เมียชาวนา 18+

บทที่1 ใครผิดคำพูดคนนั้นเป็นคนจัญไร



บทที่1 ใครผิดคำพูดคนนั้นเป็นคนจัญไร

บทที่1 ใครผิดคำพูดคนนั้นเป็นคนเลว

ตั้งแต่เกิดมาเหอจินกุ้ยเคยแต่งงานมาแล้วครั้ง มีสามคนที่ เคยมีลูกกับเขา

ครั้งแรกที่เหอจินกุ้ยแต่งงานคือตอนเขาอายุสิบหกเท่านั้นเอง

และคนที่แต่งงานกับเขาครั้งแรกก็คือ กุ้ยหลาน

ในวันนั้นเหอจินกุ้ยเพิ่งกับจากล่าสัตว์ที่หุบเขางู อาหลางหมา พรานที่เขาเลี้ยงไว้เดินตามอยู่ข้างหลัง

ในขณะที่เดินผ่านไร่ข้าวโพดหน้าหมู่บ้าน จินกุ้ยก็ได้สังเกต เห็นว่าภายในไร่ข้าวโพดมีการสั่นไหว ในทันใดนั้นสัญชาตญาณ ของเขาก็สัมผัสได้ เหมือนจะมีเหยื่ออยู่ในนั้น ดูเหมือนว่าอาหลา งก็จะรู้สึกถึงเหยื่อตัวนี้เหมือนกัน

จินกุ้ยค่อยๆย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง อยากรู้จริงๆว่ามีตัว อะไรอยู่ในนั้น พอเอามือปัดต้นข้าวโพดออกเขาก็ต้องอึ้งตาค้าง เลย

จินกุ้ยยังรู้สึกงงๆ ทำไมสองคนนี้ถึงได้ตีกันในที่แบบนี้?

กุ้ยหลานมีหุ่นที่ดีมาก ผิวพรรณผ่องใส สวยงามเป็นอย่างมาก เหอจินกุ้ยมีความสุขที่ได้เห็นเธอ

ดังนั้นเมื่อเห็นหลินกำลังรังแกกุ้ยหลานอยู่เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที คนเลว รังแกเด็กผู้หญิงได้ยังไง

แต่จะว่าไปพวกเขาเป็นคนบ้านเดียวกันจะตีกันยังไงก็ไม่ใช่ เรื่องของเรา

เขาจึงหันหลังกลับแล้วเตรียมจะจากไป

พอหมุนตัวเขาก็เหยียบต้นข้าวโพดต้นหนึ่งเข้า

หลี่หลินตกใจจนสะดุ้ง แล้วก็หันมาเห็นเหอจินกุ้ยในทันที

กุ้ยหลานเองก็ตกใจไม่แพ้กัน รีบจัดแจงเสื้อผ้าที่ฉีกขาดของ ตัวเอง แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างเขินอาย

หลี่หลินรู้สึกไม่พอใจและรำคาญเป็นอย่างมาก แล้วต่อว่าไป “จินกุ้ยนี่นายมาทำบ้าอะไรที่นี่?”

เหอจินกุ้ยตอบ แล้วมันเกี่ยวอะไร ที่นี่ไม่ใช่ที่ของบ้านนายสัก

หน่อย แล้วไปรังแกกุ้ยหลานทำไม? ระวังฉันจะไปฟ้องพ่อนะ

เนื่องจากพ่อของ เหอจินกุ้ยเป็นผู้ใหญ่บ้านของเฮยสี ดังนั้นไม่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้าน เขาก็ต้องเป็นคนดูแล

ได้ยินอย่างนั้นท่าทีของหลินก็อ่อนลงทันที ในเมื่อกุ้ยหลานก็ หนีไปแล้ว เขาจึงดึงตัวเหอจินกุ้ยแล้วพูดอย่างเป็นมิตรว่า “ดูสิว่า นี่นายกำลังทำอะไรอยู่ เราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ นายเป็นพี่เขยฉันนะ”

จินกุ้ยพอได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกดีใจมากและพูดไปด้วยความตื่นเต้นว่า “ถ้าอย่างนั้นเราเป็นอันตกลงกัน ใครผิดคำพูดคนนั้น เป็นคนเลว

“ใครผิดคำพูดคนนั้นเป็นคนเลว เรื่องนี้นายห้ามเล่าให้ใคร ฟังเด็ดขาด”

เหอจินกุ้ย รับปากด้วยความดีใจ สบายใจได้เลย

เหอจินกุ้ยยังไม่ได้แต่งงาน แต่ที่บ้านก็ได้พี่เลี้ยงที่เตรียมจะให้ มาเป็นภรรยาของเขาไว้แล้ว เธอมีชื่อว่าเชียงหชาวเธอเป็นพี่สาว แท้ๆของหลี่ซู่หลิน

ถึงแม้ทั้งคู่จะยังไม่มีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริงๆ แต่ในอนาคตเหอจินกุ้ยก็จะต้องเป็นพี่เขยของหลินแน่นอนอยู่ แล้ว การที่ซูหลินจะแต่งงาน ภาระหน้าที่นี้ก็ต้องเป็นของจินกุ้ยอยู่ แล้ว

จินกุ้ยนั้นช่างไม่รู้อะไรเลย ถึงอายุจะสิบกว่าปีแล้วแต่เรื่อง สัมพันธ์ชายหญิงนั้นเขากลับไม่เข้าใจมันเลย

ในขณะที่เขากำลังไตร่ตรองเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไรดี

แล้วเขาก็เกิดปวดฉีขึ้นมา จินกุ้ยถอดกางเกงลงแล้วก็เริ่มปลด ทุกข์ พอไปได้ครึ่งหนึ่งอยู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น

“เอ๊ะ!นี่มัน จินกุ้ยไม่ใช่เหรอ นั้นเธอกำลังทำอะไรอยู่?

จินกุ้ยตกใจรีบใส่กางเกงให้เรียบร้อยแล้วหันกลับไปตามต้น เสียง ที่แท้ก็ภรรยาของด้าฮาน จางหลานฟางนี่เอง
จางหลานฟางคนนี้นี่ไม่ธรรมดา เป็นสาวงามประจำหมู่บ้าน พูดถึงหน้าตาก็ดีมาก พูดถึงสัดส่วนก็ใช่เล่น เป็นที่หมายปอง ของเหล่าผู้ชายในหมู่บ้าน

พอเห็นว่าเป็นเธอเหอจินกุ้ยก็รู้สึกอายเล็กน้อย แต่ก็ถามไป

ว่า “ผมจะไปล่าสัตว์ แล้วพี่หลานฟางจะไปไหนหล่ะ?”

พี่หลานฟางตอบ “พี่ต้าฮานของเธออยากกินข้าวโพด ฉันเลย จะมาเก็บข้าวโพดหน่ะ”

จินกุ้ยพูดด้วยหน้าที่แดง”งั้นพี่ก็ไปเก็บเถอะผมจะกลับบ้าน แล้ว”

พูดเสร็จเขาก็รีบวิ่งเลย

จางหลานฟางรีบคว้าตัวเขาไว้”จินกู้ยตกลงเมื่อกี้เธอทำอะไร อยู่กันแน่?”

สายตาที่เป็นประกายของพี่หลานฟางกำลังจ้องไปที่จินกุ้ย เด็กคนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว แต่ยังไม่เคยมีอะไรกับเซียงหย่าว แล้ว เมื่อกี้ที่เห็นเขาถอดกางเกงหรือว่าเขาจะช่วยตัวเองอยู่ไม่ได้ ถ้า เกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง

จินกุ้ยตอบ ก็อยู่ มีอะไรเหรอครับ?”

หลานฟางเหล่ตามองไปที่พื้นแล้วก็พบว่าที่พื้นมันเปียกอยู่ จริงๆ เธอถึงได้เข้าใจว่าเมื่อกี้คงเข้าใจผิดไป

จริงๆ จินกุ้ยนั้นแอบกลัวพี่หลานฟางอยู่นิดๆ โดยเฉพาะรอย ยิ้มของเธอ เห็นแล้วรู้สึกสยอง
ความจริงจางหลานฟางก็ไม่ใช่สะใภ้ที่ดีอะไร

ถึงแม้หน้าตาจะสวย แต่ก็เจ้าชู้มาก เรื่องที่เธอนอกใจสามีของ เธอมีใครบ้างจะไม่รู้ เขารู้กันไปทั่วแล้ว

แต่จะโทษพี่หลานฟางคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะถ้าฮานสามีของ เธอเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนจนเป็นอัมพาตและตรง นั้นไม่สามารถใช้การได้อีกเลย

การที่จะใช้ชีวิตอยู่แบบแม่หม้ายนั้นมันคงไม่ง่ายเลย เธอ คงจะทนมันไม่ไหวหรอก!

“พี่หลานฟางถ้าไม่มีอะไรแล้วผมกลับก่อนนะครับ”

จินกุ้ยพูดจบก็รีบวิ่งเลย ไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว

หลานฟางมีความสุขที่ได้แซวหนุ่มน้อย เธอหัวเราะเสียง ดัง “ตอนที่เธอได้เข้าหอกับเซียงหชาวก็อย่าลืมบอกพี่ด้วยหล่ะ เดี๋ยวพี่จะสอนให้เองว่าต้องทำยังไงบ้าง

ได้ยินเธอพูดแบบนี้ จินกุ้ยวิ่งเร็วยิ่งกว่าเดิมอีก

พอกลับถึงบ้านหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เสียงหา วก็เดินมาโดยถือผ้าขนหนูเปียกน้ำอยู่ในมือ พูดเบาๆว่า” รีบไป เร็ว พ่อกําลังตามหาเธออยู่

เซียงหชาวก็คือภรรยาในอนาคตของจินกุ้ยและยังเป็นพี่สาว แท้ๆของหลิน แต่เธอก็ยังเป็นแค่เด็กอายุสิบเจ็ดเท่านั้น

พ่อของ เซียงหล่าวซื่อหลี่ซวน ตาแก่นั้นคิดว่าการเลี้ยงลูกสาวสุดท้ายก็คือการช่วยคนอื่นเลี้ยง ก็เลยยกเธอ ให้บ้านจิ นภัย ให้ทั้งคู่หมั้นหมายกัน

เซียงหย่าวโตมาพร้อมกับจินกุ้ย เป็นทั้งคู่หมั้นและพี่สาวของ เขาในเวลาเดียวกัน เธอดีต่อจินกุ้ยมาก พอรู้ว่าพ่อตามหาจินกุ้ยก็รีบเข้าบ้านทันที พ่อของเขาเหอหล่า วถึงกับแม่ของเขาหลิวจินหลานทั้งคู่กำลังนั่งบนเก้าอี้พิงที่ตั้งอยู่

กลางบ้าน

หลินเพิ่งมาที่นี่ มาขอให้จินกุ้ยไปช่วย

แต่ว่าจินกุ้ยอายุยังน้อยเขาเพิ่งสิบหกเอง

พวกเขากะว่าจะรอปีหน้าพอจินกุ้ยอายุพ้นสิบหกก่อนค่อยว่า

กัน

อย่าบอกว่าจินกุ้ยเป็นพี่เขยของหลี่หลินเลย ต่อให้เพื่อนบ้าน มาขอให้ช่วยยังไงก็ต้องไป มันเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราต่างก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ถ้าไม่ทำเกิดวันไหนเรามีปัญหาขึ้นมา จะมีใครอยากมาช่วยเรา

เหอหล่าวถึงพ่อของจินกุ้ยรู้สึกลำบากใจ เพราะจินกุ้ยไม่มี ประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้เลย

เขาเป็นคนซื่อๆ แม้แต่มือของผู้หญิงเขายังไม่เคยจับเลย อย่า ว่าจะไปสอนคนอื่นเลยไม่โดนเขาสอนก็ดีแค่ไหนแล้ว

แม่ของจินกุ้ย”พ่อแก พ่อก็ไปสอนลูกว่าต้องทำยังไง เขาไม่รู้ อะไรเลยจริงๆ ไม่งั้นพอถึงเวลาคนอื่นเขาจะว่าเราได้
พ่อของจินกุ้ยหน้าแดงไปหมด พูดกับแม่ของจินกุ้ยว่าจะให้ สอนยังไง? จะให้คนเป็นพ่อสอนลูกชายตัวเอง จะบ้าเหรอ! เธอ สอนสิ!”

แม่ของจินกุ้ย”นี่….จะให้สอนยังไง?ไม่อย่างนั้นก็ให้หลานฟาง เป็นคนสอนไหม?”

พ่อของจินกุ้ยก็พยักหน้า” รุกฆาต!

หญิงสาวที่หมู่บ้านเฮยสีถ้าจะออกเรือนต้องให้พี่เขยเป็นคน สอนเรื่องนั้น ดังนั้นผู้ชายก็ยกให้เป็นหน้าที่ของพี่สะใภ้แล้วกัน ก็ เธอมันมากประสบการณ์เองมันก็ช่วยไม่ได้

แต่บ้าน จินกุ้ยก็มีแค่เขาคนเดียว ก็คงต้องไหว้วานเพื่อนบ้าน แล้ว

หลังจากตกลงกันแล้ว แม่ของจินกุ้ยก็รีบวิ่งไปที่บ้านของหลาน ฟางทันที เล่าเรื่องที่ต้องการให้หลานฟางสอนลูกชายของเธอให้ หลานฟางฟังไปรอบหนึ่ง

พอฟังแม่ของจินกุ้ยพูดจบ หลานฟางก็เอามือปิดปากแอบข่า อย่างชอบใจ ปัดๆที่เข่าแล้วก็พูด “คุณป้าวางใจได้เลย เรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนูเอง ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยอย่าง แน่นอน”

หลานฟางมีความสุขมาก หนุ่มน้อยคนนี้ยังเป็นไก่อ่อน ทำไม เธอถึงได้โชคดีอย่างนี้

ดูท่าเด็กคนนี้จะโตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ
หลานฟางได้แต่โทษพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเธอเร็วไปหลายปี ทำให้ต้องแต่งงานกับคนไร้ประโยชน์อย่างด้าฮาน พลาดโอกาส ที่จะได้เจอกับหนุ่มน้อยใสซื่ออย่างเหอจินกุ้ยไปอย่างน่าเสียดาย

หลานฟางภรรยาของด้าฮานตอนอายุสิบแปดเธอก็ได้แต่งเข้า

มาอยู่ในบ้านของ หลีผ้าฮานแล้ว ตอนนั้นด้าฮานยังไม่ได้ถูกหินชนเข้าที่เอว เขาก็เป็นคนที่แข็ง แรงดี

ในคืนที่เข้าหอ เขาก็ทำให้หลานฟางร้องครวญครางอย่างจะ เป็นจะตาย

คนในหมู่บ้านต่างตื่นตกใจ นึกว่ามีโจรขึ้นบ้าน ชายหนุ่มใน หมู่บ้านพร้อมอาวุธครบมือพากันช่วยไปที่บ้าน พอมาถึงทุกคนก็ รู้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่โจรขึ้นบ้านแล้ว เหล่าชายหมุนต่างจ้องตากัน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะฆ่าออกมา จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไปนอน

เสียงของหลานฟางนั้นดังซะจนหนูยังไม่กล้าออกจากรัง แมว ในหมู่บ้านก็อดเพราะไม่มีหนูให้จับ

แต่หลังจากที่เกิดเรื่องกับด้าฮานขึ้น หลานฟางนั้นก็กลายเป็น คนเศร้าโศกและไม่ค่อยยิ้มอีกเลย

ตอนกลางคืนก็ได้แต่นอนกอดหมอน และเริ่มจินตนาการไป ต่างๆ นาๆ

สุดท้ายก็ทนกับความโดดเดี่ยวไม่ไหว แล้วก็เริ่มนอกใจ…. ด้าฮานเองวันๆ ก็ได้แต่ตัดพ้อด้วยความปวดใจ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเขาก็พิการแล้ว ในใจมีแต่ความรู้สึกผิด ทำได้แค่ ปล่อยเลยตามเลยทำเป็นเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง

แต่เรื่องนี้ก็ทำให้ ถ้าฮานขายหน้ามาก

เพราะตั้งแต่ด้าฮานได้ยินเรื่องของหลานฟางเขาก็ไม่ค่อยออก จากบ้านอีกเลย เขารู้สึกว่ากระดูกสันหลังของตัวเองกำลังจะถูก คนพวกนี้ทําลายแล้ว

หลังจากกินข้าวเย็นเหอจินกุ้ยก็มาที่บ้านของหลานฟาง มีฝน ตกโปรยปราย

สายฝนแห่งฤดูใบไม้ร่วงมาพร้อมกับสายลมที่หนาวเย็น บ่ง บอกถึงการใกล้จากไปของฤดูใบไม้ร่วงและการใกล้เข้ามาของ ฤดูหนาว

เมื่อเปิดประตูบ้านของหลานฟางเข้าไป ในบ้านกลับไม่มีคน อยู่เลย ด้าฮานนอนอยู่บนเตียงแน่นนิ่งเหมือนศพ ไม่ขยับเลย แม้แต่น้อย จินกุ้ยไม่อยากไปรบกวนเขา แต่ก็สงสัยว่าพี่หลาน ฟางเรียกเขามาทำไม ในเมื่อเธอไม่อยู่ จินกุ้ยกะว่าจะกลับใน ทันที

พอเดินไปถึงลานหน้าบ้านเขาก็ได้ยินเสียงคนตะโกนขึ้น มาดาฮาน! ดาฮาน! ดาฮาน…”

เหอจินกุ้ยหูไม่ค่อยดี เลยไม่รู้ว่าเสียงมาจากทางไหน พอตั้งใจ ฟังดีๆก็รู้เลยว่าต้นเสียงมาจากห้องน้ำ

พอรู้ว่าพี่หลานฟางอยู่ในห้องน้ำหน้าของเหอจินกุ้ยก็แดงขึ้นมาทันที


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ