หนุ่มเศรษฐีลึกลับ

บทที่ 282 การตัดสินใจครั้งสำคัญ



บทที่ 282 การตัดสินใจครั้งสำคัญ

เย่สวนไม่คิดเลยว่าจางกุ้ยจะไร้ยางอายขนาดนี้ เธอสร้าง เรื่องแบบนี้โดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีเลย

การที่ลู่เสี่ยงหยางยอมช่วยพวกเขา นั่นคือความใจกว้าง ของเขา แต่สำหรับจางกุ้ยแล้ว เธอคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของ เลี้ยงหยาง แถมไม่พอยังโยนความผิดให้กับเขาด้วย

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ เยสวนหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วด้วย ความโกรธ

จากนั้นเธอมองไปที่จางกุ้ยแล้วพูดอย่างไม่เกรงใจ “คุณ ป้าคะ คุณป้าว่าจะกลับไปเมื่อไหร่? เดี๋ยวหนูซื้อตั๋วรถให้

จางกุ้ยแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจในคำพูดของเสวน จาก นั้นยิ้มตอบ “พวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่ไม่กี่วันเอง ยังไม่ได้เที่ยว ดีๆ เลย อย่างน้อยต้องอยู่สักสิบถึงสิบห้าวัน

หลิวต้าพยักหน้าพูด “นั่นสิๆ นานๆ ที่กว่าบ้านเราจะมี โอกาสมาเที่ยวหาที่นี่ จะรีบกลับไปทำไมละ เยสวนโกรธจนรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ

หลิวจึงได้แต่กุมขมับอย่างจนปัญญา เธอไม่รู้จะเอายังไง กับพี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอแล้ว อีกอย่างเธอไม่สามารถไล่ พวกเขาออกไปได้เพราะเคยสัญญากับพ่อแม่ไว้
“เหอะ” เย่สวนส่งเสียงไม่พอใจและชักสีหน้า ใส่ครอบครัว ของจางกุ้ย จากนั้นเดินเข้าไปไลฟ์สดในห้องต่อ

ช่วงนี้แม่ของเธอเสียเงินกับไพ่นกกระจอกไปมากกว่า 10 ล้านหยวนแล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องขยันเพื่อหาเงินกลับมาให้ได้

ในเวลานี้ เสียงโทรศัพท์ของหลิวจิ้งดังขึ้น เป็นสายโทร เข้าจากเพื่อนในวงไพ่ที่โทรมาชวนเธอออกไปเล่นไพ่นก กระจอก

หลังวางสายหลิวจิ้งลุกขึ้นแล้วพูดกับลู่เลี้ยงหยางว่า “แม่

จะออกไปก่อนนะ”

ลู่เสี้ยงหยางพยักหน้า

และหลังจากหลิวจิ้งออกไปแล้ว เขาก็ออกไปด้วยเช่นกัน

เดิมทีเขาวางแผนจะเข้าไปในกองถ่ายกาลเวลาที่บากบั่น แต่ในระหว่างทาง เขาได้รับสายจากหวังเส

หวังเสว่พูดด้วยรอยยิ้ม “เลี้ยงหยาง ฉันมีข่าวดีจะบอก

คุณ”

ลู่เสี้ยงหยางพูดอย่างติดตลก “คุณคงไม่ได้ตั้งใจจะโทร

มาขอผมแต่งงานนะ”

“…..” หวังเสวถึงกับอึ้งไปสักพัก เขาต้องมีความกล้ามาก แค่ไหนถึงพูดแบบนี้ได้
“จะบ้าเหรอ! นี่คุณหลับฝันกลางวันอยู่ใช่ไหม?” หวังเส พูดอย่างไร้ความปรานี

ลู่เสี้ยงหยางหัวเราะเบาๆ แล้วพูดต่อ “ว่ามาสิ คุณมีข่าวดี

อะไร?”

หวังเสพูด “คุณพอจะได้ข่าวเกี่ยวกับห้าลัทธิใหญ่ของเรา ไหม?”

ให้ตายสิ เรามาจากสำนักจิ๋วโยวที่ไม่เคยถูกกับห้าลัทธิ ใหญ่นี้เลย

“เปล่านะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” เลี้ยงหยางถาม

หวังเสว่พูดอย่างดูถูก “คุณเคยรับรู้อะไรไหมเนี่ย! ฉันคง ต้องสงสัยว่าคุณเป็นลูกศิษย์สำนักอื่นแล้วล่ะ”

ลู่เสี้ยงหยางตอบอย่างเชื่องช้า “ใช่ ก็ผมเป็นสาวกสำนัก อื่นที่ไม่มีชื่อเสียง ในลัทธิไง”

“แย่จัง!” หวังเสว่โจมตีอย่างไม่ลดละ “พี่สาวคนนี้เป็นถึง ศิษย์เอกของหลิวหลีกงเขียวนะ วันหลังติดตามพี่บ่อยๆ พี่รับ ประกันว่าจะให้นายกินดีอยู่ดี”

เลี้ยงหยางเงียบไปสักพัก เขากลัวถ้าพูดต่อจะทำให้ตัว ตนของเขาถูกเปิดเผย

เพราะอาจารย์เทพเทียนหัวที่เขานับถือนั้นเคยบอกกับเขา ไว้ว่า หลัทธิใหญ่กับสำนักจิ๋วโยวของเขาและสำนักกวางหถึงต่างก็เป็นศัตรูต่อกัน ถ้าหวังเสวรู้ตัวตนของเขา เธอคงไม่ กล้าเจอหน้าเขาอีก

หวังเสว่ยังคงอธิบายต่อ “หลงถังที่เป็นลัทธิหลักของห้า ลัทธิใหญ่ได้เตรียมจัดตั้งสถาบันในเมืองปืนเหอนี้ เขาจะเปิด ให้ลงทะเบียนแบบสาธารณะ ทุกคนสามารถลงทะเบียนได้ ขอเพียงผ่านการสัมภาษณ์ของเขาก็สามารถเข้าไปเรียนรู้ วิชาศิลปะการต่อสู้ได้ แล้วคุณสนใจไหม?”

ลู่เสี่ยงหยางตอบเธอ “ผมไม่ได้มาจากหลงถัง อีกอย่างผม เป็นศิษย์ของสํานักอื่นอยู่แล้ว จะให้ผมเข้าไปเรียนสถาบัน ของหลงถังอีกได้ไง?”

หวังเสว่พูดต่อ “เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาหรอก คุณแค่เข้าไป เรียนในสถาบันที่ก่อตั้งโดยหลงถังเท่านั้น เขาไม่มีการ บังคับให้เปลี่ยนแปลงสถานะ ต่อให้คุณเรียนจนจบ คุณเคย เป็นสาวกของสำนักไหน คุณก็ยังเป็นสาวกของสำนักนั้น สําหรับสถาบันที่ก่อตั้งโดยหลงถึงนี้ เขาเพียงแค่ตั้งใจจะให้ ความรู้ในทางศิลปะการต่อสู้เท่านั้น เข้าใจไหม?”

ให้ตายเถอะ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ถ้าเป็นเรื่องจริง สถาบันที่ก่อตั้งโดยหลงถังจะไม่เป็นการส่งเสริมให้กับสำนัก อื่นอย่างเปล่าประโยชน์เลยหรือ?

นี่มันเท่ากับทำงานฟรีเลยนะ! ผู้บริหารระดับสูงของหลงถัง คิดอะไรอยู่ ถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้
ดูเหมือนหวังเสวจะรู้ว่าลู่เสียงหยางคิดอะไรอยู่ เธอกลอก ตาแล้วพูดต่อ “คุณก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง อย่าไปสงสัยใน อุดมการณ์ของผู้หลักผู้ใหญ่เขาเลย ความคิดความตั้งใจ ของเขาคุณคงไม่สามารถจินตนาการได้หรอก”

ให้ตายสิ ทําไมถึงดูถูกคนอื่นขนาดนี้?

เลี้ยงหยางยิ้มจางๆ และไม่ได้พูดอะไร

หวังเสาจึงถามย้ำอีกครั้ง “ว่าไง คุณสนใจเข้าไปเรียน ไหม?

เลี้ยงหยางยังคงจมอยู่ในความคิดของตน แม้ว่าทุกวันนี้ เขามีตำราวิชานรกอมตะที่ยอดเยี่ยมเล่มนี้อยู่แล้ว แต่ที่น่า เสียดายคือเขามีความรู้ความเข้าใจสำหรับตำราเล่มนี้น้อย ไป มันจึงยากที่จะอ่านเข้าใจและฝึกฝนได้

สิ่งนี้จึงทำให้เสียงหยางรู้สึกอึดอัดมาตลอด มันเหมือนมี สาวสวยนอนอยู่ข้างเขา แต่ตัวเองกลับทำได้เพียงกลืน น้ำลายเพราะร่างกายไม่ไหว

ถ้าเข้าไปศึกษาในสถาบันที่ก่อตั้งโดยหลงถังนี้ บางทีมัน อาจทำให้เขามีโอกาสได้ทบทวนความรู้ในขั้นพื้นฐานของ ศิลปะการต่อสู้อีกครั้ง และสามารถต่อยอดไปอย่างไร้ ขอบเขตได้

นอกจากนี้ ศิลปะการต่อสู้ก็คือการนำความรู้และจุดเด่นของผู้อื่นมาประยุกต์ใช้กับจุดด้อยของตนไม่ใช่หรือ?

เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ ลู่เสี้ยงหยางรู้สึกตื่นเต้นมาก บางทีถ้า เขาสามารถสะสมความรู้จากสถาบันที่ก่อตั้งโดยหลงถัง นี้ได้ มากพอ เขาก็อาจฝึกฝนวิชานรกอมตะนี้จนสำเร็จก็เป็นไปได้

เพียงแต่ว่าเขาเป็นสาวกของสำนักจิ๋ว โยวที่ไม่สามารถให้ ใครรู้ได้ ถ้าคนอื่นรู้เข้าเขาต้องถูกฆ่าแน่

“แล้วการสัมภาษณ์ของเขาเข้มงวดไหม? มีข้อบังคับอะไร หรือเปล่า?” ลู่เสี่ยงหยางถาม

หวังเสวตอบอย่างเฉยเมย “คุณไม่ใช่ภูตผีปีศาจจากไหน สักหน่อย การสัมภาษณ์ไม่ยาก ไม่ต้องกังวลหรอกน่า

ให้ตายเหอะ ฟังจากน้ำเสียงแล้ว บทวิจารณ์นี้คงมี วัตถุประสงค์เฉพาะกับสำนักกวางหมิงและสำนักจิ๋วโยวสินะ “เอาล่ะ ผมจะลองคิดดูก็แล้วกัน” เลี้ยงหยางพูด

หวังเสวพยักหน้าตอบ “โอเค ยังไงก็บอกด้วยนะ จะได้ไป ด้วยกัน”

ลู่เสี้ยงหยางเงียบไป

หวังเสว่กลัวลู่เสี้ยงหยางจะเปลี่ยนใจ เธอจึงงัดไม้ตาย ออกมาพูด “สถาบันที่ก่อตั้งโดยหลงถังต่างกับสถาบันอื่นนะ หอพักชายหญิงในสถาบันหลงถังจะอยู่รวมกัน ข้างใน บรรยากาศดีไม่น้อยเลยล่ะ คุณอย่าพลาดโอกาสนี้ไปก็แล้วน

ให้ตายสิ มีแบบนี้ด้วย

ลู่เสี้ยงหยางรู้สึกตื่นเต้น

หลังจากวางสาย ลู่เสี้ยงหยางก็ตกอยู่ในความคิดที่ขัด แย้งของตน

ถ้าเข้าสถาบันนี้ เราก็จะสามารถสะสมความรู้ทางด้าน ศิลปะการต่อสู้มากมาย และอาจมีโอกาสได้ฝึกฝนวิชานรก อมตะจนสําเร็จด้วย

แต่ถ้าไปแล้วเราก็เหมือนมีระเบิดติดตัวอยู่ตลอดเวลา วัน ไหนที่ตัวตนถูกเปิดเผย เราก็อาจได้รับอันตรายถึงชีวิตก็เป็น

ไปได้

หลังจากไตร่ตรองมาทั้งวัน สุดท้ายเลี้ยงหยางก็ตัดสินใจ

ที่จะลองดู

เขาไม่เชื่อว่าโชคชะตาของเขาจะแย่จนถึงขั้นตัวตนถูกเปิด

เผย

อีกอย่าง ถ้าเขาไม่บอกก็คงไม่มีใครรู้ว่าเขาคือลูกศิษย์ ของเทพเทียนหัวหรอก

ให้ตายเถอะ เราจะฝึกวิชานรกอมตะให้สำเร็จ” ลู่เลี้ยง หยางกำหมัดไว้แน่นๆ แล้วพูดกับตัวเองอย่างมั่นใจ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ