My lady นายหญิงเป็นผู้ หญิงของผม 18+

ตอนที่ 7 เต้นอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด



ตอนที่ 7 เต้นอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด

ระหว่างทางที่เดินกลับหอพัก ด้วนเทียนเฟิงและอูเสี่ยวป่าวต่างก็ ไม่ได้มีอารมณ์อะไรกันเสี่ยวป่าวกำลังเสียใจอยู่ เพราะเรื่อง แบบนี้ทำให้ต้องเสียเงินไป 6000 หยวนด้วนเทียนเพิ่งกลับยัง คิดถึงเรื่องของ โจวเสี่ยวหลงอยู่ ตัวเองเท่ากับว่าขายตัวเองไป เพียงเพราะว่าทำเพื่ออูเสี่ยวป่าวแถมยังไม่สามารถบอกเสียว ป่าวได้อีก ก็พูดได้แค่ว่า นี่เป็นเงินที่ตัวเองยืมมาจากเพื่อนของ ตัวนยีโชวช่างเป็นละครเศร้าจริงๆ

บ่ายสองโมงแล้ว พระอาทิตย์ร้อนแรงมาก ขณะที่เดินอยู่อย่าง นั้นก็ร้อนมาก เหนื่อยมาก ตอนที่เดินผ่านร้านอาหารจานด่วน ด้วนเทียนเฟิงก็พูดกับอูเสี่ยวป่าวว่า “เข้าไปกินอะไรสักหน่อย เถอะ นายหิวมาทั้งคืนแล้ว

อูเสี่ยวปาว“กินบ้าอะไร กลับไปคิดบัญชีกับไอ้ เฮยเมี่ยนเป็นดี กว่า ไอ้เหี้ย การที่ฉันก่อเรื่องขึ้นมามันก็ได้ใช่ไหมล่ะ เวลามี ปัญหาขึ้นมา จะช่วยฉันหน่อยไม่ได้หรือไง ”

ด้วนเทียนเฟิงพูดออกมาว่า “นายคิดเรื่องนี้ทำไมกัน การที่เขา ช่วยนายมันคือความเห็นอกเห็นใจ การที่เขาไม่ช่วยนายมันเป็น เหตุผล”

“เหตุผลอะไรกัน”อูเสี่ยวป่าวโมโหมาก “นี่มันเรียกเหตุผล ที่ไหน เขาเป็นหัวหน้าฉัน เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าไม่ใช่ เหรอ”
“นายพอได้แล้ว เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว นายแบบนี้แล้ว ตอน แรกก็ไม่ควรที่จะไปมีเรื่องทะเลาะวิวาท

“เรื่องแบบนั้นเป็นใครก็ต้องมีเรื่องกันทั้งนั้นแหละ

“นายมันปัญญาก่อนไปทะเลาะด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่รู้ดีว่ายังไงก็ ไม่ชนะ ทะเลาะกันแล้วก็ยังหนีไม่ได้อีก นายควรที่จะมาเรียกฉัน ไป” ด้วนเทียนเฟิง โอบไหล่ของเขา “ไป ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ

อูเสี่ยวป่าวดังบนดาฮืมๆ ไปตลอดทาง เข้าไปในร้านอาหาร สั่งอาหารชุดมาชุดหนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ สงบลง หลังจากที่กิน ข้าวเสร็จ กลับไปถึงชั้นล่างของหอพัก เจ้าหมอนี่ก็เริ่มเดือดขึ้นมา อีก จะไปหา เฮยเมี่ยนเงินที่ร้านอาหารให้ได้ บอกว่าจะลาออก ถ้าเขาลาออกก็เท่ากับว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันเปล่าประโยชน์ล่ะสิ ยิ่ง ไปกว่านั้น ด้วนเทียนเฟิงกลับรู้สึกว่าการที่ลาออกไปมันจะมี ความสุขจริงๆ ถ้าหากได้เห็น เฮยเมี่ยนเป็นถูกไล่ไสหัวไป นั่นถึง จะเรียกได้ว่ามีความสุขไม่ใช่หรือ ด้านเทียนเฟิงดึงอูเสี่ยวบ่าว เอาไว้แล้วพูดว่า “นายเหนื่อยไหม กลับไปนอนก่อนเถอะ อีกสัก 2-3 ค่อยพูดแล้วกัน คนอย่างเฮยเมียนเป็นคนนั้นจะต้องได้รับ กรรมแน่ รับรองได้

อูเสี่ยวป่าวแสร้งยิ้มให้กับ ด้วนเทียนเฟิงแล้วพูดว่า “ฉันอดทน รอไม่ไหวแล้ว”

“งั้นก็ต้องอดทน นายจะลาออกไม่ได้ แล้วถ้าหากเขาให้นาย ไปพร้อมกับเขา นายก็จะไปไม่ได้ ไม่ต้องไปตามเขาอีก ไม่อยู่กับ เขาก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ต่อไปไม่ได้ รีบกลับไปนอน ฉันจะกลับไปงานต้วนเทียนเฟิงผลักเสี่ยวป่าวเข้าข้างลิฟต์

อูเสี่ยวป่าวมองดู ม้วนเทียนเฟิงพูดต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด หันหลังขึ้นไปกว่าเขาเดินหายลับด้วนเทียนเฟิงรีบผลุบเข้าไปอีก ด้าน บุหรี่มาสูบหนึ่งมวน รอสักสูบจนหมดมวน ไม่ เห็นเสี่ยวป่าวลงมา รับประกันว่าโน้มน้าวได้สำเร็จ จึงได้ไปร้านร้านหมู่…

ช่วงบ่ายตอนที่ทำงานด้านเทียนเพิ่งว่าจะไปเอาของโกดังเฮยเมียนเซินเข้ามาจากประตูห้องโถงใหญ่ ร้องเรียก ด้านเทียนเฟิงเสียงว่า เทียนเฟิง ตอนเช้านายขาดงาน ค่าแรงวันนี้ของนายไม่ได้แล้วนะ ถ้าหากนายปัญหา นาย ก็กลับไปนอนไป

ไอ้เหี้ย ถ้าตัวเองกลับไปเท่าว่าขาดงานทั้งวันเลยสิ จากนั้นสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ขาดงาน หักค่าแรง 3 ขาดงานครึ่งวันถึงจะค่า1 ด้วนเทียนเฟิงอยากจะ กระโจนออกไปตรงกางเกงของเขาสักหนึ่ง หลังจากนั้น ใช้หมัดมวยระยะหน้าอกหนึ่งให้หัวใจว่า ด้วนเทียนเฟิงไม่นั้น ต้องอดทน รอจนกว่าเห็น ด้วยความดีอกดีใจ ด้วนเทียนเพิ่งหันหน้ากลับไปแล้วพูดว่า ทํางาน มาหยิบเครื่องปรุง ผมสามารถไปได้หรือยังครับ”

ถึงแม้ว่าท่าทางนี้ของด้วนเทียนเพิ่งจะแฝงไปด้วยความรู้สึกต่อต้าน แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ ดังนั้น เฮยเมียนเซน จึงเอาความไฟแห่งความโกรธกระจายลงไปให้กับเพื่อนร่วมงาน คนอื่นๆ กวาดสายตามองพวกเขาอย่างเยือกเย็น แล้วพูดว่า “มองอะไรกัน ไม่ต้องทำงานกันหรือไง อยู่กับฉันที่นี่ไม่มีรับเงิน เดือนฟรีๆ นะ ไม่อยากทำก็มาลาออกกับฉันได้

คนหลายสิบคนในห้องครัวที่ใหญ่โตต่างก็รีบทำงานของ ตนเองอย่างแข็งขันด้านเทียนเพิ่งเข้าไปที่โกดัง หยิบของจนเสร็จ แล้วก็เดินออกมา ตอนนั้น เฮยเมียนเซินก็ออกไปจากห้องครัว แล้ว น่าจะกำลังแซวแหย่พนักงานบริการอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ไอ้ เหี้ยคนนี้ว่างมาก ในแต่ละวันก็ไปกระเซ้าเย้าแหย่พนักงานดูแล ลูกค้า พนักงานบริการ ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งวัน แถมเงินเดือนของ เขายังเยอะที่สุดในร้านอีก เมื่อเทียบกับพ่อครัวคนที่ 2 แล้วยัง เยอะกว่าครึ่งหนึ่ง แถมไอ้เหี้ยนี่ยังคดโกงอีก มโนธรรมของแม่ ถึงคนจะให้หมากัดไปหมดแล้ว…

ในความเป็นจริงแล้วทุกคนไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก แต่ว่าต่างก็พา กันมอง ด้วนเทียนเฟิงด้วยสายตาแปลกประหลาดเท่านั้น นอกจากป้าที่ทำงานล้างแล้ว ไม่มีใครที่จะมาสอบถามเขา สนใจ ว่าอูเสี่ยวป่าวตกลงแล้วเป็นอย่างไรบ้าง คนพวกนี้ช่างทำให้รู้สึก ผิดหวังมากเสียจริงๆ

จุดพีคในช่วงเวลากลางคืนผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ด้วน เทียนเฟิงเจียดเวลาหลบมาสูบบุหรี่หนึ่งมวนที่ข้างหลังประตู หลัง จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอกห้องโถงใหญ่เพื่อไปเข้าห้องน้ำ ตอนนั้น โจวเสี่ยวหลิงได้อยู่ข้างในเคาน์เตอร์เก็บเงิน พอเห็นส่วนเทียนเพิ่งผ่านมา หล่อนก็ยิ้มให้ แถมยังกะพริบตาให้อีก ท่าทางเจ้าชู้เล่นหูเล่นตา ด้วนเทียนเฟิงมองไปรอบๆ แม้ว่าตรง นั้นแขกจะไม่เยอะ แต่ว่าพนักงานบริการเยอะมาก แม้ว่ากำลัง ทำความสะอาดกันอยู่ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะไม่เห็นว่าทางนี้ หลังจาก นั้นก็จะดราม่าอีก ดังนั้นจึงรีบออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เข้า ห้องน้ำไปแล้ว ลูบไปที่หัวใจของตัวเอง รู้สึกได้ว่า ใจเต้นแรงไม่ หยุด แม่งเอ๊ย ผู้หญิงคนนั้นช่างยั่วยวนเก่งนัก หล่อนช่างเป็นเทพ แห่งการออดอ้อนที่สวรรค์ประทานมาให้เลยจริงๆ

ออกมาจากห้องน้ำ ด้วนเทียนเฟิงก็รีบอย่างรวดเร็วเหมือน เดิม ตอนที่เดินผ่านเคาน์เตอร์จ่ายเงิน โจวเสี่ยวหลงก็ตะโกน เรียกเขาไว้ “นั่นใคร ช่วยฉันหยิบบุหรี่กล่องหนึ่งไปให้ลูกพี่ของ พวกเธอหน่อย”

นี่ตั้งใจที่จะแกล้งตัวเองล่ะสิ ให้ตัวเองช่วยหยิบบุหรี่ให้เฮีย เมี่ยนเงินตัวเองยังอยากที่จะชก เฮยเมียนเป็นอยู่เลย ด้วนเทียน เพิ่งหยุดลงมองที่ โจวเสี่ยวหลังครู่หนึ่ง มองเห็นแผนการร้ายจาก นัยน์ตาของหล่อน ในที่สุดจึงเดินเข้าไป แต่หล่อนกับยื่นบุหรี่ให้ เขา 2 ซอง แล้วพูดว่า “ยี่ห้อซวงสี่ให้ เฮยเมี่ยนเป็นยี่ห้อหวู่เย่เงิน ให้นาย ยาอยู่ข้างในกล่องบุหรี่ ดำเนินการในงานเลี้ยงวันเกิดที่ จะจะขึ้นตอนเย็นของมะรืนนี้

ด้วนเทียนเฟิงรีบเอาหวู่เย่เงินเก็บใส่ลงในกระเป๋าเสื้อ มองไป ที่พนักงานเก็บเงินที่อยู่ออกห่างไปไม่กี่เมตร หล่อนกำลังก้มหน้า ก้มตาคิดเงินอยู่ นิ้วมือกดเครื่องคิดเลขเร็วมาก โดยไม่ได้สังเกต เรื่องราวระหว่างเขากับ โจวเสี่ยวหลงสบายใจว่า คุณไม่กระโดกกระตากเปิดเผยขนาดนี้ได้คิดว่าคนทั้งหมดเขาตาหรือ

โจวเสี่ยวหลังสายตาเสน่ห์เย้ายวนของหล่อนได้ฉายแวว แห่งการดูถูกออกมา แล้วพูดว่า เทียนเฟิง ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัว เล็กคนหนึ่ง ฉันยังไม่กลัวเลย นายเป็นผู้ชายบึกบึน นายยังจะ กลัวอะไร

ด้วนเทียนเฟิงแสร้งยิ้มกับหล่อน แล้วว่า “ลักษณะภายของคุณไม่คิดว่ายังตรงเป็น สาวน้อยตัวเล็กๆ อีก

หรือว่านายหาฉันบ้านคืนล่ะ ฉันให้นายดูสาวน้อย ของฉันเป็นอย่างไร ไปคิดหนึ่ง มองดูแล้วหล่อนยังคงตั้งใจงานอยู่ จากนั้นหลิ่วตา พูดต่อ“ถ้าหากยังเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ต้องพูดมั่ว”

แม่คุณ ทั้งทะลึ่ง ทั้งลามก ตอนบ่ายเพิ่งจะพูดออกไม่ใช่ หรือ ในเมื่อหล่อนช่างร้ายเสียขนาดตัวเองคงไม่ต้องไว้ หน้าหล่อนแล้ว ด้วนเทียนเฟิงจึงพูดว่า ฉันว่าคุณ ต้องการของบำรุงร่างกายอย่าง กระดาษมาอาหาร ไหมจบ ไม่สนใจว่า โจวเสี่ยวหลิงอึ้งขนาดไหน ด้วนเทียนเฟิงหยิบบุหรี่ยี่ห้อซวงขึ้นมา รีบเข้าห้อง ครัวไป ไปหยิบน้ำยาล้างจานห้องล้างจาน ทำความสะอาดแล้ว งาน…
ระหว่างทางที่จะเดินเข้าห้องครัว ต้วนเทียนเฟิงก็พบกับ เฮย เมี่ยนเป็นที่กำลังเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ ด้วนเทียนเฟิงเลย ยื่นบุหรี่ให้ เฮยเมี่ยนเซ็นก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย ให้เขาหนึ่งที่รู้สึก สงสัยนิดหน่อย รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย ดวงตาเล็กๆ คู่นั้น เพียงเวลาแค่ครู่เดียวก็เปลี่ยนไปหลากหลายอารมณ์ ต้วนเทียน เพิ่งรู้สึกกลัวขึ้นมานิดหน่อยจริงๆ เขาไปรู้เรื่องอะไรมาหรือเปล่า คิดที่จะรีบเดินจากไป แต่เขาก็ได้เรียกเขาไว้ ฉีกซองบุหรี่ออก แล้วยื่นให้เขาหนึ่งมวน “ค่าวิ่งขวดมา

แม่มึงสิ พูดจาหยาบคายกว่านี้อีกก็ได้นะ ใครจะไปเข้าใจได้ ด้วนเทียนเฟิง ใช้ความรู้สึกในใจของคนชนบทอย่างเขามาสงบ จิตสงบใจอยู่หลายรอบ ภายนอกแสดงท่าทีที่สงบเหมือนเคย พูดคำว่าขอบคุณ แล้วก็รับบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปากแล้วเดินออก ไป ให้เจ้า เฮยเมี่ยนเซินหยิ่งผยองต่อไปอีก 2 วันเถอะ เขายิ่ง หยิ่งผยองเท่าไหร่ การตายของเขาก็ยิ่งแย่เท่านั้น…


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ