I have a crush on you

บทที่ 14 ถือว่าฉันขอร้องเธอ



บทที่ 14 ถือว่าฉันขอร้องเธอ

บทที่ 14 ถือว่าฉันขอร้องเธอ

ป้ายโร่ซี พุ่งกลับไปที่ห้อง แล้วยืนหน้ากระจกมองตัวเอง ที่อยู่ในนั้น คนที่สับสนและเขินอายอย่างกับคนโง่

สองมือจับใบหน้าที่แดงระเรื่อ เธอร้อนผ่าวไปทั้งตัว และ หายใจหอบเล็กน้อย

ยังไม่สะดวกที่จะอยู่ด้วยกัน การอยู่ใต้หลังเดียวกัน นั้นยังสามารถพบกันได้ และหลังจากที่เขากับหยิ่นรุ่ย แต่งงานกัน เธอก็จะยิ่งอึดอัดมากขึ้น

ป้ายโร่ซี ใช้มือตบหน้าตัวเอง แล้วพ่นลมหายใจออก ยาวๆและบ่นพึมพำกับตัวเองว่า

“โร่ซี เอ๋ย โรซี ตื่นเถอะน่า ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอ จะเอื้อมถึงเลยนะ ฝันกลางวันให้น้อยลงได้แล้ว รีบหา ฆาตกรและคืนความบริสุทธิ์ให้กับแม่แล้วไปจากที่นี่ไวๆ เพื่อจะได้หายเจ็บปวดเร็วๆ

“ตี้ค่า”
อาคารแห่งนี้เป็นที่พบปะสังสรรค์ระดับสูง ด้านในเป็น สถานที่พักผ่อนและความบันเทิง เป็นการบริโภคที่หรูหรา ฟุ่มเฟือยมาก รีบเฉพาะสมาชิกไม่รับแขกวอล์คอิน และ ค่าสมาชิกรายปีปีละหนึ่งล้านเหรียญ

ค่าธรรมเนียมปีละหนึ่งล้านนั้นมีเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลางจำนวนมากที่ล้วนแต่ไม่มีทางจะสร้างราย ได้ถึงปีละล้าน ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลยว่าจะเข้าไป เป็นสมาชิกภายในได้

ป้ายโร่ซี ติดตาม ถังลี่เต๋อ จนมาถึง ตี้ค่า อีกครั้ง

แผนกต้อนรับเลวร้ายมาก เธอถูกกันไว้ที่หน้าประตู

มีแจกันโบราณขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า หน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดานที่ชั้นหก ป้ายโร่ซี จึงใช้ แจกันเป็นที่กำบัง เอนหลังรออยู่ที่กระจกหน้าต่าง

ท้องฟ้าด้านนอกหม่นมืดอย่างมาก เพราะฤดูใบไม้ผลิ กำลังจะมาถึงจึงมีฝนโปรยลงมาจนทั่วจนเปียกไปหมด

มีคนเข้าออกคลับ “ตี้ค่า” น้อยมาก แต่ในบางครั้งคนที่ เข้าไปล้วนเป็นเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงการเมือง และธุรกิจ

เวลาผ่านไปจากวินาทีเป็นนาที ป่ายโร่ซีทั้งนั่งทั้งยืนทั้งสองข้างของเธอซา เพราะซ่อนตัวมาสองชั่วโมงกว่า แล้ว

ทันใดนั้น เงาร่างของคนที่คุ้นเคยทำให้ป่ายโร่ซีตื่นตกใจ เธอคิดว่าตัวเองตาฝาด จึงรีบออกมาจากแจกัด ขมวดคิ้ว อย่างสงสัย

หยิ่นรุ่ย สวมเสื้อคลุมขนมิงค์สีขาวที่เลอค่าและงามสง่า และหล่อนทั้งพูดคุยและหัวเราะเดินเคียงข้างถังลี่เต๋ออ อกมาจากด้านใน

มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญใช่ไหม?

ตระกูลหยิ่นเองก็เป็นชนชั้นสูงในระดับแนวหน้า ธุรกิจ ของตระกูลมีขนาดใหญ่มาก การที่หยิ่นรุ่ย จะปรากฏตัวที่ คลับระดับสูงเช่นนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

แต่ทำไมหล่อนถึงรู้จักกับถังลี่เต๋อ ยิ่งไปกว่านั้นยังพูด คุยกันอย่างมีความสุข ดูเหมือนจะสนิทสนมคุ้นเคยกัน มาก

ถังลี่เต๋อและหยิ่นรุ่ย จากไปด้วยกันป้ายโร่ เต็มไปด้วยความสงสัย เธอแอบตามมาด้านหลัง และใช้ลิฟต์ตัวที่สองลงไปชั้นล่าง

เมื่อเธอมาถึงประตูทางเข้าล็อบบี้ ก็เห็นเงาของหมิ่นรุ่ย คนเดียวยืนโบกมีออยู่ที่ปากประตู และรถของถังลี่เต๋อ เพิ่งจะขับออกไป

“หยิ่นรุ่ย” ป้ายโร่ซีเดินตามหลังเธอไป และเปล่งเสียง เรียกโดยตรง

หยิ่นรุ่ย รีบหันไป ในช่วงเวลาหล่อนมองเห็นป่ายโร่ซีก็ ผงะไปทันที แต่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับอย่างรวดเร็ว และถามอย่างสงสัยว่า : “โร่ซี ที่แท้เธอเองอยู่ที่นี่ด้วย เหมือนกัน ทำไมเมื่อกี้นี้ถึงไม่เห็นเธอเลยล่ะ?”

ป้ายโร่ซี ไม่ต้องการจะตอบ พร้อมกับจ้องเข้าไปใน ดวงตาของหล่อนอย่างสงบนิ่ง เพื่อสังเกตอาการอย่าง จริงจังและเคร่งขรึม : “ เธอรู้จัก ถังลี่เต๋อ งั้นเหรอ?”

สีหน้าของ หยิ่นรุ่ย ไม่เปลี่ยน และน้ำเสียงค่อนข้าง สบายๆ : “รู้จักสิ พี่สาวของฉันเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ของ บริษัท แล้วก็ได้พบเขาตามงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยๆ แต่ก็ ไม่ได้สนิทสนมอะไร

ป้ายโร่ซี อยากจะดูว่าหล่อนโกหกหรือเปล่า แต่หล่อน ดูใจเย็นมาก เหมือนไม่ได้โกหกอะไรเลย
“เธอนัดเขามาด้วยกัน…” ป้ายโร่ซียังเอ่ยคำถามไม่จบ หยิ่นรุ่ย รีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

“ฉันไม่ได้นัดเขา ฉันมาทําสปาที่ ค่า เดือนหน้าจะ ถึงงานแต่งแล้ว พักนี้ฉันเลยมาที่นี่ทุกวันเพื่อดูแลบำรุง ร่างกาย เพิ่งจะเจอเขาที่จุดบริการ เลยพูดคุยกันสองสาม ค่าเท่านั้นเอง”

อารมณ์ของ ป้ายโร่ ลดลงไปอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าลืม เรื่องเศร้าใจแล้ว และเตือนสติว่าตอนนี้ไม่มีความคิดที่จะ ตรวจสอบอะไร

หยิ่นรุ่ย รีบเข้ามาใกล้ๆเธอ เลิกคิ้วพร้อมกับมองเธอด้วย รอยยิ้มแล้วถามว่า “โรซี เธอเป็นสมาชิกของคลับ ค่า ใช่หรือเปล่า? คราวหลังเรามาเสริมสวยด้วยกันเถอะนะ”

“ไม่ใช่” ป้ายโร่ซี ตอบเบาๆ

เงินเดือนของเธอหนึ่งแสนเหรียญต่อปียังไม่ถึงเลย ค่า สมาชิกของคลับคือหนึ่งล้านเหรียญ สำหรับเธอคือฝัน กลางวันดีๆนี่เอง

รอยยิ้มของหมิ่นรุ่ย มีความสงสัย แล้วเลิกคิ้วอย่างเหลือ เชื่อ : “ไม่ใช่สมาชิก แล้วเธอมาทําอะไรที่นี่งั้นเหรอ?”
ป้ายโร่ซี นิ่งเงียบ แล้วมองหล่อนอย่างเงียบงัน

หยิ่นรุ่ย แตะแก้มของตัวเอง บนหน้ามีรอยยิ้มน่ารัก หน้าตานั้นเต็มไปด้วยแสงสว่างแห่งความอบอุ่นแล้วถาม ว่า : “เธอมองฉันแบบนี้ ฉันจะคิดเอาได้นะว่าเธอเองก็รัก ฉันเข้าแล้ว ฉันกลัวนะ”

ป้ายโรซี อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเบาๆ เพราะถูกหล่อน ทำให้ขำ รู้จักเพื่อนซี้คนนี้มายี่สิบกว่าปี เธอไม่มีอะไรที่จะ สงสัยหล่อนอีกต่อไปแล้ว

เห็นป้ายโร่ซี ยิ้มแล้ว หยิ่นรุ่ยจึงจับมือของป่ายโร่ซี “โร่ ซี ฉันจะช่วยเธอสมัครสมาชิก หลังจากนี้พวกเราจะได้มา เสริมสวย เล่นฟิตเนส กินและดื่มด้วยกันฟรีๆไงล่ะ”

“ไม่ต้องหรอก” ป่ายโร่ซี ตกใจแล้วผลักหล่อนออกอย่าง รวดเร็ว “ฉันไม่อยากสมัครสมาชิกคลับแบบนี้”

“ไม่เป็นไรนะ ฉันจะช่วยเธอจ่ายเอง” หยิ่นรุ่ย ดึงเธอเดิน ไปด้านในอย่างสุภาพ

ป๋ายโร่ซี รู้สึกกังวล แล้วใช้แรงดันมือหล่อนออก ไม่ต้อง พูดถึงเงินล้านหรอก แค่ร้อยเดียวเธอก็ไม่อยากจะติดหนี้ ใคร

“หยิ่นรุ่ย ไม่ต้องจริงๆ ฉันไม่ต้องการเป็นสมาชิกของพวกนี้

สีหน้าของหยิ่นรุ่ยหม่นมืดลง “เธอดูถูกฉันใช่หรือ เปล่า?”

ป้ายโร่ซี สูดหายใจเข้าลึกๆ และกัดริมฝีปาก : “ฉันไม่ได้ ดูถูกเธอเลย สําหรับเธอเงินเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ว่าเธอ ต้องคิดถึงความเต็มใจของฉัน ฉันไม่อยากจะสมัคร ได้ โปรดเคารพฉันด้วย

หยิ่นรุ่ย เม้มปาก “ดูเธอค่อนข้างอ่อนแอ แต่ก็แน่วแน่ จริงๆ นิสัยไม่ได้ขี้ขลาดเลยด้วย จัดการเธอไม่ได้จริงๆ”

นี่คือหลักการของเธอ

ป้ายโร่ซี ไม่ต้องการจะอธิบายกับหล่อนให้มากเกินไป

เม็ดฝนเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วลมก็เย็นมากขึ้น อากาศจึง ผสมกับความหนาวเหน็บ

เวลานี้เอง ด้านนอกประตูมีรถของกองทัพเพิ่งเข้ามา จอดอย่างมองเห็นได้ชัด

หยิ่นรุ่ยและป่ายโร่ซี ต่างก็มองเห็นแล้ว และจำได้ตั้งแต่ แรกเห็นเช่นกัน
หยื่นรุ่ยปลื้มปริ่มอย่างมาก รีบจับมือของป้ายโร่” “โร่ซิ สามีของฉันมารับฉันแล้ว เธอขึ้นไปนั่งกับฉันเถอะ”

สามี?

สองคำนี้ราวกับเข็มที่ทิ่มแทงป้ายโร่ซีอย่างรุนแรง มือ ของเธอแข็งทื่อ และค่อยๆดึงออกมาจากมือของหยื่นรุ่ย

เดือนหน้าถึงจะแต่งงานไม่ใช่หรือไง?

เรียกว่าสามีภรรยาแล้วงั้นเหรอ?

หัวใจเหมือนมีหินเป็นพันก้อนกดทับ ป๋ายโร่ซี รู้สึก หายใจไม่ออก แต่ยังคงยิ้มอย่างเข้มแข็ง และเอ่ยว่า : “ไม่ ต้องหรอก เขามารับเธอ เธอก็รีบไปเถอะ อย่าให้เขารอ นานเลย”

หยิ่นรุ่ยยิ้มเบิกบาน “ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็รอฉันมาตั้ง หลายปีแล้ว รออีกก็ไม่เป็นไรหรอก”

ป้ายโร่ซี ฝืนยิ้มออกมาบางๆ แต่รู้ว่าใบหน้าของเธอนั้น แข็งกระด้างเพียงใด และรู้ว่าหัวใจของเธอนั้นเจ็บปวดแค่ ไหน

ไม่รู้ว่า หยิ่นรุ่ย ไม่ได้ตั้งใจหรือจงใจ ถึงแทงใจเธอด้วยมีดที่แต่ละครั้งล้วนเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อ

“ฝนตกแล้วนะ พวกเราไปด้วยกันเถอะ” หมิ่นรุ่ย จับมือ ของสายโรชิ อีกครั้ง

ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของป่ายโร่ ที่อยู่ในมือของ หยิ่นรุ่ย เปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ มันสั่นเล็กน้อยตอนที่ดึงออกมา

คราวนี้ท่าทีของเธอนั้นแข็งกร้าว น้ำเสียงเย็นชาและ ดุดันอย่างโกรธเคือง : “อย่ามายุ่งกับฉัน ถือว่าฉันขอร้อง เธอแล้วกัน”

หลังจากพูดคํานี้จบ เธอก็ลดเปลือกตาลงเพื่อซ่อน เบ้าตาที่เปียกชุ่ม

หยิ่นรุ่ย ฟังออกถึงความโมโหของเธอ และมองออกถึง

ความเศร้าโศกของเธอด้วย

ถ้าไม่ใช่คนโง่ก็สามารถรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่ตกต่ำลง ของเธอ หยิ่นรุ่ย ยักไหล่ แล้วเม้มริมฝีปากและถอนใจ แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจอารมณ์ของเธอ แล้วหมุนตัวเดินไป ที่รถตรงปากประตูเงียบๆ

หยิ่นรุ่ยเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่ง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ