เทพบุตรตัวเต็งในใจของฉัน

บทที่18 ความคิดของซูไต้



บทที่18 ความคิดของซูไต้

“ฮึ เพื่อนเสิ่น นายว่านายจะให้ฉันไปพูดอะไรดี ถึงแม้ว่า นายจะอยากจะแสดงความรักใคร่สนิทสนมกับแฟนสาว แต่ก็ต้องหาที่ลับตาคนหน่อยมั้ย? ไม่ไหวจริงๆ ก็เปิดห้อง ไปสักห้อง มันไม่ได้ใช้เงินเยอะเลย ทําไมถึงต้องมาทำ ตามอำเภอใจในที่สาธารณะของมหาวิทยาลัยอย่างนี้ ได้!”

“หรือว่านายไม่เคยได้ยินคำว่าโชว์ความรักกันบ่อยๆ โอกาสที่จะเลิกกันก็จะสูงขึ้นคำนี้มาก่อนเหรอ?” ระหว่าง ทางที่เดินอยู่ หลินเสี้ยวเสี้ยวก็เอาแต่บ่นกับเสิ่นหวนออก มาไม่หยุด

แต่เสิ่นหวนก็เดินตามอยู่ข้างหลังซูไต้ไปด้วยใบหน้า ที่หน่ายใจ แรกเริ่มเขาก็ยังอยากจะอธิบายไปสักสอง ประโยค แต่หลังจากที่ได้ยินหลินเสี้ยวเสี้ยวพูดคำพูดที่ ทิ้งระเบิดเอาไว้อย่างน้ำไหลไฟดับออกมาแล้ว เสิ่นหวน ก็ได้ตระหนักขึ้นมาได้ขึ้นมาในทันที มีคนที่มีพรสวรรค์ อย่างนี้อยู่ อธิบายไป มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่ น้อย

ดังนั้นแล้ว เสิ่นหวนจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบไม่พูดจา ออกไปโดยที่ไม่ได้มีความสงสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย!

สำหรับการเข้าใจผิดแล้ว ถึงยังไงก็เข้าใจผิดไปแล้ว อธิบายไปมากเกินไปมันก็ไม่มีผลอะไรมากมาย ไม่สู้ให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงไปเงียบๆ กันล่ะ!

อันที่จริงเสิ่นหวนก็อยากรู้อย่างมาก เด็กสาวที่พูดเก่ง มากอย่างหลินเสี้ยวเสี้ยวนี้ ซูได้ที่เป็นคนเงียบขรึมมาโดย ตลอดสามารถทนมันได้ยังไง

หรือว่าจะเป็นแบบที่บางอย่างมันได้กําราบอีกอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะ สรรพสิ่งบนโลกถ้ามีอย่างหนึ่งแล้วก็จะมีอีก อย่างหนึ่งเพื่อมากำราบมันเอาไว้งั้นเหรอ?

ในตอนที่เสิ่นหวนกำลังลอบคาดเดาอยู่ในใจอยู่นั้นเอง ซูไต้ที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ได้หยุดไปกะทันหัน หันร่างเข้ามา พูดกับเสิ่นหวนเสียงเย็น “นายตามมาพอแล้วหรือยัง!”

“แน่นอนว่าต้องยังสิ กฎของบอดี้การ์ดข้อ…

“พอแล้ว อย่ามาพูดอะไรพวกนั้นมันไม่มีประโยชน์ นาย ไม่ใช่ว่าอยากมาก็มา อยากไปก็ไป? ต่อจากนี้เพียงแค่มา รับส่งฉันไปเรียนก็พอ แต่เวลาอื่น อย่ามาตามฉัน!” ซูไต้ แสดงท่าทางที่ดูเกลียดชังอย่างมากไปยังเสิ่นหวนอย่าง ไม่มีเหตุผล พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูโกรธ เกรี้ยว

แต่เสิ่นหวนนั้นกลับแคะหูไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย แล้วเอ่ยเสียงเรียบนิ่งออกไป “ไต้เอ่อทำไมคุณถึงพูดได้เก่งขนาดนี้นะ ในเมื่อผมตามคุณ นั้นจะต้องมีเหตุผลของ ผมอยู่แล้ว เพราะว่าผมตามคุณ แน่นอนว่าคุณจะต้องตก อยู่ในอันตราย!”

“นายมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าฉันมีอันตรายกัน?”

“ความรู้สึก!”

ได้ยินคำตอบของเสิ่นหวน ซูไต้ก็โกรธแทบบ้าขึ้นมา ทันที นี่เขาเป็นใครกันเนี่ย รู้สึกเอาได้ด้วย

“ฉันกลับคิดว่านายตามฉันมา มันเป็นความอันตราย ที่สุดของฉันแล้วต่างหาก!” ซูไต้พูดกับเสิ่นหวนเสียงเย็น

ส่วนเสิ่นหวนนั้น ในเวลานี้กลับเหมือนกับพยัคฆ์ร้ายที่ หลุดออกมาทันที ทันใดนั้นเองก็ได้วิ่งเข้าไปยังซูได้ จาก นั้นก็เข้าไปกอดร่างอ้อนแอ้นของเธอเอาไว้ กอดเธอกอด เธอกลิ้งอยู่บนพื้นไปตลบหนึ่ง!

แต่หลังจากที่ซูไต้ได้ออกไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว ลูก ฟุตบอลลูกหนึ่งก็ลอยตกลงมาอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ได้ กระทบไปที่ตำแหน่งที่ซูไต้เพิ่งจะยืนอยู่เมื่อกี้นี้ไปอย่าง แรง จากนั้นก็ร่วงลงไปบนพื้นเสียงดังตุบออกมา

“คุณดูสิ อย่างที่ผมพูดไปไม่มีผิดเลยมั้ยล่ะ ผมสังหรณ์ ใจว่าคุณจะเกิดอุบัติเหตุ และมันก็เป็นดังที่คาดเอาไว้เสิ่นหวนในตอนนี้ก็ได้มองไปยังซูได้ที่อยู่ในอ้อมแขน พร้อมกับเอ่ยยิ้มๆ ออกมา

ซูได้ในตอนนี้กลับผลักเสิ่นหวนออกไปทันที สลัดออก ไปจากในอ้อมแขนของเขา พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นออกมา “ปากอัปมงคล!”

หลังจากที่พูดจบ ก็ผันร่างเดินออกไปที่ไกลๆ หลินเสี้ยว เสี้ยวหลังจากที่เดินเข้ามาแล้ว ก็ได้ยกนิ้วให้เสิ่นหวน จาก นั้นก็เดินตามไป

แต่ทว่าต่อจากนั้น เสิ่นหวนนึกไม่ถึงโดยเด็ดขาดว่าซูไต้ ใช้วิธีการหลบหน้ามาใช้กับเขา โดยการเข้าห้องน้ำผู้หญิง

ไป!

เสิ่นหวนไม่อาจเข้าห้องน้ำผู้หญิงได้อยู่แล้ว จากนั้นเขา ก็เข้าห้องน้ำชายไป หลังจากที่ได้ทำธุระส่วนตัวไปจนโล่ง แล้ว ก็ได้เดินออกมาอย่างสบายๆ

แน่นอนว่าในตอนนี้เขาสามารถมองเห็นเงาร่างเบื้องหลัง ของซูไต้กับหลินเสี้ยวเสี้ยวที่ได้เดินออกไปอยู่ไกลๆ ใน ตอนท้ายหลินเสี้ยวเสี้ยวยังหันหน้ามา โบกมือให้กับเสิ่น หวน

“ไต้เอ๋อ ทำไมฉันถึงมักจะรู้สึกตลอดเลยว่าเธอกับการ์ด ที่บ้านของพวกเธอมันไม่ค่อยจะปกติเลยน่ะ!”หลินเสี้ยวเสี้ยวในตอนนี้ได้เดินอยู่ข้างๆ ร่างของซูไต้ เอ่ย ถามกับเธอออกไปด้วยความอยากรู้

“มีอะไรที่มันไม่ปกติกัน?” ซูได้เกิดความร้อนรนขึ้นมาใน ใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับเอ่ยถามออกไปอย่าง ตื่นตกใจ

“พระเจ้า ได้เอ๋อ เธอหน้าแดงแล้ว เธอคงไม่ได้คิดอะไร กับการ์ดที่บ้านเธอจริงๆ หรอกใช่มั้ย?” หลินเสี้ยวเสี้ยว มองใบหน้าที่แดงออกมาเล็กน้อยของซูไต้ ก็ร้องออกมา อย่างประหลาดใจ

สีหน้าของซูได้กลับมาเป็นธรรมชาติออกมาอีกครั้งใน ทันที มองหลินเสี้ยวเสี้ยวนิ่งๆ ไปแวบหนึ่ง พร้อมกับพ่นคำ พูดสองคำออกไปจากปากเบาๆ “บ้าผู้ชาย!

จากนั้นเดินเข้าไปข้างหน้าต่อ แต่ภายในใจของเธอใน ตอนนี้มันกลับครุ่นคิดไปถึงคำถามเมื่อสักครู่ของหลิน เสี้ยวเสี้ยวขึ้นมา

นั่นก็คือ ความคิดที่เธอมีต่อเสิ่นหวนมันเป็นแบบไหนกัน แน่นะ?

รังเกียจมั้ย?

นั่นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว มันถึงขั้นที่สามารถขึ้นไปถึงระดับของการเกลียดชังได้เลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าทําไม พอซูได้เห็นใบหน้าที่ต่ำตมของเสิ่นหวนนั้นแล้ว ภายในใจ ก็เกิดความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด!

แต่ว่าทําไมสําหรับการสัมผัสทางร่างกายกับเสิ่นหวนนั้น เธอกลับไม่มีความรู้สึกรังเกียจที่เคยมีจ่าพวกนั้นขึ้นมา เลยล่ะ?

ถึงขนาดที่ว่าหลังจากที่เธอเพิ่งจะถูกเสิ่นหวนกอดไปอีก ครั้ง ในใจของซูไต้ถึงขั้นที่ไม่มีการต่อต้านออกมาเลย

“ไม่ใช่ ฉันจะต้องเกลียดหมอนั่นอย่างแน่นอน ไอ้คนที่ อวดดีแล้วยังไม่รู้อะไรนั่น!” ซูไต้ครุ่นคิดอยู่นาน ท้ายที่สุด ก็พูดกับตัวเองอย่างแน่วแน่ออกมา

เพียงแต่พวกเธอไม่ได้เห็นเลยว่าด้านหลังของพวกเธอ ไม่ไกล ร่างของเสิ่นหวนมักจะปรากฏออกมาในที่ที่มอง ได้ไม่ชัดเจนอยู่บ่อยครั้ง

“ฮึ แกว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาอะไรล่ะ ก่อกวนซูไต้ ไปสักหน่อย ทำให้ฉันได้มีโอกาสไปช่วยสาวงาม โชว์พาว ไปสักหน่อย!” เสิ่นหวนในตอนนี้สองมือได้โอบรัดอยู่บน ด้านหลังศีรษะ สังเกตสถานการณ์ทางพวกซูไต้ไปพลาง ลอบคิดอยู่ในใจไปพลาง
แต่หลังจากที่เขาตามไปถึงหอพักหญิงแล้ว เขาก็ตามต่อ ไปไม่ได้ เพราะถึงยังไงหอพักผู้หญิงที่โอ่อ่า เสิ่นหวนจะ เข้าไปมันก็ไม่ดี!

แต่ทว่าเสิ่นหวนนั้นก็รู้สึกกลัวขึ้นมาด้วย เดินไปยังข้างๆ หย่อมดอกไม้ที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็นั่งยองๆ ไปตามขอบที่ อยู่ข้างๆ แล้วก็นั่งอยู่ตรงนั้นไปอย่างนั้น

มองประตูทางเข้าหอพักหญิงไปอย่างพอใจ สาวงามที่ แต่งตัววับๆ แวมๆ เดินเข้าๆ ออกๆ พวกนั้น!

“เอ๊ะ นี่มันก็ไม่เลวเลยนะเนี่ย ขาสามารถให้เก้าคะแนน ขาเรียวสวยสุดๆ !

“แม่งเอ้ย ยอดเขาที่ทอดยาวออกมา คงจะต้องมี ไซส์Eไปแล้วล่ะมั้ง หน้าประถมแต่นมมหาลัยเลยนะเนี่ย!

“โอ้ว สั้นจนเกือบจนจะเห็นชั้นในอยู่แล้ว ไม่เลวเลย ด้านในเหมือนจะเป็นสีดำ ดิบเสียจริงเลยนะเนี่ย!”

เสิ่นหวนนั่งอยู่ตรงนั้นไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก มอง เหล่าสาวสวยอ่อนเยาว์ที่เดินเข้าๆ ออกๆ กันไป ในใจก็ เกิดความคิดที่สัปดนขึ้นมา

แน่นอนว่าภายนอกนั้น เขายังคงมีท่าทางที่จริงจังอยู่เหมือนกับกำลังรอคนอยู่ตรงนั้นไปด้วยความตั้งใจ

และการกระทำอย่างนี้ของเสิ่นหวน ไม่ได้ถูกใครเห็นมา มันผิดปกติเลย เพราะถึงยังไงที่ตึกนี้ก็มีสาวสวยอยู่ไม่ น้อย มีชายหนุ่มที่ลุ่มหลงเสน่ห์อยู่หลายคนมารอกันอยู่ที่ นี่อะไรพวกนั้นอยู่แล้ว และมันก็เป็นเรื่องปกติ

ถึงขั้นที่มีผู้หญิงที่ใจกล้าบางคน มองเห็นใบหน้าที่หล่อ เหลาองอาจนั้นของเสิ่นหวน แล้วยังเข้ามาทักทายเขา ส่ง สัญญาณบอกใบ้ไปอย่างอ้อมๆ

แน่นอนว่าล้วนแล้วแต่จะถูกคำปฏิเสธไปด้วยเหตุผลที่ เพียงพอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ช่วยไม่ได้ ซูไต้มองอยู่ตรง ชั้นบน

ซูไต้ในตอนนี้ที่จริงแล้วได้ยืนอยู่ตรงด้านหน้าหน้าต่าง หอพักอยู่กับหลินเสี้ยวเสี้ยว มองเสิ่นหวนที่อยู่ด้านล่าง

ซูไต้ถึงแม้ว่าจะกลับไปพักที่บ้าน แต่ในหอพักก็ได้มีการ ลงทะเบียนเอาเตียงไว้ เพราะถึงยังไงตรงเรื่องค่าที่พัก สําหรับเธอแล้วมันน้อยมาก!

อีกอย่างเธอพักอยู่กับหลินเสี้ยวเสี้ยวก็เป็นหอพัก สำหรับนักศึกษาวิจัยประเภทนั้น เป็นประเภทที่หนึ่งห้อง สําหรับสองคน แน่นอนว่าก็เป็นการใช้เส้นด้วยเหมือนกัน
“ได้เอ่อ เธอวางแผนที่จะให้เขารออยู่ที่ชั้นล่างๆ ไปโดย เปล่าประโยชน์อย่างนี้จริงๆ งั้นเหรอ? ไม่งั้นฉันว่าคืนนี้ เธอไม่ต้องกลับไปหรอก แล้วก็นอนอยู่ที่นี่ ให้เขารออยู่ ล่างหอไป เธอคิดว่าเป็นไง?” หลินเสี้ยวเสี้ยวตอนนี้เอ่ย พูดไปกับซูได้ไปอย่างฉลาดและซุกซนออกมา

ซูไต้คิดไปสักพัก แล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย มุมปากเผย รอยยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยพูดออกมาเสียงเบา “ความ คิดนี้ไม่เลวเลย งั้นก็เอาอย่างนี้แล้วกัน!”

ได้ยินซูได้เห็นด้วยขึ้นมา บนใบหน้าของหลินเสี้ยวเสี้ยว กลับไม่มีสีหน้าสนุกสนานอะไรออกมา แต่กลับเอ่ยพูด ออกมาด้วยความตกใจขึ้นมา “ไม่ใช่นะ ไต้เอ๋อ ฉันพูด เล่นเองนะ เธอคิดจะทำอย่างนี้จริงๆ เหรอ!”

“ทำไมจะไม่ล่ะ?” มุมปากของซูไต้ยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ย ออกไปเบาๆ

ส่วนหลินเสี้ยวเสี้ยวกลับมองเสิ่นหวนที่อยู่ล่างตึกไป ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจนใจ สองมือประกบ เข้าหากัน ปากก็พูดพึมพำออกมาว่า “เพื่อนเสิ่น นายอย่า โทษฉันเลยนะ ฉันก็แค่พูดเล่นกับไต้เอ๋อเท่านั้นเอง เป็น เธอที่ต้องการจะทรมานนายเองนะ! ต่อจากนี้ไปมีความ แค้นก็ตอบแทนกันด้วยความแค้น มีแค้นก็ต้องชำระ ไม่ ต้องมาหาฉัน!”
ซูได้ในเวลานี้มองหลินเสี้ยวเสี้ยวไปอย่างหน่ายใจอย่าง มาก ยัยคนนี้ ตกลงไหว้คนหรือไหว้ผีอยู่ล่ะเนี่ย พูดอย่าง กับว่าเสินหวนตายไปแล้วไม่มีผิด

จากนั้น เธอก็ได้หันหน้ามองไปทางเสิ่นหวนที่รออยู่ด้าน ล่างตึกตรงนั้น มองเสิ่นหวนที่กำลังถูกแดดเผาอยู่ หัวใจ มันก็เกิดความรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างน่าประหลาด!

ตากแดดให้ตายไปเลย! ซูไต้ในตอนนี้กำลังเอ่ยพูดอยู่ ในใจอย่างไม่มีเหตุผล

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พระอาทิตย์ข้างนอกก็ค่อยๆ แรงขึ้น เรื่อยๆ ความรู้สึกภายในใจของซูไต้กลับมีความหงุดหงิด ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

นอนไปบนเตียง แต่ไม่ว่ายังไงก็นอนไม่หลับเลย หลับตา ลง ก็เห็นภาพที่เสิ่นหวนเจ้าหมอนั่นกำลังตากแดดที่กำลัง แผดเผาลงมาอยู่

ความรู้สึกที่มีความสุขเมื่อก่อนหน้านี้ ในเวลานี้มันได้ หายไปอย่างน่าประหลาด! จะว่าไปแล้ว เสิ่นหวนเป็น ผู้ชายคนแรกที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นมา

การรู้จักที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง ก็คือไม่ได้เป็นการเยินยอ ประจบเธอไปโดยสมบูรณ์ มีความคิดเห็นของตัวเอง เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งสง่างามเป็นพิเศษ หรือว่าภาพ ลักษณ์ของเสิ่นหวน มันสอดคล้องกับความรู้ความเข้าใจ ในภาพจําของซูไต้ที่มีต่อผู้ชาย

แน่นอนว่าถ้าเขาไม่ได้ทำให้คนอื่นเขารู้สึกเกลียดอะไร อย่างนั้น มันก็จะยิ่งดีเ

คิดมาถึงตรงนี้แล้ว ซูไต้ค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปยังหน้าต่าง

มองไปลงข้างล่าง!

ไม่มองไม่รู้ พอมองก็ตกใจขึ้นมา เห็นแค่เพียงในตอนนี้ เสิ่นหวนที่แขนเปลือยเปล่า ถือไอติมแท่งไม้หนึ่ง นั่งอยู่ ตรงนั้น เหมือนกับพวกแรงงานข้ามชาติ ไม่หลงเหลือภาพ ลักษณ์อยู่เลย

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ก็เห็นตรงที่ไม่ไกลออกไป มีสาว สวยที่ร่ำลือกันไปทั่วทั้งเมืองสองคน ในเวลานี้ได้เดินมา ทางตึกหอพักนี้เข้ามา

ทั้งสองคนนี้ เป็นสองสาวงามที่เพิ่งจะเดินออกมาจากพับ บลูดรีม เพิ่งจื่อยีกับซือเวยนั่นเอง!

ซือเวยในตอนนี้ บนใบหน้าได้ประดับไปด้วยรอยยิ้ม ออกมาจางๆ เธอในตอนนี้ได้เดินออกมาจากความตื่น ตกใจทำอะไรไม่ถูกที่มีมาตอนก่อนหน้านี้ อีกทั้งเพื่อดูแล อาการตกใจครั้งนี้ของพวกเธอ ยี่เสี่ยวถงไม่ได้เบิกเอาส่วนแบ่งของวันนี้ของพวกเธอไป พูดได้ว่า รายรับ จากดอกกุหลาบของซือเวยทั้งหมดล้วนแล้วแต่จะตกมา อยู่ในมือเธอไปทั้งนั้น นั่นมันเป็นเงินก้อนโตเป็นล้านเลย นะ

มีเงินก้อนนั้น พ่อจะต้องสามารถทําการผ่าตัดได้ทันที เลย!

“พี่เวย พี่ดูสิ พี่รีบดูสิ!” ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เพิ่งจื่อยีก็เขย่า แขนของซือเวยไป เอ่ยออกไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ซือเวยถูกคำพูดของเพิ่งจื่อยีขัดขึ้นมา จากนั้นก็ได้มอง ไปทางนิ้วมือของเฟิงจื่อยี บนใบหน้าก็เผยสีหน้าตื่นตกใจ ออกมาทันที

“นั่นไม่ใช่เขาหรือไง?” ซือเวยในตอนนี้ก็ได้เอ่ยออกมา ด้วยความตื่นตกใจ นึกไม่ถึงว่าคนที่สุดยอดคนเมื่อครู่นั้น ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าประตูหอพักหญิงอยู่อย่างไม่ เหลือสภาพ

“ไม่ได้ ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันต้องเข้าไปสารภาพกับ เขา!” เพิ่งจื่อยีในตอนนี้เอ่ยพูดออกมาอย่างตื่นเต้น จาก นั้นปล่อยแขนซือเวยออกไป แล้ววิ่งไปทางเสิ่นหวน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ