My lady นายหญิงเป็นผู้ หญิงของผม 18+

ตอนที่ 9 จับโจรให้จับหัวหน้า



ตอนที่ 9 จับโจรให้จับหัวหน้า

ทั้ง 4 สายงาน ในห้องครัว ไม่ว่าจะเป็นงานผัด งานเขียง งาน เชือด งานผู้ช่วยในครัว ต่างก็พากันมองเฮยเมียนเป็นอย่างอื่น ตระหนก ไม่มีใครที่จะสามารถตอบได้ในทันที

เฮยเมียนเป็นมองดูสถานการณ์นี้แล้ว ก็ยิ่งตะโกนเสียงดังขึ้น ว่า “ทั้งหมดนี้แม่มึงหูหนวกกันหรือไง รีบเข้า ถ้าหากไม่สามารถ จัดการเรื่องนี้ได้ ทั้งหมดจะต้องถูกไล่ออก เงินแม้แต่สตางค์เดียว ก็อย่าคิดที่จะได้

พอตะโกนจบ เฮยเมี่ยนเงินก็หันหลังเดินออกไป พอเขาเดิน ออกไปทุกคนก็ต่างวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาใหญ่ว่าตกลงแล้วมัน เกิดอะไรขึ้น หัวหน้าใหญ่ของงานเขียงถือเมนูอาหารในงานเลี้ยง วันเกิดมาถกเถียงกันกับหัวหน้างานเชือดและพ่อครัวอย่างเสียง ดัง พ่อครัวคิดว่าปัญหามันน่าจะเกิดขึ้นที่ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จ หัวหน้างานเชียงคิดว่าปัญหามันน่าจะเกิดขึ้นจากในส่วนของ เครื่องปรุงรส ส่วนหัวหน้างานเชือดก็บอกว่าไม่ได้เกิดปัญหาใน ส่วนงานของตน ต่างฝ่ายก็ต่างเสียง เถียงกันไม่จบสักที

คนพวกนี้ยิ่งทะเลาะเสียงก็ยิ่งดัง จริงๆ แล้วไม่ได้มาหาสาเหตุ หรอก ต่างพากันโยนความรับผิดชอบมากกว่า ขนาดวิเคราะห์ ปัญหายังขี้เกียจที่จะทำกันเลย ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยากอะไร วิธีการควบคุมที่ง่ายมากก็คือกำหนดขอบเขตขึ้นมา ไม่ใช่ว่าแค่ ทําเฉพาะงานเลี้ยงวันเกิดเท่านั้น งานเลี้ยงอื่นๆ คนกินก็ไม่ได้มีปัญหา ใช้วิธีการกําจัดอาหารที่เหมือนกันก่อน ถ้าหากสามารถ จัดการเคลียร์เรื่องอาหารทั้งหมดได้แล้ว นั่นก็แสดงว่าปัญหามัน อยู่ในส่วนของพ่อครัว

แน่นอนว่าคนที่รู้อยู่แก่ใจอย่าง ด้วนเทียนเฟิงไม่สามารถที่จะ เตือนพวกเขาได้ เนื่องจากข้อสรุปมันไม่ได้เพิ่มผลดีอะไรกับตัว เขาเลย

กลุ่มหัวหน้ายิ่งทะเลาะก็ยิ่งรุนแรงขึ้น เปลี่ยนจากการปะทะ ด้วยวาจาเป็นการลงไม้ลงมือแทน คนที่เริ่มลงมือก่อนคือหัวหน้า ฝ่ายเขียง เพราะว่าถูกพ่อครัวคนที่ 4 ถุยน้ำลายใส่หน้า พนักงาน ฝ่ายเขียงคนอื่นๆ พอเห็นหัวหน้าตัวเองโดนรุม แน่นอนว่าต้อง เข้าไปช่วย ดังนั้นเพียงแค่ชั่วขณะเดียวสภาพในห้องครัวก็ ยุ่งเหยิงเป็นพัลวัน ในตอนนี้พอเสี่ยวป่าวได้ยินเสียงก็รีบวิ่งจาก ข้างนอกเข้ามาข้างในทันที เห็นพ่อครัวกับฝ่ายงานเขียงกำลัง ทะเลาะกัน อยากที่จะเข้าไปช่วย พอดี ด้วนเทียนเฟิงก็ได้มาถึง เขาไว้ แล้วพูดว่า “นายบ้าไปแล้วเหรอ นายรู้หรือเปล่าว่าเขา ทะเลาะกันเรื่องอะไร

อูเสี่ยวป่าวอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ไม่รู้ แต่ว่านี่มันเป็น ประโยชน์ขององค์กร นายอย่ามาขัดขวางฉัน

“องค์กรปูนายเหรอ เรื่องเมื่อวานยังจำได้ไหม นายเกิดปัญหา มีใครบ้างที่สนใจ รีบออกไป ทำเหมือนว่าไม่รู้ไม่เห็นไปซะไป” ด้วนเทียนเฟิงผลักอูเสี่ยวป่าวออกไปทางประตูหลังอูเสี่ยวป่าว อยากที่จะหันกลับไป ด้วนเทียนเฟิงทำท่าทางที่จะชกเขาออกไป เขาถึงจะหยุดฝีเท้าลง หลังจากที่ลังเลครู่หนึ่ง ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว หายลับไปกับความมืดที่อยู่ด้านนอกของประตูหลัง

ด้วนเทียนเฟิงหันหลังกลับไปมองภาพเหตุการณ์ที่พวกเขา ทะเลาะกัน พ่อครัวคนที่ 2 ถูกหัวหน้างานเขียงชกจนเละ ร้องไห้ ตะโกนออกมาว่า “ผู้ช่วยในครัวอยู่ไหน รีบเข้ามาช่วยเร็ว ไม่ อย่างนั้นฉันจะเอาพวกนายตายแน่”

ผู้ช่วยในครัวทุกคนต่างก็ต้องติดตามพ่อครัว ได้เรียนรู้สิ่ง ต่างๆ มากมาย ในสุดท้ายแล้วจะสามารถเป็นพ่อครัวได้หรือไม่ จะต้องดูพ่อครัวของตัวเอง ดังนั้นพอพ่อครัวหมายเลข 2 ตะโกน ร้องเรียกแบบนี้ ผู้ช่วยในครัวหลายคนต่างก็เข้าไปร่วมด้วย ด้วน เทียนเฟิงไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย นอกจากเหตุผลของเรื่องนี้ที่เขารู้ แล้ว อีกเรื่องหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากที่จะเรียนรู้อะไร จากในตัวของพวกเขา ในความเป็นจริงแล้วอาหารที่ ด้วนเทียน เพิ่งทำยังอร่อยกว่าที่พ่อครัวบางคนทำเสียอีก สิ่งที่พวกเขาทำ เป็น เป็นสิ่งที่ ด้วนเทียนเฟิงทำได้ตั้งแต่อายุ 13 ปีแล้ว แต่เพียง แต่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือเท่านั้น วันนั้นที่ ด้วนเทียนเฟิงเริ่ม ออกไปหางาน ก็ได้หาในตำแหน่งพ่อครัวมาโดยตลอด แต่ว่าหา มาสิบกว่าร้านก็ไม่มีใครสนใจเขาเลย เนื่องจากสาขาอาชีพนี้ เป็นงานที่ต้องอาศัยการแนะนำ ตำแหน่งงานพ่อครัวนี้ตั้งแต่ไหน แต่ไรมาจะไม่รับคนแปลกหน้า เขาจึงทำได้แต่งานผู้ช่วยในครัว เท่านั้น แล้วค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไร ก็ตามเขาก็ไม่ต้องการที่จะไปเสวนาอะไรกับพวกเขา

ฝ่ายงานเชือดไม่รู้เป็นบ้าอะไรก็เข้าไปร่วมด้วย หลังจากนั้น ฝ่ายงานล้างก็ออกมา ทุกคนต่างก็ใช้พวกเขาถึงเข้าไปช่วยงานเขียง คนของทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกัน ใหญ่ บรรยากาศของเหตุการณ์ออกรสออกชาติมาก ตีกันเสียง ดังโครมคราม ตุ๊บ ตั๊บ โยนจานกระเบื้อง ปาจาน ตะกร้าผัก ฟัก แฟงแดงผักสดต่างๆ ก็ได้ถูกนำมาปาใส่ฝ่ายตรงข้ามกันใหญ่ ตรงด้านนอกของเคาน์เตอร์ห้องครัวก็มีพนักงานเสิร์ฟอาหารมา ดูความวุ่นวายกันใหญ่ สุดท้ายพนักงานบริการที่เข้ามาดูด้วย แล้วสุดท้ายสุดๆ ก็คือ เฮยเมียนเป็นพอเห็นภาพเหตุการณ์ ตะลุมบอนวุ่นวาย ก็อึ้งไปพักหนึ่งแล้วถึงตะโกนขึ้นมาว่า “อยาก ให้ฉันตายใช่หรือไม่

เสียงตะโกนของเฮยเมียนเดินไม่ได้ทำให้พวกเขาที่กำลังเลือด ขึ้นหน้าวางมือลง พวกเขายังคงทะเลาะกันต่อไป เฮยเมียนเซน เดือดขึ้นมา ก็ได้ถือกระบวยอันใหญ่หนึ่งอันเดินเข้าไป พอเจอ ใครก็ฟาดใส่คนนั้น พวกเขาถึงจะมีปฏิกิริยาตอบสนองออกมา แล้วแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย

เฮยเมียนเงินพูดออกมาว่า “ไอ้เหี้ย ทะเลาะอะไรกัน ต่างก็เป็น คนกันเองทั้งนั้น ให้พวกนายหาสาเหตุ พวกนายอยากให้ฉันตาย จริงๆ ใช่ไหม”

หัวหน้าฝ่ายงานเขียงพูดขึ้นมาว่า “พวกฝ่ายผัดอาหารเริ่ม ลงมือก่อน”

พ่อครัวหมายเลข 2 พูดขึ้นมาว่า “แม่มึงสิ กล้าพูดความจริง ออกมาหรือเปล่า ฝีมือมีดเก่งไม่ใช่เหรอ”

เฮยเมียนเซินพูดออกมาว่า “หุบปาก เรื่องนี้ยังไม่คิดบัญชีกับพวกนายนะ รอให้หาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนว่าส่วนไหนที่เกิด ปัญหา”

หัวหน้าฝ่ายเขียงบอกว่า “ไม่ใช่ในส่วนของฉัน ไม่เช่นนั้นแขก ทั้งหมดจะต้องมีปัญหา” พ่อครัวหมายเลข 2 บอกว่า “ยิ่งไม่ได้มีปัญหามาจาก ในส่วน

ของฉันแน่ ไม่เช่นนั้นแล้วผลออกมาต้องเหมือนกัน แขกทั้งหมดก็

ต้องมีปัญหา”

หัวหน้าฝ่ายงานเชือดก็บอกว่า “ของฉันก็เหมือนกัน”

“พูดเฉยๆ มันก็เปล่าประโยชน์ใช่ไหม ต้องวิเคราะห์ หา สาเหตุ พวกนายเข้าใจไหม เอารายการอาหารจากเมนูอาหาร สต็ออกมาให้หมด แล้วดูว่าในนั้นมีรายการไหนบ้างที่ไม่ได้ขาย ออกไปในคืนนี้…” เหลือบตาไปมองที่เคาน์เตอร์ครัวแวบหนึ่ง เห็นยังเต็มไปด้วยคนมากมาย เฮยเมียนเซินก็เลยด่าออกไปว่า “มองอะไร ไสหัวไปให้หมด….

แม้ว่าจะไม่ได้อยู่แผนกเดียวกัน แต่ เฮยเมียนเซินเป็นคนที่ดุ พนักงานบริการต่างก็พากันกลัวเขาหมด ดังนั้นเวลาที่เขาตะโกน ออกมาแบบนี้ คนทั้งหมดก็ได้สลายตัวแยกย้ายไปกันหมด

หัวหน้าฝ่ายงานเขียงพูดขึ้นมาว่า “มีการเช็กแล้ว ขายออกไป ทั้งหมดเลย แต่ว่าไม่ได้เกิดปัญหาจากในส่วนของฉัน ปัญหาน่า จะมาจากอาหารที่ทําเสร็จแล้ว หรือไม่ก็อาจจะเกิดจากการกระ ทําของบุคคล ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนเหมือนกัน”

ทุกคนต่างก็พากันตกใจในความคิดของหัวหน้าฝ่ายเขียง แต่ว่าทุกคนในนี้ไม่รวมถึงเฮียเมียนเป็นต่างก็กวาดสายตาไปรอบๆ หาคนที่อยู่ในฝูงชน หลังจากนั้นก็ตะโกนขึ้นมาว่า “แล้วเลี้ยว ป่าวล่ะ”

ไอ้เหี้ยนี่คงจะไม่สงสัยในตัว เสี่ยวป่าวหรอกนะ ต้วนเทียนเฟิง รีบพูดขึ้นมาว่า “ไปโทรศัพท์ อยู่ข้างนอก ผมจะไปเรียกให้กลับ เข้ามา

ไม่ทันรอคําตอบจาก เฮยเมียนเป็นด้านเทียนเฟิงก็รีบปรี่ออก ไป อธิบายให้เสี่ยวป่าวฟังคร่าวๆ 1 รอบ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อให้อูเสี่ยวป่าวอธิบายให้เฮยเมียนเป็นฟังตามที่เขาบอกไว้ แต่ว่าดูจากสถานการณ์แล้วเหมือนกับว่าไม่มีโอกาสที่จะให้พูด พอไปถึงเฮยเมียนเซินก็ผลัก ด้วนเทียนเฟิงออกไป ชกหนึ่งมัดใส่ ไปที่อูเสี่ยวปาวดาออกมาว่า “ไอ้เหี้ย ดู แค่ไม่ให้เบิกเงินเดือน ล่วงหน้าเท่านั้น ถึงขั้นกับแก้แค้นอย่างนี้เลยเหรอ พี่น้องทั้งหลาย อัดมัน”

แย่แล้ว เฮยเมี่ยนเงินที่มีท่าทีแบบนี้ไม่สนใจแล้วว่าเรื่องราว มันเป็นอย่างไร ว่าอูเสี่ยวป่าวเป็นคนทำ หรือว่าอาหารมีปัญหา เพียงแต่ว่าหาคนมาตายแทนเพื่อที่จะให้ตัวเองพ้นจากความรับ ผิดชอบ ใจด่าไร้จิตสำนึกมาก เขาเป็นหัวหน้าแท้ๆ ทุกคนต่างก็ เชื่อเขา ดังนั้นพอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ต่างก็พากันลงมืออัดใส่ เสี่ยวป่าวกันใหญ่ ด้วนเทียนเฟิงคิดที่จะดึงอูเสี่ยวป่าวให้วิ่งหนี ออกมา แต่ก็ไม่ทันแล้ว

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า จะต้องจู่โจมออกไปถึงจะสลัดตัวออก มาได้ ด้วนเทียนเฟิงรัวหมัดใส่พ่อครัวหมายเลข 2 ที่มีท่าทางดุดัน เกี่ยวเขาจนลงไปนอนราบกับพื้น ผลปรากฏว่าทุกคนต่างก็ พากันกรูเข้ามา แม้ว่า ด้วนเทียนเพิ่งจะมีวิชาศิลปะป้องกันตัว แต่ ด้วยสภาพที่คนเยอะและพื้นที่แคบ แน่นอนว่าไม่สามารถที่จะ เปิดทางออกมาได้ มองดู เสี่ยวป่าวที่ถูกกระทืบจนล้มลง พวก เขาพากันเตะถีบใส่ไม่ยั้ง ด้วนเทียนเพิ่งรีบวิ่งออกไปที่ประตูหลัง รีบไปเอาสายดับเพลิงที่อยู่ตรงทางเดิน เปิดสวิตช์ขึ้น แล้วก็ลาก สายดับเพลิงที่ปากสายมีขนาดหนาเท่ากับชามเดินกลับไป แล้ว ก็ฉีดไปยังไอ้เหี้ยพวกนั้น

แรงดันน้ำแรงมาก พวกเขาถูกฉีดจนร้องตะโกนเสียงดัง อยากที่จะวิ่งเข้าไปหา ด้วนเทียนเฟิงแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ท้ายที่สุดก็ได้แต่ต้องถอยหลังออกไป คนชนคน ลื่นล้มกัน ระเนระนาด กลิ้งกันตลบ สถานการณ์นี้วุ่นวายมากที่สุด แต่ เสี่ยวป่าวก็อาศัย โอกาสนี้คลานลุกขึ้นมายืนได้ และผลักฝ่าย เขียง ให้ลื่นล้มลงไป และได้ถือมีดขึ้นมา 2 เล่มไว้ในมือ จากนั้น ลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างๆ ด้วนเทียนเฟิงอาการบาดเจ็บเดิมของเจ้า หมอนี่ยังไม่หายดี ก็มีแผลใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว เจ็บจนปากบิด ปากเบี้ยว

มองดูห้องครัวที่มีสภาพเละเทะอย่างนี้ ด้วนเทียนเฟิงก็คิดที่จะ ปิดน้ำลง ทันใดนั้นก็มีจานกระเบื้องใบหนึ่งโยนลอยมาโดนหัว ของเขา เขาใช้มือปัดออกไป ทำให้จานตกลงบนพื้น แตก กระจายละเอียดเป็นชิ้นๆ หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงตะโกน ของเฮยเมียนเงินแล้วจานกระเบื้องจำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้ถูกโยน ออกมาตามคำบังคับบัญชาของเฮยเมี่ยนเป็นปัง ๆ ๆ ๆ เสียงดังไม่หยุด ในนั้นมีบางใบที่ปามาโดนร่างกายของด้านเทียนเฟิง และอูเสี่ยวป่าวพวกเขาก็ได้แต่ก้าวเท้าถอยออกไปยังประตูหลัง แล้วปิดประตูลง แต่ว่าพอลองมาคิดดูก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ด้วน เทียนเฟิงและอูเสี่ยวป่าวไม่สามารถที่จะหนีออกไปได้ ไม่เช่นนั้น เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นว่ากำลังหลบหนีพวกเขาอยู่

มองดูไปรอบๆ ด้วนเทียนเฟิงก็เห็นช่องระบายลมที่อยู่ด้านบน ของประตู จึงยื่นสายดับเพลิงให้กับอูเสี่ยวป่าวแล้วพูดว่า “รีบฉีด เข้าไปข้างในช่องระบายลมเดี๋ยวนี้ ส่วนฉันจะอ้อมไปที่ด้านหน้า จัดการ เฮยเมียนเซิน”

อูเสี่ยวป่าวพูดขึ้นมาว่า “พวกเขามีกัน 20 กว่าคน นายบ้าไป แล้วเหรอ”

ด้วนเทียนเฟิงพูดขึ้นมาว่า “จะจับโจรต้องจับหัวหน้าโจรก่อน เวลานี้ถูกต้องแล้ว อีก 3 นาที นายเปิดประตูเข้ามาช่วยรับมือ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ