How Much รักของนายหาซื้อที่

ตอนที่74 กิ่งทองใบหยก



ตอนที่74 กิ่งทองใบหยก

ตอนที่ 74 กิ่งทองใบหยก

พิธีกรกล่าวแนะนำด้วยความฮึกเหิม จิรภาสเดินออกมา จากเวทีด้วยชุดสูทที่ดูเข้ากันกับเขา ความสุขุมนุ่มลึกเมื่อ อยู่ท่ามกลางแสงไฟเช่นนี้ช่างทำให้เขายิ่งดูน่าหลงใหล ลักษณะท่าทางที่ดูเย็นชาของเขาทำให้เขาดูแตกต่าง จากคนอื่นๆ

สายตาของเขาจับจ้องไปยังจิดาภา แล้วผละออกไป หลังจากนั้นไม่กี่วินาที

“ขอเชิญคุณจิรภาสกล่าวอะไรกับพวกเราเสียหน่อยนะ คะ เชิญค่ะ” พิธีกรส่งไมโครโฟนต่อให้เขา

จิรภาสหยุดชะงักไปไม่กี่วินาที แล้วกล่าวขึ้น “ผมหวังว่า ศิลปินของเคเอฟจะมีผลงานดีๆออกมาให้เห็นกันในไม่ ช้านี้นะครับ ขอให้รายการภาพยนตร์ครั้งนี้ประสบความ สำเร็จครับ”

บริษัทเค.เอฟนับว่าเป็นบริษัทนายหน้าที่มาตรฐานสูง ที่สุดในวงการนี้แล้ว แต่ความทะเยอทะยานของจิรภาสไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้

เขาอยากที่จะให้ศิลปินในเครือของเขาประสบความ สำเร็จมากกว่านี้ ให้บินไปได้สูงและไกลเหมือนกับนก อินทรีย์

จิดาภามองไปยังผู้ชายที่ยืนอยู่บนเวทีด้วยแววตาที่เป็น ประกายราวกับดวงดาวในขณะนั้น เธอให้คำสัญญากับ ตัวเองด้วยความตั้งใจจริง ว่าเธอจะทำให้ตัวเองได้ไปยืน อยู่เคียงข้างเขาให้ได้โดยเร็วที่สุด

“คุณจิรภาสจะต้องเคยดูผลงานภาพยนตร์ดีๆมาไม่น้อย เลยใช่ไหมคะ พวกเราอยากรู้เหลือเกินค่ะว่าในใจของ คุณจิรภาส ภาพยนตร์และนักแสดงแบบไหนคะที่คุณจิร ภาสจะให้คะแนนเต็มสิบคะแนน”

“คำถามนี้ผมขอยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกันนะครับ” จิร ภาสไม่ต้องคิดอะไรมากเลยในการตอบคำถาม “ผมคิด ว่าภาพยนตร์ที่ดีควรเป็นภาพยนตร์ที่ให้ความรู้สึกประทับ ใจกับเราได้ และส่วนนักแสดงก็ควรจะเป็นนักแสดงที่ สามารถสื่อความรู้สึกที่แท้จริงของตัวละครออกมาได้ อย่างเช่นช่วงนี้ผมได้ดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า ความฝันของดอกไม้ ผมรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานที่ดีมากเรื่องหนึ่งและหา ดูได้ยากด้วยครับ นักแสดงทุกคนก็แสดงได้อย่างยอด เยี่ยม”

พิธีกรยิ้ม และมองไปทางทิศทางที่จิดาภานั่งอยู่ “เท่าที่ ดิฉันทราบมา นางเองของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็อยู่ในงาน ตอนนี้ด้วยนะคะ คุณจิดาภาค่ะ!”

และในทันใดนั้น แสงสปอร์ตไลท์ได้ฉายมายังเรือนร่าง ของเธอ เครื่องประดับบนชุดที่เธอสวมใส่นั้นเมื่อโดน แสงจากไฟเช่นนั้นแล้วส่งแสงระยิบระยับตาเป็นอย่าง มาก

จิดาภาลุกขึ้นยืนสุขุมใจเย็น เอื้อมมือหยิบไมโครโฟนที่ เจ้าหน้าที่ยื่นส่งมาให้เธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอขอบคุณการการันตีในภาพยนตร์เรื่องนี้จากคุณจิร

ภาสนะคะ

เธอรู้ว่าจิรภาสตั้งใจจะกล่าวเช่นนี้เพื่อสร้างโอกาสให้ เธอได้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน

แต่ประโยคนี้ก็สามารถดึงดูดคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนได้เป็นอย่างดี ทุกคนรู้ว่าจิรภาสผู้อำนวยการของบ ริษัทเค.เอฟเป็นเหมือนเทพในวงการนี้ เขาเกลียดที่สุด คือพวกนักแสดงผู้หญิงที่มักจะเข้าหาเขา เพียงแต่เมื่อ เอ่ยถึงชื่อของภาพยนตร์เรื่องนี้ จิดาภาจึงกล้าที่จะคุยกับ เขา เป็นที่เห็นได้ชัดว่าเธอใช้โอกาสนี้ในการเข้าหาเขา

“ดูชิว่ามันจะปล่อยไก่อะไรอีก คิดว่าตัวเองดูดี แล้วจะ ทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ?”

“น่าสนใจจริงๆ…”

“เป็นแค่ทางผ่านเท่านั้นแหละ ทำได้เพียงใช้วิธีนี้เพื่อที่

จะอัพระดับตัวเอง”

บนเวที จิรภาสมองมายังจิดาภา เขารู้ว่าคนอื่นๆจะคิด อย่างไร แต่ก็ต้องเป็นเช่นนี้ จิดาภาถึงมีโอกาสที่ทำให้ พวกเขาประทับใจและเป็นที่จดจำ

“คุณจิดาภาตัวจริง สวยยิ่งกว่าอีกครับ”

คำพูดของจิรภาสนั้นแสดงถึงความจริงใจ ผู้อำนวยการบริษัทเค.เอฟเอ่ยชมศิลปินหญิงคนหนึ่งในงานแห่ง นี้อย่างนั้นหรือ หรือว่าเขา..

น้ำเสียงและสายตาของเขาทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า เขาชื่นชมจิดาภาจริงๆ

และเวลานั้นเองที่พิธีกรสังเกตเห็นชุดที่ทั้งสองคนสวม ใส่อยู่ “ทั้งสองท่านยังมีรสนิยมที่คล้ายกันอีกนะคะดูเป็น คู่ที่เหมาะสมกันมากเลยค่ะ ถ้าเช่นนั้นแล้วขอเชิญคุณจิ ดาภาขึ้นมาบนเวทีด้วยกันเลยดีไหมคะ?”

หากมองจากฐานะของจิรภาสแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่ เขาจะใส่ชุดที่ไม่มียี่ห้อ เสื้อผ้าทุกชุดของเขาล้วนแต่ผ่าน การคัดเลือกยี่ห้อมาแล้วเป็นอย่างดี ชุดที่จิดาภาสวมใส่ อยู่นั้นไม่นึกเลยว่าจะเข้ากันกับชุดสูทของเขาเช่นนี้ นั่น แสดงว่าเธอคงจะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอย่าง แน่นอน และเมื่อเธอปรากฏตัวท่ามกลางสายตาของผู้คน แล้วยิ่งเป็นสีสันของงานยิ่งขึ้นไปเสียอีก

จิดาภาก้มหน้าแล้วยิ้มเล็กน้อย ในใจคิดว่า กลับบ้านไป คงจะต้องคุยกับคุณจิรภาสเสียหน่อยแล้ว ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่ก้าวก่ายกับงานของเธอ แต่เขากลับใช้วิธีนี้เพื่อช่วยให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในที่แบบนี้คนที่จะ ทำให้วุ่นวาย คงมีแต่เขาเท่านั้นแหละ

และเมื่อพิธีกรเอ่ยเชิญเธอให้ขึ้นไปบนเวทีนั้น เธอรับรู้ ถึงสายตาของผู้คนรอบๆที่มองมายังเธอ มีทั้งความอิจฉา ทั้งดูถูกเหยียดหยาม…แต่เธอก็ลุกขึ้นยืนด้วยความกล้าที่ มีรวบกระโปรง แล้วเดินขึ้นไปยังบนเวที

เมื่อเธอเดินขึ้นไปแล้วหยุดยืนอยู่ข้างๆจิรภาสนั้น ทั้ง งานตกอยู่ในความเงียบ

นั่นเป็นเพราะว่า พวกเขาทั้งสองคนนั้นดูเหมาะสมกัน มากเสียจริงๆ!

บรรดาช่างภาพยกกล้องขึ้นมาจับภาพไปที่พวกเขา แวว ตาของทั้งสองคนนั้นราวกับหลุดออกมาจากในนิตยสาร โดยเฉพาะความกลมกลืนเข้ากันของทั้งสองคนที่ไม่ สามารถอธิบายออกมาได้

จิดาภาแสดงความใจกว้างออกมาให้เห็น ไม่ว่าเธอจะ ทำอะไร ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี สู้เธอยอมรับแล้วถือเอาโอกาสนี้เป็นวิธีที่จะทำให้เธอได้ยืนอยู่ข้างๆ จิรภาสไปเลยไม่ดีกว่าหรือ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาส สำหรับเธอ

พิธีกรเอ่ยถาม “เมื่อสักครู่ที่ทางคุณจิรภาสกล่าวมานั้น คุณจิดาภาอยากจะพูดอะไรไหมคะ?”

คำถามนี้ราวกับเป็นหลุมพราง คำตอบของจิดาภาอาจ จะทำให้เธอกลายเป็นเครื่องมือของบริษัทนายหน้าอย่าง เค.เอฟ

ชนิศาที่อยู่ด้านล่างเวทียิ้มออกมาอย่างพอใจ ปืนยิ่งสูง ตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนัก จิรภาสขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ผู้ชาย ที่เป็นภูเขาน้ำแข็งเย็นชาที่สุดในวงการนี้ คราวนี้จิดาภา คงจะอับอายกลายเป็นเรื่องตลกของทุกคนแน่ๆ

หลังจากจบภาพยนตร์ไปแล้วหวังจะจับผู้มีอำนาจใน วงการบันเทิงอย่างจิรภาสอย่างนั้นหรือ?ฝันไปเถอะ

เมื่อได้ยินพิธีกรเอ่ยถามดังนั้น ในงานที่คึกคักในตอน

แรกเริ่มค่อยๆเงียบลง
ภายใต้การจับตามองไปยังจิรภาสของผู้คนทั่วทั้งงาน นั้น เขาเอื้อมหยิบไมโครโฟนจากจิดาภา “คำถามนี้ จะ ทำให้คุณจิดาภาลำบากใจนะครับ”

วิธีการของคนมีฐานะมีหน้ามีตาอย่างเขานั้นช่างน่าทิ่ง เสียจริง ไม่คิดว่าเขาจะช่วยแก้หน้าให้กับจิดาภาเองเช่น นี้ หรือว่าเขาจะยอมแพ้ให้จิดาภาไปเสียแล้วกัน?

ขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดากันไปต่างๆนานาอยู่นั้น จิร ภาสแสดงความเย็นชาออกมา “ไม่เช่นนั้นแล้วการถ่ายรูป ร่วมกันระหว่างผมกับเธอคงจะต้องสิ้นสุดลงแค่นี้นะครับ”

จิรภาสเป็นคนที่อยากจะถ่ายรูปกับเธอก่อน

ดูแล้วคงไม่ใช่จิดาภาที่อยากจะคบหากับจิรภาส คง เป็นเจตนาที่ได้ยินเรื่องการแต่งกายของเขา แล้วอยาก จะสร้างสถานการณ์ให้เป็นเหมือนความบังเอิญ หากทั้ง สองคนที่ถูกจับคู่ให้อยู่ด้วยกันแล้วดูเหมาะสมคงจะเป็น เหตุการณ์ที่ถือว่าสวยงามมากเลยทีเดียว ผู้อำนวยการ ของบริษัทเค.เอฟ ทำไมถึงได้อยากจะถ่ายรูปกับเธอกัน?
แต่ในสายตาของคนอื่นๆนั้น สามารถถ่ายรูปร่วมกันกับ จิรภาสได้นั้น ถือว่าเป็นความโชคดีของเธอเหลือเกิน

เมื่อเห็นดังนั้น พิธีกรจึงผายมือแล้วกล่าวกับคุณทั้งสอง คน “ต้องขอขอบพระคุณคุณจิรภาสที่ให้เกียรติขึ้นมาบน เวทีนะคะ แล้วก็ขอบคุณคุณจิดาภาด้วยเช่นกันค่ะ เชิญ ทั้งสองท่านนั่งพักผ่อนตามสบายนะคะ”

ราวกับคู่รักที่ยืนอยู่ด้วยกันเมื่อสักครู่ทั้งสองคนจึงรีบ แยกออกจากกัน แล้วกลับไปนั่งยังที่นั่งของตัวเอง เฉก เช่นเมื่อครู่เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าของจิดาภาไม่ได้แสดงอาการที่เหมือนตัวเองจะ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ คลื่นลูกใหญ่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึก ตกใจไปกว่าสายตาที่ได้รับการชื่นชมมากมายเช่นนี้

ไม่มีใครสงสัยเรื่องที่เธออาศัยกลอุบายเพื่อที่จะเข้า ใกล้จิรภาส แต่กลับรู้สึกว่าการได้ถ่ายรูปกับคนดังคน ใหญ่คนโตอย่างเขานั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา

ไปเสียแล้ว

“ที่ เสแสร้งได้เก่งจริงๆ”
เมื่อเห็นสิ่งที่จิดาภาแสดงออกมานั้น ที่ปืนารู้สึกไม่ พอใจ เธอกดเสียงต่ำแล้วเอ่ยกับชเยศ “ติดต่อนักข่าวที่ คุ้นเคยกับเราให้หน่อย ฉันจะทำให้เรื่องนี้เป็นข่าว ให้ทุก คนได้รู้กันไปเลยว่าจิดาภามันเป็นคนยังไง”

งานspecial nightที่เพิ่งจะเริ่ม ก็ดูมีความวุ่นวายเกิดขึ้น เสียแล้ว กับสิ่งที่จิรภาสไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดถึงนั้น ทำให้ หลายๆคนได้จดจำจิดาภาได้มากขึ้นจดจำว่าจิดาภาเป็น คนที่มีอีคิวสูงถึงเพียงนี้

คนหนึ่งที่เคยถูกแบน เคยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่อง ราวเกี่ยวกับรักสามเศร้า และยิ่งถูกผู้คนสงสัยในเบื้องลึก เบื้องหลังต่างๆนานาของเธอ จนกระทั่งมาถึงงานในวันนี้ เธอสามารถไปยืนอยู่ข้างๆจิรภาสได้อย่างไม่ด้อยไปกว่า ใคร

ในอนาคต ชื่อของจิดาภาจะต้องได้รับความนิยมอย่าง แน่นอน

บริษัทนายหน้าที่เคยถูกจิดาภาปฏิเสธนั้น ประธานธา วินของบริษัทรuper หันมาบอกกับผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆเขา ไปจัดการให้ผมหน่อย ผมอยากจะเซ็นสัญญากับเธอ”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ