ลูกสะใภ้ตัวน้อยที่ข้าม

ตอนที่ 1 ข้ามกาลเวลา



ตอนที่ 1 ข้ามกาลเวลา

เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บจะตายอยู่แล้ว เฉินเสวยถูกความเจ็บปวด ปลุกให้ตื่น ทั่วทั้งศีรษะเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับหมื่นพันเล่มที่ม แทง ในเวลาเดียวกัน ราวกับว่าสมองสับสนเลอะเลือน ความ เจ็บปวดภายในนั้นเหมือนมีคลื่นลูกใหญ่ทะลักเข้ามาทางนี้ ทะลักเข้ามาทางโน้นที่ ความทรงจำนับไม่ถ้วนที่ไม่ได้เป็นของ เธอทยอยหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

เธอกัดริมฝีปากแน่น อดทนอดกลั้นต่อความเจ็บปวด อย่างรุนแรงนี้นานกว่าหลายนาทีถึงได้คลายลง สิ่งสุดท้ายที่ ทะลักเข้ามาในสมองคือความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เคียดแค้น และเศร้าโศกเสียใจ

“ไม่ขนาดนั้นมั้ง แค่ฝันยังต้องฝันซะเจ็บปวดขนาดนี้ ฉันนี่ มันน่าเวทนาสุดๆ ไปเลยจริงๆ หรือจะเป็นเพราะเกิดมาพร้อม กับชะตาเข็ญงั้นหรอ” เฉินเสวี่ยบ่นอุบอิบพิมพ์สองสาม ประโยคพลางค่อยๆ ขยับเปลือกตาช้าๆ เหงื่อ นี่ตัวเองหลับไป นานแค่ไหนกันเนี่ย ตรงเปลือกตามีความรู้สึกเหมือนมีสารคัด หลั่งเข้ามาฉาบปิดไว้หมดแล้ว เอ่อ แม้ว่าจะเป็นการตอบสนองทางสรีรวิทยาตามปกติ ของการนอนหลับก็เถอะ แต่ทำไมถึงยังทำให้คนรู้สึกขยะแขยง อยู่ขนาดนี้กันนะ

เธอออกแรงขยิบตาแรงๆ หนึ่งที่ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง เฉินเสวยรู้สึกถึงความผิดปกติในทันที พื้นปูนสีแดง ฝาผนังกระ ดำกระด่าง นอกจากนี้ยังมีตู้ลิ้นชักที่เต็มไปด้วยสไตล์ย้อนยุคปี แปดศูนย์อยู่หนึ่ง ด้านข้างเป็น? จักรเย็บผ้าโบราณหนึ่งคัน

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ฉันต้องยังฝันอยู่แน่ๆ ไม่ใช่ว่าใน ความฝันทุกอย่างจะเป็นสีดำขาวล้วนเหรอ ทำไมเมื่อฉันถึง เห็นผ้าสีแดงด้วยล่ะ แถมยังเป็นผ้ากำมะหยี่สีแดงแบบเชยค ครีเป็นพิเศษอีก? แล้วสีพื้นหลังในฝันของฉันล่ะ? ภาพพื้นหลังที่ อวินเซียวตั้งใจช่วยวาดให้ฉันเป็นพิเศษล่ะ? แล้วโต๊ะน้ำชา ดอกไม้ของฉันอยู่ไหนล่ะ

เฉินเสวี่ยพึมพำอยู่ชั่วขณะก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ไม่ เปลี่ยน ยังเหมือนเดิมเลย

เธอขยับคอที่แข็งเกร็งลุกขึ้นนั่ง แล้วเริ่มสังเกตห้องนี้ดีๆ อีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่รังแสนสบายที่เธอพยายามทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากในการปรับปรุงตกแต่ง หลังนั้น ตอนนั้นหลังจากที่เธอปรับปรุงบ้านหลังนั้นใหม่ เรียบร้อยแล้วยังได้ถ่ายภาพกระบวนการปรับแต่งแก้ไขทั้งหมด โพสต์ลงในบัญชีสาธารณะของตัวเอง ซึ่งไม่ได้มีแค่การแชร์ส่ง ต่อกว่าสองแสนครั้ง ยังได้รับการตบรางวัลมากกว่าหกหมื่น รายการอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามีบริษัทออกแบบหลายแห่งโทร เข้ามาขอเชิญเธอให้ไปเป็นนักออกแบบพิเศษเลย

บ้านหลังที่อยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้เป็นบ้านหลังเล็กสอง ห้อง อีกทั้งยังเป็นแบบเก่าแก่ เสื่อมโทรม ลักษณะบ้านเป็นแบบ ในยุคศตวรรษที่หกสิบเจ็ดสิบประมาณนั้น เมื่อเข้าประตูมาจะ เป็นห้องนั่งเล่นขนาดเล็กๆ ด้านหนึ่งเป็นห้องครัว ส่วนอีกด้าน หนึ่งมีสองห้อง ห้องหนึ่งในนั้นถูกล็อคเอาไว้ ส่วนประตูอีกบาน เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง ด้านในเห็นมีเตียงซุ้มหนึ่งหลังกับโต๊ะเขียน หนังสือ บนโต๊ะเขียนหนังสือยังมีคัมภีร์ปกเขียวกับโคมไฟแบบ ดึงสายอยู่ด้วย มากไปกว่านั้นเธอไม่สามารถมองเห็นได้จาก ตำแหน่งนี้แล้ว

นี่มันเรื่องอะไรกัน เฉินเสวี่ยฉุกนึกถึงความทรงจำยุ่งเหยิง ที่ทะลักทะลวงเข้ามาในหัวเมื่อครู่นี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งยัง มีความรู้สึกแปลกประหลาดอีก ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าเชี่ย ฉันคงได้ข้ามเวลามาหรอกไหม เธอเริ่มย้อนกลับไปมองทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามา

อย่างรวดเร็ว เมื่อมองเฉินเสวี่ยได้ว่า บนโลกไม่ความน่าเวทนาที่สุด แต่น่าเวทนายิ่งกว่า การข้ามกาล มาอยู่ในทรัพย์สินดำรงชีวิตล้าหลังไป หลายอย่างยุคแปดศูนย์ยังเรื่องเวทนาที่สุด ที่ น่าเวทนายิ่งกว่าคือตัวตนเดิมเธอสวมร่าง

ที่น่าบังเอิญยิ่งกว่าคือตัวตนเดิมชื่อเฉินเสวี่ยเหมือนกัน ตั้งเธอเติบโตเขตชุมชนกรุงปักกิ่ง ว่า จะเป็นของทหารคนหนึ่งของเฉินเสวี่ยกลับไม่จิตใจ แน่วแน่มั่นคงและหนักแน่นอย่างทหารเลยแม้แต่หรือกล่าว ได้ว่าความมั่นคงและหนักแน่นเพียงครั้งเดียวของเธอยังเอาไป ใช้ผิดผิดทาง

เฉินเสวี่ยคนนี้ ปีนี้อายุเพิ่งจะสิบแปดในช่วงปีผ่านประเทศจบการมหาวิทยาลัยพอดี แต่ว่าในช่วงหลายปีผ่านมาหนึ่ง คือทางโรงเรียนดูแลควบคุมค่อนข้างหละหลวมมาก อีกส่วนเฉินเสวี่ยก็ไม่ใช่คนฝักใฝ่ในการเรียนเช่น กัน อีกทั้งยังเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวซึ่งมีพี่ชายอีก หนึ่งคน พ่อแม่จึงค่อนข้างตามอกตามใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ เดิมที ช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเป็นเวลาที่ควรจะตั้งใจเล่าเรียน เป็น ช่วงที่ต้องรีบเร่งพุ่งตัวเข้าเส้นชัย แต่เธอกลับไม่เพียงแค่คิด ว่าการเรียนมันลำบาก ไม่พยายามทุ่มเท ทั้งยังอาจมีความรัก หรือหากพูดให้ถูกต้องก็ไม่สามารถเรียกว่าความรักได้ ควรจะ เรียกว่ารักข้างเดียว

พี่ชายของเฉินเสวี่ย ชื่อเฉินอ้ายหวาอายุมากกว่าเฉินเสวี่ย เจ็ดปีซึ่งเข้าร่วมกองทัพทหารแล้ว คุณพ่อเฉินดำรงตำแหน่ง เสนาธิการทหารในกองทัพมากว่ายี่สิบปี ค่อนข้างมีอำนาจบวก กับตัวของเฉินอ้ายหวาเองก็ขยันขันแข็ง เพียงเวลาไม่กี่ปีก็ได้ เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพันถือเป็นความภาคภูมิใจของ ตระกูลเฉินมาโดยตลอด เพราะพี่ชายทำให้เป็นเสวี่ยเองได้ เข้าไปเล่นในกองทัพอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงเด็กสาว อวบอ้วน แต่เนื่องจากเป็นลูกสาวของหัวหน้า ทั้งพี่ชายก็เป็นถึง ระดับเจ้านาย ทุกครั้งที่ไปกองทัพก็จะมีคนมาคอยเอาอกเอาใจ นอกจากนี้เพราะตัวของเฉินเสวี่ยเองก็ถูกครอบครัวตามใจจน เคยตัวแล้วจึงไม่ได้รู้สึกว่าการถูกเอาอกเอาใจแบบนี้มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง หลังจากพลาดจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ ไม่ตั้งใจทบทวน ไม่อยากไปทำงาน กลับเอาแต่อาศัยใต้ร่มธง ที่ว่าจะทบทวนบทเรียนเพื่อไปสอบใหม่อีกครั้งไม่ยอมให้พ่อแม่ จัดหางานให้ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้ตั้งใจอ่านหนังสือ เลย เอาแต่เข้าไปเล่นในกองทัพของพี่ชายแทบไม่เว้นวันพลาง เพลิดเพลินกับรสชาติของการเป็นดาวล้อมเดือน

แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีบางคนที่ไม่ยอมเคารพเธอ ใน กองทัพของเฉินอ้ายหวามีผู้บังคับกองร้อยคนหนึ่งชื่อหลัวต้าอ รูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลา หล่อมากเป็นพิเศษ การที่เฉินเสงี่ยมา ที่ค่ายทหารนี้เกินกว่าครึ่งสามารถกล่าวได้ว่ามาเพื่อพบหลัว ต้าอวีคนนี้ ทุกครั้งที่มาค่ายทหารเธอจะตั้งใจแต่งตัวมากเป็น พิเศษแล้วก็หาโอกาสเข้าใกล้หลัวต้าอ

แต่อย่างไรก็ตามหลัวต้าอวี่นั้นพูดจาและปฏิบัติต่อเธอ อย่างไม่ไว้หน้า แค่สีหน้าดีๆ ยังไม่เคยให้เธอเลย ต่อให้เธอไป หาหลัวต้าอวี่ก็คงจะได้รับเพียงการปฏิบัติแสนเย็นชาจากเขา เท่านั้น เฉินเสวี่ยเคยคิดอยากจะขอให้พี่ชายของเธอออกคำสั่ง ให้หลัวต้าอวี่พาเธอไปเที่ยวเล่น ไม่ว่าอย่างไรหลัวต้าอวี่ก็เป็น ทหารใต้บังคับบัญชาของพี่ชายเธอ ทหารมีหน้าที่เชื่อฟังคำสั่ง ไม่ใช่เหรอ
แต่หลังจากคิดไปคิดมาแล้ว เฉินเสวี่ยยังไม่กล้าพอที่จะ เสี่ยงแบบนี้ แม้ว่าเธอจะถูกที่บ้านตามใจ แต่เธอไม่ใช่ไม่รู้ว่า นิสัยของพ่อกับพี่ชายเธอเป็นยังไง พวกเขาไม่มีทางอนุญาตให้ เธอทำเรื่องที่ใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวกดขี่ข่มเหงผู้ อื่นประเภทนี้แน่นอน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเธอไม่สามารถ ปล่อยหลัวต้าอวีคนนี้ไปได้ เฉินเสวี่ยไม่เข้าใจจริงๆ หลัวต้าอวี่ ออกจากชนบทเข้ามาเป็นทหาร นอกจากนี้ในกองทัพทหารตระ กูลเฉินนับว่ามีตำแหน่งมากพอสมควร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพี่ชาย เธอที่เป็นเจ้านายของหลัวต้าออีก เพียงแค่หลัวต้าอวี่กับเธอ ลงเอยกัน แบบนั้นตระกูลเฉินก็จะมองเขาด้วยสายตาที่แตก ต่างออกไปและสามารถให้ความช่วยเหลือเขาได้ไม่น้อย ยิ่ง หลัวต้าอวี่ไม่สนใจเธอมากเท่าไหร่ เธอยิ่งอยากได้คนๆ นี้มาก ขึ้นเท่านั้น

ความคิดแบบนี้ค่อยๆ กลายเป็นความยึดติดคลั่งไคล้ ตอนที่เธอได้ยินว่าหลัวต้าอวี่ยังมีคู่หมั้นที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ เด็กอยู่ที่บ้านเกิดนั้นสติของเธอก็ขาดผึ้งลงทันที เธอยิ่งอยาก ได้หลัวต้าอวอย่างบ้าคลั่งถึงกระทั่งจัดฉากขึ้นมาโยนความผิด ให้หลัวต้าอวี่

ตัวเธอเองแอบเข้าไปในห้องทำงานต่างๆ ภายในค่าย ทหารห้องหนึ่งก่อนจะเรียกให้นายทหารคนหนึ่งไปเรียกตัวหลัวต้าอวี่มา ตอนที่หลัวต้าอวี่มาถึงเธอกำลัง ถอดเสื้อถอดผ้าอยู่ด้านในนั้นไปกว่าครึ่งตัวแล้ว หลัวต้าอวี่ ไม่ทันตั้งตัวจึงเห็นเรื่องรางของเธอเข้า ทั้งฉากนี้ยังโดนเฉ นอ้ายหวาที่ได้ยินว่าน้องสาวของเขามาที่นี่มาพบเข้าพอดี

เมื่อจุดอ่อนที่เข้ามาอยู่ในมือแล้ว เฉินเสวี่ยถือว่าได้เริ่ม ต้นเส้นทาง “ความตาย” ของเธออย่างเป็นทางการ จัดฉาก ร้องไห้ตีโพยตีพายโวยวายหาเรื่องทุกรูปแบบ ความหมาย หลักๆ ก็คือว่าถูกคนอื่นเห็นจนหมดตัวแล้ว ไม่อยากจะมีชีวิต อยู่ต่อไปแล้ว เว้นแต่หลัวต้าอวี่จะแต่งงานกับเธอ มิฉะนั้นตลอด ทั้งชีวิตนี้เธอจะไม่สามารถแต่งงานกับใครคนไหนได้อีกแล้ว ทั้งชีวิตของเธอได้ถูกหลัวต้าอวี่ทำลายไปหมดแล้ว

ปัญหาคือแผนการนี้ของเฉินเสงี่ยไม่สามารถเรียกมันว่า แผนการได้เลย เพราะมันชัดเจนมากเกินไป เพียงแค่เฉินอ้าย หวาไปหานายทหารผู้เป็นคนส่งข้อความคนนั้นถามเพียงสอง สามประโยค บวกกับการแสดงออกต่างๆ ของน้องสาวก่อน หน้านี้ก็เข้าใจได้ในทันทีว่าน้องสาวคนนี้จงใจวางแผนใส่ร้าย หลัวต้าอวี่ จุดประสงค์คือเพื่อจะสามารถได้แต่งงานกับหลว ต้าอวี่ เรื่องราวชัดเจนมากขนาดนี้ คนตระกูลเฉินมองออก หลัว ต้าอวี่ย่อมมองออกเช่นกัน
แต่ท้ายที่สุดคนตระกูลเฉินก็ปวดใจแทนลูกสาวของพวก เขา อีกทั้งยุคสมัยนี้ยังคงอนุรักษ์นิยมอย่างมาก การถูกคนอื่น เห็น โป๊เปลือยจนหมดตัวแบบนี้มีผลกระทบต่อฝ่ายหญิงอย่าง มาก แม้ว่าเรื่องนี้จะรู้กันเพียงไม่กี่คนภายในครอบครัวก็ตาม แต่เป็นเรื่องยากที่จะรับประกันได้ว่าจะมีผลกระทบที่ไม่ดีใน อนาคตอีกหรือไม่ นอกจากนี้เฉินเสวี่ยยังตั้งใจที่จะแต่งงานกับ หลัวต้าอวี่จริงๆ พ่อแม่ต่างขัดเธอไม่ได้ จึงทำได้เพียงคิดหาวิธี การช่วยเหลือในเรื่องหน้าที่การงานของหลัวต้าอวี่ ในที่สุดทั้ง สองคนก็ได้แต่งงานกันจริงๆ

แม้ว่าหลัวต้าอวี่จะรู้ว่าตนเองถูกเฉินเสวยวางแผนการ คำนวณเอาไว้แล้ว แต่เรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไรฝ่ายเสียหายก็ยังคง เป็นผู้หญิง บวกกับในกองทัพนั้นตระกูลเฉินอยู่เบื้องบน หาก เรื่องยังวุ่นวายต่อไปตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยนของตนเองคง ได้จบลงอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านอย่าง ตรงไปตรงมาว่าตนเองกำลังจะแต่งงาน ทั้งยังทำเรื่องขอ แต่งงานด้วย ภายใต้การจัดการของตระกูลเฉินทั้งสองคนจัด งานแต่งงานแบบเรียบง่าย เชิญญาติมิตรและเพื่อนพ้องคน สนิทมาร่วมรับประทานอาหารและแต่งงานกันในที่สุด
ปัญหาคือการแต่งงานไม่ใช่จุดจบของเรื่องราวทั้งหมด

เรื่องราวในครั้งนี้เพราะพ่อแม่ตระกูลเฉินต่างรู้กันดีจึงรู้สึก ผิดต่อหลัวต้าอวี่มาก หลังจากพวกเขาแต่งงานกันแล้วคุณพ่อ เฉินจึงได้ใช้อำนาจปรับระดับตำแหน่งให้หลัวต้าอวี่จากกอง ร้อยเป็นกองพัน ดังนั้นอย่าได้กล่าวไปเพราะการที่หลัวต้าอ แต่งงานกับเฉินเสวี่ยทำให้เขาลดเวลาดิ้นรนต่อไปสู้ไปอีก หลายปีทีเดียว เพียงแต่ว่าหลัวต้าอวี่ค่อนข้างหนุ่มแน่น อายุยัง น้อยจึงเป็นไม่ได้ที่จะโยกย้ายไปยังสถานที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับ ปักกิ่งเช่นเดิมได้ ต้องถูกโอนย้ายไปยังสถานที่ที่ค่อนข้างห่าง ไกลออกไปสักน้อย นอกจากนี้เนื่องจากเฉินเสวี่ยกับหลัวต้าอ เพิ่งจะแต่งงานกันใหม่ย่อมต้องทำเรื่องยื่นคำร้องขอติดตาม เพื่อติดตามหลัวต้าอวี่มายังค่ายทหารทางนี้ด้วย

เดิมทีหลัวต้าอวี่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อเฉินเสวี่ยเลย ทั้งยังรู้สึกรังเกียจ ยิ่งกว่านั้นเนื่องด้วยสาเหตุจากการถูกเฉินเส วี่ยวางแผนจนต้องแต่งงานในครั้งนี้ภายในใจยิ่งคับแค้นใจ มากขึ้นไปอีก ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะได้มีโอกาสได้เล่นสนุก อะไร แม้ว่าภายในใจจะมีความรู้สึกซาบซึ้งใจที่คุณพ่อเงินช่วย เหลือแต่มันไม่ได้แพร่กระจายมาถึงตัวของเฉินเสวี่ยด้วยเลย ส่วนตัวของ เฉินเสวี่ยครุ่นคิดอย่างสุขใจว่าทั้งสองคนแต่งงานกันแล้ว คราว นี้หลัวต้าอวี่คงไม่มีทางเพิกเฉยต่อตนเองอีกแล้วใช่ไหม? คิด ไม่ถึงว่าหลัวต้าอวี่จะหมกตัวอยู่แต่ในค่ายทหารตลอดทั้งวัน จริงๆ กลับมาบ้านก็แค่กินข้าวนอนหลับ ไม่พูดไม่จากับเธอสัก คำ สายตาคู่นั้นไม่แม้แต่จะตวัดมามองเธอเลย นอกจากนี้เรื่อง นี้เฉินเสวี่ยไม่สามารถกลับไปร้องทุกข์กับที่บ้านได้แล้ว ครั้งที่ เธอก่อความวุ่นวายอยู่ที่บ้านพ่อแม่ต่างพยายามเกลี้ยกล่อม เธอแล้วว่าแตงที่ฝนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน [1] การแต่งงาน ที่ได้มาด้วยวิธีเช่นนี้จะทำให้เธอต้องประสบกับความทุกข์ใน อนาคต แต่ตอนนั้นเป็นเสวี่ยไม่ยอมเชื่อ หัวเด็ดตีนขาดก็จะ แต่งงานกับหลัวต้าอให้ได้ ตอนนี้แต่งก็แต่งแล้ว คิดไปแล้ว การที่พ่อแม่เข้ามายุ่งเรื่องของสองสามีภรรยานั้นเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้หนึ่งหลัวต้าอวี่ไม่ปล่อยให้เธอหิว สองไม่มีเธอ ถึงพ่อ แม่จะเข้ามายุ่งก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าพ่อแม่สามารถจัดการความ สัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาได้

เดิมที่อยู่ที่บ้านเฉินเสวี่ยก็เป็นลูกสาวที่ถูกเอาอกเอาใจจน เหลิง งานบ้านงานเรือนอะไรก็ไม่ทำ ตอนนี้แต่งงานแล้วย่อมไม่ สามารถเป็นแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว แต่เป็นเสวียนั้นทำงานบ้านไม่เป็นจริงๆ ทั้ง ยังเป็นคนขี้เกียจ ตอนนี้มาอยู่ที่ชุมชนทหารทางนี้แล้วไม่มีแม่ที่ จะมาคอยช่วยทำความสะอาดทำอาหารให้เธอแล้ว ภายใน บ้านจึงรกยุ่งเหยิงไปหมด เนื่องจากหลัวต้าอวี่เพิ่งจะโยกย้าย มาที่นี่ใหม่จำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าสหายร่วม รบ แน่นอนว่าเขารู้ว่าเฉินเสวี่ยทำอาหารไม่เป็น วันๆ ได้แต่ไป กินข้าวที่โรงอาหาร ดังนั้นจึงไปตักอาหารกลับมาจากโรง อาหารแล้วเรียกเหล่าสหายมาร่วมกันดื่มสักหน่อยก็ถือว่า เป็นการพบปะกับทุกคนอย่างเป็นทางการแล้ว

แต่คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ทำความสะอาดบ้านเฉินเสวี่ยก็ไม่ทำ ด้านในบ้านทั้งรกไม่เป็นระเบียบ ทั้งยังสกปรก เดิมที่ฤดูร้อน ทางตอนใต้นั้นก็อยู่ยากอยู่แล้ว ถังขยะที่ถูกทิ้งจนเต็มไม่ได้เอา ไปทิ้งข้ามวันข้ามคืนมีแมลงตัวเล็กๆ บินว่อนเต็มไปหมด

วินาทีนั้นหลัวต้าอวี่หน้าตึงไปหมด ตอนแรกก็แต่งงานกับ ผู้หญิงคนนี้อย่างไม่ได้เต็มใจ ยังจะปล่อยให้บ้านเป็นแบบนี้อีก ขนาดบ้านยังไม่รู้จักทำความสะอาดยังจะแต่งงานไปทำไม ยัง จะติดตามมาด้วยทำไมกัน กลับไปอยู่ที่บ้านไปเป็นคุณหนูผู้ เปราะบางให้คนคอยเอาอกเอาใจรับใช้โน่นเถอะ

ปรากฏว่ายังไม่ทันได้ต้อนรับแขก สองสามีภรรยาก็ ทะเลาะกันขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เฉินเสวี่ย ทะเลาะอยู่พูดจาไม่ระวังปากพูดออกไปว่า ถ้าไม่ใช่เพราะ แต่งงานกันฉัน คุณจะได้เป็นผู้บังคับกองพันเร็วขนาดนี้เหรอ อีกทั้งประโยคนี้ยังพูดต่อหน้ากลุ่มสหายทั้งกลุ่มของหลัวต้าอ เลยด้วย

ในตอนนั้นหลัวต้าอวี่กระแทกประตูเดินออกไป ส่วนเหล่า สหายเหล่านั้นย่อมออกไปด้วยกันกับหลัวต้าอวี่ด้วย ไม่รู้ว่าได้ ไปหาที่ดื่มเหล้ากันอีกหรือเปล่า ส่วนเฉินเสลี่ยอยู่ที่บ้านหันหน้า ไปทางห้องอันเยือกเย็นร้องไห้ตลอดทั้งคืน วันต่อมาตอนที่ เข้าไปตักอาหารในโรงอาหารก็ได้ยินคนอื่นๆ ไม้ชี้มือว่าเธอ ทั้งขี้เกียจทั้งโลภ บ้านช่องก็ไม่ทำความสะอาดแถมยังจะ ทะเลาะกับสามีอีก ตลอดทางที่เฉินเสวี่ยเดินมารู้สึกได้ว่ามี คนใช้สายตาดูถูกมองเธออยู่ตลอด เมื่อเข้ามาถึงทางเดิน อาคารยังได้ยินคนพูดจาหัวเราะเยาะกันว่าเธออ้วนเหมือนหมู บ้านหลังนั้นก็คือคอกหมู

เธอเดินเตาะแตะมาจนถึงบ้าน หลัวต้าอวี่ยังคงไม่ได้กลับ มาเหมือนอย่างเคย เฉินเสวี่ยกินอาหารกลางวันอย่างเร่งรีบก่อนจะพลางคิดพลางร้องห่มร้องไห้อยู่บน โซฟา รู้สึกเพียงว่าชีวิตของตนเองมันช่างขมขื่นมากจริงๆ พยายามเต็มที่ที่จะได้แต่งงานกับสามีแต่กลับไม่ได้หัวใจของ สามีเลยแม้แต่นิดเดียว ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วก็ผล็อยหลับไปบน โซฟา ปรากฏว่าเมื่อตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นเงินเสวียตอนนี้แล้ว

นี่คือชีวิตที่ถูกรังเกียจทั้งชีวิตของเฉินเสวี่ย

หลังจากที่เฉินเสวี่ยดูความทรงจำของตัวตนเดิมจนหมด ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะเลย เธอเป็นถึงผู้สำเร็จการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายคนหนึ่งแท้ๆ ในยุคสมัยนี้ก็ถือว่ามี วุฒิการศึกษาระดับสูงแล้ว ถ้าพยายามขยันสอบเข้า มหาวิทยาลัยดีๆ นั่นคือเป็นหงส์ทองแท้ๆ เลยนะ ประกอบกับ พื้นเพครอบครัวแบบนี้ ทั้งยังมี เอ่อ เรื่องของรูปร่างอะไรพวกนี้ วันหลังค่อยพยายามกันอีกทีก็ได้ แล้วถึงแม้ว่าจะอวบๆ อ้วนๆ แต่ก็สามารถใช้ชีวิตให้สนุกและน่ารักได้นี่นา

แต่ปรากฏว่าอยากจะเลือกแต่เส้นทางนี้ การแต่งงานแบบ ทหาร แถมยังเป็นการแต่งงานแบบทหารที่อีกฝ่ายถูกวางแผน การบีบบังคับโดยไม่เต็มใจอีกด้วย ผู้ชายต่างมีความภาค ภูมิใจในตนเอง ยิ่งความภาคภูมิใจในตนเองของผู้ชายในกองทัพยิ่งแข็งแกร่ง เป็นพิเศษ เดิมทีในเวลานี้ตามความคิด โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะ ต้องทำงานบ้าน แต่นี่บ้านไม่ได้ทำความสะอาดทำให้สามีต้อง ขายหน้าต่อเพื่อนสหาย ทั้งยังพูดว่าฝ่ายชายได้รับการเลื่อน ตำแหน่งนี้เพราะอาศัยครอบครัวของเธอต่อหน้าเพื่อนสหาย หลายคนขนาดนั้น แบบนี้ไม่เท่ากับว่าติดป้ายกินข้าวนิ่ม (2) บนตัวของฝ่ายชายเลยเหรอ แบบนี้ต่อให้หลัวต้าอวี่จะเป็นผู้ บัญชาการของที่นี่ต่อไปก็ยากที่จะเชิดหน้าชูหน้าชูตาขึ้นได้

เฉินเสวี่ยปวดหัวมากจริงๆ การแต่งงานกับทหารเป็นเรื่อง ยุ่งยาก ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบคนเป็นทหาร พวกเขาปกป้องบ้าน เมือง บรรเทาสาธารณภัย สามารถครองตำแหน่งคำเรียก บุคคลผู้แสนน่ารักที่สุดนี้ได้เลย แต่เธอเป็นบุคคลที่ไม่อยาก แต่งงาน แล้วมาตอนนี้ไม่เพียงแค่แต่งไปแล้ว ทั้งยังเป็นการ แต่งงานแบบทหารที่ไม่สามารถหย่าร้างกันได้ง่ายๆ ร่างเดิมที่ พยายามแต่งงานกับหลัวต้าอวี่อย่างเอาเป็นเอาตายก็ไม่ใช่เธอ

ชีวิตในอุดมคติของเธอคือการอาศัยอยู่ริมทะเล ฤดูใบไม้ ผลิดอกไม้เบ่งบาน สามารถเดินทางท่องเที่ยวในแบบที่บอกจะ ไปก็ไปได้เลย แล้วมาตอนนี้มันกลายเป็นอะไรไปแล้ว การ แต่งงานที่อยากจะหย่าก็ไม่สามารถหย่าได้?


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ