เมียชาวนา 18+

บทที่4 ไม่รู้จะทำยังไงดี



บทที่4 ไม่รู้จะทำยังไงดี

แม่ของจินกุ้ยบอกไปวางใจเถอะ เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง รับรองได้เลยว่าครั้งนี้เด็กสองคนต้องมีอะไรกันแน่นอน

แม่ของจินกุ้ยพูดด้วยถ้อยคำอ่อนหวานแล้วโบกมือไล่แม่ขอ

งกุ้ยหลานกลับไปได้สำเร็จ จากนั้นเธอก็เดินเข้าบ้านไป

พอเข้ามาในบ้านเธอก็มุ่งตรงไปที่โต๊ะกินข้าวดึงตัวลูกชายขึ้น มา แล้วก็ซักถาม”นี่แกเป็นอะไร? ทำไม่เป็น โง่จริงๆ เรื่องแบบนี้ ทำไมถึงไม่รู้อะไรเลย?”

จินกุ้ยตอบกลับแบบเหงาหงอย ก็ผมไม่เคยมาก่อน แล้วจะให้ ผมทํายังไง?”

แม่ของจินกุ้ย”แกมันสมควรตาย ไหนตอบมาว่าแกทำอะไร

ได้บ้าง? แค่ผู้หญิงคนเดียวยังจัดการไม่ได้ มันสมควรอยู่ต่อไหม?

แค่เรื่องอย่างว่าไม่รู้เรื่องเลยเหรอ?”

จินกุ้ยพยักหน้า “รู้แล้วครับ”

สองแม่ลูกนั่งปรึกษากันอย่างจริงจัง

แม่ของจินกุ้ยบอก”แค่ทำให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสวยเมื่อลูก ทำหน้าที่เสร็จสิ้น เธอก็คงไม่ว่าอะไรแล้ว

เหอจินกุ้ยเอามือลูบหัวแล้วร้องอ๋อ จากนั้นก็ไปเข้านอน วันที่สาม จินกุ้ยมาถึงบ้านกุ้ยหลานอีกครั้ง พอเขาเข้าบ้านก็สังเกตเห็นว่ากุ้ยหลานยังไม่ตื่น ยังซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม เหอจินกุ้ยได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของกุ้ยหลาน

เรือนร่างที่สวยงามของหญิงสาวกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผ้าห่ม เหอจินกุ้ยเริ่มตื่นเต้นแล้ว

เขายิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ ไม่รู้จะทำยังไงดี ลมหนาวพัดผ่าน หัวใจของเขาก็เปล่าเปลี่ยวขึ้นมา

เสียงร้องไห้ดังมาจากใต้ผ้าห่ม ผ้าห่มถูกเปิดออก

เหอจินกุ้ยเปิดผ้าห่มออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วย หยาดน้ำตาของกุ้ยหลาน

เหอจินกุ้ย ร้องไห้ทำไม?”

กุ้ยหลาน”ร่างกายของเธอมันผิดปกติใช่ไหม?”

เหอจินกุ้ยอึ้งไปเปล่าหนิ ทำไมเหรอ?” “แล้วทำไมเธอ….ไม่ยอมทำอะไรฉันเลย?”

เหอจินกุ้ยข่ออกมาไม่ใช่ว่าฉันไม่ทำอะไรเธอ แต่เป็นเพราะ เราสองคนไม่ได้ชอบพอกัน แล้วอนาคตเธอก็ต้องแต่งงานกับคน อื่น ถ้าฉันไปมีอะไรกับเธอมันดูไม่เหมาะสม

“แล้วเธอ….จะต้องทำยังไงถึงจะแตะต้องตัวฉัน?”

เหอจินกุ้ยไตร่ตรอง”ไม่ได้……….ราสองคนต้องมาคบหากันดู ก่อน ถ้าชอบกันแล้วค่อยมาคุยกันเรื่องนั้น
กุ้ยหลานพยักหน้าแล้วก็ถามไปคบหากันยังไง?”

เหอจินกุ้ยตอบว่า”คืนนี้ที่งานสมาคมมีหนังฉาย เราไปดูหนัง กัน ถ้าเธอรู้สึกว่าฉันใช้ได้และฉันก็รู้สึกว่าเธอใช้ได้ เราค่อยมา ว่ากัน เธอคิดว่าไง?

กุ้ยหลานพยักหน้า”ได้”

แล้วทั้งคู่ก็นั่งก็นั่งอยู่อย่างนั้นทั้งวัน โดยไม่พูดไม่จากันเหมือน

เดิม

ก่อนกลับไปเหอจินกุ้ยดึงแขนเสื้อของกุ้ยหลานไว้แล้วก็พูด คืนนี้ฉันจะรอเธอที่สะพานหน้าหมู่บ้าน ไม่เจอไม่กลับ

กุ้ยหลานพยักหน้าแล้วหน้าก็เริ่มแดงขึ้นมา

พอกุ้ยหลานก้าวออกจากบ้านเขาก็รีบไปเข้าห้องน้ำเลยแล้ว สิงอยู่แต่ในห้องน้ำ

กุ้ยหลานหัวเราะเยาะอยู่ข้างนอก “สมน้ำหน้า ใครให้เธอกิน

กล้วยไปเยอะขนาดนั้นหล่ะ

หลังจากข้าวเย็น กุ้ยหลานก็แต่งตัวนิดหน่อยแต่ล้างหน้า สะอาดเป็นพิเศษ แอบย่องออกนอกบ้าน แล้วเธอก็สังเกตเห็นว่า เหอจินกุ้ยกำลังรอเธออยู่แล้ว

เหอจินกุ้ยเป็นฝ่ายเดินเข้ามาจับมือของกุ้ยหลานด้วยตนเอง

กุ้ยหลานรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ตัวแข็งทื่ออย่างกับต้นไม้ แต่ก็ เดินตามหลังเขาไป
เธอไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายมากขนาดนี้มาก่อน ในใจรู้สึกตื่น เต้นมาก

วันนั้นตอนที่ซูหลินกดเธอล้มลงที่ไร่ข้าวโพด เธอเองก็รู้สึกดีนะ แต่แท้ที่จริงแล้วเธอกลับไม่เข้าใจอะไรเลย

จินกุ้ยกับซูหลินทั้งคู่นั้นเหมือนกัน ต่างก็เป็นเด็กโตในหมู่บ้าน ต่างก็เป็นไอ้ซื่อบื้อ

แต่ที่แตกต่างกันคือ เหอจินกุ้ยนั้นรู้หนังสือ หน้าตาดีกว่า มี มารยาทกว่า ดูน่าคบหากว่าหลี่หลินเป็นไหนๆ

จับมือของเหอจินกุ้ยเอาไว้ กุ้ยหลานเองรู้สึกอบอุ่นหัวใจ อยากจะแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้จริงๆ นอนเป็นเพื่อนเธอในยาม ค่ำคืน

มาถึงที่หมาย ผู้คนมากมาย กุ้ยหลานกลัวคนจะเห็นเข้าว่าเธอ มากับเหอจินกุ้ย เธอจึงอยากหลบไปให้พ้นตาคน แต่เหอจินกุ้ยก็ ดึงมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย แล้วก็จับอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งคืน

เธอรู้สึกว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่เธอ ไม่มีกะจิตกะใจจะ ดูหนังแล้ว หนังเล่นไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

พอหนังฉายจบ เครื่องฉายหนังหยุดลง ก็มีหญิงสาวไม่ต่ำกว่า สิบคนตะโกนขึ้นมาพร้อมกันว่า”ว้ายไอ้โรคจิต!

จริงๆทุกครั้งที่มีการฉายหนัง สาวๆ ในหมู่บ้านมักจะถูกพวก นักเลงลวนลามอยู่เสมอ

หญิงสาวในลานกว้างต่างพากันโกรธแค้น สาวเล็กสาวใหญ่พากันก่นด่า

กุ้ยหลานเองก็มักจะถูกลวนลามอยู่เสมอ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร

ไฟฉายสิบกว่าอันถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกัน ลำแสงเป็นต้นๆถูก ส่องขึ้นฟ้า เหมือนกับหอกจำนวนมากที่ถูกกวัดแกว่งไปมา

กุ้ยหลานกรดออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็กระโดดมาหลบอยู่ข้าง หลังของเหอจินกุ้ย”มี…มีคนจับกันฉัน!”

เหอจินกุ้ยถึงกับตาโตแล้วถาม” ใคร?”

กุ้ยหลานเอามือไป”เขา”

เห็นได้ชัดว่าคนที่มาจับก้นของกุ้ยหลานคือเด็กน้อย เด็กน้อย คนนี้เหอจินกุ้ยรู้จัก นี่มันน้องชายคนที่สี่ของเซียงหย่าว หลี่เสี่ยว หลิน นา

เหอจินกุ้ยรีบคว้าคอเสื้อของเสี่ยวหลินเอาไว้”เด็กบ้าน นี่แก คิดจะทำอะไรหลี่เสี่ยวหลิน?

เซียงหชาวมีน้องชายสี่คน นั้นก็คือหลี่หลิน หลี่ด้าหลิน หลี่ย หลินและหลี่เสี่ยวหลิน

ตอนแรกตอนที่ยังไม่ได้วางแผนเรื่องมีลูก วันๆคุณชวน เอาแต่ทำเรื่องอย่างว่ากับเมีย ทำไปทำมาจนเมียท้อง ท้องปีละ คน แต่ในปีที่สามได้คลอดลูกสามคน ในครั้งเดียว นั้นก็คือ ด้า หลิน หลินและเสี่ยวหลินฝาแฝดทั้งสามคน

เพราะมีแฝดสามจึงเลี้ยงดูไม่ไหว พ่อเขาหลีชวน ถึงได้ส่งเซียงหล่าวมาที่บ้านของเหอจินกุ้ยนั่นเอง

หลี่เสี่ยวหลินเป็นน้องชายของหลี่หลิน พ่อของพวกเขานั้นไม่ ธรรมดา เขาเป็นนักเลงใหญ่ในหมู่บ้านเชีย

เมื่อรวมสี่พี่น้องกับพ่อของพวกเขาหลีชวนเข้าด้วยกันแล้ว ทุกคนต่างขนานนามพวกเขาว่าสี่หมาป่าห้าทหารเสือ

แต่เหอจินกุ้ยก็ไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย เหตุผลมีสอง ข้อ คือหนึ่ง เหอจินกุ้ยเป็นว่าที่พี่เขยของหลี่เสี่ยวหลิน พวกเขา เป็นญาติกัน พี่เขยจะมีน้องเมียมันผิดตรงไหน

สองคือเหอจินกุ้ยไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาชอบออกไปล่าสัตว์ กล้าสู้กับเสือดาวด้วยมือเปล่า เขาแข็งแกร่งมาก

เสี่ยวหลินทำตาโตใส่”นี่มันพี่สะใภ้ผม ยุ่งอะไรด้วย?

เหอจินกุ้ยตอกกลับ กุ้ยหลานยังไม่ได้แต่งเข้าบ้าน เธอก็ยัง ไม่ใช่พี่สะใภ้ของแก แกไม่ควรมาลวนลามเธอ

เสี่ยวหลินตอบก็ผมจับไปแล้ว พี่จะทำอะไรผมได้?เธอไม่ใช่ เมียพี่สักหน่อย จะมาใส่ใจทำไม?”

เหอจินกุ้ยพอได้ยินก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้าแกลองพูดอีกทีสิ!”

“ผมจับไปแล้วพี่จะทำอะไรผมได้?”

เหอจินกุ้ยโกรธจนทนไม่ไหวแล้ว ชกหมัดออกไป หลี่เสียว หลินก็ลงไปนอนกองกับพื้น โอดครวญด้วยความเจ็บปวด

เหอจินกุ้ยโกรธจนหยุดไม่อยู่ ทั้งมือทั้งเท้าละเลงลงไปที่ตัวของหลี่เสี่ยวหลิน

ตอนที่หลี่เสี่ยวหลินลุกขึ้นมาใบหน้าของเขาก็มีรอยเพิ่มขึ้น มาหลายจุด ฟันหน้าได้หายไปแล้ว แต่ก็ไม่วายที่จะก่นด่า เหอ นกุ้ยแกไอ้ชาติหมา ญาติกันแท้ๆยังทำกันได้ลงคอ คอยดูฉันจะ กลับไปฟ้องพ่อ ให้พ่อมาจัดการแก

เหอจินกุ้ยรู้สึกน่าขำ ยกกำปั้นขึ้นมาอีกรอบ จะไปไม่ไป ถ้ายัง

ไม่ไปฉันจะกระทืบแกอีกรอบ

หลี่เสี่ยวหลินรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของเหอจินกุ้ยแล้ว

ครั้งหนึ่งที่เขาพ่อผาน เหอจินกุ้ยเคยใช้มือเดียวบีบคอหมาป่า จนตาย ที่หุบเขางูเขาก็เคยจับหมีด้วยมือเปล่ามาแล้ว ในหมู่บ้าน เฮยสี ไม่มีใครกล้าประมือกับเขา

หลี่เสี่ยวหลินตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ”ฝากไว้ก่อนเถอะแก ฉันจะ ไปบอกให้พี่ชายมาจัดการแก ทำให้แกต้องร้องไห้หาพ่อหาแม่ เลยคอยดู

หลี่เสี่ยวหลินเอามือปิดหน้าแล้วหนีไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเหอ จินกุ้ยก็ได้สร้างความแค้นขึ้นมา เป็นความแค้นที่จะอยู่ไปจนวัน ตาย

เหอจินกุ้ยขี้เกียจสนใจเขา หันมาจับมือของกุ้ยหลานไว้”เจ็บ ตรงไหนหรือเปล่า? เขาหยิก….เธอเจ็บหรือเปล่า?”

กุ้ยหลานส่ายหน้า แล้วหน้าก็ยิ่งแดงเข้าไปอีก ไม่คาดไม่ฝัน เพื่อปกป้องเธอเหอจินกุ้ยถึงกับยอมทะเลาะกับหลี่เสี่ยวหลิน นี่มันน่ายกย่องมาก แล้วใจก็เริ่มอบอุ่นขึ้นมา

“งั้นเรากลับกันเถอะ เหอจินกุ้ยจูงมือของกุ้ยหลานไว้แล้วเดิน ไปยังทางกลับบ้าน

พอมาถึงที่หน้าบ้านของกุ้ยหลาน เหอจินกุ้ยก็ค่อยๆคลายมือ ของกุ้ยหลานออก เธอกลับบ้านเถอะ พรุ่งนี้ฉันไม่ไปนะ ฝาก บอกคุณป้าด้วยว่าไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น

กุ้ยหลานถามไปด้วยความแปลกใจทำไมหล่ะ?หรือ….เธอ เห็นฉันเป็นผู้หญิงสกปรกเหรอ?”

เหอจินกุ้ยตอบไม่ใช่ เธอไม่ได้น่ารังเกียจเลย เธอเป็นผู้หญิง ที่ดูสะอาดที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลยฉันแค่รังเกียจธรรมเนียมแบบ นี้ มันดูต่ำตม แค่ไม่ค่อยชิน

หัวใจของกุ้ยหลานรู้สึกห่อเหี่ยว เหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป พอเหอจินกุ้ยจะกลับไป กุ้ยหลานก็รีบพุ่งมาในทันที เพียงครู เดียวเธอก็เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเหอจินกุ้ยแล้ว เขย่งขาขึ้น ไปหอมแก้มเขาไปที่หนึ่ง

ลมหายใจของเด็กสาวนั้นถี่รัว ใบหน้าของเธอแดงเหมือนดวง อาทิตย์ที่เกิดใหม่ในตอนเช้า ค่อยๆแดงขึ้นตามความถี่ของลม หายใจ

ตอนแรกเหอจินกุ้ยตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นความสุขที่ไม่ คาดคิด และยังเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้

เขาเข้าใจมันขึ้นมาในทันที เขากอดเด็กสาวไว้ในอ้อมอก เขาจุมพิตลงบนหน้าผากของเธอ ต่อด้วยใบหน้าของเธอ หายใจ รัวไม่ต่างกัน หน้าแดงไม่ต่างกับหงอนไก่ ท่ามกลางความโกลาหลและความสิ้นหวังกุ้ยหลานก็ได้สูญ

เสียจูบแรกของเธอไป

ร่างกายของเธอสั่นรัว อ่อนแรง ไม่สามารถควบคุมได้ เหมือน เรือเล็กที่ร่องรอยไปตามแรงลมที่อยู่กลางมหาสมุทร

เหอจินกุ้ยโอบกอดเธออย่างไม่เกรงใจอีกต่อไปเหมือนกับที่ อาซ้อหลานฟางเคยทำกับเขา มืออันหยาบกร้านของชายหนุ่ม สัมผัสผ่านร่างกายอันนุ่มนวลของหญิงสาว มันเสียดสีอยู่บน ร่างกายจนมันรู้สึกเจ็บ

เหอจินกุ้ยทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาก้มลง ใช้ปากแกะกระดุม ที่อยู่ใต้คอของหลานฟางออก เขาอยากถอดเสื้อผ้าของเธอ เหมือนที่ไร่ข้าวโพดเหมือนที่หลี่หลินเคยทำกับเธอ

แต่หลานฟางกลับผลักเขาออก”จินกุ้ยอย่า…อย่าทำแบบนี้ ถ้า เธอต้องการฉันจริงๆ รอพรุ่งนี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน พอถึงตอน นั้น…อยากทําอะไรก็เชิญ

เหอจินกุ้ยปล่อยตัวกุ้ยหลาน ออกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก”งั้น เธอเตรียมตัวไว้ได้เลย พรุ่งนี้เช้า ฉันไปแน่

กุ้ยหลานพยักหน้าด้วยความเขินอาย แล้วฉันจะรอนะ” เหอจินกุ้ยโบกมือลากุ้ยหลาน แล้วหายไปในความมืด

กุ้ยหลานจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองก่อนแล้วจึงค่อยเข้าบ้านไป

ภายในบ้าน แม่หลับไปแล้ว ไฟก็ดับแล้ว เธอจึงเดินกลับไปที่ ห้องตะวันตกซึ่งเป็นห้องนอนของเธอ

นอนลงบนเตียง กุ้ยหลานนอนยังไงก็นอนไม่หลับ เหอจินกุ้ย คนนี้ช่างเป็นคนอบอุ่น เอาใจใส่ กล้าตัดสินใจ เป็นสุภาพบุรุษ

เมื่อเทียบกับเหอจินกุ้ยแล้ว หลี่หลินกลายเป็นคนไม่เอาไหน ไปเลย รักตัวกลัวตาย เห็นแก่ตัว แถมยังตะกละอีก

ประเด็นคือรูปลักษณ์ไม่น่าดู หลินผอมมาก ผอมแห้งอย่าง กับอะไรดี หน้าตาเหมือนซุนหงอคง ถ้าเอากระบองให้อันหนึ่งก็ คงจะเดินตามพระถังซำจั๋งไปชมพูทวีปแล้ว

เธอต้องคลาดกับจินกุ้ยแล้วไปแต่งงานกับหลี่หลิน มันช่าง น่าเสียดายเหลือเกิน หัวใจของกุ้ยหลานนั้นเหนื่อยล้าเต็มที่ เธอ อยากถอนหมั้น

แต่แม่ของเธอได้รับสินสอดมาแล้ว เงินก็ใช้หมดแล้ว แล้วยัง จะมีเหตุผลอะไรให้ถอนหมั้นอีก?

กุ้ยหลานยังนอนอยู่บนที่นอนพลิกตัวไปแล้วก็พลิกตัวมา เธอ นอนไม่หลับ อยากให้พรุ่งนี้มาถึงเร็วๆ อยากเจอหน้า จินกุ้ย

เช้าวันที่สี่ ในที่สุดความต้องการของกุ้ยหลานก็เป็นจริง เมื่อ เหอจินกุ้ยปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอ มันเหมือนเธอรอคอยเขามา แล้วนับพันปี มันคือความคาดหวังที่รอคอย และมันก็เป็นความ กระหายที่ไม่อาจอธิบายได้
เหอจินกุ้ยปิดประตูห้องแล้วค่อยๆเข้าใกล้กับหลาน จากนั้นก็ สวมกอดเธอ จับเธอนอนลงบนเตียง ค่อยๆถอดเสื้อนอกของเธอ ออก

ความต้องการที่โหยหามานาน ในที่สุดมันก็เกิด กุ้ยหลานทั้ง กลัว ทั้งเขิน ทำเป็นขัดขืนอยู่พักหนึ่งแล้วก็ไม่ขยับอีกเลย ปล่อย ให้มันเป็นไปตามที่เขาต้องการ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ