ฉันเป็นสายลับ ทำไมต้องเกิดใหม่

บทที่ 9 ถอนการสมรส



บทที่ 9 ถอนการสมรส

บทที่ 9 ถอนการสมรส

บ่ายวันรุ่งขึ้น ตู่จีผลักประตูเปิดออก ชะเง้อศีรษะออกไป มองแวบหนึ่ง ก็ได้เห็นซูมิ่งเย่ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ข้างเตียง นางรีบเดินเข้าไปคำนับตามพิธีกรรมทันที “คุณหนู พรุ่งนี้ เป็นวันฉลองพระชนม์พรรษาของท่านอ๋อง ได้จัดพิธีเลี้ยง ในลานด้านหน้าจวนอ๋องเรา บ่าวถูกเรียกไปช่วยงานที่ ลานด้านหน้าแล้ว ต้องละเลยขออภัยคุณหนูเจ้าค่ะ”

จบวาจา ตู่จีมองดูใบหน้าดวงน้อยที่งดงามที่สุดของซูมิ่ง เย่อีกครั้งแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่สนใจนางพูดอะไร เบ้ปาก แล้ว นางกล่าวต่อไปว่า “อาการบาดเจ็บคุณหนูยังไม่หาย ดี พระชายารองตรัสว่าไม่กี่วันนี้คุณหนูก็ไม่ต้องออกไป เจ้าค่ะ”

ขนตายาวซูมิ่งเย่ม้วนขึ้นขยับอีกเล็กน้อยแล้ว ในใจก็ ชัดเจนแล้ว ความคิดอ่านแผนการเล็กน้อยของพระชายา รอง เดิมนางก็ไม่สนใจไยดี เช่นนี้ก็ดี

“ในวันพรุ่งนี้ล้วนเป็นใครมาร่วมพิธีเฉลิมฉลองกันบ้าง?” ซูมิ่งเย่คิดแล้วคิด ค่อย ๆ ยกศีรษะขึ้นถามตู่จี

“นี่…บ่าวก็ถูกสั่งให้ไปยกน้ำชาด้วย ก็ไม่รู้เจ้าค่ะ” ในใจ ตู่จีรู้สึกหงุดหงิดบ้าง คุณหนูเพียงถามคำถามง่าย ๆแบบนี้แล้ว นางไปแล้วทั้งวันไม่ได้สอบถามข้อมูลที่ ชัดเจน แอบด่าตัวเองช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ

“ไม่เป็นไร” ซูมิ่งเย่โบกมือ ตู่จีเป็นเพียงสาวรับใช้เล็กๆ ที่ ไม่มีอำนาจไม่มีบารมีคนหนึ่งเท่านั้น ผู้ที่มาเข้าร่วมงานพิธี เลี้ยงฉลองล้วนเป็นข้าราชการที่มีชื่อเสียงร่ำรวยทั้งหมด ไหนเลยจะให้นางรู้รายชื่ออีกได้อย่างไร

ยามวิกาล ซูมิ่งเย่กำลังเตรียมที่จะพักผ่อน ข้างหูได้ยิน เสียงแหวกอากาศดังมา ลูกศรดอกหนึ่งยิงใส่ขอบ หน้าต่างข้างมือของซูมิ่งเย่แล้ว หางลูกศรยังคงสั่นพลิ้ว ไม่หยุด จดหมายฉบับหนึ่งได้ตรึงไว้บนลูกศร ซูมิ่งเย่ เลิกคิ้วขึ้น หยิบจดหมายลงมาเปิดอ่านอย่างถี่ถ้วน บน จดหมายนั้นมีอักษร “รายชื่อของผู้เข้าร่วมงานพิธีฉลอง เฉลิมพระชนม์พรรษาอ๋องซื่อเจิ้ง” ถัดไปเป็นตัวอักษร ถี่ยิบเรียงรายชื่อของฝูงชนมากมายขนาดเล็กเท่าหัว แมลงวันเต็มไปหมด ยังได้แสดงฐานะวงศ์ตระกูลของ แขกเหรื่อแต่ละท่านไว้ด้วย พอดีเป็นรายชื่อผู้เข้าร่วมงาน พิธีในวันพรุ่งนี้

บนนั้น ก็เป็นชื่อโด่งดังของไป๋หลี่ห้าวองค์ชายสี่

ซูมิ่งเย่เลิกคิ้ว ผู้ส่งจดหมายนี้เป็นใคร?

ก็เป็นในขณะนี้ ตู่จีรีบวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนแล้ว
“คุณหนู คุณหนูแย่แล้ว” ตู่จีพูดอย่างกระหืดกระหอบ “พระชายารองส่งคนมาเรียกเจ้าไปเจ้าค่ะ!”

ยังไม่รอให้จีพูดเสร็จ ก็มีสาวรับใช้คนหนึ่งเดินตรง เข้ามาด้วยอย่างยะโส สีหน้านางแฝงแววดูถูก ขณะเมื่อ นางได้เห็นซูมิ่งเย่ ดูเหมือนตะลึงลานต่อการเปลี่ยนโฉม ที่ปรากฏของนางแล้วโดยพลัน แต่ก็ตอบสนองอย่าง รวดเร็วกลับมา นางพูดอย่างช้า ๆ เสียงที่เดิมโอ้อวดเย่อ หยิ่งภายใต้การจ้องอย่างเย็นชาเยือกเย็นของซูมิ่งเย่ยิ่ง มายิ่งเล็กลง “คุณหนูใหญ่ พระชายารองทูลเชิญเจ้าค่ะ”

หลังจากที่นางได้พูดจบ นางรู้สึกว่าแผ่นหลังชาเป็น ตะคริวพักหนึ่ง ภายใต้สายตาดูถูกของตู่จีรีบหนีไปแล้ว

“คุณหนู…” ตู่จ่อยากพูดแต่หยุดไว้ ในเวลานี้พระชายา รองยังได้มาหาซูมิ่งเย่ เห็นได้ชัดว่าผู้มามีเจตนาไม่ดี

“ไม่มีอะไร” ซูมิ่งเย่กล่าวอย่างเฉยเมย พระชายารอง? อดทนมาแล้วหลายวันขนาดนั้น ตามที่คาดอดไม่ไหวแล้ว นางยังคิดจะดู ๆ พระชายารองจะเล่นอะไรอีกในครั้งนี้

ส่วนด้านซูมิ่งโล่ด้านนั้น สถานการณ์กลับไม่ได้มีอะไร ดีแล้ว

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ? ให้ข้าสมรสกับคุณชายสามขาเป็นง่อยคนนั้นของจวนซ่างซู?” เมื่อซูมิ่งโล่ได้ยินข่าวจากสาว ใช้ของตนมาแจ้งรายงานข่าวในเมืองหลวงบน ๆ ล่าง ๆ ก็ กระโดดขึ้นมาโดยตรงแล้ว ไหนเลยยังมีลักษณะของสตรี มีสกุลรณชาติแบบนั้นสักนิดอีก?

“คุณหนู ที่ข้างนอกต่างกล่าวกันเช่นนี้” สาวใช้น้อยคน น้นขยี้ตา “บ่าวยังหาคนของจวนซางซู พวกเขาบอกว่าไป ส่งหนังสือกำหนดพิธีสมรส ที่เขียนไว้เป็นชื่อคุณหนูจริง ๆ เจ้าค่ะ”

ที่แท้ท่านแม่นางคิดจะทำอะไร? ในขณะนี้ใบหน้าที่ สวยงามของซูมิ่งโล่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างหาได้ยาก ไม่มี ความอ่อนโยนของสตรีมีสกุลรณชาติทั้งสิ้นแล้ว นางหัน หลังไปเดินจากไปด้วยเพลิงโกรธที่คุกรุ่นจรดฟ้าดิน

“คุณหนู คุณหนู ท่านกำลังจะไปไหน?” เมื่อสาวรับใช้ได้ เห็นซูมิ่งโล่ที่กำลังพุ่งวิ่งออกไป ก็ถูกทำให้ตกใจสะดุ้ง แล้วทันที รีบเดินขึ้นไป รั้งซูเมิ่งโล่ไว้

“หลีกไป ข้าจะไปหาท่านแม่!” ซูมิ่งโล่ต้องถามให้ชัดเจน นี่ที่แท้เป็นเรื่องอะไรกัน

“คุณหนู ไม่ได้น่ะ พระชายา พระชายาควรบรรทมไป แล้ว อีกอย่างคุณหนูท่านเป็นแบบนี้…” สาวรับใช้คนนั้น ทุกข์จนกล่าววาจาไม่ออก แต่นางกลับมิอาจรั้งซูมิ่งโล่ไว้ได้ ยังให้ซูมิ่งโล่พุ่งตัวออกไปแล้ว

ในห้องโถงหลักของจวนอ๋อง พระชายารองทรงประทับ อยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์สีแดงเข้มสดใสตัวหนึ่ง มองดูซูมิ่งเย่ ที่ยืนอยู่ตรงหน้านางอย่างเฉยเมย ในดวงตาหรี่จนมองไม่ เห็นแสงในนั้นมีความหวาดกลัว กับความเย็นยะเยือก ว ร้ายที่เสียดกระดูกชนิดนั้น

หลังจากนั้น เสียงของพระชายารองอย่างรักใคร่เอ็นดูก็ เริ่มดังขึ้นมา “มิ่งเย่มาแล้วล่ะ มา มาที่ข้า

ทรงตรัสเช่นนี้ พระชายารองยังพยายามที่จะแสดง ลักษณะที่อ่อนโยนมีเมตตาออกมา

แต่ในสายตาของซูมิ่งเย่ กลับเป็นเพียงเพิ่มตัวตลกร้าย!

ซูมิ่งเย่หลุบตาลง ปิดซ่อนประกายเย็นยะเยือกในดวงตา ของตน เงียบงันไม่พูดจา เดินก้าวไปข้างหน้าตามวาจา แล้ว

“มึงเย่เติบใหญ่แล้วจริง ๆ ก็แม้แต่ข้า เกือบจำออกมาไม่ ได้แล้ว” พระชายารองมองดูซูมิ่งเย่อย่างละเอียดถี่ถ้วน ยิ้มเบา ๆ “แต่ว่ามึงเย่ เจ้าก็ถึงเวลาที่ควรจะสมรสแล้ว ข้า ดู คุณชายสามของจวนซ่างซูก็ดีแล้ว ซึ่งเย่เจ้าเองคิด อย่างไรน่ะ?” พระชายารองรู้ว่าเรื่องนี่ตึงมือมากสำหรับซูมิ่งโล่ นางต้องการให้ ซึ่งเปตอบตกลงกับนาง สมรสเข้าจวนบางซู

“พระชายารองทำไมท่านถึงตรัสแบบนี้? ชื่อในหนังสือ สมรส ไม่ใช่ข้าน่ะ” ซูมิ่งเย่กล่าวอย่างเฉยเมย ริมฝีปากมี รอยยิ้มเย็นชาอย่างช้า ๆ ปราดหนึ่งแล้ว

“มึงเย่” พระชายารองทรงดื่มชาอย่างช้า ๆ “ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้าสามารถนับเป็นท่านแม่ของเจ้าแล้ว ถ้าเจ้ายินดี…


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ