนอยู่คืออะไร มันเขียนไว้ว่าhx.08.ZA0102 เธอขมวดคิ้วขึ้น นี่มันอะไรกัน เธอไม่เคยเห็นเครื่องประดับ ยี่ห้อนี้มาก่อน

มันหมายความว่าอะไร?

เธอดูแล้วดูอีกอย่างละเอียด นอกจากตัวอักษรพวกนี้แล้วมันก็ ไม่มีอย่างอื่นเลย เธอเอนหลังพิงโซฟา ถ้ามันจริงอย่างที่จวงจื่อ นพูดว่านี่เป็นของที่แม่แท้ๆเธอให้ไว้ มันก็ต้องมีความหมาย พิเศษซ่อนอยู่แน่นอน

เพราะยังไงนี่มันต้องเป็นความหวังที่พวกเขาฝากไว้กับลูกสาว คนนี้นี่นา

เธอไม่รู้สึกเศร้า เพราะเธอไม่เคยเจอพวกเขาเลย ฉะนั้นเธอจึง ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ไม่รู้สึกหดหู่เลยด้วยซ้ำ เธอรู้สึกเพียงแค่ว่า— มันเหลวไหลเป็นบ้าเลย

พอนึกไม่ออกเธอก็ไม่อยากจะคิดให้เปลืองสมองอีก เธออยาก จะเก็บมันไว้จึงลุกไปที่ข้างเตียงแล้วดึงลิ้นชักออกมา เธอกำลังจะ หากล่องใส่ทว่ากลับเหลือบไปเห็นเอกสารสัญญาของธนาคาร หัวเซียวางอยู่ในตู้เซฟ เดิมจงฉีเฟิงได้แบ่งหุ้นของว่านเยวให้กับ เด็กทั้งสอง แถมยังยกเพชรเม็ดสีชมพูที่ลูกสาวชอบให้เม็ดหนึ่ง และเนื่องจากเธอไม่มีที่เก็บเธอก็เลยไปเปิดตู้เซฟที่ธนาคารหัว เซียไว้ แล้วนำของมีค่าเหล่านั้นฝากไว้ข้างใน จากนั้นก็รอให้ เด็กๆโตก่อนค่อยเอาออกมาให้พวกเขา

ตัวอักษรย่อของธนาคารหัวเซียคือhx นี่มันบังเอิญไปรึเปล่า
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมากดหมายเลขบริการของธนาคารหัว

เสียแล้วโทรออก ไม่นานก็มีคนรับสายน้ำเสียงอันอ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่ง

ดังลอดออกมา สวัสดีค่ะ นี่คือหมายเลขบริการของธนาคารหัว

เซี่ย ไม่ทราบว่าต้องการให้ทางเราช่วยอะไรคะ?

หลินซินเหยียนมองไปที่ตัวอักษรบนสร้อยแล้วถามขึ้น โทษนะ คะคือทางพวกคุณมีตู้เซฟหมายเลขZA0102ไหมคะ? ”

ไม่มีค่ะ”

หลินซินเหยียนขมวดคิ้วขึ้น หรือเธอจะเดาผิด?

“ตู้เซฟของทางเราล้วนเป็นตัวเลขสองหลัก เพราะงั้นจึงไม่มี หมายเลขตู้เซฟแบบนี้ค่ะ”

ตัวเลขสองหลัก

หลินซินเหยียนก้มมองตัวอักษรที่สร้อยเส้นนั้นอีกที hx.08.ZA0102 สุดท้ายก็สังเกตเห็นว่าตรงกลางเป็นเลขสอง หลัก

“ถ้างั้น 08 ล่ะคะ? ”

“ดิฉันขอตรวจสอบซักครู่นะคะ”ไม่นานเสียงบริการที่อยู่ปลาย สายก็ดังขึ้น”มีค่ะ”

หลินซินเหยียนเหมือนจะเข้าใจคร่าวๆแล้วว่าตัวเลขที่อยู่บนสร้อยเส้น คืออะไร 08 คงเป็นหมายเลขตู้เซฟของธนาคารหัว เซี่ย ส่วนตัวเลขแถวสุดท้ายคงจะเป็นรหัส

“ไม่ทราบว่าต้องการใช้บริการอะไรอีกไหมคะ?

หลินซินเหยียนรู้สึกตัวขึ้นมาทันที เธอคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้น “คุณช่วยตรวจสอบให้หน่อยได้ไหมคะว่าใครเป็นคน ฝากของไว้ในตู้เซฟนี้? ”

“ขอโทษด้วยนะคะ ทางเราไม่สามารถทำให้ได้ค่ะ เนื่องจากนี้ เป็นข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ทางเราต้องทำตามกฎระเบียบอย่าง เคร่งครัดจึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวได้ แต่ถ้าคุณลูกค้า จําเป็นต้องใช้ ดิฉันแนะนำให้คุณลูกค้าเดินทางเข้ามาจัดการ ด้วยตนเองค่ะ”

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากค่ะ “หลินซินเหยียนกดวางสายแล้ว นั่งลงข้างเตียงพร้อมกับจ้องสิ่งที่อยู่ในมืออย่างเหม่อลอย

เธอไม่รู้ว่านั่งอยู่นานเท่าไหร่ จนกระทั่งป้าหยูตะโกนเรียกให้ ลงไปทานข้าวกลางวัน

เธอสงบสติอารมณ์แล้วเดินลงไปชั้นล่าง คฤหาสน์หลังใหญ่ แห่งนี้มันเงียบเหงาและอ้างว้างมากอย่างเห็นได้ชัด หลินซีเฉิ นกับหลินลุยซีนั่งขัดสมาธิเล่นตัวต่ออยู่บนพรหม ดูจากสีหน้าที่ ค่อนข้างหงุดหงิดของหลินเฉินแล้ว เห็นที่คงจะอดทนเล่นเป็น เพื่อนน้องสาวแน่ๆ

เพราะว่ามีแต่ใบหน้าของหลินลุยซีเท่านั้นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เธอเดินลงมาพร้อมกับมองไปที่เด็กๆ ทั้งสองไปล้างมือกิน ข้าวกันเด็กๆ”

หลินซีเฉินลุกพรวดแล้ววิ่งมาหาเธออย่างรวดเร็วราวกับถูก

อภัยโทษ” ในที่สุดก็ถึงเวลาทานข้าวแล้ว

หลินซินเหยียนบีบแก้มเขาเบาๆ “ลูกเป็นพี่ชายเล่นกับน้อง แป๊บเดียว จำเป็นต้องทำหน้าบูดเป็นตูดลิงขนาดนี้เลยหรอ?

หลินซีเฉินส่ายหน้า “ถ้าเล่นอะไรที่มันสนุก ผมก็เต็มใจที่จะเล่น กับน้องอยู่แล้ว แต่ว่าเล่นเกมเด็กๆอย่างเช่นเกมเรียงไม้แบบนี้ มันน่าเบื่อจริงๆ

หลินลุยซีเดินเข้ามาช้าๆ พร้อมกับเหลือบมองพี่ชาย “ถ้าพี่ไม่ ชอบก็แค่บอกหนูก็ได้นี่นา หนูไม่ได้มัดไว้ แล้วก็ไม่ได้บังคับพี่ ซักหน่อย ไม่เห็นจำเป็นต้องทำหน้าบูดขนาดนี้เลย

หลินซีเฉันมองไปที่น้องสาว เด็กคนนี้นี่หัดปากดีตั้งแต่เมื่อไหร่

กัน?

“เอาล่ะ เอาล่ะ ไปล้างมือแล้วไปกินข้าวกัน”หลินซินเหยียน จูงมือเด็กทั้งสองไปล้างมือ หลินลุยซีเปิดก๊อกน้ำแล้วยื่นมือไป ล้างในอ่างเองโดยไม่ให้หลินซินเหยียนช่วย“หม่ามี ต่อจากนี้ไป หนูจะดูแลตัวเองเอง คุณแม่แค่ดูแลหนูน้อยในท้องก็พอแล้ว”

หลินซินเหยียนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมา จู่ๆ เด็กคนนี้ก็เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน รู้สึกว่าเธอจะโตขึ้นแล้ว จริงๆนะเนี่ย
เธอพึงประตูแล้วมองไปที่ลูกสาวที่กำลังล้างมือและเช็ดมือ ขณะที่กำลังทานข้าวอยู่ป่าหยูก็ถามขึ้น “คุณหนูจะหาครูมา สอนที่บ้านให้พวกเขาไหมคะ? ”

เนื่องจากก่อนหน้านี้เฉิงซิ่วเป็นคนสอนพวกเขา ทำให้ไม่ต้อง จ้างครูมาสอนที่บ้าน ทว่าตอนนี้……..

หลินซินเหยียนมองไปที่เด็กๆ เรื่องนี้เธอจะเคารพความคิด เห็นของพวกเขา ลูกๆอยากได้ครูมาสอนที่บ้านไหม? ”

เด็กทั้งสองส่ายหน้าออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่เอา

พวกเขาไม่อยากถูกคนแปลกหน้าจ้องตอนเขียนหรืออ่าน

หนังสือ อีกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้โง่ พวกเขายังไม่ได้เข้าเรียนเลย

ด้วยซ้ำ ฉะนั้นจะต้องการครูมาสอนวิชาอะไรล่ะ? ป้าหยูหัวเราะร่า”ป้าก็ไม่ได้มีความรู้อะไรคงจะสอนให้ไม่ได้ ส่วนคุณหนูก็ท้องอยู่ ป้าก็เลยคิดว่า……

“ย่าหยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการเรียนของพวกเราหรอก พวก เราไม่ได้โง่สักหน่อย แถมยังไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนประถมเลย ด้วยซ้ำ อย่าพึ่งเร่งพวกเราเลย นี่มันไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว” หลิน ซีเฉินดูจะผลักไสไล่ส่งกับการมีครูมาสอนที่บ้านมาก

หลินลุยซีก็พูดสมทบขึ้นด้วย

“เอาล่ะแม่เข้าใจแล้ว”หลินซินเหยียนบอกให้พวกเขารีบกิน ข้าว พอทานข้าวเสร็จเด็กทั้งสองก็กลับขึ้นห้องไป พอไม่มีคนเล่น ด้วยต่างคนก็ต่างไปหาเรื่องอื่นฆ่าเวลาด้วยตัวเอง
ป้าหยูเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่ที่ห้องทานอาหาร

ส่วนหลินซินเหยียนก็นอนขดอยู่บนโซฟา ในใจก็กำลังตีกันว่า

จะไปหรือไม่ไปธนาคารดี จะไปดูให้แน่ชัดว่าสุดท้ายแล้วในตู้ เซฟมีของอะไรอยู่รึเปล่า เธอรู้ว่าที่จวงจื่อจีนพูดนั้นเป็นความจริง เพราะไม่อย่างนั้น

สร้อยเส้นนี้คงไม่ทิ้งข้อมูลไว้หรอก

ไม่ช้าก็เร็วเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน คงหนีไม่พ้น

สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจออกไปสืบเอง ครั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนที่ไม่จำเป็นต้องรู้ เธอจึงพาบอดี้ การ์ดไปด้วยเพียงคนเดียว

เธอเคยฝากของไว้ที่ธนาคารหัวเซีย และเธอยังเป็นลูกค้าวีไอ พีที่นั่นด้วย ผู้จัดการที่เข้ามาต้อนรับเธอเป็นคนเดียวกันกับครั้ง ก่อนที่เธอมา

“มารับของใช่ไหมครับ? “ผู้จัดการสวมชุดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับมีป้ายชื่อติดไว้ที่อกข้างขวา เขาพาหลินซินเหยียน

เข้าไปในห้องโถง

หลินซินเหยียนพยักหน้าตอบ

“ถ้างั้นเชิญตามผมมาเลยครับ ตู้เซฟของคุณอยู่ที่โซน หมายเลข11″ผู้จัดการพูดขึ้น

“ฉันมารับของจากตู้เซฟหมายเลข08ค่ะ”หลินซินเหยียนเอ่ยผู้จัดการตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีปฏิกิริยาตอบกลับอย่าง รวดเร็ว คุณฝากไว้สองอย่างใช่ไหมครับ?

หลินซินเหยียนตอบลืมออกมา

“หมายเลข 08 อยู่ที่โซน C ตามผมมาทางนี้เลยครับ

ผู้จัดการพาเธอไปยังพื้นที่เก็บของ โซน C จากนั้นก็หันหน้าไป ที่ตัวตรวจจับจดจำใบหน้า ไม่นานประตูโลหะขนาดใหญ่ก็เลื่อน เปิดออก ที่นี่ไม่มีหน้าต่าง เพราะงั้นแสงสว่างในห้องจึงมาจาก หลอดไฟที่ติดอยู่บนเพดานล้วนๆ ส่วนผนัง หมือนจะทํามาจาก โลหะ มันดูแข็งแรงและมั่นคงแบบที่ไม่มีอะไรสามารถเข้ามา ทําลายได้

“ผมจะรออยู่ตรงนี้ คุณเข้าไปได้เลยครับ” ผู้จัดการยืนอยู่ด้าน ข้างประตูด้านในยังมีประตูอยู่อีกบานหนึ่ง พอเดินเข้ามันก็จะ

เป็นที่เก็บตู้เซฟ

หลินซินเหยียนพูดกับบอดี้การ์ดข้างกายออกไป นายรอฉัน อยู่ตรงนี้แหละ”

“ครับ”

เธอเดินเข้าไปคนเดียว ตู้เซฟหมายเลข 08 อยู่ด้านในสุด เธอสูดหายใจเข้าลึกจากนั้นก็ยื่นมืออกไปกดรหัส หลังจากที่กดเลขรหัสตัวสุดท้ายเสร็จ เธอก็ได้ยินเสียงปลดล็อกดังขึ้น ตู้เซฟเปิดออกอย่างง่ายดาย หลินซินเหยียนเปิดฝา เซฟออก


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ