ภรรยาวาสนาดี

บทที่ 5 เงื่อนไขแค่ข้อเดียว คือ แยกบ้าน



บทที่ 5 เงื่อนไขแค่ข้อเดียว คือ แยกบ้าน

เย่หลิงที่กินจนอิ่มหนำสำราญจนต้องลูบท้องของตัวเองด้วย ความสุขใจ จากนั้นก็จับกล้ามเนื้อตรงหน้าที่มีเสื้อกั้นไว้ตรงหน้า นาง

ผู้ชายคนนี้นางกลับไม่ได้รู้สึกอะไร แต่กับเรือนร่างนี้ นางกลับ

รู้สึกลุ่มหลงเล็กน้อย………

เย่ฝูหลิงรีบหยุดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายในหัวสมองของตัว เองทันที เรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบทำความเข้าใจ คือ ครอบครัวนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และในยุคสมัยนี้ด้วย พอเห็นเสื้อผ้าของ ฉันสือวิ่งและหลิงซื่อ นางก็ไม่รู้สึกคาดหวังอะไรแล้ว

ในยุคปัจจุบัน การแต่งกายแบบนี้คงเห็นได้แค่ในการแสดง เท่านั้น

“คือว่า……….นมีนามว่าอะไร? ” เย่หลิงสแกนสมองของตัว เอง เพื่อให้แน่ใจว่านางไม่มีความทรงจำใดๆ เลยจริงๆ

พอเห็นฉันซือจิ่งรีบมองมา เย่หลิงก็รู้สึกว่าตัวเองแต่งเข้า มากลับไม่รู้ว่าเขามีชื่อว่าอะไร เป็นเรื่องผิดต่อเขาจริงๆ

อีกอย่างเมื่อครู่นี้เขาก็ยังเรียกชื่อของตัวเองอย่างชัดเจน เย่ หลิงลูบจมูกตัวเองไปมา แต่ก็โทษนางไม่ได้ ใครใช้ให้นางทะลุ มิติมาแบบนี้ล่ะ?

ในเมื่อให้ทะลุมิติมาแล้ว แต่ไม่ให้ความทรงจำนางเลย
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ไม่ได้โกหก ข้าเป็นลมข้างอยู่ข้างถนน แล้วก็จำเรื่องอะไรไม่ได้แล้ว หลังจากนั้นก็ถูกท่านแม่ของท่าน เก็บกลับมาแล้วยัดเข้าไปในเกี้ยวเพื่อออกเรือน! ”

เย่หลิงยกมือข้างหนึ่งขึ้น ถ้าหากฉันลือจึงไม่เชื่อ นางก็จะ สาบานต่อฟ้าดินให้ดู

ฉินสือจึงไม่พูดไม่จา แค่มองเย่หลิงอยู่เช่นนี้ สายตาคู่นั้นทำ

ให้เย่หลิงรู้สึกกดดัน แล้วอดไม่ได้ที่จะสาบาน

“แน่ใจว่าจะไม่หนี? ”

เย่หลิงที่เพิ่งสาบานด้วยคำพูดอย่างเที่ยงธรรมก็ตอบกลับ อย่างไม่ลังเล “ไม่หนี! ”

จากนั้นนางก็ได้สติกลับมาทันที ให้ตายเถอะ ผู้ชายตรงหน้า คนนี้อย่ามองว่าพูดน้อย แต่พลังแห่งความร้ายกาจนี้กลับมีไม่ น้อยจริงๆ?

ทว่าระหว่างหญิงที่มุ่งเข้ามาเมื่อครู่กับตัวเอง ก็เลือกที่จะ ปกป้องตัวเอง เย่หลิงก็ไม่มีทางบอกว่าจะไปก็ไป อย่างน้อยก็ ต้องทําความเข้าใจอย่างชัดเจนว่านี่มันสถานการณ์อะไร ถึงจะ ทําการตัดสินใจอีกครั้ง

ฉินสือจึงจึงเล่าถึงเรื่องราวของตระกูลฉินให้เย่หลิงฟัง

ตระกูลฉินเป็นครอบครัวชาวนาธรรมดาๆ ที่อยู่หมู่บ้านหวั่น ธรรมดาจนไม่ต้องพูดถึง แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือในครอบครัวมี หนึ่งคนที่ได้ร่ำเรียนหนังสือ
ตอนนี้คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวของตระกูลฉันคือฉันต้าให้ที่ เป็นบิดาของเขา เมียคนแรกก็คือมารดาแท้ๆ ของฉันซือจิ่ง ชื่อ หลิงชื่อ หลังจากที่คลอดฉินสือจึงออกมาได้ไม่นาน นางก็มาล้ม ป่วยแล้วเสียชีวิตไป จากนั้นฉันต้าไฟก็มีภรรยาคนที่สอง ก็คือ หลิงชื่อ ในตอนนี้

หลิงซื่อมีบุตรชายสามคนและบุตรสาวหนึ่งคน บุตรชายคน แรกอายุน้อยกว่าฉันคือวิ่งหนึ่งปีกว่า คือเจ้าสองฉันคือจุน และ เจ้าสามฉินฮือฮุย ทั้งสองคนก็ได้สร้างครอบครัวไปแล้ว บุตรชาย คนเล็กฉินเหวินอาน ปีที่แล้วไปสอบเข้าถึงเชิง และร่ำเรียน หนังสือที่อำเภอ ส่วนบุตรสาวคนเล็กฉินเหวินเถากำลังรอพี่ชาย สอบติดซิ่วไจแล้วค่อยพูดถึงเรื่องงานแต่ง

ตอนฉินสือจึงอายุสิบห้าปีก็ออกจากบ้านไปเป็นทหาร ช่วง ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะได้กลับมา แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรเพื่อ ใหญ่คนนี้เลย แล้วพอเขาเพิ่งจะกลับมาก็เอาเงินของเขาไปจน หมด จากนั้นก็ให้เขาทำงานหลากหลายอย่าง

สมกับเป็นแม่เลี้ยงจริงๆ เย่หลิงรู้สึกตกใจมาก ถ้าเป็นบุตร ชายแท้ๆ ก็คงไม่มีทางเก็บหญิงสาวข้างทางมาเป็นเมียเรื่อย เปื่อยแบบนี้หรอก

“ท่านแน่ใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับข้าหรือ?” นางหันไปมองหน้า ฉันสื่อวิ่งอย่างจริงจัง แล้วก็รู้สึกพอใจในรูปร่างเขาอีกครั้ง ใน เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว ในยุคปัจจุบันนางเองก็ไม่มี อะไรให้เป็นห่วง ยากมากที่นางยังสามารถจำเรื่องราวของยุค ปัจจุบันได้ แถมยังส่งเนื้อคู่มาให้ฟรีๆ อีก ดังนั้นนางก็ต้องใช้ชีวิตให้ดีบ้างแล้ว

ทว่านี่ใช้ชีวิตอยู่ดีๆ ไม่ได้อยากจะไปคลุกคลีกับทั้งตระกูลที่น่า แปลกและหายากขนาดนี้ มีนิยายนับไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ข่าวสารที่หายากบอกเย่หลิงเสมอว่า นั่นมีเพียงจะทำให้สูบ เลือดสูบเนื้อนางไป

ฉินสอจึงพยักหน้า

“ได้ ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าก็ไม่เลว ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็คงไม่มีปัญหา แต่ข้ามีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือ แยกบ้าน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ