รักสุดท้ายให้กับนาย

บทที่115 ไม่ใช่ว่าเป็นไข้อีกแล้วนะ



บทที่115 ไม่ใช่ว่าเป็นไข้อีกแล้วนะ

บทที่ 115 ไม่ใช่ว่าเป็นไข้อีกแล้วนะ

“คุณนรมน!”

สีหน้าของพฤกษ์ซีดไปทันที

บุริศร์เป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้านรมนเป็นอะไรขึ้นมาอีก เขาจะ รายงานกับบุริศร์อย่างไร?

พฤกษ์ตกใจจนจะรีบไปหาคุณหมอ แต่ธรณีห้ามเขาไว้

“ไม่จําเป็นต้องไปหาหมอหรอก เธออารมณ์ตื่นเต้นมาก เกินไปเลยหมดสติ นายช่วยพยุงเธอไว้ ฉันจะช่วยกดเหยิน จง(ตรงกลางจมูกและริมฝีปาก) สักพักก็ดีขึ้นแล้ว”

คำพูดของธรณีทำให้พฤกษ์สงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสีหน้า ที่จริงจังของธรณีในเวลานี้ เขาก็ทำตามช่วยพยุงนรมน

กดเหยินจง(ตรงกลางจมูกและริมฝีปาก)เป็นงานที่ต้องใช้ เทคนิค จะกดเบาไปจะไม่มีผล แต่ถ้าแรงไปจะทำให้รู้สึกเจ็บ

ธรณีเคยทำสิ่งนี้มาก่อนเมื่อเขาอยู่ในเขตทหาร ในเวลานี้ เผชิญหน้ากับนรมน จู่ๆเขาก็เก้งๆกังๆ
กลิ่นหอมจาง ๆ ของผู้หญิงลอยผ่านจมูกของธรณี

เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยเข้าใกล้ผู้หญิง ไม่ใช่เพราะความชอบ พิเศษอะไร แต่เป็นเพราะเขายอมขาดแคลนดีกว่าได้ของที่ คุณภาพด้อยกว่า เขาจึงรักนวลสงวนตัวมาโดยตลอด ตอนนี้ ได้กลิ่นหอมหวานบนร่างกายของนรมนอย่างกะทันหัน ก็สติ หลุดลอยเล็กน้อยในชั่วครู่นั้น

เมื่อตระหนักถึงว่าตัวเองกำลังคิดอะไร ธรณีก็หยุดความคิด ของเขาอย่างรวดเร็ว และกดไปที่เหยินจง(ตรงกลางจมูกและ ริมฝีปาก)ของนรมน

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้นรมนร้องอุทานออกมา ก็ตื่น ขึ้นมาทั้งคนทันที

เนื่องจากปัญหาเรื่องมุมทำให้ ธรณีที่กำลังเผชิญหน้า โดยตรงกับนรมน ทันทีที่นรมนลืมตาขึ้นเธอก็เห็นใบหน้า ที่ขยายใหญ่ขึ้นของ ธรณีอยู่ใกล้ ๆ เธอก็ยกแขนขึ้นโดย จิตใต้สำนึก

“ป๊าบ”เสียงดังฟังชัด หน้าของธรณีถูกนรมนตบอีกครั้ง

แม้แต่ก็พฤกษ์ทนไม่ได้ที่จะมอง

ผู้สืบทอดมรดกแห่งตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ถูกผู้หญิงตบหน้า ไปสองครั้งในหนึ่งวัน ถ้าพูดออกไปละก็ หน้าของธรณีไม่รู้ว่า ไว้ไหนแล้วจริงๆ
ธรณีก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าสิ่งที่ต้อนรับเข้าจะเป็นมือที่ฟาด เข้ามาอย่างแสนสา

เขาอึ้งไปสักพัก จากนั้นก็ทำหน้าเย็นชา

แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร การตบครั้งนี้ถือว่าเขาติดหนี้นรมน

นรมนตบเสร็จเพิ่งพบว่าตัวเองเหมือนเข้าใจผิด

“ฉันเป็นอะไรไป?”

นรมนรีบถามพฤกษ์ที่อยู่ด้านข้าง

พฤกษ์เล่าเรื่องที่ธรณีช่วยเธอกดเหยินจง(ตรงกลางจมูกและ ริมฝีปาก) ออกมา

นรมนลุกขึ้นอย่างเฉยชา พูดคำขอบคุณอย่างเรียบเฉย ก็ไม่

ได้สนใจธรณีอีก

ธรณีพูดไม่ออกว่าในใจเป็นความรู้สึกอย่างไร ทั้งโกรธเล็ก น้อย แต่ก็เหมือนปนไปด้วยความผิดหวังนิดหน่อย ส่วนเพราะ อะไรนั้น เขายังไม่ไปคิดก่อน

ไฟของห้องฉุกเฉินดับลง บุริศร์ถูกเข็นออกอีกครั้ง

คุณหมอเหนื่อยเล็กน้อย พูดเสียงเบา “ ไข้ของประธานบุรีศร์ลดไปแล้ว แต่ยังต้องคอยสังเกต ถ้าพรุ่งนี้เช้าเขาตื่นขึ้นมา ได้ทุกอย่างก็โอเคแล้ว”

ยังไงแล้ว ก็ยังคงไม่รู้ผล

นรมนบอกตัวเองว่าห้ามล้มลงเด็ดขาด ถ้าเธอล้มลง บุริศร์จะ ทําอย่างไร??

ทั้งสองกลับเข้าห้องผู้ป่วยหนักอีกครั้ง

ครั้งนี้บุริศร์ไม่ได้พูดเรื่องไร้สาระอีก และไม่มีไข้ นอนหลับ อย่างสงบ แต่นรมนไม่กล้ากระพริบตา

เธอกลัวว่าตัวเองจะงีบหลับ บุริศร์เป็นอะไรเธอจะไม่รู้ เวลาประมาณตีสี่ บุริศร์ได้ตื่นมา

เขาลืมตาขึ้น มองเพดานสีขาวอย่างว่างเปล่า ในชั่วขณะนั้น แยกไม่ออกว่ามันคือที่ไหน

เขาขยับนิ้วอย่างกะทันหัน ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยลอยเข้ามา

ในจมูกพร้อมกลิ่นหอมหวาน

“นายตื่นแล้วเหรอ?”

ใบหน้าของนรมนปรากฏตรงหน้าบุริศร์ ดวงตาของเธอแดงก่า แต่มีความดีใจวามผ่านในทันที

บุริศร์นึกว่าตัวเองหลอน

นรมนทำไมถึงโผล่มาอยู่ที่นี่?

แล้วทำไมถึงแคร์เขาขนาดนี้?

เขาต้องฝันอยู่แน่ๆเลย!

หรือว่าเขาตายแล้ว?

ไม่งั้นทําไมถึงเกิดภาพหลอนล่ะ?

บริศ อยากจะยื่นมือไปจับนรมน แต่กลับได้ยินเธอบอกว่า “นายอย่าขยับ เดี๋ยวฉันไปตามหมอ

พูดเสร็จนรมนก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

บริศ อยากจะพูด แต่เขากระหายน้ำมาก

เขาขยับตัวเบา ๆ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาฟื้นคืน

สติทันที

เขายังมีชีวิต?
บุริศร์ตกตะลึงและสับสน คุณหมอตามนรมนกลับมา

“คุณหมอคะ เขาตื่นแล้ว หมอบอกว่าตื่นมาก็มีอะไรแล้วไม่ใช่ เหรอคะ? หมอช่วยตรวจให้เขาหน่อย ว่าตรงไหนยังมีปัญหา อีก”

นํ้าเสียงของนรมนมีความตื่นเต้นและดีใจ

บุริศร์ไม่ได้เห็นนรมนเป็นเวลานาน แม้ว่าหน้าตาจะแตกต่าง กัน แต่ท่าทีและแววตานั้นทําให้เขาเหมือนย้อนกลับไปเมื่อห้า ปีก่อน

เขาเรียกออกไปโดยห้ามไม่ได้ “นรมน…….

เสียงของเขาแหบแห้ง ราวกับฆ้องที่แตก เขาไม่คาดหวังว่า นรมนได้ยินเขา ไม่คิดว่านโมนจะหันกลับมาทันที รีบเดินมา หาเขาอย่างรวดเร็ว ลดตัวลง ถามเบา ๆ “มีอะไร? ไม่สบาย ตรงไหนหรือเปล่า?”

“เปล่า”

จริงๆแล้วบุริศร์รู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว

ลําคอของเขาเจ็บอย่างรุนแรง หน้าอกของเขาก็เจ็บจนไม่ สามารถทนได้ แต่ความเจ็บปวดเหล่านี้เทียบกับนรมนแล้วไม่ ถือว่าเป็นอะไร
เขาจับมือของนรมนไว้แน่น แม้ว่าเขาจะไม่มีแรงมากนัก แต่ เขาก็จับมันไว้แน่น ราวกับว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขากลายเป็นฟองสบู่

คุณหมอเห็นบุริศร์ท่าทีแบบนี้ ก็ตกใจไม่มากก็น้อย

นี่เป็นบุริศร์ที่เขาลือกันว่าไร้ความรู้สึกที่ไหนกันล่ะ!

แต่ว่าคุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไร เริ่มทำการตรวจร่างกายของบุ

ริศร์

นรมนจะรินน้ำให้เขาสักแก้ว แต่บุริศร์ไม่ยอมปล่อยมือ สายตาเฉี่ยวที่สวยงามคู่นั้นมองไปที่นรมนอย่างลึกซึ้ง มองจน ใจของนรมนกระสับกระส่ายราวกับกวางน้อยที่กระโดดไปมา

ไม่กล้าคิดเลยบุริศร์ที่เป็นแบบนี้ เธอก็ไม่อยากทำลาย บรรยายแบบนี้ ก็เลยตามอารมณ์บุริศร์ไป

คุณหมอถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากการตรวจ รักษาบุริศร์ “ประธานบุริศร์ผ่านช่วงอันตรายแล้ว แต่เขา ต้องการพักผ่อนอาการบาดเจ็บของเขาอยู่ใกล้กับหัวใจมาก เกินไป ครั้งนี้เขาเสียเลือดมากเกินไป ต้องได้รับการรักษา อย่างระมัดระวัง ”

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
นรมนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อได้ยินว่าเขาไม่เป็นไร เธอ จะยืนขึ้นไปส่งคุณหมอ แต่บุริศร์ไม่ยอมปล่อยมือ

คุณหมอยิ้มแล้วพูด “พวกคุณคุยกันเลยครับ เดี๋ยวผมออกไป เองครับ

หลังจากนั้นคุณหมอก็ยิ้มและจากไป

นรมนรู้สึกไม่คุ้นเคยกับบุริศร์ที่เป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะ เห็นภาพท่าทีที่กานต์อ้อน

“ปล่อยมือ!”

เธอหน้าตึง

บุริศร์ไม่ได้พูด แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ สายตาก็มุ่งมั่นมาก

ขึ้น

นรมนรู้สึกหมดคำพูดเล็กน้อย

“ถ้านายไม่ปล่อยมือ ฉันจะรินน้ำให้นายยังไง? คอนายแห้ง หรือเปล่า? ไม่อยากคุยกับฉัน?

นรมนเสียงอ่อนลงอย่างห้ามไม่ได้

นรมนแบบนี้เหมือนกับนรมนเมื่อห้าปีก่อน เสียงเบาอ่อนโยนแม้แต่สายตาก็มีความอ่อนโยนด้วย

บุริศร์หลงระเริงในสายตาของเธอ ท่าทีเบลอๆใสๆทําให้นร มนรู้สึกว่าเขาอาจจะเป็นไข้จนสติหายไปแล้ว

“ไม่ใช่ว่าเป็นไข้อีกแล้วนะ?”

นโมนใช้มืออีกข้างจับหน้าผากของบริศ อย่างรวดเร็ว พบว่า อุณหภูมิร่างกายของเขายังคงปกติ ก็รู้สึกโล่งใจ

บุริศร์รู้สึกว่าทั้งหมดนี้ดูเหมือนความฝัน ไม่ใช่ความจริง เลย แม้ว่าในตอนนี้เขาจะจับฝ่ามืออุ่นๆของนรมน แต่ก็ยังรู้สึก เหมือนความฝัน

ราวกับรับรู้ถึงความไม่สบายใจของบุริศร์ นรมนก็ปลอบโยน บริศ เหมือนที่เธอปลอบกานต์และพูดว่า “นายปล่อยมือก่อน ได้ไหม?นายทําแบบนี้ฉันเหนื่อยจริงๆนะ ฉันเฝ้าดูนายตลอด ทั้งคืนโดยไม่หลับตา นายจะใจแข็งให้ฉันยืนแบบนี้จริงๆเห รอ?

บุริศร์ได้ยินนั้น แม้จะอาลัยแค่ไหนก็ตาม ก็ปล่อยมือนรมนไป แต่สายตาของเขาก็คงยึดติดเล็กน้อย

ทันใดนั้นนรมนก็นึกถึงกานต์พอดี

แววตาของเธอดูอ่อนโยนอย่างสุดขีด
“ฉันริน ให้ อยากกินอะไร? ฉันกลับไปหามาให้

นรมนลุกขึ้นมารินน้ำแก้วหนึ่งให้บุริศร์

บริศ อยากจะดื่มน้ำ แต่ทำไมขยับตัวก็เจ็บปวดมาก

“อย่าขยับ!”

นรมนรีบห้ามเขาไว้ และวางแก้วน้ำลงอย่างระมัดระวัง ทำ เตียงของเขาให้สูงขึ้น จากนั้นก็ป้อนอาหารบุริศร์ทีละนิด

หากนี่เป็นความฝัน บุริศร์หวังว่าจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกตลอดชีวิต

สายตาของเขาตั้งแต่ที่ลืมตาขึ้นก็ไม่เคยละจากนรมน

เขาพบว่าดวงตาของนรมนแดงก่ำจริงๆ และรอยคล้ำใต้

ดวงตาทำให้คนรู้สึกไม่สบายใจ

ลำคอดีขึ้นบ้างเพราะความชุ่มชื้นน้ำอุ่น

บริศ พูดเสียงเบา “คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ”

“ก็ดี นายอยากกินอะไร ฉันทำแล้วเอามาส่งให้นาย แต่ช่วง ของตอนเช้าฉันทำไม่ทันแล้วนะ เที่ยงไหม เที่ยงทำโจ๊กกับไข่ ดองและเนื้อไม่ติดมันมาให้ ฉันจำได้ว่านายกิน ไม่รู้ว่ารสนิยมของนายจะเปลี่ยนไปในห้าปีนี้หรือเปล่า

“ไม่หรอก เพียงแค่เป็นคุณทำ ทำอะไรผมชอบหมด”

บุริศรยิ้มอ่อนๆ

นรมนเห็นว่าเขาเป็นแบบนี้ ก็ไม่รู้ควรพูดอะไรดี

“นายเพิ่งตื่น พักผ่อนดีๆ ธรณีรออยู่ที่ข้างนอกตลอด จะ จัดการกับเขายังไงตามใจนายเลย ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆ กลับ ไปพักผ่อนก่อนนะ ฉันไปเรียกพฤกษ์เข้ามาดูแลนาย”

“ครับ!”

จริงๆแล้วบุริศร์ไม่อยากให้นรมนไป แต่เห็นท่าทีที่เหนื่อยของ นรมนแบบนี้ เขารู้สึกเอ็นดูปวดใจ

ไม่คิดว่าการที่ตัวเองถูกยิงครั้งนี้ ทำให้นิสัยของนรมนที่มีต่อ เขาเปลี่ยนไปอย่างมาก นี่ถือว่าเขาโชคดีในความโชคร้าย

ไหม?

บุริศร์แอบดีใจ

ในตอนที่พชนรมนเรียกพฤกษ์เข้ามา พอเจอบุริศร์ก็ดีใจมาก
“ประธานบริศร์ ท่านตื่นสักที ถ้าท่านยังไม่ตื่น

เอาตายกับธรณีแล้ว”

คำพูดของพฤกษ์ทำให้บุริศร์ตะลึง

“หมายความว่าไง?

นรมนรู้สึกอายเล็กน้อย

“พวกนายคุยเลย ฉันกลับก่อนนะ”

“ให้พฤกษ์ส่งคุณไป คุณไปคนเดียวผมไม่ไว้ใจ

บุริศ ขยิบตาให้พฤกษ์

พฤกษ์รีบติดต่อทางโรงพยาบาลหาพยาบาลเพื่อดูแลบุริศร์ โดยเฉพาะ จากนั้นส่งนรมนกลับ

เดิมทีนรมนต้องการปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นท่าทีที่ดูกังวลของบุริ ศร์ ก็เลยยอมรับไป

ธรณีเห็นนรมนเดินออกมา ก็ได้รับคำตอบที่เขาต้องการจาก

ใบหน้าของเธอ

“ประธานบริศร์ตื่นแล้วเหรอครับ? ผมขอเข้าไปเจอเขาหน่อยได้ไหมครับ?”
ธรณีไม่ค่อยพูดจาเกรงใจแบบนี้กับใครบ่อยๆ

นรมน นตัวกลับราวกับว่าไม่เห็นเขา ทําให้ธรณีอายมาก

พฤกษ์รีบตามขึ้นไป

เวลานี้เขานับถือในตัวนรมนมาก ปฏิบัติตัวกับนรมนอย่างกับ ว่าเธอเป็นภรรยาของหัวหน้าตระกูลโตเล็ก

“คุณนรมนครับ เพราะเรื่องบางอย่างธิดาไม่สามารถปกป้อง คุณอย่างใกล้ชิด ผมจะรีบเลือกบอดี้การ์ดในเหล่าบอดี้การ์ด ให้คุณหนึ่งคน”

พฤกษ์เปิดประตูรถให้นรมน พร้อมกับพูดขึ้น

นโมนไม่ค่อยมีความเห็นเกี่ยวกับธิดา และจำไม่ค่อยได้มาก นัก ก็พยักหน้ายอมรับเมื่อพฤกษ์พูดแบบนี้

เธอเหนื่อยเหลือเกิน ประสาทกังวลตลอดทั้งคืน หลังจากรู้ ว่าบุริศร์ไม่เป็นอะไร นรมนไม่สามารถทนได้อีกหลับไปในรถ

โดยตรง

รถขับกลับไปที่บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็ก

พฤกษ์เห็นว่านรมนกำลังหลับสนิท กำลังลังเลว่าจะปลุกนร มนดีไหม? ก็เห็นมีคนหนึ่งมุ่งเดินเข้ามาทางรถของพวกเขาอย่างร้อนรน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ