เสน่หา เมียนอกหัวใจ

บทที่5 คู่หมั้น



บทที่5 คู่หมั้น

หลายวันต่อมา

ณ คอนโดหรูใจกลางเมืองบนเตียงกว้างนุ่มสองร่างเปลือยเปล่ากำลัง นอนกกกอดกันอย่างมีความสุข หลังจากบทรักอันเร้าร้อนจบลงหมาดๆ วัน โอบกอดร่างบางของษาหญิงคนรักเอาไว้แนบอกพร้อมกับยิ้มกว้าง ชาย หนุ่มดีใจที่ได้ตักตวงความสุขจากกายสาวหลังจากที่ห่างหายจากเธอมา นาน ซึ่งเธอก็มีความสุขไม่ต่างจากชายหนุ่มเหมือนกัน

“ผมรักคุณนะษา ที่รักของผม” จูบหน้าผากมนเบาๆ

“ค่ะ ษา รักคุณ”

“เราไม่ได้มีความสุขแบบนี้ด้วยกัน นานเป็นอาทิตย์เลย

“คุณก็รู้ว่ามาไม่มีเวลาเลย เข้าใจกันหน่อยนะคะ ”

“ครับ ผมเข้าใจ ”

“ไว้เราค่อยนัดกันมามีความสุขด้วยกันที่นี้อีกนะคะ” จูบหน้าอกก

เบาๆ

“เดี๋ยวเย็นนี้คุณไปทานข้าวที่บ้านผมนะ

“ค่ะ ษาจะไป”

“แต่ตอนนี้ผมขอรักคุณอีกนะ” มือหนาเอื้อมมือไปหยิบคอนดอมตรง โต๊ะหัวเตียง

“ค่ะ” ษายิ้มรับ

ณ มหาลัยชื่อดังระหว่างที่บัวตองกับปายกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโต๊ะใต้ต้นไม้ นัทก็เดินหิ้วถุงขนมเค้กกับแก้วน้ำหวานเข้าไป นั่งลงข้างๆ บัวตองอย่างสนิทสนม พร้อมกับวางขนมและน้ำลงตรงหน้า ของเธอ บัวตองจึงหันมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มด้วยความใสซื่อ

“เราชื้อมาฝาก” นัทส่งยิ้มให้บัวตอง

“ขอบใจนะ”บัวยิ้มรับ

“แล้วของฉันล่ะ” ปายเอ่ยขึ้นมองหน้านัทด้วยความน้อยใจ

“อยากกินอะไร ก็ไปซื้อเอง ขาก็มีเดินเองได้”นัทยักไหล่

“นี่นาย! ” ปายโกรธลุกขึ้นหน้าชายหนุ่ม

“ทำไม เธอจะทำไม” นัททำหน้ายียวนใส่ปายด้วยความขบขัน

“นัทพอได้แล้ว ” บัวตองเอ่ยห้ามชายหนุ่มที่กำลังนั่งโมโหเพื่อนอยู่ “ก็ได้ รีบกินขนมสี” นัทหันมาสนใจบัวตองแทน

“ปายทานด้วยกันนะ” บัวตองแกะกล่องขนมวางลงตรงหน้าปาย

“โห น่าทานจังเลย” ปายมองเค้กในกล่องขนาดเล็กตาโต

“ไม่ได้ ฉันซื้อมาฝากบัวเธอไม่มีสิทธิ์” นัทรีบขยับกล่องเค้กมาตรงหน้า บัวตองทันที

“ไม่เอาน่านัท อย่าทำแบบนี้สิเราสามคนเป็นเพื่อนกันนะ นัทให้บัวแล้ว นะ บัวมีสิทธิ์จะให้ใครทานด้วยก็ได้จริงไหม
“ไม่เป็นไรหรอกบัว เธอทานคนเดียวเถอะ เดี๋ยวคนให้จะเสียน้ำใจเอา ฉันขอตัวก่อนนะ” ปายรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที

“เห็นไหมเพราะนัทคนเดียวเลย ปายน้อยใจแล้ว

“ก็ช่างเขาสิ เราไม่สนใจหรอก”

“แต่เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“เพื่อนก็ส่วนเพื่อนสิ อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่องก็แล้วกัน”

“งั้นเดี๋ยวบัวมานะ” ร่างบางรีบลุกขึ้นเดินออกไปตามหาปายทันที

ปายเลือกที่จะเดินปลีกตัวออกมาหาที่นั่งใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งด้วยความ โกรธเคืองนัทภายในใจ เธอรู้ว่านัทคิดอะไรกับบัวตองอยู่ แต่ไม่เห็นจะต้อง แสดงออกว่ารังเกียจหรือไม่ชอบเธอขนาดนี้เลย เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ เป็นเพื่อนของบัวตอง เขาทำเหมือนกับว่าเธอเป็นก้างขวางคอของเขา อย่างนั้นแหละ ปายคิดวุ่นอยู่ในใจ

“ปายเธอไม่เป็นไรนะ”บัวตองเดินเข้าไปหาเพื่อน

“อืม ฉันไม่เป็นไร”

“นัทเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าคิดมากเลยนะ”

“ฉันไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอก ก็เราสามคนเป็นเพื่อนกันนี่”

“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านักเขาเป็นอะไรนักหนาถึง ให้เธอทานขนม ที่เขาซื้อมาให้ฉันไม่ได้”
“เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ” ปายย้อนถาม

“อืม ฉันไม่เข้าใจ

“ก็เพราะว่านัทเขาชอบเธอยังไงล่ะบัว ก็เลยหวงทุกอย่างที่เขาให้เธอ ไม่ อยากให้ใครมายุ่งด้วย” ปายพูดไปตามที่เห็น

“ไม่จริงหรอก เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“แต่นัทเขาไม่คิดว่าเธอเป็นเพื่อนนะสิ” “เป็นเพื่อนก็ต้องเป็นเพื่อน ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นหรอก”

“ดูเธอจะมั่นใจมากเลยนะบัว

“ใช่ ฉันมั่นใจ ว่าแต่เธอเถอะหายโกรธนัทหรือยัง”

“ก็บอกแล้วไง ว่าไม่ได้โกรธแค่ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกันต่อก็แค่นั้น

เอง”

“คุยอะไรกันอยู่” นัทเดินเข้ามา

“ก็เรื่องนัทกับชายนั่นแหละ” บัวตองเอ่ยขึ้น

“ทำไม เธอโกรธฉันเหรอ แต่ฉันว่าเธอไม่มีเหตุผลที่จะโกรธอะไรฉันนะ เธอก็เห็นว่าฉันซื้อขนมมาให้บัว ถ้าคนมีมารยาทพอก็คงจะรู้นะว่าไม่ควร

ที่จะยุ่งหรืออยากได้ของคนอื่น”

“นัท!” บัวตองเอ่ยด้วยความตกใจเพราะเธอไม่คิดว่านัทจะพูดจาทำร้าย จิตใจปายถึงขนาดนี้

“จริงสินะ นายพูดถูก เอาเป็นว่าฉันไม่ได้โกรธอะไรนายเลยไปเรียนกันเถอะได้เวลาแล้ว” ปายรีบลุกเดินนำออกไปทันที

“นัทเราเป็นเพื่อนกันนะ ทำไมถึงพูดอย่างนั้นกับปาย” บัวตองหันไป

ต่อว่าเพื่อนหนุ่ม “ก็เพราะเป็นเพื่อนไง ถึงได้พูดแบบนั้น ไปกันเถอะ” นัทจับจูงมือบัวตอง

เดินตามหลังบ่ายไป

ตกเย็นระหว่างที่บัวตองเดินออกมาจากอาคารเรียน โทรศัพท์มือถือของ เธอก็สั่นขึ้นพอเห็นว่าเป็นเบอร์ของวินเธอก็รีบรับสายทันที ไม่ถึงนาทีปลาย สาย วางลงด้วยความรีบร้อน วินบอกกับเธอว่าติดธุระสำคัญมารับไม่ได้

ให้เธอกลับเอง

“บัวพี่แกว่าไงเหรอ” ปายเอ่ยถามขึ้น

“พี่วินบอกว่าติดธุระสำคัญมารับไม่ได้ ให้ฉันขึ้นรถกลับเอง

“ให้ฉันไปส่งนะ” ปายเสนอตัว

“ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปส่งเอง นั่งมอเตอร์ไซด์มันอันตรายจะตาย” นัท แย้งขึ้น

“ฉันขับมาตั้งนานแล้ว นายไม่ต้องห่วงหรอก ไปกันเถอะบัว” ปายคว้า แขนบัวเดินออกไปทันที

“บัวไปกับเราเถอะ เราจะไปส่งเอง” นัทรีบคว้าแขนบัวตองด้วยความ

รวดเร็ว

“บัวไปกับฉันดีกว่า” ปายแย้งขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้

“บัวไปกับเรานะ” นัทจับแขนบัวตองไม่ยอมปล่อยเช่นกัน
“พอทั้งคู่เลย ฉันกลับเองดีกว่า” บัวตองสลัดแขนออกจากเพื่อนทั้งสอง คนทันทีเพื่อตัดปัญหาลง

“แต่ว่า”

“หยุดเลยนะนัท” บัวตองหันไปพูดตัดบทนัทก่อนที่ชายหนุ่มจะแย้งขึ้น

“งั้นก็ตามใจเธอก็แล้วกัน” ปายเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนใจ

“ฉันไปก่อนนะ” บัวตองเดินไปยังป้ายรถเมล์หน้ามหาลัยทันที

บัวตองทิ้งให้นัทกับปายอยู่ด้วยกันตามลำพังด้วยความเหนื่อยใจกับคน ทั้งคู่ที่ไม่เคยยอมกันเลยตั้งแต่ที่รู้จักกันมา เมื่อบ่ายเห็นว่าบัวตองเดินออก ไปก็รีบเดินหนีนัทตรงไปยังลานจอดทันที นัทจึงเดินตามไปกระชากแขน เธอแรงๆ ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ นายทำบ้าอะไร” ปายหันไปต่อว่าชายหนุ่ม

“เพราะเธอคนเดียว ที่ทำให้ฉันอดไปส่งบัวตองที่บ้าน

“แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย ”

“ก็ถ้าเธอไม่เข้ามาเสนอหน้าจะไปส่งบัวที่บ้านก่อน บัวก็ต้องไปกับฉัน

“ในเมื่อบัวเขาก็เลือกที่จะกลับเอง นายก็ไปตามไปคุยกับบัวเอง จะมา โทษฉันทําไม”

“ก็เพราะเธอเข้ามาวุ่นวายไง บัวเขาถึงไม่ยอมให้ฉันไปส่ง เพราะเธอคน

เดียว” นัทขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
“นายคิดว่าฉันจะยอมให้นายรังเกียจฝ่ายเดียวอย่างนั้นเหรอ นี่แน่ะ” ปายใช้เท้าข้างขวากระทืบลงที่เท้าของชายหนุ่มแรงๆ ทันที

“โอ๊ย! เจ็บ” นัทรีบปล่อยมือออกจากแขนเรียวพร้อมกับร้องเสียงหลง

“สมน้ำหน้า อยากจะรังแกฉันดีนัก” พูดจบปายก็รีบวิ่งมอเตอร์ไซด์ออก ไปทันที

“ยัยตัวแสบ ฝากไว้ก่อนเถอะ” นัทตะโกนตามหลังปาย

ระหว่างทางที่นักขับรถเก๋งกลับบ้านก็ไปสะดุดตาเข้ากับรถมอเตอร์ไซด์ คันหนึ่งที่คุ้นตาจอดอยู่ข้างทาง โดยมีเจ้าของรถ ในชุดนักศึกษาสาวยืนอยู่ ข้างๆ ชายหนุ่มรู้ว่าเป็นใครจึงขับรถเลยไปจอดด้านหน้ารถมอเตอร์ไซด์ไม่ ไกลนักพร้อมกับลงจากรถเดินตรงเข้าไปหาเธอ

“เธอคิดเหรอกว่าจะหนีฉันพ้น” นัทเดินไปหยุดด้านหลังหญิงสาว “นาย!” ปายหันไปตามเสียงอันคุ้นเคยด้วยความตกใจ

“ฉันไม่คิดเลยนะ ว่าเธอจะตกเป็นเป้านิ่งให้ฉันได้เอาคืนง่ายๆ แบบนี้”

“ฉันว่านายกลับไปเถอะ ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับนายหรอก” พูดพลาง ลองสตาร์ทรถแต่กลับไม่ติด

“เห็นไหมขนาดรถยังเป็นใจ ให้ฉันเอาคืนเธอเลย” นัทหัวเราะ

ขบขัน

“ฉันไม่ตลกกับนายหรอกนะ” ปายพูดพลางเข็นรถที่น้ำมันหมดถังผ่าน หน้าชายหนุ่มไปตามข้างถนน
“นั่นเธอจะไปไหน” นัทเดินตามหญิงสาวไป

“มันเรื่องของฉัน นายไม่ต้องมายุ่งหรอก” หันไปทางชายหนุ่มด้วย ใบหน้าที่บึ้งตึง

“รถเธอเป็นอะไรกันแน่”

“น้ำมันหมด” เดินเข็นรถไปข้างหน้าเพื่อไปยังปั้มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด

นัทได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักนิ่งไปชั่วครู่จึงเปลี่ยนใจจากที่จะเอาคืนเธอ เปลี่ยนที่จะช่วยขึ้นมาแทนชายหนุ่มจึงเดินตามไปติดๆ พร้อมกับจับดึงท้าย รถของเธอเอาไว้จนหยุดนิ่ง เธอจึงหันไปมองชายหนุ่มด้วยความโกรธเคือง

“นายจะเอาคืนอะไรฉันก็รีบๆ เถอะ หรืออยากจะสมน้ำหน้าฉันก็เอาเลย ส” ปายหันไปเผชิญหน้านัทตรงๆ อย่างยอมรับสภาพ

“ฉันก็อยากจะเอาคืนอยู่นะ แต่เห็นสภาพเธอตอนนี้แล้ว ทำไม่ลงวะ”

“แล้วนายจะเอายังไง

“ให้ฉันช่วยไหม”

“ไม่ต้อง ฉันไม่ใช่บัว นายไม่ต้องมาสนใจหรอก นายกลับไปเถอะ” “เธอนี้มันดื้อจริงๆ เลยนะ คนจะช่วยก็ไม่ยอมให้ช่วย” นัทส่ายหน้าให้

ปาย

“นายไปเถอะ ไม่ต้องมาเสียเวลากับฉันหรอก” ปายหันไปเข็นรถไปข้าง หน้าต่อ
“เออ ตามใจฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับเธอนักหรอก ผู้หญิงอะไรงี่เง่าชะมัด” นทรีบเดินกลับไปที่รถแล้วขับแล่นผ่านปายไปด้วยความรวดเร็ว

ทันทีที่ปายเห็นรถของชายหนุ่มแล่นผ่านไปหัวใจก็ห่อเหี่ยวลงไปอยู่ที่ ตามทันควัน เธอรู้ว่าชายหนุ่มไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาหรอกนอกจาก บัวตองเท่านั้น แล้วที่ทำเป็นอยากจะช่วยก็คงจะเป็นเพราะสมเพชล่ะมั้ง ปายถอนหายใจแรงๆ เดินเข็นรถไปข้างหน้าเรื่อยๆ จริงๆ แล้วบ้านเธอก็มี ฐานะอยู่สมควร แต่ด้วยความที่เธออยากจะใช้ชีวิตเรียบง่ายจึงใช้มอเตอร์ ไซด์เป็นยานพาหนะแทนรถยนต์

ปายเดินเข็นรถไปเรื่อยๆ แต่อยู่ๆ ก็มีรถเก๋งมาปาดหน้าขวางทางพร้อม กับบีบแตรเสียงดังใส่เธอ พอเธอเห็นว่าเป็นรถของนัทก็อดที่จะโมโหขึ้นมา ไม่ได้อีก เพราะไม่คิดว่าจะชายหนุ่มจะมาเยาะเย้ยเติมเธออีก

“เอานี่ ฉันซื้อน้ำมันมาให้” นัทลงจากรถถือแกลลอนน้ำมันมายื่นให้

ปาย

“นายไม่ต้องทำมาเป็นมีน้ำใจกับฉันหรอก ถ้าไม่เต็มใจ นี่ก็ใกล้จะถึง

ปั๊มแล้ว”

“เธออย่าเรื่องมากน้า รับไป ”

“ขอบใจ” ปายยอมรับแกลอนน้ำมันแต่โดยดี

“มาให้ฉันเติมให้ดีกว่า” ทรีบคว้าแกลอนน้ำมันมาถือไว้แล้วตรงไป ตรงถังน้ำมันทันที

ระหว่างที่นัทเติมน้ำมันให้ปายเธอก็แอบมองใบหน้าอันหล่อเหลาของ ชายหนุ่มไม่กระพริบตา จนชายหนุ่มหันมาสบตากับเธออย่างจัง เธอจึงรีบ หลบสายตาแล้วหันไปทางอื่นทันควันทําเป็นไม่สนใจชายหนุ่ม “เสร็จแล้ว ลองสตาร์ทดูสิ”

“อืม” พยักหน้ารับขึ้นไปนั่งแล้วเสียบกุญแจสตาร์ททันควัน

“ติดแล้ว” ปายหันไปส่งยิ้มให้นัทด้วยความดีใจ ” โอเค ติดแล้ว งั้นฉันกลับก่อนก็แล้วกันนะ” นัทหมุนตัวจะเดินไปที่รถ

“ขอบใจมากนะ” ปายพูดออกมาจากใจ “อืม” นัทพยักหน้าเป็นเชิงรับแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนรถทันที

ทันทีที่นัทแล่นรถออกไปปายก็ขับมอเตอร์ไซด์คู่ใจตรงไปข้างหน้าเพื่อ กลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันเธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือ รู้สึกยังไงที่นัทเป็นคนช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นชายหนุ่มยัง พาลหาเรื่องเธออยู่เลย

ณ บ้านไกรณรงค์ระหว่างที่บัวตองกับแม่บ้านกำลังช่วยกันจัดโต๊ะ อาหารอยู่ วินก็พาษาก็เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนที่กำลังช่วยกันจัดโต๊ะอยู่ เห็นเข้าก็แอบแปลกใจเล็กน้อยเพราะชายหนุ่มไม่บอกไม่กล่าวใครล่วง หน้าเลยว่าจะพาหญิงสาวคนรักมาในวันนี้ โดยเฉพาะบัวตองที่มองหญิง สาวข้างกายวินด้วยความชื่นชมเพราะเธอสวยและดูสง่ามาก เธอเคย ได้ยินว่าชายมีคนรักแล้วแต่ไม่คิดว่าจะสวยมากมายขนาดนี้

“คุณแม่ล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้น
“กำลังลงมาค่ะ” บัวตองตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้มาไปด้วย

“อ้าว หนูษา” เนตรนภาเดินเข้ามาสมทบพอดี

“สวัสดีค่ะ คุณแม่” หาพนมมือไหว้เนตรนภาด้วยความนอบน้อม

“ทำไมจะมาไม่บอกแม่ก่อนล่ะจ้ะ”

“พอดี วันนี้มาว่าง ผมก็เลยพามาเลย

“คุณแม่สบายดีนะคะ” มาเอ่ยถามขึ้น

“จ๊ะ แม่สบายดี”

“แล้วนี้ คงจะเป็นเด็กที่คุณแม่อุปถัมภ์อยู่ใช่ไหมคะ น่ารักน่าเอ็นดูเชียว” ษาหันไปทางบัวตอง

“ใช่จ๊ะ แม่ก็ลืมแนะนำเลย นี่หนูบัวตองจะ ”

“สวัสดีค่ะ” บัวตองยกมือไหว้มาทันควัน

“สวัสดีจ้ะ” มารับไหว้บัวตอง

“ส่วนนิษา เป็นคู่หมั้นพี่วินจ๊ะ” เนตรนภาแนะนำให้บัวตองรู้จักอย่างเป็น

ทางการ

“ค่ะ” บัวตองส่งยิ้มให้มากับวิน

“เอาล่ะ แม่ว่าเราทานข้าวไปด้วยคุยกันไปด้วยดีกว่า” เนตรนภาเดินไป นั่งตรงหัวโต๊ะทันที

ระหว่างที่ทานมื้อเย็นกันไปทุกคนก็พูดคุยกันไปตามประสาคนคุ้นเคย กัน โดยที่ษาไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษเนตรนภาที่เธอหายหน้าหายตาไปนาน ไม่ได้มาเยี่ยมว่าที่แม่สามีของตนเอง
“นาจะหาเวลามาเยี่ยมคุณแม่บ่อยๆ นะคะ” “แม่เข้าใจ ก็หนูงานยุ่งไม่ใช่เหรอจ้ะ

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่เข้าใจษา”

“ถึงษาจะไม่ได้มาที่บ้านเรา แต่เราสองคนก็นัดเจอกันข้างนอกอยู่บ่อยๆ นะครับแม่”

“จ๊ะ” เนตรนภาส่งยิ้มให้ลูกชาย

“น้ำพริกหนุ่มอร่อยมากเลยนะคะ รสชาติกลอมกล่อมดี” มาเอ่ยเชยชม “ขอบคุณนะคะ บัวเป็นคนทำเองค่ะ” บัวตองส่งยิ้มให้มา

“เหรอจ๊ะ เก่งจังเลย” ษาเอ่ยชมจากใจ

“ขอบคุณค่ะ” บัวตองยิ้มรับ

“ว่าแต่พ่อหนูสบายดีใช่ไหมจ๊ะ” เนตรนภาเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้

“ค่ะ คุณพ่อสบายดี”

“จ้ะ “เนตรนภา มรับ

“ไว้ผมจะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณนะ” วินหันไปทางมาพร้อมกับยิ้มให้

“ค่ะ”

“แม่ว่าลูกกับหนูษาก็หมั้นกันมาเป็นปีแล้ว ควรจะแต่งงานกันได้แล้วนะ แม่อยากจะอุ้มหลานแล้ว”

เพลง! ซ้อนในมือษาหลุดร่วงจากมือลงไปกระทบจานข้าวจนเกิดเสียงดังด้วยความตกใจ

“ษาเป็นอะไรหรือเปล่า” วันหันไปมองหญิงคนรักด้วยความเป็นห่วง

“ษาขอโทษค่ะ” หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติให้มากที่สุด

“หนูนาเป็นอะไรหรือเปล่าลูก” เนตรนภาถามด้วยความห่วงใย

“เปล่าคะ พอดีษาจับซ้อนไม่แน่น มันก็เลยหลุดมือค่ะ”

“งั้นเราก็คุยกันต่อนะ วินว่ายังไงลูกพร้อมจะแต่งงานกับหนูษาเขา แล้วหรือยัง”

“ครับ ผมพร้อมเสมอครับ ถ้าษาตกลง” วินยื่นมือหนาไปจับกุมมือบาง

ของษาเอาไว้เพื่อสร้างความมั่นใจ

“แต่มายังไม่พร้อมค่ะ” ดัดสินพูดออกไปตรงๆ

“ทําไมล่ะลูก” เนตรนภาถามกลับ

“เอ่อ คือมาอยากจะทำงานช่วยคุณพ่อก่อน อีกอย่างษายังไม่อยากจะ แต่งงานตอนนี้ค่ะ อยากจะคบกันไปเรื่อยๆ ก่อน รออีกสักหน่อยได้ไหมคะ

“วินว่าไงลูก” เนตรนภาถามลูกชาย

“ผมตามใจมาครับ เอาษาสบายใจก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ” นายิ้มรับแต่ข้างในกำลังร้อนรน

หลังจากทานมื้อเย็นกันเสร็จษาก็ขอตัวไปรับโทรศัพท์จากสายคนที่คุ้น เคยอยู่ตรงสวนหน้าบ้านด้วยท่าทางเป็นกังวลใจ ระหว่างที่คุยวินก็เดินเข้า มาหาเธอพอดี หญิงสาวจึงรีบกดวางสายพร้อมกับส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

“ใครโทรมาเหรอ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

“เอ่อ เพื่อนโทรมาค่ะ”

“แม่ผมคงจะไม่กดดันษาใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ อย่าคิดมากสิคะ”

“ครับ ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย”

“ค่ะ” ษายิ้มรับ

ไม่นานวันก็ไปส่งมาถึงที่บ้าน อยู่คุยกับประพันธ์บิดาหญิงสาวคนรักสัก พักก็ขอตัวกลับ คล้อยหลังวินกลับไปประพันธ์ก็นั่งคุยกับลูกสาวต่อ

“ว่าไงเมื่อไหร่จะพร้อมแต่งงานกับวินเขาสักที”

“ษายังไม่พร้อมค่ะ ขอตัวนะคะ”ษาหลบสายตาบิดาพร้อมกับลุกขึ้นยืน

“ไม่ว่าแกจะรักหรือไม่รักใคร จําเอาไว้คนที่แกจะต้องแต่งงานด้วย ต้อง เป็นวินคนเดียวเท่านั้น คงจะรู้นะว่าเพราะอะไร

“ค่ะ” มารับคำน้ำตาคลอเบ้าแล้วเดินออกไปทันที

ช่วงหัวค่ำระหว่างที่กินกำลังนั่งก้มหน้าทำงานในห้องทำงานเสียงเคาะ ประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับบัวตองเดินถือโน๊ตบุ๊คเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าชาย หนุ่มด้วยความเกรงใจ เพราะเธอเข้ามารบกวนชายหนุ่ม

“มีอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
“พอดีว่าบัวกําลังจะทำรายงาน แต่มีบางอย่างไม่เข้าใจบัวก็เลยเข้ามา

ถามพี่ค่ะ”

” ว่ามาสิ”

“นี่ค่ะ” บัวตองเดินเข้าไปวางโน๊ตบุคบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มพร้อมกับ

ชี้ให้ชายหนุ่ม

“อันนี้เหรอ” วินถาม

“ค่ะ” บัวพยักหน้ารับ

“เอาเก้าอี้มานั่งสิ ฉันจะอธิบายให้ฟัง

“ค่ะ” บัวตองไปเลื่อนเก้าอี้มาลงข้างๆ ชายหนุ่มอย่างว่าง่าย

ระหว่างที่กินกำลังอธิบายงานให้บัวตองฟังเธอก็แอบลอบมองใบหน้า อันหล่อเหลาอย่างเผลอไผล จนชายหนุ่มหันมาสบตาเข้ากับเธออย่างจัง เธอจึงรีบหันหน้าหนีทันควัน วันเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก

“ทำไมมีอะไรติดหน้าฉันงั้นเหรอ”

“เป…เปล่าค่ะ” บัวตองพูดตะกุกตะกัก

“เปล่าแล้วทําไมต้องหลบสายตาฉันด้วย” พูดพลางยื่นหน้าไปใกล้ๆ

ใบหน้าเนียน

“พี่จะขยับมาใกล้บัวทำไมคะ” ถามพลางหันไปมองหน้าหนุ่มชายตรงๆ จนใบหน้าของเธอใกล้กับใบหน้าคมแค่ลมหายใจ

“อายฉันก็บอกมาตรงๆ เถอะ” วันรีบหันไปสนใจหน้าจอโน๊ตบุ๊คต่อ
“บัวเปล่าสักหน่อยค่ะ” บัวตองรีบปฏิเสธทันควัน “หึ หน้าแดงขนาดนี้ เธอคงไม่ได้คิดอะไรกับฉันนะ” วินยกยิ้มมุมปาก

“คุณมาเธอสวยมากเลยนะคะ เหมาะกับพี่มากเลย” บัวตองรีบเปลี่ยน เรื่องคุยทันควัน

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว อีกไม่นานเราสองคนคงจะได้แต่งงานกัน

“ค่ะ” บัวตองพยักหน้ายิ่งเธอได้เห็นแววตาคมกริบเปล่งประกายเมื่อพูด ถึงหญิงสาวคนรักของชายหนุ่มหัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เสมือนเธอเป็นหญิงสาวคนนั้น


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ