ลูกชายจอมซนกับคุณพ่อประทาน

บทที่ 173 ฟ้าผู้น่ารัก



บทที่ 173 ฟ้าผู้น่ารัก

ทิวนั่งอยู่ในรถของเขา พลางมองไปยังผู้หญิงที่ทำ ตัวลับๆล่อๆเหมือนโจรเดินออกมาจากลิฟท์ เธอหันซ้าย หันขวาและรีบขึ้นมานั่งในรถเขา พอนั่งปีบ นานาก็ใช้มือ เล็กๆของเธอตบไปที่หน้าอกเธอเบาๆ “ตกใจหมด ถ้ามี ใครมาเห็นฉันขึ้นรถนายหละก็ ต้องซวยแน่ๆ

แต่คำพูดนี้เมื่อเข้าไปในหูของผู้ชายที่อยู่ข้างๆแล้ว ความหมายก็เปลี่ยนไปโดยทันที “ยังไงนะ?มานั่งรถฉัน มันทำให้เธอขายหน้าขนาดนั้นเลยหรอ?”

นานามองไปที่เขา และไม่รู้จะพูดกับเขายังไง “ไม่ใช่สักหน่อย!ฉันหมายความว่า ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่า ฉันเข้ามาทํางานด้วยการใช้เส้นจากนาย

ทิวรู้สึกขำนิดๆ “มันก็เป็นความจริงไม่ใช่หรอ?”

นานาเงิบไปทันที เธอใช้สายตาร้อนแรงจ้องไปที่ เขา แล้วเถียงกลับอย่างไม่ยอมไปว่า “ฉันพึ่งคุณจูนต่าง หาก”

ทิวยิ่งหัวเราะ อย่างสิ้นคิด “โอเคจ้า!”

เมื่อนานาเห็นว่าเขากำลังหัวเราะเยาะเธอ หน้าเธอ ก็เริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อย สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่ต้อง พึ่งเขาไม่ใช่หรอ? เธอพลางกัดปากไป และพูดว่า ต่อไปฉันจะเลิกงานเวลานี้ได้มั้ย?”

“ได้สิ! เดี๋ยวฉันจะให้จูนไปพูดกับหัวหน้าเธอเอง

“โอเค!”

ทิวไม่สะดวกจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะเขาไม่ อยากให้นานา สิทธิพิเศษในออฟฟิศ เพราะเธอเป็นคน ใจแข็งเกินไป การที่จะมาขัดเกลาเธอในออฟฟิศนั้น จึง เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย

พอถึงโรงเรียน เจ้าตัวน้อยสองคนก็ออกมารอแล้ว วันนี้ เจ้าตัวน้อยสองคนเริ่มมีการบ้านแล้ว ถึงพวกเขาจะ มีอายุแค่สี่ขวบ แต่ก็เริ่มได้เรียนการหัดเขียนและฝึกคิด เลขบ้างแล้ว

“มามี้ หนูและพี่ชายมีการบ้านแล้วนะ!

“จ้า! งั้นคืนนี้กลับไปพวกเธอก็เริ่มทำการบ้านได้เลย เดี๋ยวมามี้จะตรวจให้

“ค่ะ!”

“โจทย์ง่ายเกินไปแล้ว” ลมบ่นอยู่ข้างๆ
นานามองลูกแบบไม่รู้จะพูดอะไร มีนักเรียนที่ไหนกัน ที่ไม่ชอบให้ครูออกโจทย์ง่ายๆ ?

พอกลับถึงวิลล่า นานาก็เห็นป้านีที่กลับมาทําอาหาร อีกครั้ง ทีนี้เธอก็ไม่ต้องทํางานบ้านอีกแล้ว เจ้าตัวน้อยทั้ง สองคนก็เริ่มตั้งใจทำการบ้านอยู่ในห้องโถง ส่วนทิวก็นั่งดู เจ้าตัวน้อยทั้งสองเขียนการบ้านอยู่ข้างๆ

การบ้านครั้งนี้ของพวกเขาคือการบวกลบเลขคณิต หลักสิบง่ายๆ ฟ้าทำผิดตั้งแต่ข้อแรก เธอจ้องไปที่โจทย์ ด้วยสีหน้างุนงงวนไปมา คงเป็นเพราะตอนเรียนเธอไม่ ตั้งใจฟังครูสอนแน่ๆ!

เธอดูพี่ชายที่นั่งข้างๆเธอ ทำข้อหนึ่งเสร็จแล้วก็ทำ อีกข้อนึง เธอหันหัวเข้าไปใกล้ๆ เพื่อที่จะดูคำตอบ

ทิวรู้สึกขำ แต่เขาก็ทำสีหน้าจริงจังมองไปยังลูกสาว และพูดว่า “ฟ้า การบ้านของตัวเองก็ต้องทําด้วยตนเอง ไม่เป็นตรงไหนแด๊ดดี้สอนหนูได้

“แด๊ดดี้ หนูปวดฉี่” ฟ้าเริ่มทำตัวแปลกๆ และใช้ สายตาที่น่าสงสารมองไปทางแด๊ดดี้ของเธอ

ทิวพยักหน้า พูดว่า “ไปเข้าห้องน้ำเถอะ!
“ค่ะ!”ฟ้ารีบลุกขึนมา และวิ่งไปทางห้องน่า

พอฟ้ากลับถึงห้องโถง ก็เห็นพี่ชายเธอที่เขียน การบ้านเสร็จแล้ว และแด๊ดดี้กำลังตรวจคําตอบให้อยู่! สีหน้าเธอเริ่มกังวลนิดๆ และกลับไปนั่งที่โต๊ะ เพราะเธอยัง ทำไม่เสร็จสักข้อเลย!

“พี่คะ พี่ทำเสร็จแล้วหรอ?”

“อืม!ฟ้าสู้ๆนะ!” ลมไม่ได้สังเกตถึงสถานการณ์ที่ ลําบากของน้องสาว เพราะสําหรับเขาแล้ว โจทย์พวกนี้มัน ง่ายจริงๆ

ฟ้านั่งลงอย่างงงๆ พอเงยหน้าก็เห็นแด๊ดดี้กำลัง อมยิ้มมองเธอ เธอเริ่มรู้สึกถึงความกดดัน เธอหยิบดินสอ ขึ้นมา มองไปยังเลขบวกลบบนหนังสือ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่ม อย่างไร

“ฟ้า ยื่นมือมา แด๊ดดี้สอนให้” ทิวมองออกว่าลูกสาว ทำโจทย์ไม่เป็น จึงพูดอย่างอ่อนโยน

ฟ้ายื่นมือนุ่มๆเล็กๆของเธอไป ทิวชี้ไปที่โจทย์และ อธิบายให้เธอ “5+2ได้เท่าไหร่ ลองนับมือลูกดู

ฟ้ากระพริบตา พลางมองไปยังทิว ตอนนี้ ในสายตา เธอแด๊ดดี้ดโหดมาก
“เท่ากับ6…” ฟ้าตอบเสียงเบา เธอไม่แน่ใจกับคำ ตอบ ดวงตาทั้งคู่ก็กระพริบไม่หยุด กลัวจะโดนด่าว่า

“ไม่ถูก” ทิวยิ้มอย่างอ่อนโยนและส่ายหัว เขายื่นมือ อันเรียวยาวมาตรงหน้าเธอ เขาขยับมือสอนเธอ “มือ5นิ้ว บวกเพิ่มอีก2นิ้ว เท่ากับเท่าไหร่ ลูกนับดูสิครับ?”

พอฟ้านับเสร็จ ก็ตื่นเต้นขึ้นมา “เท่ากับ7นิ้วค่ะ”

“ถูกต้อง เขียนเลยจ้า!” ฟ้าจับดินสอไว้ และเขียน เลข7ไปตัวโตๆ

พอเขียนเสร็จก็ยิ้มแห้งๆ “แด๊ดดี้ หนูเขียนตัวใหญ่

“งั้นก็ลบแล้วเขียนใหม่! แด๊ดดี้เชื่อว่าลูกต้องเขียน

ได้แน่”

“ค่ะ!” ฟ้ารีบลบออก แล้วเขียนใหม่ให้เล็กลง และ มันก็สวยขึ้นมา เพราะได้เรียนรู้จากแด๊ดดี้ เธอจึงเริ่มมั่นใจ ขึ้นมา

นานาไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย เมื่อลูกๆอยู่ในการดูแล ของทิว ก็ไม่มีปัญหาอะไรต้องห่วง เธอยืนมองลูกสาวจาก ชั้นสอง ส่วนลูกชายก็ออกไปเตะฟุตบอลที่สนามหญ้าแล้ว! จากการสอนของทิว ฟ้าก็ทําการบ้านเสร็จสักที

และแล้ว ฟ้าก็ทําการบ้านเสร็จ เธอรีบกอดทิวอย่าง ดีใจ และหอมแก้มของเขา “ขอบคุณค่ะแด๊ดดี้”

“ไปเล่นเถอะ!”

ฟ้าเลยรีบออกไปเล่น ส่วนทิวก็ช่วยลูกๆเก็บสมุด การบ้าน แล้วเขาก็เดินตามลูกสาวออกไป

ณ ชั้นสอง นานาเดินไปที่หน้าต่าง เธอมองไปยังร่าง ของสามพ่อลูกที่กำลังเตะบอลใต้แสงตะวันยามพลบค่ำ

ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กน้อย และ เสียงหัวเราะของผู้เป็นพ่ออย่างสนุกสนาน เป็นภาพที่ อบอุ่นมาก

ทิวเป็นคนตัวสูง เจ้าตัวน้อยสองคนล้อมรอบตัวเขาก็ ยังสูงไม่เท่าขายาวๆของเขา ยิ่งทำให้ดูตัวเล็กเข้าไปใหญ่ ทิวอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มบ้าง ขยี้หัวเล็กๆของลูกชาย บ้าง แสดงความรักของพ่อ

อาหารเย็นสุดอร่อยก็พร้อมแล้ว เมื่อเทียบกับฝีมือ การทําอาหารของป้านีแล้ว นานาทำได้แค่เสี้ยวนึงเท่านั้น
กินๆไป ลูกสาวก็อยากทำดีกับแม่ มือน้อยๆของเธอ จับตะเกียบไว้ และปยังขึ้นมา “มา อ้าปาก เดี๋ยวหนู ป้อนกุ้งให้ค่ะ”

นานานึกไม่ถึงว่าลูกจะกตัญญูอย่างนี้ เธออ้าปาก อย่างดีใจ เพื่อรอลูกสาวป้อนให้

แต่เจ้าตัวน้อยยังใช้ตะเกียบไม่ค่อยเป็น คีปอยู่ตั้ง นานก็ยังไม่ได้ แต่นานาก็ยังไม่ท้อ และรอลูกสาวต่อไป

ในขณะนั้นเอง ผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็คีปเต้าหู้ อร่อยๆใส่ปากนานา นานารีบหุบปาก แต่เต้าหู้ที่ผู้ชายคน นั้นไปให้ก็เข้าไปในปากเธอเรียบร้อย เธอเลยรีบยกมือขึ้น ปิดปากน้อยๆของเธอ และบ่นอย่างหงุดหงิดว่า “ฉันไม่ อยากกินเต้าหู้ของนาย” “มาสอนพวกหนูตั้งแต่เด็กว่า ห้ามกินทั้งกินขว้าง ฟ้ารีบพูดกับมามอย่างจริงจัง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ