รักสุดท้ายให้กับนาย

บทที่ 44 อำนาจที่จะไม่อ่อนข้อให้2



บทที่ 44 อำนาจที่จะไม่อ่อนข้อให้2

บทที่ 44 อำนาจที่จะไม่อ่อนข้อให้2

หลังจากวางสายโทรศัพท์ บุริศรก็พูดกับกานต์ว่า “คาด เข็มขัดนิรภัยซะ ฉันจะพาเธอไปหากิจจา

กานต์ไม่ได้พูดอะไรแต่ไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัย

ตลอดทาง ไม่ว่าบุริศร์จะพูดอะไรกับเขา กานต์ก็ไม่ตอบแถม ยังหยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลง ท่าทางไม่แยแสแบบนี้ทำให้บุริศร์ สับสนเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรตอนไหนให้เด็กคนนี้ ไม่พอใจ

บรรยากาศกดดันอบอวลไปตลอดทาง เมื่อถึงบ้านใหญ่ ตระกูลโตเล็ก กานต์ลงจากรถเป็นคนแรก

“ขอบคุณครับ ประธานบริศร

ท่าทางที่สุภาพนั้นไร้ที่ติ แต่ทำให้บุริศร์รู้สึกไม่สบายใจอย่าง

มาก

“เธอเรียกฉันว่าคุณอาริสได้นะ”

กานต์แค่ยิ้มๆ หลังจากนั้นก็เข้าไปบ้านใหญ่ตระกูลโตเล็ก พร้อมกับบุริศร์
บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็กใหญ่มาก แต่ก็เก่าไปหน่อย ดูแล้ว เหมือนอาคารที่ล้าสมัย แต่การตกแต่งภายในนั้นชัดเจน ทุกๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความหรูหราที่ไม่มากเกินไป

กานต์ไม่พูดอะไรเลย ไปถึงห้องของกิจจาพร้อมกับบุริศร์

“คุณพ่อหรอ? ”

กิจจาเพิ่งตื่นนอนได้ไม่นาน คนรับใช้รอจนกระทั่งเขากิน อาหารเสร็จ เมื่อเห็นบุริศร์กลับมาในตอนนั้น เขาก็รู้สึกแปลก ใจไม่น้อย แต่ไหนแต่ไรในเวลางานบุริศร์จะกลับมาบ้านน้อย ครั้งมาก

กานต์โผล่ออกมาจากด้านหลังของบุริศร์

“โย่ 4 ขวบแล้วยังต้องให้คนรับใช้รอจนกินเสร็จ ช่างสมเป็น คุณชายจริงๆ”

คำพูดของกานต์นำมาซึ่งการเยาะเย้ยเล็กน้อย แต่กิจจาดีใจ จนกระโดดโลดเต้นออกมาทันที

“กานต์หรอ? นายมาทำไม? มาเยี่ยมฉันใช่มั้ย? ”

ความดีใจของกิจจานั้นเกินที่จะบรรยาย เขาผลักคนรับใช้ ออกไปแล้ววิ่งลงจากเตียงด้วยเท้าเปล่า สวมกอดกานต์อย่าง แนบแน่น ทั้งตะโกน ทั้งหัวเราะ
กานต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ผลักเขาออกไป

กมลก็ชอบกอดเขาเช่นกัน แต่การกอดของน้องสาวของเขา ต่างจากการกอดของกิจจาอย่างเห็นได้ชัด และรอยยิ้มที่ จริงใจบนใบหน้าของกิจจาทำให้กานต์ไม่อาจใช้มือผลักเขา ออกไป

“อั้ยหย่า นายอยากให้ฉันตายหรอไง รีบปล่อยเลยเร็วเข้า แล้วนี่นายไม่ได้เป็นไข้อยู่หรอ? ก่อนลงมาจากเตียงยังไม่ ใส่รองเท้าอีก ยังคิดจะอยู่บ้านอีกสองสามวันโดยไม่ต้องไป โรงเรียนใช่มั้ย? ”

คิ้วของกานต์ขมวดเข้าหากัน

พอกิจจาได้ยินแบบนั้น ก็รีบปล่อยกานต์ทันทีแต่ยังไม่ปล่อย มือจากเขา ยิ้มพลางพูดว่า “นายมาหาฉันจะไม่ดีได้ยังไง? พ่อฉันเป็นคนพานายมาหรอ? ขอบคุณครับพ่อ”

การที่กิจจาพูดขอบคุณทำให้บุริศร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ในความทรงจำ กิจจาค่อนข้างเป็นเด็กขี้อาย แม้ว่าบางครั้ง กับเขาดูเป็นเด็กที่ถูกตามใจ แต่ว่าท่าทางดีใจขนาดนี้เขาไม่ ค่อยจะได้พบเจอท่าไหร่นัก การได้พบกับกานต์ในตอนนี้ช่าง เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เห็นได้ชัดเลยว่าเขาชอบกานต์จากใจ จริง
“พวกเธอค่อยๆคุยกันไปนะ ฉันจะไปบอกแม่บ้านให้ทำของ ว่างให้พวกเธอ สักครู่หนึ่งกานต์ก็จะต้องกลับแล้วนะ กิจจา อย่าเสียงดังเกินไปล่ะ”

บุริศร์พูดเสร็จไม่กี่ประโยคก็ออกไป

หลังจากที่เขาออกไป กิจจาก็สั่งให้คนรับใช้ออกไปเช่นกัน รีบปิดประตู พูดกระซิบว่า “ไม่ว่าอะไรฉันก็จะไม่พูดหรอก ฉัน จะไม่หักหลังนาย”

เห็นท่าทางของกิจจาในเวลานั้น กานต์รู้สึกลำบากใจไม่น้อย เขารีบเปลี่ยนสีหน้าและพูดว่า “รีบขึ้นมาบนเตียงนอนพักเถอะ ฉันซื้อของเล่นมาให้นายชิ้นนึงด้วยนะ นายลองดูว่าชอบรึ เปล่า? ”

กานต์หยิบหุ่นยนต์ส่งให้กิจจา

ตั้งแต่เล็กจนโตกิจจายังไม่มีของเล่นแบบไหนที่เขายังไม่เคย เห็น แต่ว่านี่คือครั้งแรกที่ได้รับของจากเพื่อนร่วมฉันเรียน และ ก็ยังเป็นเพื่อนร่วมฉันเรียนที่เขาชอบมากที่สุดอีกด้วย ช่าง เป็นเวลาแห่งความสุขจริงๆ

“ให้ฉันหรอ? เยี่ยมไปเลย”

เขาแกว่งมันเล่นไปมา

เห็นท่าทางที่คุ้นเคยของกิจจาแล้ว กานต์ก็รู้ได้ว่าเขามีของเล่นแบบนี้ไม่เคยขาดมือ เขาพูดเบาๆ ว่า “ไว้ฉันจะออกแบบ ของเล่นแบบอื่นละเอามาให้นายวันหลัง นายเล่นอันนี้ไปก่อน ละกัน”

“นายออกแบบหรอ? นายออกแบบของเล่นได้หรอ? ”

กิจจาทําหน้าชื่นชม

“อื้ม แต่นายต้องไม่ไปบอกคนอื่นนะ ไม่งั้นฉันไม่ออกแบบให้ นายแน่”

“ไม่บอกไม่บอก ต่อให้ตีฉันให้ตายฉันก็ไม่บอกหรอก กานต์ พวกเราเป็นพี่น้องกัน นายให้ฉันรักษาความลับไว้ ฉันก็จะไม่ ขายนายแน่นอน แม้แต่แม่ของฉันฉันก็จะไม่บอกเหมือนกัน นายดูดิ ก้นของฉันบวมเปล่งไปหมดเลย

กิจจาถอดกางเกงออกอย่างน่าเวทนา ก้นที่บวมแดงนั้นทำให้ ตาของกานต์หรี่ลงเล็กน้อย มือน้อยๆเผลอไปแตะโดยไม่รู้ตัว

“แม่นายตีหรอ? ”

“อื้ม เจ็บมากเลยล่ะ”

ความคับข้องใจของกิจจาพรั่งพรูออกมา ตาเอ่อล้นไปด้วย น้ำตา แต่เขาก็อดกลั้นเอาไว้ แล้วยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า “ฉันยอดเยี่ยมไปเลยใช่มั้ยล่ะ? ฉันคนนี้มีชื่อว่าอะไรกันล่ะ? ไม่ว่าอะไรก็จะไม่อ่อนข้อให้”

“อำนาจที่จะไม่อ่อนข้อให้

กานต์พูดเสริม

“ใช่ใช่ใช่! อำนาจที่จะไม่อ่อนข้อให้ ฉันเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว แบบนี้ถึงจะเหมาะเป็นพี่น้องกับนายใช่มั้ย? กานต์ นายให้ฉัน เป็นพี่น้องกับนายได้รึเปล่า?”

กิจจามองกานต์ด้วยตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

จู่ ๆ กานต์ก็พูดไม่ออกขึ้นมากะทันหัน

แรกเริ่มเดิมทีเขาตั้งใจจะเกลียดกิจจา เข้าหาเขาเพียงเพื่อใช้ ประโยชน์จากเขาเท่านั้น แต่ตอนนี้ทําไมในใจของเขาถึงรู้สึก แย่ขนาดนี้กันนะ?

“นายรีบใส่กางเกงเข้าเถอะ ถ้าคนอื่นมาเห็นนายถอดกางเกง ต่อหน้าฉัน คงไม่รู้จะพูดยังไงเลย? ”

กานต์รีบเปลี่ยนเรื่องคุย

ตาของกิจจาฉายแววแห่งความผิดหวังออกมาเล็กน้อย แต่ก็ ยังยิ้มและพูดออกมาว่า “ได้เลย พี่ใหญ่ให้ผมทำอะไรผมก็จะ
“ใครเป็นพี่ใหญ่ของนาย? นายโตกว่าฉันไม่ใช่หรอ? ”

คิ้วของกานต์ขมวดขึ้นมาอีกครั้ง

ทำไมกิจจาคนนี้ช่างเป็นคนที่ชอบทำให้คนอื่นเกลียดเหมือน บุริศร์ไม่มีผิดเลยนะ? แต่เขายังคงยืนกรานที่จะไม่เอาเท้า ออกไป

เกิดอะไรขึ้นกันนะ?


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ