ร้ายพ่ายรัก

บทที่2 รอคอย



บทที่2 รอคอย

ภาคินถูกนำตัวเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทั้งหมอและ พยาบาลต่างช่วยกันยื้อชีวิตของภาคินไว้เพราะชีพจรเริ่มเต้นช้า ลง ใช้เวลาไม่นานชีพจรก็กลับเต้นตามปกติจนพ้นขีดอันตราย แต่ ยังไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นเลย

ด้านกึ่งหลังจากที่ตำรวจโทรไปบอกว่าภาคินประสบอุบัติเหตุรถ ชนเธอจึงรีบมาโรงพยาบาลทันทีและไม่ลืมโทรบอกพ่อแม่ของ ภาคินที่อยู่ต่างอำเภอให้ทราบเรื่อง

กิ่งยืนรออยู่ตรงหน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจได้แต่ยืน กระวนกระวายใจอยู่ตรงหน้าห้องเท่านั้น ไม่นานหมอก็ออกมา จากห้องฉุกเฉิน กิ่งจึงรีบเข้าสอบถามอาการทันที

“หมอค่ะ คนไข้อาการเป็นยังไงบ้างค่ะ” กิ่งถามด้วยความเป็น

ห่วง

“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังไม่ฟื้นเลย” หมอบอกอาการไป

ตามตรง

“แล้วเมื่อไหร่จะฟื้นคะ”ถามน้ำตาคลอเบ้า

“อันนี้หมอก็บอกไม่ได้ครับ ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองเพราะคนไข้ได้ รับแรงกระแทกอย่างหนัก ถ้าคนไข้ฟื้นหมอจะตรวจดูร่างกายอย่างละเอียดอีกทีครับ”

“แล้วร่างกายภายนอกมีบาดเจ็บตรงไหนไหมคะ”

“ภายนอกก็มีแผลเล็กน้อยตรงศรีษะครับ แต่หมอก็ยังไม่วางใจ ถ้าคนไข้ฟื้นหมอจะทำการเอ็กเซเรย์ร่างกายทุกส่วนอีกทีครับ หมอขอตัวก่อนนะครับต้องไปดูคนไข้ต่อ”

“ค่ะ” กิ่งเดินไปนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ น้ำตาไหลเอ่อออกมาอาบ แก้มทั้งสองข้าง ภาวนาอยู่ในใจขอให้ภาคินฟื้นขึ้นมาเร็วๆ เพื่อ ให้เธอไม่รู้สึกผิดมากไปกว่านี้

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืนแล้ว พ่อแม่ของภาคินยังไม่มาถึง โรงพยาบาลเลย กิ่งยืนมองภาคินผ่านกระจกห้องไอซียู ที่ตอนนี้ นอนนิ่งอยู่บนเตียง เครื่องช่วยหายใจกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดเต็ม ตัวไปหมด

เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นภาคินอยู่ในสภาพนี้ เพราะปกติภาคิ นจะขับรถด้วยความระมัดระวังมาก ถ้าเขาไม่ดื่มจนขาดสติคงไม่ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย

ถึงเธอจะทําผิดกับภาคินแต่เธอก็ยังคงรักเขาอยู่เหมือนเดิม แต่ เธอไม่อยากจะทําร้ายภาคินลับหลังไปมากกว่านี้ ที่แอบไปมีความ สัมพันธ์กับกาย เธอจึงตัดสินใจบอกเลิกไป ภาคินก็คงจะรับไม่ได้ เหมือนกันที่เธอหักหลังเขาแบบนี้
เวลาผ่านไปจนถึงตีสามพ่อแม่ของภาคินก็มาถึงโรงพยาบาลทั้ง คู่เดินตรงเข้ามาหากิ่งด้วยความเร่งรีบ ร้อนใจเป็นห่วงที่ลูกชาย ต้องมาประสบอุบัติเหตุอย่างนี้

“ดินอาการเป็นยังไงบ้างหนูกิ่ง” อัมพรผู้เป็นแม่ถามด้วยความ เป็นห่วง

“พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่ยังไม่ฟื้นเลย” จับกุมมืออัมพรไว้

“โธ่ พี่คินของแม่เวรกรรมอะไรของลูกถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับลูก ได้” มองผ่านกระจกเข้าไปในห้องเห็นภาคินนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจที่เห็นลูกชายตัวเองเป็นแบบนี้

“หนูกิ่งพอจะรู้ไหม ว่าทำไมคินถึงขับรถชนได้” สวัตรถามออกไป ด้วยความสงสัย

“พี่คินน่าจะเมาค่ะ” พูดออกมาไม่เต็มปาก

“เมางั้นเหรอ คินไม่เคยดื่มเหล้าเลย ถ้าไม่เครียดจริงๆ น่าแปลก สุวัตรขมวดคิ้วเข้าหากัน

“รอลูกฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยถามก็ได้คุณ” อัมพรหันมาบอกกับ สามีตัวเอง
“ก็ได้ผมแค่อยากรู้เฉยๆ ปกติลูกเราจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย” นอกจากมีงานสังสรรค์กับเพื่อนหรือออกงานสังคมเท่านั้น

“ฉันรู้ค่ะ แต่รอฟังจากปากเจ้าตัวดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อัมพรก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ทําให้ภาคินต้อง อยู่ในสภาพนี้

“ผมว่าคุณไปพักก่อนเถอะ นั่งรถมาหลายชั่วโมงแล้ว” สวัตรเดิน เข้าไปประคองอัมพรไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยกัน

จากนั้นทั้งสามคนก็พากันไปพักที่คอนโดของกิ่งเพราะภาคินอ ยู่ในห้องไอซียูและจำกัดเวลาในการเยี่ยม ญาติจึงไม่สามารถอยู่ เฝ้าได้

วันต่อมา

ทั้งสามคนกลับมาเยี่ยมภาคินที่โรงพยาบาลอีกครั้ง โดยที่ทั้ง สามคนใส่ชุดปลอดเชื้อเข้าไปข้างในห้องไอซียู ยืนมองภาคินที่ นอนหลับใหลอยู่โดยไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย

“กินรีบตื่นขึ้นมาหาแม่นะ แม่ใจจะขาดแล้วรู้ไหม”ร้องไห้สะอึก สะอื้นยื่นมือไปจับมือภาคินไว้

กิ่งได้แต่ยืนมองอัมพรกับภาคินที่นอนแน่นิ่งอยู่ ด้วยความรู้สึกผิดในใจถ้าภาคินฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงกับทุกคน เรื่อง ที่เธอบอกเลิกเขา เธอก็คงต้องรับสภาพไป ตลอดเวลาที่เธอคบ กับภาคินเธอยอมรับว่าเขาเป็นคนดีให้ เกียรติเธอเสมอ แต่ไม่ค่อย มีเวลาให้เธอก็เท่านั้นเอง ทำให้เธอเผลอใจไปกับคนที่เข้าหาเธอ ได้อย่างง่ายดาย

“คุณพ่อ คุณแม่ค่ะ คินเป็นยังไงบ้าง” มินเดินเข้ามาข้างในห้อง

“มาแล้วเหรอมิน พี่เขายังไม่ฟื้นเลยลูก สุวัตรหันไปบอกลูกสาว

“โธ่ พี่คินทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้” เดินเข้าไปจับมือพี่ชายตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอรู้ข่าวตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ก็มาไม่ได้เพราะ ยังอยู่ที่เกาะกลางทะเลกับเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวด้วยกัน พอเช้าเธอก็ รีบเข้าฝั่งบินด่วนขึ้นมาเชียงใหม่เลย

“พ่อเชื่อว่าคินจะฟื้นขึ้นมาหาพวกเราแล้วอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พร้อมตาอย่างที่เคยเป็น” สุวัตรเดินเข้าสวมกอดปลอบอัมพรกับ มิน

กิ่งมองภาพตรงหน้าพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ อยู่ๆโทรศัพท์ ของเธอก็ดังขึ้น กิ่งจึงเดินออกไปจากห้องเพื่อรับโทรศัพท์ พอคุย เสร็จเธอก็เดินกลับมาตรงหน้าห้อง เจอทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเดิน ออกมาจากห้องพอดี
“คุณพ่อกับคุณแม่ของกิ่งฝากความคิดถึงกับความห่วงใยมาให้ คุณพ่อกับคุณแม่ และก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่คินด้วยค่ะ” พูดไปตามที่พ่อแม่ของเธอฝากบอก

“ขอบใจจ้ะ แล้วทั้งสองคนไม่มาเยี่ยมด้วยตัวเองเหรอจ้ะ” อัมพร ถามออกไป

“พอดีคุณพ่อกับคุณแม่อยู่ต่างประเทศค่ะ อีกหนึ่งอาทิตย์ถึงจะ กลับมาค่ะ” ตอบไปตามตรง

“ตัวไม่มาแต่ฝากความห่วงใยมาแทนแม่ก็ดีใจแล้วล่ะจ้ะ” อัมพร ส่งยิ้มให้กิ่ง

“งั้นกิ่งขอตัวกลับไปเคลียร์งานก่อนนะคะ ไว้ตอนเย็นกิ่งจะกลับ มาอีกทีค่ะ” พนมมือยกขึ้นไหว้อัมพรกับสุวัตร

“มินไปส่งที่รถนะคะ”เดินตามหลังกิ่งออกไป

“พี่กิ่งค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่คินกันแน่” ระหว่างทางเดินไปลาน จอดรถมินก็ถามกิ่งไป

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่คินเขามาหาพี่ที่คอนโดเอาเค้กวันเกิดมา ให้พี่ แล้วเขาก็กลับไป” ตอบโดยไม่ยอมมองหน้ามิน
“ปกติถ้าพี่คินมาหาพี่กิ่งจะค้างตลอดแล้วทำไมครั้งนี้ถึงรีบกลับ ล่ะคะ”ขมวดคิ้วเข้าหากัน

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน “รีบเดินตรงไปที่รถ

“แสดงว่าระหว่างทางกลับพี่คนแวะดื่มเหล้าเหรอค่ะ ถึงได้ขาด สติขับรถไปชนเสาไฟฟ้าได้ แล้วพี่คินดื่มทำไมล่ะคะ”เดินตาม หลังกิ่งไปติดๆ

“น้องมินค่ะ พี่ขอตัวกลับก่อนนะพี่มีงานด่วน” เปิดประตูก้าวเท้า ขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

มินมองรถของกิ่งที่แล่นออกไปด้วยความงง กิ่งไม่ยอมตอบ คำถามเธอ จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปข้างในโรงพยาบาล

ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองเชียงใหม่

กิ่งเดินเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความ เหนื่อยล้า หยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมากำลังจะอ่าน แต่กลับไม่มี สมาธิเพราะในหัวมีแต่ภาพของภาคินที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียง ลอยเข้ามาทํา อเสียสมาธิ

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับเลขาหน้าห้องเปิด

ประตูเดินเข้ามา
“คุณกายมาขอพบค่ะ”

“เชิญเข้ามาเลยจ้ะ” มองไปที่ประตู

เลขาเดินหายออกไปกายก็เดินเข้ามาในห้องทันทีพร้อมกับส่ง ยิ้มให้กิ่ง เดินเข้าไปที่โต๊ะใช้แขนโอบไปด้านหลังกิ่งย่อตัวลงยื่น หน้าเข้าไปหอมแก้มกิ่งหนึ่งที จากนั้นก็เลื่อนริมฝีปากตัวเองไป ใกล้ริมฝีปากกิ่ง หมายจะจูบแต่เธอดันหน้าเขาออกไปก่อน

“อย่าค่ะเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้มาหา ฉันที่นี้” มือดันหน้ากายค้างไว้

“ผมคิดถึงคุณ ก็เลยอยากมาหาไม่ได้หรือไง” ถอยออกมานั่งลง บนเก้าอี้ตรงข้ามกับกิ่งพร้อมกับจับกุมมือเธอไว้

“ฉันว่าคุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันปวดหัว” ดึงมือตัวเองออกจากมือ

กาย

“ทำไมคุณยังรักมันอยู่ใช่ไหม” กายเริ่มมีอารมณ์ที่ถูกกิ่งปฏิเสธ

“ฉันแค่อยากจะอยู่กับตัวเองสักพักค่ะ” ลุกขึ้นยืนหันหลังให้กาย
“คุณยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่ใช่ไหม ตกลงคุณจะคบกับผมต่อหรือ ว่าคุณกลับไปหามัน”ถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

“คุณก็เห็นว่าฉันคืนแหวนหมั้นให้เขาไปแล้ว คุณยังจะมาถามเอา อะไรอีก มันยังชัดเจนไม่พอหรือไงคะ” หันไปมองหน้ากาย

“ผมขอโทษ ก็ผมหงคุณนี้” เดินเข้าไปสวมกอดกิ่งจูบไซ้ซอกคอ ขาวเนียน พร้อมกับใช้มือลูบไล้หน้าอกเต่งตึงทั้งสองข้างไปมา

“ให้ผมช่วยคุณให้หายเครียดดีไหม” กระซิบข้างหูกิ่งพร้อมกับใช้ มือล้วงเข้าไปในกระโปรงลูบไล้บริเวณช่องรักจากนั้นก็ดึงกางเกง ชั้นในลงไปกองอยู่ตรงตาตุ่มของกิ่งอย่างง่ายดาย

“ในห้องนี้มันจะเหมาะเหรอคะ” สบสายตากับกาย

“คุณก็โทรไปบอกเลขาคุณสิ ว่าอย่าให้ใครรบกวนเราตอนนี้” พูด ไปมอก็บีบขาสะโพกกิ่ง

“ก็ได้ค่ะ ” หยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูตัวเองกดโทรออกไปหา เลขาหน้าห้องออกคําสั่งไม่ให้ใครรบกวนเวลาส่วนตัวของเธอ จากนั้นก็วางสายทันที
“คุณพร้อมแล้วใช่ไหม” กายถามขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อเซ็ตออก

“ค่ะ “เดินเข้าไปใช้แขนทั้งสองข้างคล้องคอกายแล้วประกบจูบ กายอย่างดูดดื่ม

ไม่นานทั้งคู่ก็บรรเทิงบทรักอันเร้าร้อนไปทั่วทุกมุมของห้อง ทำงาน จนไปจบลงที่ตรงโซฟานุ่มตรงมุมหนึ่งของห้อง ทั้งคู่นอน กอดก่ายกันอย่างมีความสุข จนกายพูดทำลายความเงียบขึ้น

“อาการเขาเป็นยังไงบ้าง” กายหันไปถามกิ่งที่นอนอยู่ข้างๆกัน

“ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นเลยค่ะ กิ่งลุกขึ้นนั่งหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่

“ก็น่าเห็นใจอยู่นะ แต่เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอก จริงไหม” ยื่นหน้าไปหอมแก้มกิ่ง

“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แต่ถึงพี่คิน เขาจะไม่รู้วันนี้ สักวันเขาก็ต้องรู้เรื่องของเราอยู่ดี” พูดพลางใส่ เสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อย

“ผมได้ยินอย่างนี้ก็ชื่นใจขึ้นมาหน่อย แล้วคุณจะบอกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเมื่อไหร่ ว่าคุณจะถอนหมั้นกับเขา” หยิบเสื้อผ้าขึ้นมา ใส่

“รอพี่คินฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วฉันจะบอกทุกคนเองค่ะไม่ต้องเป็น ห่วง”

“ตามใจคุณก็แล้วกัน ผมกลับก่อนนะไว้เย็นนี้ผมจะไปหาอีก” ยื่น หน้าเข้าไปหอมแก้มกิ่งแล้วเดินออกจากห้องไป

พอกายออกไปกิ่งก็ลงไปนั่งบนเก้าอี้ทำงานต่อ เธอได้แต่หวังว่า ภาคินจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววันและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าใจ ที่เธอ ถอนหมั้นกับภาคินเช่นกัน

ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอนอกเมือง เชียงใหม่

ติ๊ดๆๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ มือเรียว เล็กเจ้าของเครื่องหยิบขึ้นมารับทันที

“ฮัลโหล มิน” กรอกเสียงหวานใส่โทรศัพท์

“มะลิสะดวกคุยตอนนี้ไหม”มินถามเผื่อมะลิอยู่ในช่วงเข้าเวร “สะดวกจ้ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” นั่งลงบนม้านั่งตรงทางเดิน
“คือฉันจะโทรมาบอกเธอเรื่องพี่คิน” พยายามพูดด้วยน้ำเสียง ปกติที่สุด

“พี่คินเป็นอะไรเหรอ” มะลิแปลกใจปกติมินจะโทรหาเธอคุยกัน เรื่องงานกับเรื่องตามประสาผู้หญิงเท่านั้น ไม่เคยพูดถึงภาคินเลย สักครั้งแต่ครั้งนี้มาแปลก

“ตอนนี้พี่คินอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ฟื้นเลย” พูด ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“อะไรนะ พี่คินเป็นอะไรทำไมถึงยังไม่ฟื้น” มะลิถามออกไปด้วย ความตกใจ

“พี่คนขับรถเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้า จนสลบไปตั้งแต่เมื่อวาน แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นเลย” น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

“โธ่ มินฉันเสียใจด้วยนะ เธอต้องเข้มแข็งนะรู้ไหม ฉันเชื่อว่า คินจะต้องฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน” มะลิพยายามพูดปลอบใจเพื่อนแต่ ตัวเองกลับน้าตาคลอเบ้า

“ขอบใจนะ ฉันจะพยายาม” ยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง

แล้วตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไหนล่ะ”มะลิถามต่อ ”
“โรงพยาบาลในตัวเมืองเชียงใหม่นี้แหละ เธอจะมาเยี่ยม ดิน ไหม” มินถามขึ้น

“ฉันก็อยากจะไปนะ แต่ติดเข้าเวรแทนเพื่อน พอดีเพื่อนๆ หยุด กันยาวเลยฉันไปไม่ได้หรอก” ตอบไปตามตรงเธอต้องอยู่เวรแทน เพื่อนพยาบาลคนอื่นที่หยุดกัน

“งั้นเหรอ ไว้พี่คินกลับไปที่บ้าน เธอค่อยไปเยี่ยมก็ได้ ” มินเสนอ ขึ้น

“ได้สิ ถ้าพี่คินกลับมาที่บ้านฉันจะไปเยี่ยมที่บ้านเอง” เธอเห็น ภาคินมาตั้งแต่เด็กๆแล้วเพราะไร่ที่เธออยู่กับสวนส้มอยู่ติดกัน

“จ้ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฉันไม่กวนเวลาทำงานของเธอแล้ว” เธอไม่ อยากจะรบกวนเวลาทํางานของมะลิมากไปกว่านี้

“ไว้เจอกันนะ แล้วอย่าคิดมากล่ะ พี่คินจะต้องไม่เป็นอะไร” มะลิ พูดให้กำลังใจมินอีกครั้ง

“จ้ะ ฉันวางสายก่อนนะ” มินพูดจบก็กดวางสายทันทีน้ำตาที่กลั้น เอาไว้ก็ไหลเอ่อออกมาอาบแก้มทั้งสองข้างเพื่อระบายความอัด อั้นที่อยู่ข้างใน
ด้านมะลิหลังจากที่วางสายจากมินเธอก็อดห่วงภาคินไม่ได้ อยากจะไปเห็นด้วยตัวเองว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง ป่านนี้คู่หมั้น คู่หมายของเขาคงจะดูแลไม่ห่าง เพราะทั้งคู่รักกันมาก จะมีข่าวดีในเร็วๆนี้


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ