สามีข้า ข้าปกป้องเอง

บทที่ 5 ข้าใช้เท้าถีบต่างหาก



บทที่ 5 ข้าใช้เท้าถีบต่างหาก

บทที่ 5 ข้าใช้เท้าถีบต่างหาก

การปรากฏตัวของจูนเจ๋วทำให้พวกหรงวึ่งชีวตกใจอย่าง ไม่ต้องสงสัย ท่านอ๋องโยวตอนที่ยังไม่โง่ท่านเป็นคนที่ โหดเหี้ยมยิ่งนัก อารมณ์ก็ขึ้นๆลงๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็ สั่งประหารคน ตอนนี้ถึงจะโง่ แต่ใครจะรู้ละว่านิสัยที่โหด เหี้ยมจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า

“โยว……..นอ๋องโยว! ท่านมาอยู่นี่ได้ยังไง? ” หรงวิ่ง ชีวพูดด้วยความหวาดกลัว

ชายที่อยู่ตรงหน้าจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา เหมือนคนโง่ที่ไหนกัน?

“วันนี้เป็นวันกลับบ้านของพระชายา ข้าก็ควรที่จะอยู่ เคียงข้างนาง ถ้าข้าไม่มาด้วย คงไม่รู้หรอกว่าลูกสาวตระ กูลหรงจะไร้มารยาทเช่นนี้! ความสามารถในการสั่งสอน ลูกสาวของหรงเพ่ยน่าชื่นชมจริงๆ” จูนเจ๋วพูดด้วยสีหน้า ที่เย็นชา

ทันทีที่พูดเสร็จ พวกหรงวิ่งอีกลัวจนตัวสั่น แล้วก้มหน้า ด้วยความกลัว แต่หรงวึ่งชีวก็โกรธจนทนไม่ได้ ตะโกนพูด ขึ้นว่า “ท่านอ๋องโยว หรงนั่งเย่คนชั้นต่ำนี่เป็นคนที่ผลักข้า ลงน้ำนะ! ข้าก็แค่อยากสั่งสอนนางหน่อยก็เท่านั้น!
“คนชั้นต่ำ? ” จูนเจ๋าทำสายตาที่อันตราย ม่านตา แสดงออกถึงสีหน้าที่ดุร้าย “ลูกสาวตระกูลหรงช่างกล้าดี นัก กล้าเรียกพระชายาของข้าว่าคนชั้นต่างั้นเหรอ? เจ้า มีกี่ชีวิตถึงกล้าดีเช่นนี้ !

หรงวึ่งชีวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ รีบคุกเข่าแล้วพูดว่า “ท่านยกโทษให้ข้าด้วยเถิด! ข้าพูดผิดเอง ท่านอย่าว่า โทษข้าเลย! ”

“ดูการพูดอย่างมีเหตุผลของเจ้าสิ ไม่เห็นเหมือนพูดผิด ตรงไหน การพูดลุกลี้ลุกลนเช่นนี้ ข้าจะเย็บปากของเจ้า เข้าด้วยกันจะดีไหม ก็จะได้ไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระใส่หู ของคนอื่น ”

จูนเจ๋วพูดด้วยเสียงที่นิ่งเฉย แต่หูของหรงวิ่งชีวราวกับ ได้ยินเสียงที่นิ่งเฉยของปีศาจ

แล้วรีบขอโยกโทษด้วยตัวสั่น “ท่านยกโทษให้ข้าเถิด ข้า ผิดไปแล้ว! ”

จูนเจ๋วมองนางด้วยสายตาที่นิ่งเฉย แล้วพูดว่า “คนที่เจ้า ดูถูกเป็นพระชายาของข้า คำพูดนี้เจ้าควรที่จะพูดกับพระ ชายา”

หรงวึ่งชีวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ หลังจากที่รู้สึกตัวก็รีบ พูดกับนั่งเก๋ว่า “น้องสาวสี่! เป็นความผิดของพี่เองนิสัยของน้องสาวสี่อ่อนโยนมาโดยตลอด คงจะไม่โทษพี่ ใช่ไหม”

วั่งเย่เหลือบมองนางด้วยสายตาที่นิ่งเฉย แล้วพูดว่า “พวกข้าเป็นพี่น้องกัน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ข้าไม่ถือโทษพี่ หรอก”

หรงวิ่งเย่รู้สึกโล่งใจ แต่วิ่งเก๋ก็พูดต่อว่า “ถึงแม้ว่า ร่างกายของข้าจะหลั่งไหลไปด้วย

เหลือดของตระกูลหรง แต่สุภาษิตกล่าวไว้ว่า สาวที่ แต่งงานแล้วก็เหมือนน้ำที่เทออก ดังนั้นเมื่อข้าได้แต่งงาน แล้วได้เข้าไปอยู่ในตำหนักอ๋องโยว ข้าก็เป็นคนของอ๋อง โยว ลูกสาวที่สองของตระกูลหรงเรียกข้าว่าน้องสาว ข้า คงจะแบกรับไว้ไม่ไว้ ถ้าเจอกันคราวหน้า เจ้าเรียกข้าว่า พระชายาอ๋องโยวเถิด”

เมื่อหรงวึ่งชีวได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของนางนั้นดูน่าเกลียด มาก นางรู้ดีว่าคำพูดของวั่งเก๋กำลังดูถูกนางอยู่ ก็แค่คน ชั้นนําคนหนึ่ง ได้กลายเป็นพระชายาแล้วอวดดีนัก!

“น้องสาวสี่พูดอะไรกัน พวกข้าเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้ว่า จะแต่งงานแล้วก็ไม่ควรไม่สนิทกัน ถ้าเกิดท่านพ่อรู้เรื่อง เขาก็คงจะปวดใจมาก” ทันใดนั้นหรงวิ่งเสงี่ยนก็ได้พูดขึ้น นางขมวดคิ้ว สายตาเต็มไปด้วยความผิดหวังที่มีต่อวั่งเย่ คล้ายกับว่าคำพูดของวิ่งเก๋จะทำให้นางเสียใจ

วั่งเย่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็กระดิกคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ จูนเจ๋วที่อยู่ตรงหน้าก็เอ่ยปากพูดซะก่อน แล้วพูดด้วยน้ำ เสียงที่เย็นชาว่า “ข้าให้เจ้าพูดแล้วเหรอ?

“ข้า……” แรงวิ่งเสงี่ยนหยุดชะงัก

“ไม่ได้ให้เจ้าพูดก็หุบปาก ถ้าเป็นลูกสาวของจวนแม่ทัพ ก็หัดดูตาแหน่งของตัวเองด้วย คำพูดของพระชายาแค่ฟัง ก็พอ”

คำพูดของจูนเจ๋วไร้ความเมตตา ทำให้หรงวิ่งเสงี่ยนถูก เลี้ยงดูแบบเอาอกเอาใจใส่รับไม่ได้ ที่จะหน้าแดงขึ้นมา แล้วกัดริมฝีปากจนน้ำตาคลอง ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าสภาพ นั้นน่าสงสารแค่ไหน

แต่จูนเจ๋วก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่ทำเสียงอึ้งด้วยความเย็น ชา แล้วจูงมือของนั่งเย่เดินจากไป

“อากาศที่ร้อนระอุแบบนี้ออกมาข้างนอกทำอะไร เจ้า กลัวร้อนที่สุด ข้าพาเจ้าไปพักผ่อนที่ห้อง”

วั่งเย่ไม่ได้พูดอะไร เงยหน้าแล้วเหลือบมองจูนเจ๋ว เห็น แต่หน้าผากที่เต็มไปด้วยเหงื่อ แล้วบ่นด้วยเสียงเบาๆว่า “ภรรยาชั่ว! ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว! พวกข้าต้องอยู่ที่นี่นานเท่าไร! ”

วั่งเย่กระดิกคิ้วแล้วขยับมุมปาก พูดว่า “ทนไว้ กลับไปข้า จะเล่าเรื่องให้ฟัง”

จูนเจ๋วพานั่งเย่เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ หรงเพ่ยเห็น ทั้งสองคนแล้วสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที สีหน้าที่อยู่บน ใบหน้าเห็นได้ชัดว่าหงุดหงิด เขากำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ เมื่อเห็นสภาพของหรงวิ่งชีวที่เปียกไปทั้งตัวก็ตกใจ

“ชีวเอ๋อ เจ้าเป็นอะไร? ” หรงเพ่ยถาม

หรงวึ่งชีวรู้สึกน้อยใจทันทีเมื่อได้เห็นพ่อ น้ำตาที่คลอง อยู่ในดวงตาก็ไหลจนห้ามไม่ได้ รีบเดินไปข้างๆหรงเพีย แล้วพูดด้วยเสียงที่ร้องไห้ว่า “ท่านพ่อ! น้องสาวสี่ถีบข้า ลงน้ำ ข้าว่ายน้ำไม่เป็น เกือบจะไม่ได้เห็นท่านพ่อแล้ว”

“อะไรนะ! ” หรงเพ่ยรู้สึกประหลาดใจ หลายปีมานี้หรง นั่งเก๋ขี้กลัวมาตลอด แต่ทำไมวันนี้ถึงได้ใจกล้าดีนัก?

หรงวิ่งเสงี่ยนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ น้อง สาวสี่ยังบอกอีกว่าจะตัดความสัมพันธ์กับพวกข้า แล้ว หลังจากนี้ห้ามเรียกนางว่าน้องสาวสี่อีก ต้องเรียกว่าพระชายาอ๋องโยว พวกข้าจะว่ายังไงก็เป็นคนบ้าน เดียวกัน น้องสาวสี่หลังจากได้แต่งงานกับคนในราชวงศ์ ก็ดูถูกพี่สาวอย่างพวกข้า ความสัมพันธ์ของพี่น้องหลายปี มา นางไม่สนใจเลย”

หรงเพ่ยเดิมทีก็ไม่ชอบวิ่งเก๋อยู่แล้ว ได้ยินคำพูดพวก นี้สีหน้ายิ่งตึงเครียด แล้วมองวิ่งเย่ด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “หรงนั่งเย่! ในตอนนี้เจ้าก็ยัง เป็นลูกสาวของตระกูลหรงอยู่! กล้าดียังไงถึงทำเรื่อง ไร้มารยาทพวกนี้ต่อพี่สาว! แล้วยังจะกล้าพูดคำพูดที่ เนรคุณพวกนั้นออกมาอีก! พ่อคนนี้ยังอยู่ในสายตาของ เจ้าไหม! ”

วังเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะด้วยความเย็นชา แล้ว สายตาของนางก็ค่อยๆเยือกเย็นขึ้นมา “ท่านพี่สองคน ปากช่างหลักแหลมนัก ความสามารถในการพูดผิดให้เป็น ถูกข้ายังฝึกไม่เป็นเลย”

“พวกข้าบิดเบือนข้อเท็จจริงยังไง! ท่านพ่อ พี่สาวคนโต ก็อยู่ ไม่เชื่อรอถามพี่คนโตดูสิ! ” หรงวิ่งชีวพูด

หรงเพ่ยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มองหรงวิ่งอีที่อยู่ข้างๆ แล้ว ถามว่า “อีเอ๋อ เจ้าพูดเลยว่าใครเป็นคนบิดเบือนความ จริง!

หรงวิ่งอีมองทุกคนอย่างช้าๆ แล้วพูดด้วยเสียงที่เบาว่า”ท่านพ่อ น้องสาวสี่พูดแบบนี้จริงๆ แล้วเรื่องที่ถีบน้องสาว สองลงน้ำก็เป็นความจริงเช่นเดียวกัน”

“ดี! ดีเลย! หรงวิ่งเย่เจ้าจะยังมีอะไรพูดอีก! ลูกสาวที่ อกตัญญูเช่นเจ้า ถ้าไม่สั่งสอนเล่าออกไปคงขายหน้าตระ กูลหรงจริงๆ! คนรับใช้! เอาแส้มาให้ข้า วันนี้ข้าจะใช้ กฎบ้านลงโทษเจ้า !

“จวนแม่ทัพเจ้านึกว่าข้าตายแล้วใช่ไหม! ”

ในที่สุดจูนเจ๋วที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยปากพูด เขามองห รงเพ่ยด้วยสายตาที่เย็นชา จากนั้นพลังที่น่ากลัวก็เข้า ครอบคลุม หรงเพ่ยเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ แน่นอนว่าเขา เห็นเขา แต่จูนเจ๋วเป็นคนโง่แล้วไม่ใช่ ก็แค่คนโง่จะมีอะไร น่ากลัว แต่เมื่อดูดีๆ เขาก็ไม่เหมือนคนโง่เลย

“ท่านอ๋องโยว นี่เป็นเรื่องภายในบ้านของตระกูลหรง ดัง นั้นรบกวนให้ท่านอย่าเข้ามายุ่ง ” หรงเพ่ยกล่าว

“เรื่องภายในบ้าน? นั่งเย่ได้แต่งงานแล้วเข้ามาอยู่ใน ตำหนักอ๋องโยว และตอนนี้ก็เป็นพระชายาของข้า! ถ้า เจ้าพูดว่าเรื่องภายในบ้าน งั้นท่านก็เหมารวมข้าด้วยสินะ อะไรกัน จวนแม่ทัพกะจะใช้กฎบ้านของจวนตระกูลหรง มาสั่งสอนพระชายาของข้าเหรอ? ”

คำพูดของจูนเจ๋วทำให้หรงเพ่ยหยุดชงัก เขาตกตะลึงอยู่ในใจ แล้วรีบมองดูอ๋องโยวที่อยู่ตรงหน้า ท่าทางเช่นนี้ ไม่เหมือนคนโง่เลย หรือว่าเขาจะฟื้นตัวแล้ว? เมื่อคิดเช่น นั้นหรงเพ่ยก็ตกใจ ถ้าอ๋องโยวฟื้นตัวแล้วจริงๆ เรื่องนี้เป็น เรื่องที่ไม่ดีเลยทั้งกับเขาและราชวงศ์!

“ท่าน ทรงวิ่งเย่หาเรื่องที่ร้ายแรงเช่นนี้ ถ้าเกิดปล่อยไป ง่ายๆแบบนี้ กฎของตระกูลหรงของข้าจะเอาไปไว้ที่ไหน กัน! ” หรงเพ่ยกล่าว

จูนเจ๋วมองพวกหรงวิ่งชีวด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วพูดว่า “แต่ข้ากลับเห็นว่าลูกสาวคนที่สองของตระกูลหรง เป็น คนเล่นงานพระชายาของข้าก่อน พระชายาก็แค่หลบ ห รงวังชีวเป็นคนตกลงไปในบ่อบัวเอง”

“ไม่ใช่! หรงวิ่งเก๋ป็นคนผลักข้า!

นั่งเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะ แล้วพูดว่า “ลูกสาวคนที่ สองของตระกูลหรงพูดผิดไปนะ ข้าไม่ได้ผลัก แต่ข้าถีบ ต่างหาก”

ทุกคนต่างคิดไม่ถึงเลยว่านางจะยอมรับง่ายขนาดนี้ เลย ตกใจกันเป็นอย่างมาก หรงวึ่งชีวเมื่อรู้สึกตัวก็ยิ่งโกรธ เข้าไปใหญ่ แล้วพูดว่า “ท่านพ่อ! ท่านได้ยินแล้วใช่ไหม นางนั่นแหละที่เป็นคนถีบข้าลงน้ำ”

“หรงวิ่งเก๋! เจ้าช่างเนรคุณนัก!
“เนรคุณ? ” หรงวิ่งเก๋หัวเราะด้วยความเย็นชา แล้วพูด ว่า “ถ้าเกิดนางไม่พยายามผลักข้าลงบ่อ แล้วข้าจะลงมือ กับนางทำไม? ก็แค่ทํามาทำกลับ นี่ถือว่าเนรคุณเหรอ? สิบปีมานี้ข้าถูกพวกพี่สาวผลักลงบ่อตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ประตู นรกเดินมาแล้วไม่รู้เท่าไร ไม่ตบนางตายคามือก็ถือซะว่า เป็นความสัมพันธ์ของพี่น้องที่ยังมีเหลืออยู่ หลังจากวันนี้ พวกเจ้าอย่ามาหาเรื่องข้าอีก พวกข้าทั้งสองฝ่ายอยู่อย่าง สงบสุข ถ้ามาสร้างปัญหาให้ข้าอีก ข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้ เองว่าเนรคุณที่แท้จริงเป็นยังไง!

เสียงของที่เย็นชาของวิ่งเย่เยือกเย็นเหมือนน้ำแข็งพันปี พวกหรงเพ่ยยังไม่ทันรู้สึกตัว พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า คนที่ขี้กลัวอย่างหรงวิ่งเย่จะพูดคำพูดพวกนี้ออกมา ทำให้ ไม่รู้ว่าจะโต้ตอบยังไง

จูนเจ๋วมองทุกคนด้วยสายตาดูถูก แล้วคลองไหล่วิ่งเก๋ แล้วพูดว่า “นิสัยของพระชายาของข้าทั้งอ่อนโยนและ มีมารยาท เมื่อก่อนตอนที่อยู่ในตระกูลหรงคงน้อยใจ ไม่น้อย แต่ตอนนี้ได้แต่งงานกับข้าแล้ว ก็ไม่ได้มีความ เกี่ยวข้องกับตระกูลหรงอีกต่อไป ถ้าเกิดไม่มีเรื่องอะไร พวกข้าทั้งสองฝ่าย อย่าไปมาหาสู่กันเลย พวกข้าจะได้ ไม่ติดนิสัยที่น่ารังเกียจเช่นนี้”

วั่งเย่ได้ยินเช่นนั้นก็ขยับมุมปาก แล้วพูดว่า “เจ้าค่ะ หม่อมฉันจะเชื่อฟังที่สามีพูด”

เมื่อพูดเสร็จ ทั้งสองก็เดินออกจากตระกูลหรงไป


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ