ภรรยาวาสนาดี

บทที่ 12 ควรแบ่งเงินหน่อยไหม



บทที่ 12 ควรแบ่งเงินหน่อยไหม

“สองร้อยอัฐไม่ถือว่ามากมายนักหรอก พอถึงเวลาข้าจะหาเงิน ได้พันหมื่นตำลึง ทำให้พวกเขาเครียดตายเลย และทำให้พวก เขารู้สึกเสียใจภายหลังจวนตาย” เย่หลิงเขย่งเท้า แล้วไป กระซิบข้างหูฉินสือวิ่งด้วยเสียงต่ำ

ฉินสือจึงตะลึงงันไปสักพัก แล้วกุมมือเย่หลิงไว้แน่น ภายใน ใจรู้สึกเหมือนได้รับความอบอุ่น

แม้ว่าตอนวัยเด็กเขาก็ไม่ได้หวังอะไรกับฉันต้าไฟและหลิวซื้อ ตั้งนานแล้ว ทว่าสิบปีที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ก็ยังทำให้เขาคาด หวังที่จะได้รับความรักจากครอบครัว ดังนั้นเขาเลยกลับมาอีก ครั้ง

และที่บ้านก็มีคนเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ทว่าก็ยังคงเป็นที่ๆ ไม่ใช่ สำหรับเขา มีเพียงอย่างเดียวที่เป็นของเขาก็คือจู่ๆ ก็ถูกยัดเยียด ผู้หญิงมาหนึ่งคน

ทีแรกก็นึกว่าแค่เป็นคนๆ หนึ่งสามารถทำให้เขารู้สึกว่าตัวเอง ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ทว่าตอนนี้เขากลับพบว่า เขาอาจจะต้องรอ ดูมากกว่านี้

พอหันไปสบตากับหลิวซื่อ ฉันต้าไม่ถึงกับกลืนน้ำลาย ภายใต้ สายตาของทุกคน เขาจึงได้พยักหน้า แยก……..แยกเถอะ”

เฉิงเต๋อเหรินถอนหายใจออกมาทันที แล้วเอากระดาษพู่กันที่เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ออกมา “เช่นนั้นก็ควรแบ่งส่วนที่ควรให้กับสื่อ จึงออกมา”

พอพูดถึงแบบนี้ หลิวซื่อจึงรีบแย่งพูดก่อน “ที่นาในบ้านไม่ เยอะมากสุดก็ให้บุตรคนโตแคนาดหนึ่งผืนและนาแห่งหนึ่งผืน ที่ดินสำหรับปลูกบ้านก็ไม่มี งั้นก็อย่าคิดอีกเลย”

เฉิงเต๋อเหรินขมวดคิ้ว ตระกูลฉินมีที่ดินสิบกว่าหมู่ แค่แบ่งให้

ฉันสือจึงสองหมู่………..

ฉันต้าให้มองเห็นสีหน้าของเฉิงเต๋อเหริน รู้สึกว่าบนหน้าร้อน ระอุเล็กน้อย จึงรีบผลักหลิวซื้อให้นางหุบปาก “นาดสองหมู่ นา แห้งหนึ่งหมู่ ไก่เป็ดที่บ้านหนึ่งคู่ หมูหนึ่งตัว พื้นที่บ้านนั้นไม่มี จริงๆ และไม่มีเงินซื้อด้วย

เย่หลงกลอกตามองบนทันที นางยังนึกว่าฉันต้าไฟยังจะเพิ่ม อะไรมากกว่านั้น สุดท้ายก็!? ได้ บ้านนี้ไม่ต้องไปหวังมากเลย

เวลานี้ฉินฮือฮุยก็ยังมีเมียของเขาชื่อโจวซื้อ และยังมีฉินเหวิน เถาก็ออกมาด้วย พอเทียบกับฉันซือจุนแล้ว ฉินฮือฮุยดูปกติกว่า เยอะ และมองดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเขาจะหยาบคายเลย

แต่กลับเป็นฉินเหวินเถาที่ได้ยินคำพูดของฉันต้าไห่ จึงร้องขึ้น ด้วยเสียงแหลม “แบ่งออกไปเยอะเยี่ยงนี้ พี่ใหญ่ก็ควรออกเงิน หน่อยไหม จากนั้นก็ค่อยแบ่งกัน! ”

หลิวซื่อทำนัยน์ตาเปล่งประกาย ตัวเองลืมไม้นี้ได้อย่างไร จึง รีบคล้อยตาม ” ใช่ๆ ควรแบ่งหน่อย แล้วยังมีกวางตัวนี้…….
“เช่นนั้นก็เอาเงินที่ห้าสิบตำลึงเงินที่พี่ฉินเอาให้ก่อนหน้านี้ และยังมีเงินออมของบ้าน เอามาแบ่งกันสิ” เย่หลิงแสยะยิ้ม จากนั้นก็หันไปเขย่าฉันซือจิ่ง “ท่านพี่กวางตัวนี้มีมูลค่าประมาณ เท่าใด แล้วท่านมีเงินติดตัวเหลือเท่าใด?

ฉินสือจึงมองเย่ฝูหลิงเพียงพริบตา แล้วจับตัวเองอย่างรู้ๆ กัน พลันจับเจอเศษเงินหนึ่งถึงสองตำลึงเงิน และสิบกว่าอัฐ “กวาง ถ้าจะเอาไปขายก็ราวๆ สองตำลึงเงิน”

“ได้ ทางพวกเราคิดๆ ดูแล้ว ก็สามตำลึงเงิน อย่างอื่นไม่รวม กันห้าสิบตำลึงเงินก่อนหน้านี้ ถ้ารวมกันก็ห้าสิบสามตำลึงเงิน เฉลี่ยกันอย่างไรก็ตามพวกเราควรจะได้เจ็ดตำลึงเงิน เช่นนั้น ท่านแม่ ท่านยังต้องให้เงินข้ากับพี่ฉินสี่สิบห้าตำลึงเงิน” เย่หลิง คิดบัญชีโดยที่ไม่หยุดชะงักไปใดๆ ทำเอาฉินเหวินเถาและหลิว ชื่อได้ยินแล้วรู้สึกเวียนหัวไปเลย ผ่านไปสักพักถึงจะได้รู้สึกตัว

หลิวซื่อตะลึงงัน ยังต้องให้เงินสี่สิบห้าตะลึงเงินงั้นหรือ!? เป็น เช่นนั้นได้อย่างไร!? นางพลันนั่งลงบนพื้นทันที พลางร้องไห้ขึ้น มา “ข้าทำเวรทำกรรมอะไรกันเนี่ย แยกบ้านที่ไหนยังจะเอาเงิน กับพ่อแม่แบบนี้! ที่บ้านก็จนขนาดนี้แล้ว! ”

“นี่ไม่ใช่ว่าพวกท่านพูดเองว่าอยากจะแบ่งเงินหรือไง? ” เย่ หลังทำสีหน้าที่ตกตะลึง นางหยุดชะงักไป แล้วค่อยๆ พูดขึ้น “น้องเล็กยังมีปืนเงินให้สวมใส่ บ้านนี้คงไม่จนมากหรอก กระมัง…….”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ