ฝืนชะตาชายาหยินหยาง

บทที่ 1 การข้ามเวลาที่แสนเจ็บปวด



บทที่ 1 การข้ามเวลาที่แสนเจ็บปวด

บทที่ 1 การข้ามเวลาที่แสนเจ็บปวด

“โอ๊ย……เจ็บ”

จ้าวหมิงเยวค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาค่อยๆปรับความ ชัดเจน ช่องโหว่ขนาดใหญ่บนหลังคาบ้าน เผยให้เห็นดวง จันทร์กลมโตอยู่บนท้องฟ้า แสงจันทร์ส่งผ่านใยแมงมุม เข้ามากระทบบนตัวนาง…….

ที่นี่ที่ไหน? ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

อ๋อ คิดออกแล้ว……..

ประมาณสองเดือนก่อน มีหมอผียิงหยางในเมือง B นับ ไม่ถ้วนต้องตาย เพื่อที่จะช่วงชิง “ไท่ยิงหลินซี” ที่ถูกผียิง แย่งไปกลับคืนมา

ว่ากันว่าไท่ยิงหลินซี คือวิญญาณเร่ร่อน ที่เกิดขึ้นหลัง จากที่เทพไทยิงสมัยส้างภู่ตยุติ ความสามารถของผียิงคือ ทำให้คนที่มีทุกข์ ลังเลระหว่างดีชั่ว กลับถูกเป็นผิดกลับ ผิดเป็นถูก

นางเป็นหมอผียิงหยางรุ่นที่ยี่สิบเก้าของตระกูลจ้าว จึงมี ภาระหน้าที่ที่จะต้องเข้าร่วมสงครามจูเสีย ในที่สุดนางก็สามารถทําลายผีชั่วช้าที่สระเลือดได้ จึงได้ไท่ยิงหลินซี มาไว้ในมือ

หลังจากนั้นก็มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น

ขณะที่นางหาไทยิงหลินซีจนพบ ทันใดนั้นตราประทับ สำหรับใช้กักขังที่อยู่บนกล่อง ก็เกิดรอยแยกออก ปรากฏ เป็นเงาดำพุ่งออกมา พันเข้าที่รอบข้อมือของนาง แล้วดึง นางเข้าไปในกล่องที่บรรจุไท่ยิงหลินซี

ก่อนที่นางจะหมดสติ เสียงสุดท้ายที่นางได้ยินก็คือ “ใน ที่สุดข้าก็หาเจ้าจนเจอ……

หลังจากสติของนางฟื้นคืน สิ่งที่นางเห็นก็คือห้องเก่าผุ พังที่อยู่ตรงหน้า

ไท่ยิงหลินซีเป็นของเทพสมัยส้างกู่จริงหรือไม่? แต่สิ่งที่ ออกมาจากกล่องในตอนแรก ที่เข้ามาพันข้อมือของนาง ไว้ อาจจะไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่อาจเป็นบางอย่าง ที่มา จากพลังลึกลับของเสียชื่

จ้าวหมิงเยว่ค่อยๆยกแขนซ้ายของตัวเองขึ้น

หากพิษบนตัวที่ได้รับจากวิญญาณชั่วร้าย ยังไม่ถูก ชำระล้างให้บริสุทธิ์ รอยแผลตรงนั้นก็จะไม่มีวันจางหาย เองได้
แสงจันทร์ทอดเข้ามาเผยให้เห็นรอยแผลบนแขนของตัว เอง ทำให้จ้าวหมิงเย่วรู้สึกตะลึง

มือเล็กๆขนาดนี้ รูปร่างแบบนี้ ไม่มีทางเป็นมือของนาง แน่!

หมิงเยวรู้สึกสับสนเล็กน้อย แล้วจึงวางมือลง ตามอง ไปรอบๆ บนพื้นเต็มไปด้วยฟางรกๆและกระเบื้องแตกๆ เต็มไปหมด ด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปที่เก่าผุพัง เมื่อนาง แน่ใจว่าไม่มีการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยและไม่น่าจะมีคน อื่นอยู่แถวนี้ นางจึงค่อยๆลุกขึ้นนั่ง แล้วมองดูตัวเองอย่าง ละเอียด

ร่างกายสวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆขาดๆ ที่เป็นแบบโย่วเหยิน ต่วนเหอ(ปกเสื้อฝั่งซ้ายเฉียงไปทางขวาแล้วผูกกับเชือก ไว้) ขากางเกงขาด เผยให้เห็นขาเล็กๆของนางท่อนหนึ่ง รองเท้าสีดำสนิทสวมอยู่บนเท้าอย่างบิดเบี้ยว

ทําให้ยิ่งแน่ใจว่า ร่างกายที่บอบบางเช่นนี้ ต้องไม่ใช่ ตัวนางเองแน่ๆ

นั่งนิ่งอยู่สักครู่ คิดทบทวนเหตุการณ์ไปมาในสิ่งที่เกิด ขึ้น หรือว่านี่จะเป็นเพียงแค่ความฝัน? คิดได้เช่นนั้น จึง ลองตบตัวเองดูหนึ่งครั้ง “ตื่น!”

ตื่นแล้วทุกอย่างรอบตัวก็ยังคงเหมือนเดิม ร่างกายก็ยังเป็นแบบเดิม

เจอผีมาก็เยอะ ครั้งนี้คงจะโดนผีหลอกเข้าแล้วจริงๆ ตื่น ขึ้นมาจึงพบว่าตัวเองไม่ใช่ตัวเองแล้ว………

จ้าวหมิงเยวลุกขึ้น แล้วค่อยๆเดินเกาะไต่กำแพงออกไป นอกประตู

แสงจันทร์ส่องสว่าง ราวกับมีน้ำค้างแข็งฉาบอยู่ทั่วผืน ป่า เสียงโดยรอบเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงร้องของ แมลง

ทันใดนั้น!

ในป่าด้านหน้าที่อยู่ไม่ไกล ปรากฏตัวอะไรบางอย่างเป็น เงาลําคล้ายกับนกกลางคืนจำนวนสิบกว่าตัวกำลังบินมา เมื่อบินได้ครึ่งทาง เงาดำเหล่านั้นอยู่ดีๆก็ไหลมารวมกัน เสียงของแมลงที่อยู่ในป่าเงียบลงทันที

มีลมพัดแรงขึ้น

มีพลังชั่วร้ายบางอย่าง กำลังพุ่งเข้ามาหานางอย่าง

รวดเร็ว

แม้แต่วิ่งหนี นางก็ยังหนีไม่พ้น ดูเหมือนจะมีปีศาจตนหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน แสงจันทร์ส่องเผยให้เห็นเงา ดำมหึมา ทันใดนั้นบรรยากาศโดยรอบก็หนาวเย็นขึ้นมา อย่างมาก

หรือว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ยังไม่สิ้นสุดลง

เมื่อสังเกตจากรอยเท้าเปื้อนเลือดที่อยู่บนพื้น ประกอบ กับสภาพร่างกายที่เน่าเปื่อย น่าจะพอสรุปได้ว่าเจ้าสิ่งนี้ น่าจะมีชื่อเรียกว่า “ผีซากศพ”

มักจะเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก เช่น ในสนามรบหรือสถานที่ที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ วิญญาณ เร่ร่อนที่ไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้เหล่านี้ จึงรวมตัวกัน กลายเป็นความโกรธแค้น คอยกัดกินซากศพเน่าเปื่อย ในสนามรบ เมื่อพวกมันเดินไปทางไหนก็ดูเหมือนกับว่ามี สนามรบเกิดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อพวกมันพบนางเข้า ก็รีบจู่โจมเข้ามาทันที

ถึงแม้พวกมันจะชั่วร้ายมากแค่ไหนก็ตาม แต่หากนับ รวมการบำเพ็ญที่น่าภาคภูมิใจทั้งหมดของนาง ก็น่า จะ……เกินพอ!

มือซ้ายของหมิงเยว่ทำท่าประสานมือกระบี่ มือขวา ทำท่าประสานมือเจว๋ ปากท่องว่า: “เทวดาทุกองค์ ใช้พลัง ฟ้าร้อง ทำลายผีร้ายสูญสิ้น”
เมื่อท่องจบ จูเสียที่ปกติควรจะปรากฏขึ้น แต่ในเวลานี้ กลับไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้นต่อหน้านางเลย

เป็นไปได้อย่างไร ทําไมถึงไม่ได้ผล!?

จ้าวหมิงเยว่ยังคงตกตะลึงกับสันทัดกรณีที่หายไป ตอน นี้มีกะโหลกสีเขียวของผีซากศพเหล่านั้นจำนวนมาก กําลังลอยพุ่งเข้ามา

ถึงแม้ว่ามันจะเร็วมาก แต่หากดูจากระดับความเร็ว ในการหลบหลีกของนางที่นางภาคภูมิใจแล้วนั้น ก็น่า จะ……เกินพอ!

จ้างหมิงเยว่หลบด้วยการตีลังกาม้วนหลัง!

ตึง!

ร่างกายของนางล้มตึงไปทางด้านหลัง! แต่ว่า……ยัง ไม่ทันจะได้พลิก!

แย่แล้ว ตอนนี้ความกล้าทั้งหมดที่มีกลับกลายเป็นว่าง เปล่า ตอนนี้นางสูญเสียพลังเวทมนตร์แล้วอย่างนั้นหรือ? สันทัดกรณีที่ศึกษาเล่าเรียนมาด้วยความยากลำบากถึง ยี่สิบกว่าปีตอนนี้กลับ…….ไม่มีแล้ว?! รู้สึกเหมือนฟ้าผ่ากลางแจ้งจริงๆ
กะโหลกเหล่านั้นยังพุ่งเข้ามาหาอย่างต่อเนื่อง

ยังดีที่ร่างกายของนางเคยผ่านการต่อสู้มาอย่าง โชกโชน นางจึงใช้วิธีกลิ้งหลบแทน

กะโหลกสีเขียวเหล่านั้นหล่นกระแทกพื้นจนแตก แล้วก องรวมกันจนกลายเป็นกองเศษเนื้อสีเขียว อีกทั้งยังทำ เกิดหลุมลึกที่พื้น แล้วเศษเนื้อเหล่านั้นก็กลับมารวมตัวกัน จนกลายเป็นเหมือนลูกบอลเนื้ออย่างรวดเร็ว

นางเองก็อยากจะหนีออกไปจากที่นี่ด้วยท่าทางที่น่าดู สักนิด แต่ติดที่ว่าร่างกายของนางตอนนี้ทําได้เพียงแค กลิ้งและคลาน

“ท่านแม่!”

ต้นกล้าแห่งยุคปรมาจารย์หมอผียิงหยาง จะต้องมาตาย ด้วยน้ามีอซากศพเหม็นเน่าพวกนี้จริงหรือ?

ไม่สนแล้ว ต่อให้ต้องตาย ยังไงก็ต้องปกป้องใบหน้าไว้ ก่อน! นางจึงยกแขนสองข้างขึ้นมาไขว้กัน ป้องหน้าตัว เองไว้ แล้วนึกขึ้นมาได้ว่า จริงๆแล้วใบหน้านี้ ก็คงจะไม่ใช่ ใบหน้าของนางหรอกใช่ไหม? โธ่ คิดไปคิดมาก็เริ่มกังวล อีกแล้ว

เสียงที่ได้ยินอยู่ในหูตอนนี้คือเสียงกรีดร้องของผีซากศพ เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นผีซากศพกลับหลังหันไป ด้าน หลังมีรูขนาดใหญ่ มีเนื้อเน่าเละสีเขียวไหลออกมา ใน ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เห็นได้ชัดว่ามีใครบาง คนเพิ่งจะยิงผีซากศพจากด้านหลัง ไม่ว่าจะตั้งหรือไม่ ก็ตาม แต่เหตุการณ์นี้ก็ช่วยชีวิตนางเอาไว้

จ้าวหมิงเยวรีบถอยตัวออกห่างแล้วหันหน้ากลับมามอง

ปรากฏเป็นเงาดำกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของผีซากศพ หัน หลังให้นาง เป็นการยืนอย่างสง่างามอยู่บนฉากหลังที่มี แสงจันทร์ส่องประกาย


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ