How Much รักของนายหาซื้อที่

ตอนที่ 33 ฝันไปเถอะ



ตอนที่ 33 ฝันไปเถอะ

หลังจากที่ฐานิสาได้รับประกาศแจ้งมา มีความยินดีชื่นชม เป็นอย่างมาก มากกว่าจิดาภาเองเสียอีก ฝีมือกระจอกๆ อย่างชนิศาจะมาดังได้อย่างไร ต่อไปก็คอยดูละกันว่า คุณ ชเยศจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง

พอชนิศาได้ยินข่าวนี้ รีบกลับเข้าบริษัท มองเห็นฐานิออก มายืนอยู่ในสำนักงานมองเห็นจดหมายเชิญวางอยู่บนโต๊ะ ของชเยศ โกรธจัดเป็นอย่างมาก “ชเยศ คุณคงไม่รับงาน ให้จิดาภาจริงๆ หรอกนะ?”

เมื่อมาถึงตอนนี้ ใครก็ไม่สามารถหยุดการกลับมาดังใน วงการของจิดาภาได้อีก

ฐานิสาอยู่เงียบๆ ข้างๆ ไม่ได้เอ่ยอะไร ชนิศารับรู้ถึงภัยที่ กำลังใกล้เข้ามาสู่ตน แต่อำนาจการตัดสินใจกลับไม่ได้อยู่ ในมือของเธอ ต่อให้ชนิศากับชเยศจะมีความสัมพันธ์ลึก ซึ่งกันเป็นพื้นฐาน แต่ผลประโยชน์อันมากมายกองอยู่ตรง หน้า ชเยศจะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร

“คุณนั่งลงก่อน ผมจะค่อยๆ อธิบายให้คุณฟัง ตอนนี้กระแสข้างนอกเป็นเช่นนี้ ถ้าเกิดบริษัทยังกีดกันจิดาภา อยู่แบบนี้ มันจะส่งผลไม่ดีต่อภาพลักษณ์บริษัท รวมถึง เรื่องคลิปนั้นก็ยังไม่ได้จัดการ ถ้าเกิดเวลานี้ คุณสามารถ ปรองดองกันกับจิดาภาได้ ถ่ายละครด้วยกัน มันก็จะ ทำลายข่าวเสียๆ หายๆ นั้นไปเองจนถึงตอนนั้น ผมจะ ค่อยๆ ปล่อยข่าวการเลิกกันของผมและจิดาภาเอง ข้อ กล่าวหาว่าเป็นมือที่สามของคุณก็จะค่อยๆ หายไปเอง เมื่อ ถึงเวลานั้นรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมก็จะเป็นของ คุณ!”

ชเยศพูดแบบนี้ สายตาของชนิศาจึงเริ่มเป็นประกายขึ้น

“จริงหรอ?”

“แน่นอนสิ ผมจะหลอกคุณได้อย่างไร! จิดาภาจะเป็น เพียงแค่ทางผ่านให้เธอเท่านั้น”

ฐานิสาค่อยๆ ถอยออกมาจากห้องอย่างเงียบๆ บอกเล่า เรื่องราวทั้งหมดนี้ให้จิดาภาฟัง แม้ว่าเธอตัดสินใจที่จะ ติดตามจิดาภา แน่นอนว่าการรายงานเหตุการณ์ทุกอย่าง ต้องเป็นหน้าที่ของเธอเมื่อจิดาภาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว กลับไม่มีท่าทีใดๆ

“เธอไม่กังวลอะไรใดๆ เลยหรอ?” ยิ่งอยู่ใกล้จิดาภา ยิ่ง ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรกันอยู่กันแน่

“ฉันมีเรื่องหนึ่งให้เธอช่วย” จิดาภายิ้ม ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนหน้านี้ของฐานิสา กลับพูดต่อ “ช่วยยกเลิกคำเชิญพวก นั้นทั้งหมด ให้บอกไปว่า ฉันจะออกต่างประเทศไปฝึกซ้อม ฝีมือการแสดง”

ชเยศต้องการจะใช้จิดาภาเป็นบันไดให้ชนิศาไต่ขึ้น พวก ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งวิธีเอาเปรียบแบบนี้เธอเห็นมาเยอะแล้ว จะให้เขาสมใจไม่ได้

ฐานิสาคิดว่าจิดาภาฉลาดจริงๆ ใช้วิธีง่ายขนาดนี้ก็ สามารถคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้แล้ว

ตอนที่เธอเอาคำตอบนี้ไปบอกชเยศที่สำนักงาน ชนิศาก็ อยู่ด้วย

“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร! อยากจะไปฝึกฝนการแสดงที่ ต่างประเทศหรอ? เป็นไปไม่ได้!” ชเยศยังไม่ได้เอ่ยใดๆ แต่ชนิศากลับเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นแล้ว

“อันนี้น่าจะให้คุณชเยศเป็นคนตัดสินใจเองไหม?” ฐานิสา ถามขึ้น

ชนิศาสบถเบาๆ กระชากข้อมือของชเยศ “ชเยศขา คุณ พูดอะไรหน่อยสิ!”

“จิดาภาอยู่ที่ไหน? เรียกเธอให้มาพบฉัน”

ฐานิสาชะงักไปครู่ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นไปตามที่จิดาภาคาด การณ์ไว้ จึงได้บอกตารางงานวันนี้กับตนไว้ หยิบบัตรเชิญ งานดนตรีออกมา เป็นบัตรเชิญที่เชิญเฉพาะนักแสดงชื่อดัง ระดับสากลสายดนตรีโดยเฉพาะ ทั้งเมืองนี้ก็มีเพียงยี่สิบ กว่าคนที่ได้รับการ์ดเชิญนี้ อย่างคุณชเยศและคุณชนิศา ไม่มีแม้คุณสมบัติที่จะเข้างานนี้ได้อยู่แล้ว

“จิดาภาบอกเธอช่วงนี้ไม่สะดวกเข้ามาที่บริษัท ถ้าคุณ อยากพบเขา เชิญที่งานดนตรีนี้ได้เลย”

“เธอมีบัตรเชิญงานดนตรีนี้ได้อย่างไร ยังใจดีชวนชเยศ ไปด้วยขนาดนี้” ชนิศาอิจฉาจนตาลุกเป็นไฟแล้ว

“จิดาภาเป็นถึงคุณหนูของตระกูลวีรภัทรเมธี ต้องมี คุณสมบัติที่จะได้รับบัตรเชิญนี้อย่างแน่นอน แค่เมื่อก่อนใช้ ชีวิตแบบสามัญชนคนธรรมดา ไม่ได้เปิดเผยตัวเท่านั้นเอง รวมถึงตอนนี้กำลังจะถูกปิดกั้นจากทางบริษัทจะมีงานเป็น ส่วนตัวบ้างไม่ได้เลยเชียวหรือ?”

“แต่ว่า..”

จิดาภากัดฟันแน่น ในใจรู้สึกโกรธจัด รู้สึกไปไม่เป็นเพราะ คำพูดแบบนี้อีกแล้ว

เมื่อก่อนจิดาภายอมทั้งยศคุณหนูอันเลอค่าเพื่อจะมา อยู่กับชเยศ ยอมที่จะถอยออกจากวงการไป ยอมสละ ตำแหน่งเพื่อให้บริษัทของชเยศมั่นคงขึ้น ตอนนี้ชเยศ เสนอจะขอเลิกรา ตัวเธอเองก็เพื่อรักษาเกียรติของฝ่าย ชาย ทนยอมให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียว

จิดาภามองชเยศที่ถือบัตรเชิญอยู่ในมือ สิ่งที่จิดาภาให้มา สามารถยืนยันสถานะภาพของเธอได้

ชเยศขมวดคิ้วยุ่งเหยิง รอยยิ้มเย็นชาเอ่ยออกมา “ตอนอยู่กับฉัน ไม่เคยเอ่ยอ้างอะไรออกมาเลย พอตอนนี้เกิด เรื่อง กลับนึกถึงชีวิตคุณหนูหรูหรานั่นแล้วรี? คิดว่าเมื่อ ก่อนฉันไม่ให้ความยุติธรรมกับเธอใช่ไหม?”

ฐานิสาได้แต่สายหัว สองคนสองมุมมองจิดาภาคิดถูก แล้วที่ออกไปจากชีวิตเขา ไม่เช่นนั้นไม่รู้ว่าเธอจะต้องเจ็บ ปวดอะไรอีกบ้าง

“ถ้าเกิดว่าคุณชเยศจะไป ก็เชิญไปที่งานได้เลยนะคะ ฉัน ขอตัว” ฐานิสาทนดูพฤติกรรมของชายหญิงคู่นี้ต่อไปไม่ ไหว สู้ช่วยจิดาภาคิดหาวิธีจัดการต่อไปดีกว่า

จิดาภามีวิธีการที่เหนือความคาดหมายที่ทำให้ชเยศได้รู้ รสชาติที่แท้จริงของชีวิต ตอนที่เธออยู่กับเขา เหมือนเธอ ตัดสัมพันธ์กับบ้านวีรภัทรเมธีแล้วชัดเจน แต่ตอนนี้เธอ กลับเปลี่ยนไปมาก ไกลจนเอื้อมไม่ถึง ในใจของชเยศนั้น เต็มไปด้วยความเสียใจภายหลัง ที่ไม่สามารถรักษาจิดาภา ไว้ได้

ถ้าเกิดตนอดทนมั่นคงอีกสักหน่อย อาจจะสามารถ เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตระกูลวีรภัทรเมธีได้ และ กลายเป็นเครือข่ายการค้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปแล้ว
จิรภาสเป็นคนให้บัตรเชิญงานดนตรีกับเธอ ทีแรกจิดาภา ก็ไม่อยากทำแบบนี้เช่นกัน แต่เป็นเพราะคำเกลี้ยกล่อมคำ นี้ของจิรภาส

“คนข้างนอกจะไม่มีวันเห็นตัวตนที่แท้จริง จริงๆ ของเธอ เลย แต่วิธีการนี้จะบอกกับเขาเอง ว่าคุณมีชีวิตอยู่ที่ดีมาก ขนาดไหน”

ไม่ว่าเธอจะไปที่แห่งหนใด เธอจะต้องมีชีวิตเช่นดังเจ้า หญิง

นั่งอยู่บนรถคันหรูของจิรภาส รอยยิ้มของจิดาภาสดใส งดงาม “รบกวนท่านประทานจิรภาสส่งฉันตรงนี้”

ไม่มีรางวัลให้แทนคำขอบคุณหน่อยหรอ?” จิรภาสตั้งใจ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

จิดาภายิ้มเขิน เตรียมจะหอมแก้มชายหนุ่มเบาๆ คิดไม่ ถึงว่าจิรภาสจะหันหน้ามา ทำให้ริมฝีปากของคนสองคน สัมผัสกันแนบแน่นพอดี

ฝ่ายชายยื่นมือซุกซนโอบกอดที่ต้นคอของเธออย่างนุ่ม นวล รอยจูบที่ลึกซึ้งนุ่มนวลดาษดื่นจนทำให้หญิงสาวแทบหายใจไม่ออก

เสียงหายใจในรถของทั้งคู่พัวพันถี่ขึ้นเรื่อยๆ

“ถ้าเกิดว่าตอนนี้เราอยู่ที่บ้าน ผมจะทำลายมนต์เสน่ห์อัน ยั่วยวนนี้ของคุณ”

สายตาอันหนาวเหน็บของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา แรงกล้าที่ยากขาดเดา เห็นได้ชัดว่ากำลังสะกดอารมณ์ ความต้องการไว้อย่างสุดซึ้ง

จิดาภาโอบรอบที่ลำคอพร้อมกับพูดยั่วขึ้น “จริงหรอ? ั้น ตอนนี้เรากลับบ้านกันดีไหม?”

คำพูดของเขาอบอุ่นนุ่มนวลราวดังขนนก เป็นเสน่ห์ที่ เย้ายวนชวนอารมณ์ให้ใจชายนั้นสั่นไหว เขาเกือบจะข่ม อารมณ์ไม่ได้อยู่แล้ว อยากจะครอบครองเธอมันซะที่นี่เลย

“คุณพูดแบบนี้ คุณกลัวว่าผมจะไม่กล้าหรอ?” เขารีบเอียง ตัวเข้าใกล้ ทันใดนั้นกายสูงล้ำของเขาก็กั้นขวางกายจิดา ภาไว้ชั่วพริบตา ริมฝีปากหนาประกบเข้ามาอีกครั้ง ทำเอา ดวงตากลมมลของเธอสั่นตระหนกเล็กน้อย
เขาก้มลงมอบจูบอันเย้ายวนซาบซึ้งเสิร์ฟให้อีกครั้ง

“งานดนตรีจะเริ่มแล้ว” น้ำเสียงแหบแห้งมีเสน่ห์ของจิร ภาสเอ่ยขึ้น ค่อยปล่อยหญิงสาวอย่างรู้สึกเสียดาย บนริม ฝีปากยังมีรสหอมหวนของหญิงสาว ไม่เคยมีผู้หญิงคน ไหนที่ทำให้เขารู้สึกไม่อย่างละห่างมากขนาดนี้

“ค่ะ กลับบ้านแล้วเจอกันค่ะ”

เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เปิดประตูลงจากรถ เดินเข้าไป ในโรงแรมห้าดาวที่ดีที่สุดในเมืองนี้ ค่อยๆ หยิบบัตรเชิญ ร่วมงานออกมาจากกระเป๋าถือ วันนี้เธอใส่ชุดราตรีสีขาว ยาวกระโปรงหางปลา ข้อมือและลำคอ ประดับเครื่อง ประดับเพชร เดินยิ้มเข้าสู่ห้องโถงงาน เป็นจุดสนใจต่อ สายตาผู้คนเป็นอย่างมาก

“คนนั้นคือ จิดาภาหรอ?”

ดูสง่างดงามจริงๆ ..ฉันนึกออกแล้ว เธอก็คือลูกสาว แก้วตาดวงใจของบ้านตระกูลวีกลั่นแกล้งทรเมธี


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ