เสน่หา เมียนอกหัวใจ

บทที่3 โอกาส



บทที่3 โอกาส

วันต่อมา

ณ บ้านไกรณรงค์เนตรนภากำลังนั่งพูดคุยกับบัวตองอยู่ตรงห้องรับแขก บนโซฟาหลังจากที่เธอพึ่งจะมาถึงที่บ้าน โดยมีวินนั่งอยู่ด้วยห่างๆ เขาไม่รู้ ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่พาเด็กสาวเข้ามาในบ้าน แต่ในเมื่อมันเป็นความ ต้องการของมารดาเขาก็ยินดีจะทำให้เพราะทั้งบ้านเหลือกันแค่สองคนแม่ ลูกเท่านั้น ส่วนบิดานั้นเสียไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

“มาอยู่กับฉันที่นี่นะ”

“ค่ะ หนูต้องขอบคุณมากนะคะ ที่เมตตาหนู แต่ว่า” บัวตองอึกอักไม่กล้า

กาม

“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“คือหนูอยากจะรู้เหตุผลที่คุณ เมตตาเอ็นดูหนูคะ ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้จัก

กันมาก่อน คุณไม่กลัวหนูเป็นคนไม่ดีเหรอคะ”

“งั้นฉันจะถามตรงๆ เลยก็แล้วกันนะ หนูเป็นคนดีหรือเปล่าล่ะจ๊ะ”

“ค่ะ”

“นั้นไงหนูเป็นคนดีฉันไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลย อีกอย่างที่ฉันรับ อุปการะหนูก็เพราะฉันอยากจะมีลูกสาว มาเป็นลูกสาวของฉันนะ”
“ค่ะ หนูขอบพระคุณมากเลยนะคะ” บัวตองพนมมือไหว้ลงบนตักเนตร นาอย่างนอบน้อม

“จ้ะ ตั้งใจเรียนล่ะ หลังเรียนจบจะได้มีงานดีๆ ทำเลี้ยงตากับยาย

“ค่ะ” บัวตองยิ้มรับ

“ส่วนเรื่องที่พัก ที่พักในบ้านนี้เลยก็แล้วกันนะ”

“ผมว่าอย่าดีกว่าครับ” วินแย้งมารดาขึ้นทันควัน

“ไม่เอาน่าวิน ห้องว่างก็มีตั้งหลายห้อง ให้หนูบัวเขาอยู่สักห้องจะเป็นไร ไป อีกอย่างบ้านหลังใหญ่โตถือซะว่าหนูบัวเขาเป็นน้องสาวของลูกก็แล้ว กันนะ บ้านเราจะได้ไม่เหงา”

“เราก็อยู่กันแค่สองคนแม่ลูกมาตั้งนาน จะอยู่แบบเดิมมันคงจะไม่เป็น อะไรหรอกมั้งครับ”

“หนูพักอยู่กับป้าแม่บ้านจะเหมาะกว่าค่ะ” บัวพูดพลางหันไปทางหญิง

สูงวัยที่ยกของว่างเข้ามาพอดี

“อยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องไปฟังใครทั้งนั้น” เนตรนภาเอ่ยเสียงแข็งหันไปทาง ลูกชาย

“แต่ว่าหนู” บัวตองหันไปมองหน้าวันด้วยความลำบากใจ

“ตามใจครับ คุณแม่อยากจะทำอะไรก็ตามสบายเลย ” พูดจบวินก็ลุก เดินออกไปทันที แค่ส่งเสียให้เรียนกับให้ที่ซุกหัวนอนมันก็มากพอแล้ว ไม่รู้ ว่ามารดาจะยกเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าขึ้นมาเสมอตัวเองทำไม ไม่ใช่เขา รังเกียจอะไรเธอหรอกออกจะเอ็นดูสงสารด้วยซ้ำ แต่ต้องดูความเหมาะสม ด้วยว่าควรหรือไม่ควร
“อย่าไปสนใจเขาเลยนะ พี่เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”

“ค่ะ”

เนตรนภาพกบัวตองไปยังห้องนอนชั้นบนที่อยู่ข้างๆ กับห้องของวิน ทันทีที่เด็กสาวเดินตามหลังเจ้าของบ้านเข้าไปเธอก็กวาดสายตามองไปทั่ว ห้องเพื่อจะสำรวจห้องนอนใหม่ที่เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าตนเองจะได้มี โอกาสได้นอนในห้องที่กว้างขวางที่มีครบทุกอย่างแบบนี้ในชีวิตมาก่อน

“เป็นไงจ๊ะ ชอบไหม”

“ค่ะ หนูชอบมากเลย”

“ถ้าหนูชอบฉันก็ดีใจ จะได้อยู่กับฉันอย่างมีความสุข”

“ขอบคุณค่ะ” บัวตองพนมมือไหว้

“ว่าแต่พ่อกับแม่ของหนูล่ะ พวกเขาไปไหน ถึงได้ทิ้งหนูไว้กับตายาย

“เอ่อ คือพ่อกับแม่ของหนูเสียไปตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ”

“โธ่ น่าเวทนาจริงๆ เลย” เนตรนภาสวมกอดปลอบบัวตองไว้ด้วยความ สงสาร

“อุ่นจังเลยค่ะ” บัวตองกอดตอบ

“ให้ฉันเป็นแม่ของหนูนะ”

“อะไรนะคะ! ” บัวตองตกใจ

“ไม่ต้องตกใจหรอกจ๊ะ ฉันมีลูกชายแค่คนเดียว ก็เลยอยากมีลูกสาว บ้าง ให้ฉันเป็นแม่ของหนูเถอะนะ”

“ได้ค่ะคุณแม่ ขอบคุณนะคะ ที่เอ็นดูหนู” บัวตองยิ้มทั้งน้ำตา

“ตั้งใจเรียนล่ะ จบแล้วจะได้ทำงานกับพี่วินเขา” เนตรนภาลูบศีรษะบัว

ตองไปมาด้วยความเอ็นดู

“ค่ะ หนูจะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวัง

คล้อยหลังเนตรนภาออกไปบัวตองก็เดินสํารวจไปจนทั่วห้อง แล้วไป หยุดทรุดตัวนั่งลงที่เตียงนุ่มกว้าง ในเวลานี้เหมือนโลกหยุดหมุนเหวี่ยงเธอ ลงมายังที่ ที่เธอไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าจะมีโอกาสอยู่ในบ้านหลังใหญ่โต ขนาดนี้ ในเมื่อมีคนเมตตาและหยิบยื่นโอกาสให้เธอก็จะทำให้ดีที่สุดยิ้ม ให้กับตัวเองทั้งน้ำตา

ภายในห้องรับประทานอาหารระหว่างที่รอวินมาร่วมโต๊ะด้วย เนตรนภา ก็ไม่ลืมแนะนำสมาชิกในบ้านอีกสามคน ให้บัวตองรู้จัก ซึ่งเป็นแม่บ้านกับ คนขับรถของบ้าน ทันทีที่เนตรนภาแนะนำป้ากับป้าศรีและลุงสมหมาย บัวตองก็ไม่ลืมยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมพร้อมกับส่งยิ้มให้ พอทั้งสาม คนได้รับการเคารพจากเด็กสาวก็เกิดความเอ็นดูขึ้นมา

นั่งรอสักพักวินก็เดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะพร้อมกับหันไปมองเด็กสาวที่เพิ่ง จะรับมาร่วมชายคาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขายอมรับว่าเด็กสาวเป็นเด็ก ที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่งเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมารดาของตนถึงได้ เมตตาเอ็นดูเสียเหลือเกิน

“เอาล่ะ ลงมือทานกันได้เลยจ๊ะ” เนตรนภาหันไปบอกบัวตองที่นั่งข้างๆ

“ค่ะ” พยักหน้ารับ
“ว่าแต่วันนี้งานที่บริษัทเรียบร้อยดีใช่ไหมลูก”

“ครับ ผมให้ไอ้นพดูแทนแล้วครับ” วินกับนพเป็นเพื่อนสนิทกันมาก ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว หลังจากเรียนจบวินจึงชวนนพมาทำงานกับบริษัท แปรรูปชาจากไร่ของเขา ทั้งคู่จึงได้มีโอกาสทำงานร่วมกันจนมาถึงทุกวันนี้

“จ้ะ งั้นเรื่องสมัครเรียนของหนูบัว วินจัดการให้แม่หน่อยนะลูก”

“ครับ”รับคําด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ขอบใจจ๊ะ ถือซะว่าหนูบัวเป็นน้องสาวของลูกก็แล้วกันนะ”

” วินเลือกที่จะเงียบตักอาหารเข้าปากแทน

“ส่วนหนูบัวก็คิดซะว่าพี่วิน เขาเป็นพี่ชายของหนูก็แล้วกันนะ” “ค่ะ คุณแม่” บัวตองรับค่า

วินได้ยินบัวตองเรียกมารดาตนเองว่าแม่ก็ชะงักนิ่งไปชั่วครู่ เขาไม่คิด เลยว่ามารดาจะใจดีให้เธอเรียกแม่ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในบ้านยังไม่ ถึงวัน ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเด็กสาวด้วยความไม่พอใจ บัวตองจึงรีบก้ม หน้าลงทันควันด้วยความเกรงกลัว

“วินไม่ต้องแปลกใจหรอกลูก แม่ให้หนูบัวเขาเรียกเอง วินเข้าใจแม่นะ”

“ครับ” วินรับค่าอย่างว่าง่าย

“แล้วบัวอยากจะเรียนคณะอะไร สาขาไหนล่ะลูก” เนตรนภาหันไปถามเด็กสาว

“เอ่อ คือหนูยังไม่รู้เลยค่ะ”

“ถ้าไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร จะเปลี่ยนใจไม่เรียนก็ได้นะ” วินหันไปส่งสายตา

ดุใส่บัวตอง

“ขอโทษค่ะ บัวแค่ยังคิดไม่ออกจริงๆ ค่ะ” บัวตองหน้าเลื่อนลง “วินอย่าพึ่งน้องสิ เห็นไหมน้องกลัวหมดแล้ว”

“ก็มันจริงไหมล่ะครับ ปากบอกว่าอยากจะเรียน แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะ เรียนอะไร”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” บัวตองรีบปฏิเสธทันควัน

“งั้นเอาเป็นว่าแม่ให้เวลาหนูไปคิดดูก่อน ว่าอยากเรียนอะไร คิดออก แล้วค่อยมาบอกพี่เขานะ”

“ค่ะ”

วินได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปากที่มารดาให้ความสำคัญกับเด็ก สาวจนออกหน้าออกตาเหมือนกับลูกแท้ๆ ในไส้อยู่แล้วได้แต่ขบขันกับ ตนเองที่ดูท่าแล้วจะกลายเป็นหมาหัวเน่าในไม่ช้า

หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จวินก็ตรงเข้าไปยังห้องทำงานของตนเองเพื่อ เคลียร์งาน ส่วนเนตรนภาก็ไปเอนหลังอยู่ในห้องนั่งเล่น บัวตองจึงถือ โอกาสเข้าไปช่วยงานในครัวระหว่างที่กำลังล้างจานไปในหัวก็คิดอยู่ ตลอดเวลาว่าตนเองจะเรียนอะไรดีจนเธอล้างจานเสร็จก็ยังคิดไม่ออกเลย

“มีอะไรให้บัวช่วยอีกไหมคะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้น
“ไม่มีแล้วจ๊ะ หนูไปพักเถอะ เดี๋ยวคุณนายจะดุเอา” ป้าเอ่ยขึ้น

“มีก็บอกได้นะคะ ไม่ต้องเกรงใจ หนูเป็นแค่ผู้อาศัย หนูอยากจะช่วย แบ่งเบาภาระบ้างค่ะ”

“จ้ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ป้าสองคนทำเองจะดีกว่าจ้ะ” ป้าศรีหันไปมอง หน้าป้าณี

“ก็ได้คะ งั้นบัวขอตัวก่อนนะคะ”

“จ้ะ ไปเถอะ” ป้าศรีส่งยิ้มให้เด็กสาว

บัวตองเดินออกไปจากห้องครัวตรงไปหาเนตรนภา ในห้องนั่งเล่น เนตร นภาจึงถือโอกาสพาเธอเดินสำรวจรอบบ้านและในบ้านเพื่อให้เธอรู้ทุก ซอกทุกมุมของบ้านจนครบถ้วน จนไปถึงในห้องทำงานของวินเนตรนภาจึง เปิดประตูพาบัวตองเดินเข้าไป วันที่กำลังก้มหน้าทำงานอยู่ก็หันไปมองคน ทั้งคู่

“โทษทีนะวิน แม่แค่อยากจะพาหนูบัวมาดูห้องทำงานของลูกสักหน่อย” “ครับ” หันไปมองหน้าบัวตองแวบหนึ่ง

“ถ้าบ้วอยากจะอ่านหนังสืออะไร ก็หยิบไปอ่านได้เลยนะลูก” เนตรนภา หันไปทางเด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ค่ะ” รับ พร้อมกับกวาดสายตามองชั้นวางหนังสือไปรอบห้อง “เข้าไปเลือกเลยสิลูก จะเอาไปอ่านที่ห้องเล่มก็ได้ตามใจหนูเลย ไปสิ

“ค่ะ” บัวตองเดินตรงไปยังชั้นวางหนังสือพร้อมกับหยิบหนังสือเล่มหนาติดมือมาสองเล่ม

“ไหนหนูเลือกหนังสืออะไรมาอ่านจะเนตรนภาถามเด็กสาว

“เกี่ยวกับการเงินและการบริหารธุรกิจค่ะ”บัวตองเอ่ยยิ้มๆ

“ดี” วินยกยิ้มมุมปาก

“ดีเลยจ๊ะ อ่านไว้ก็ดีเหมือนกัน เราไปกันเถอะ

“ค่ะ” บัวตองรีบเดินออกไปจากห้อง

“แม่ไปก่อนนะลูก” เนตรนภาหันไปทางลูกชาย

“ครับ”

ช่วงกลางดึกของวันบัวตองนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงด้วยอาการ นอนไม่หลับ เพราะในหัวสมองเอาแต่คิดเรื่องเรียนต่อ จนเธอตัดใจได้แล้ว ว่าจะเรียนคณะไหนสาขาใด จากนั้นก็หลับตาลงพรุ่งนี้เช้าเธอจะบอกเนตร นภาเองว่าเธอเลือกได้แล้วว่าอยากจะเรียนอะไร

วันต่อมา

เช้าวันใหม่ภายในห้องรับประทานอาหารเนตรนภากับบัวตองกำลังนั่ง ทานมื้อเช้าอยู่ด้วยกันเพียงสองคนเพราะวินยังไม่ตื่นนอน ระหว่างที่ทานไป เนตรนภาก็ตักอาหาร ให้บัวตองอยู่ตลอด จนทำให้เธออดที่จะยิ้มตื้นตันขึ้น มาไม่ได้

“ขอบคุณค่ะ” เงยหน้าขึ้นมองเนตรนภา

“ทานเยอะๆ นะลูก” เนตรนภาลูบศีรษะบัวตองไปมา

“ค่ะ คุณแม่”
“ว่าแต่หนูตัดสินใจหรือยังว่าจะเรียนคณะอะไรสาขาไหน “ค่ะ บัวอยากจะเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการค่ะ”

“ดีเลยจ๊ะ พอจบก็ทำงานกับพี่วินเขาเลยหรือถ้าอยากจะทำอะไรเป็นของ ตนเองถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีก็กันนะ” เนตรนภาส่งยิ้มให้บัวตองด้วย ความเอ็นดู เธอหวังว่าเด็กสาวจะมีอนาคตที่ดีและชีวิตที่ดีขึ้นแค่นี้เธอก็ พอใจแล้วอย่างน้อยเธอก็ได้ช่วยคนที่ขาดได้เติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป และไม่หวังจะได้รับสิ่งตอบแทนกลับคืนมาใดๆ เลย เท่านั้นเธอก็สุขใจแล้ว

“ค่ะ บัวจะตั้งใจเรียนให้จบจะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังเลยค่ะ”

“จ้ะ ได้ยินอย่างนี้แม่ก็ชื่นใจแล้วล่ะ”

“ขอบคุณนะคะ ที่เมตตาเอ็นดูเด็กกำพร้าอย่างหนู” เอ่ยเสียงสั่นเครือ นํ้าตาคลอเบ้า

“ไม่เอาน่า หนูเป็นสาวแล้ว จะขี้แยร้องไห้แบบเด็กๆ ไม่ได้แล้วนะ เข้ม

แข็งเอาไว้ลูก” โอบกอดปลอยบัวตองเอาไว้

“ค่ะ หนูจะเข้มแข็งเพื่อตากับยาย

“เก่งมากลูกสาวแม่” ลูบศีรษะบัวตองไปมา

หลังทานมื้อเช้าเสร็จบัวตองก็เดินไปส่งเนตรนภาที่รถเพื่อไปทำธุระข้าง นอก แต่ก่อนที่หญิงสูงวัยจะขึ้นไปนั่งบนรถก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนให้บัวตอง ไปบอกเรื่องคณะที่เลือกจะเรียนให้วินทราบเรื่องด้วยตนเอง ซึ่งเธอก็รับค่า เป็นอย่างดี

คล้อยหลังรถลับตาไปบัวตองก็เดินเข้าบ้านตรงไปยังห้องครัว เพื่อช่วยงานในครัวซึ่งเป็นงานที่เธอถนัดมากที่สุด ถึงป้าซุ่มกับป้าศรี จะห้าม แต่เธอก็ไม่ยอมด้วยความที่เธอเกรงใจและอยากจะทำตัวให้มี ประโยชน์กับเจ้าของบ้าน ให้ได้มากที่สุด เพราะเธอไม่ได้วิเศษวิโสมาจาก ไหน

จนเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงสายของวันภายในห้องนั่งเล่น ในระหว่างที่ตัว ตองกำลังนั่งดูทีวีไปเพลินๆ ป้าณีที่ขึ้นไปชั้นบนพึ่งจะลงมาก็เดินตรงเข้ามา หาเธอพร้อมกับบอกว่าวันตื่นนอนแล้ว เธอได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินตรงไป ยังห้องของชายหนุ่มพร้อมกับเคาะประตู รอไม่นานประตูห้องก็เปิดออก

“มีอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาวพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย

“คือบ้วจะมาบอกคุณว่าบัวเลือกคณะที่อยากจะเรียนได้แล้วนะคะ” พูด พลางก้มหน้าไม่ยอมสบตากับชายหนุ่ม

“ไปคุยกันในห้องทำงานดีกว่า เอากาแฟไปให้ฉันด้วย” “ค่ะ” รับค่าเดินลงไปข้างล่างทันที

บัวตองกลับขึ้นมาข้างบนพร้อมกับถ้วยกาแฟที่เธอชงด้วยฝีมือตนเอง ตามที่ป้าแม่บ้านบอก พอเคาะประตูห้องสองสามครั้งเธอก็เปิดเข้าไปโดน ที่มืออีกข้างถือถาดใส่ถ้วยกาแฟไว้ ส่วนวินกำลังคุยโทรศัพท์อยู่เธอจึงยก ถ้วยกาแฟวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือที่สุดแล้วถอยหลังไปยืนอยู่ห่างๆ ชาย หนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธออยู่

“แค่นี้ก่อนนะ ที่รัก” วินกรอกเสียงใส่ปลายสายแล้วกดวางสายทันที หลังจากวางสายไปวันก็หันไปสนใจถ้วยกาแฟร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตรงหน้า พร้อมกับยกขึ้นมาจีบแล้ววางลงหันไปมองบัวตองที่ ยืนนิ่งมองชายหนุ่มด้วยแววตาใสซื่ออยู่พอดี วันเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุม ปากด้วยความขบขันกับท่าทางอ่อนต่อโลกของเธอ ซึ่งความไร้เดียงสานั้น มันทำให้เขาอดที่จะหวั่นใจไม่ได้

“มีอะไรจะบอกฉัน ก็พูดมาส

“คือบัวตัดสินใจได้แล้วค่ะ ว่าจะเรียนคณะอะไรสาขาไหน

“แล้วเธออยากจะเรียนอะไรล่ะ”

“บัวอยากเรียนบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการค่ะ”

“ก็ไม่เลวนี่ ฉันจะไปจัดการเอกสารการสมัครเรียน ให้ก็แล้วกันนะ” พูด พลางนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

“ขอบคุณนะคะ” บัวตองส่งยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม

“คิดซะว่าฉันเป็นพี่ชายของเธอก็แล้วกันนะ ไหนๆ คุณแม่ก็ต้องการให้ เป็นแบบนั้นแล้ว”

“คะ พี่วิน” บัวตองยิ้มรับ

“แล้วคุณแม่ล่ะ”

“คุณแม่ออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว

“อืม ออกไปเถอะ ฉันจะทํางานต่อ”

“ค่ะ”

บัวตองเดินออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เธอดีใจที่ทุกคนในบ้านเมตตาเอ็นดูเธอเกินกว่าที่เธอจะคาดคิดไว้มาก โดยเฉพาะวันที่ไม่เห็นด้วยกับเนตรนภาที่จะ อุปถัมภ์เธอตั้งแต่แรกอีกทั้งชายหนุ่มยังมีท่าทีไม่ค่อยจะชอบเธอสักเท่า ไหร่ แต่วันนี้กลับยอมรับเธอเป็นน้องสาวเสียอย่างนั้น

ร่างบางเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเองพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ มือถือเครื่องเก่าขึ้นมากดโทรหาขายกับตาเพื่อบอกข่าวคราวของตนเอง ให้ท่านทราบเรื่อง ซึ่งทั้งสองคนก็ดีใจกับหลานด้วยและไม่ลืมย้ำเตือนให้ เด็กสาวให้รู้จักบุญคุณคนและตอบแทน ในเมื่อมีโอกาส ซึ่งเธอก็รับปาก อย่างหนักแน่น


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ