King of Fighter

บทที่5การต่อสู้ของมือดี



บทที่5การต่อสู้ของมือดี

คนตาเดียวเป็นลูกศิษย์ของวัดเส้าหลินดั้งเดิม ในวันนี้แม้ว่าวัด เส้าหลินจะเปลี่ยนไปเป็นธุรกิจพระภิกษุส่วนใหญ่ก็ไม่เป็นกังฟู แต่ว่าชื่อเสียงของวัดเส้าหลินก็ยังคงเป็นกังฟู ดังนั้นวัดเส้าหลินก็ ยังมีพระที่เป็นกังฟูอยู่ภายใน พระพวกนี้เป็นกังฟูจริงๆ คนตา เดียวก็มาจากด้านในของวัดเส้าหลิน

ในตอนนั้น คนตาเดียวขยับด้วยความโกรธ กระทืบลงไป พื้น ด้านล่างก็แตกออก มือของเขากลายเป็นมือของนกเหยี่ยว ด้าน หลังมือที่มีเส้นเลือดเขียวราวกับไส้เดือนขดเป็นเส้นๆ น่ากลัว เป็นอย่างมาก คนตาเดียวเหยียบขาออกไป แสดงท่าเท้าเทียน กางหยูของวัดเส้าหลินออกมา ขาทั้งสองในจุดพื้นที่ด้านนอก ระหว่างการเสียดสีก็มีแรงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง

ในขณะนั้น คนก็เหมือนกับสายฟ้า ทันใดนั้นก็มาถึงด้านหน้า เฉินหยาง ต่อจากนั้น มือเหยี่ยวโจมตีเข้าไปยังส่วนท้องของเฉิน หยางเข้าไปอย่างรุนแรง

วิชาภูษาเหล็กของวัดเส้าหลินก็เป็นศิลปะมวยจีนของประเทศ ศิลปะมวยจีนของประเทศเพียงแค่ฆ่าศัตรู ไม่ใช่เพื่อแสดง

ในเมื่อจะลงมือ ก็จะต้องมีใจฆ่าคนอยู่ ดังนั้นคนตาเดียวเมื่อ ลงมือก็เท่ากับความน่ากลัว

เฉินหยางก็เป็นมืออาชีพ ขยิบตาลงเล็กๆ ก็รู้ได้ว่าคนตาเดียวเป็นมือดี ในเวลาสายฟ้าแลบ ด้านหน้าก็มืดลง แรงกระตุ้นที่ เหมือนลมเล็กๆ ส่วนท้องของเขาก็กันอย่างรุนแรง เมื่อมองเห็น แล้วจะหลบก็ไม่ทันแล้ว

ฝั่งตรงข้ามไวเกินไปแล้ว

และในตอนนั้นเอง เฉินหยางเองก็ขยับในทันที

เขาแสดงถึงการดูความสามารถที่ตัวเองถนัด วิธีของท่าร่าง ละมั่งแขวนเขา

ที่เรียกว่าท่าร่างละมั่งแขวนเขาก็คือไม่มีทางแกะรอยได้ ละมั่งนั้นวิ่งอุตลุดอยู่ระหว่างเขา ไปๆ มาๆ แบบนั้น

คนตาเดียวแค่รู้สึกว่าแตะไปโดนเสื้อผ้าของเฉินหยางเท่านั้น เอง ทันใดนั้น เฉินหยางก็เอียงแล้ววิ่งเพ่นพ่าน ประชิดกับมือของ ตัวเองแล้วหนีออกไปได้อย่างอัศจรรย์

การหลบครั้งนี้ หลบได้ดีมากๆ!

ภายในสายตาของหลินชิงเสว่ ถังชิงชิง และฉีเจียวเจียว เฉิน หยางก็เปลี่ยนเป็นไปคนล่ะคนแล้วอย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้นเฉินหยางก็มาอยู่ทางด้านขวาของคนตาเดียว จาก นั้นก็มาด้วยท่ากดเอวตัดหญ้า ไม่คาดคิดว่ามือใหญ่จะผ่านใต้ ซี่โครงของคนตาเดียวไป อุ้มเข้าตรงเอวของคนตาเดียวโดยตรง

นี่เป็นท่าของหมัดสิงอี้อีกอย่างหนึ่ง เลียนแบบชาวนา ใช้เคียว เกี่ยวข้าว
คนตาเดียวถูกกอดแน่น ยังไม่ทันได้เปลี่ยนแปลงใดๆ ก็รู้สึก ว่าแรงหนักๆ ทับเข้ามา ทันใดนั้นก็ทำให้มือเท้าทั้งสี่และกระดูก ทั้งตัวก็ถูกแรงกระจายไปทั่ว

ในตอนนั้นเองคนตาเดียวตก ใจอย่างแรง

เฉินหยางก็หัวเราะอย่างชั่วร้าย พูดขึ้น “เชีย แม่งเอ๊ยจะตีฉัน จริงๆ สินะ! ดูแล้วฉันจะต้องสั่งสอนนายแทนพ่อของนาย” พูด จบก็สะบัดรองเท้าไปในอากาศออกจากเท้า มือก็จับเข้ามาแน่น จากนั้นก็ใช้ส้นรองเท้าตีคนตาเดียวป้าบๆ สิบที่รวด

สิบครั้งนั้นทั้งแรงทั้งหนัก เหวี่ยงจนคนตาเดียวร้องออกมา อย่างทรมาน

ฉีเจียวเจียว หลินชิงเสวี ถังชิงชิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

คนตาเดียวคือใครกันแน่? คือคนโหดเหี้ยมแนวหน้าในเมือ งวิ่งไหนะสิ ไม่คิดว่าจะถูกยามใช้ส้นรองเท้าตีตูด นี่เป็นสิ่งที่ไม่ คาดคิดแล้ว เผยแพร่ออกไป คนตาเดียวก็ไม่มีหน้าอยู่แล้ว

เฉินหยางสะบัดเสร็จ ถึงค่อยเหวี่ยงคนตาเดียวออกไป

คนตาเดียวล้มลงไปบนพื้น น้ำหูน้ำตาไหลเต็มไปหมด เขา พยายามปีนขึ้นมา ไม่ได้พูดอะไร วิ่งหนีออกไปอย่างสุนัขจน ตรอก

ฉีเจียวเจียวเห็นว่าคนตาเดียวไปแล้ว ก็ตกตะลึง

เฉินหยางมองไปยังฉีเจียวเจียว หัวเราะฮิฮิ แล้วพูดขึ้น “นังผู้ หญิงคนนี้ หรือว่าต้องให้ฉันไปตีตูดเธอถึงจะยอมไป?”
ฉีเจียวเจียวกรีดร้องออกมาครู่หนึ่ง ใบหน้าซีดเซียว รีบวิ่งตาม ออกไปทันที

เมื่อแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ได้ เฉินหยางถึง ใส่รองเท้ากลับไป ดั้งเดิม เขายังหันไปพูดกับ” ประธานหลินที่ยังตกตะลึงและ ลูกสาวคนที่สองของบ้านถังอีกว่า “ประธานหลินหัวหน้าถัง งั้น ผมออกไปก่อนนะ” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไป

อย่ามองว่าเฉินหยางจัดการคนตาเดียวได้อย่างง่ายดาย แท้จริงแล้ว กลับเป็นเฉินหยางเรี่ยวแรงที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีก็ ลดถอยลง

คนตาเดียวเป็นประเภทมือดี รับมือได้ยากจริงๆ

เฉินหยางออกมาจากห้องทำงาน นอกห้องทำงานนั้น จ้าว เสี่ยวหลีย คุณเซียและคนอื่นๆ ก็กำลังรออยู่

คุณเซียและคนอื่นมองๆ เฉินหยางด้วยสายตาที่เหมือนกับเห็น สัตว์ประหลาด ยามคนหนึ่งบ่นพึมพำ “เชียย เฉินหยาง นายมัน ได้วะ นายใช้ส้นรองเท้าฟาดก้นของราชาแห่งผู้รักษาความ ปลอดภัย”

เฉินหยางไม่ชอบคุยโวไปทั่ว เขาหัวเราะหึหึ แล้วพูดขึ้น “เขา เป็นราชาแห่งผู้รักษาความปลอดภัย ก็หมายถึงสั่งสอนเป็น ไม่ใช่ว่าพูดว่ากังฟูดีมากแค่ไหน เมื่อก่อนฉันเคยเป็นทหาร ตีกับ ไอ้พวกนี้ไม่ใช่เรื่องยาก

คนดูถึงค่อยนึกออกมาอย่างฉับพลัน
สายตาที่จ้าวเสี่ยวหลุยมองเฉินหยางก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอรู้สึกว่าเฉินหยางคือสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง มีความเป็น ผู้ชายอย่างมาก

“ทุกแยกออกไปเถอะ” เฉินหยางโบกมือไปมาแล้วพูดขึ้น คุณเซียคนอื่นๆ ก็ฟังตามแล้วแยกออกไป ในการไม่มีตัวตน นั้น ความน่าเกรงขามของเฉินหยางก็ก่อตัวขึ้นแล้ว

เฉินหยางก็เดินตามออกไป

เมื่อเข้าไปในห้องพักยามจากนั้น คุณเซียกลับไม่ค่อยดีใจ

เฉินหยางทุบเข้าไปที่ไหล่ของคุณเซีย แล้วพูดขึ้น “เชี่ย คุณ เซีย นายคิดอะไรอยู่? กังวลว่าผมจะแย่งตำแหน่งหัวหน้ายาม ของนายอยู่เหรอ? นายวางใจเถอะ นายเป็นพี่ใหญ่ของฉัน ฉันก็ จะลาออกไม่ทำแล้ว ก็ไม่สามารถไปแย่งงานของนายได้

คุณเซียก็กังวลเรื่องนี้อยู่จริงๆ ได้ยินแบบนั้นก็อดหัวเราะหน้า เหยเก พูดขึ้น “ไอ้เด็กนี่

ยามคนอื่นๆ ที่มีความรู้สึกดีกับเฉินหยาง ทุกๆ คนก็ยิ้ม

หัวเราะไปด้วยกัน

หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอย่างถังชิงชิงก็มาที่ ห้องพักยามด้วยตนเอง เฉินหยางกำลังคุยโวอยู่กับพวกยามที่ไม่ ได้เข้ากะ พูดขึ้น “เมื่อก่อนในป่าของเวียดนาม พวกพ่อค้ายาที่ เข้าไปหลบ หายากมากๆ พวกอาวุธของพ่อค้ายาแขวนมากกว่า พวกทหารประจำการ แม่ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าเกือบจะถูกแขวนไว้ในนั้นแล้ว โชคดี……

ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ

ถังชิงชิงกระแอมคอเล็กน้อย

กลุ่มของเฉินหยางก็หันหัวกลับไปทันที

ถังชิงชิงใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าสวยๆ คอขาวๆ สวมไปด้วยสร้อย เพชร ทำให้ดูสง่าเป็นพิเศษ

ถังชิงชิงต่อหน้าของยามหลายคนๆ สีหน้าก็น่าเกรงขามมากๆ

มีความน่าเกรงขามอย่างผู้นำมากๆ

ดังนั้นต่อหน้าถังชิงชิงทุกคนก็ไม่กล้าเหิมเกริม

รู้ดังนั้น เฉินหยางคนนี้เห็นถึงชิงชิงเข้า ก็รีบพูดขึ้นอย่างหน้า ทะเล้น “หัวหน้าถัง วันนี้คุณแต่งตัวสวยจัง เมื่อคุณเข้ามา ห้อง พักก็เป็นเกียรติของพวกเราอย่างมาก!!

เดิมทีถังชิงชิงยังอยากทำหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อได้ยินเฉินหยาง พูดคำชมแย่ๆ แบบนี้ ก็ยังรู้สึกตลก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ กลั้น เสียงหัวเราะ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “นายมากับฉัน เถอะ ประธานหลินอยากเจอนาย

เฉินหยางพูดขึ้น “อ่อ ได้ได้ได้ ผมจะไปตอนนี้” พูดจบก็สะบัด

ตูดเดินตามหลังไป “โอ้โห หัวหน้าถัง สร้อยข้อมือเส้นนี้ของคุณดูมีระดับมากๆ

เลย ผมดูหน่อย” เฉินหยางเดินไป จับหยกข้อมือของถังชิงชิงไปเสแสร้งทำเป็นพินิจพิจารณาดูขึ้นมา

ถังชิงชิงก็หยุดยืนอยู่ ให้เงินหยางได้พิจารณาดูดีๆ เฉินหยางลบซ้ายลูบขวา แต๊ะอั้งเต็มที่ ในใจก็รู้สึกดีเงียบๆ

“ดูออกไหมว่ามีระดับอะไร?” ถังซิงซิงถามอย่างเฉยชา

เฉินหยางแทบไม่อยากวางมือของถังชิงชิงลง พูดขึ้น “สร้อย ข้อมือเส้นนี้ควรจะเป็นหยกเหอเถียน อืม ราคาไม่น้อยเลยล่ะ! ชิงชิงอ่า ผู้หญิงแบบเธอ ก็มีแค่สร้อยข้อมือแบบนี้ถึงจะขับให้ ความสุขุมผู้ดีของคุณเด่นขึ้น

นายคนนี้อาศัยประโยชน์ที่เอื้อมาได้อย่างดี ดึงความสัมพันธ์ เข้ามาใกล้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เรียกชิงชิงขึ้นมาแล้ว

“นี่เป็นอันที่ฉันซื้อมาจากแผงลอย เส้นล่ะสิบหยวน” ถังชิงชิง

พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา พูดจบก็เดินนำหน้าไป

เฉินหยางตกตะลึงไปชั่วขณะ นั่นเรียกว่าจนนะ!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ