หมอเข็มยอดฝีมือ (NC25+)

ตอนที่4 สบาย



ตอนที่4 สบาย

เซี่ยผิงรู้สึกถึงความเร่งรีบลึกเข้าไปอีก เสียงคราง อยู่ในลำคอ แทบจะกลืนกินสิ่งที่เข้ามาในปาก และเมื่อ เธอเงยหน้าขึ้นมา ของเหลวสีขาวก็ปรากฏตรงริมฝีปาก ของเธอ

“ลูกวัวอย่างเธอก็เก่งไม่เบาเหมือนกันนี่” เซี่ยผิงที่นั่ง หายใจหอเอ้อหนิวู่บนเตียงเอ่ยขึ้น

และเมื่อส่งเซี่ยผิงกลับแล้วนั้น หลังจากที่หลินหยาง อาบน้ำเสร็จ เขาก็มานั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียง

เวลานี้เขารู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย คืนนี้เขาได้ทำลาย ความบริสุทธิ์ของตัวเอง และทำในสิ่งที่หญิงชายทั่วไป ปฏิบัติกัน ในส่วนของพลังภายใน บทหลงเพิ่งเจว๋ จะ สามารถพัฒนาก้าวหน้าได้หรือไม่นั้น เขาเองก็คาดหวัง เช่นกัน

เขาหลับตาลง พลังภายในของบทหลงเฟิงเจว๋ลอย เลื่อนเข้ามาในหัวเขาอย่างรวดเร็ว หลินหยางสูดลม หายใจเข้า แล้วเริ่มฝึกฝน

เวลาผ่านไปแต่ละนาที เมื่อจุดชีพจรมีการสั่น ก็มีกระ แสอุ่นๆขึ้นมาจากจุดชีพจรนั่น ซึ่งทำให้หลินหยางรู้สึก ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที

แต่เมื่อนึกถึงคำกล่าวที่น่าหลงใหลนั้น เขาจึงรีบระงับ ความตื่นเต้นดีใจของเขาเอาไว้ พยายามทำให้ตัวเองสงบลง ระมัดระวังในการควบคุมจุดอ่อนของปราณนี้ แล้วปล่อยไปตามเส้นเลือดลม

ความรู้สึกอุ่นๆนี้ทำให้หลินหยางรู้สึกสบายเป็นอย่าง มาก และในเพียงเวลาไม่นานเขาก็ได้รับการฝึกฝน อย่างสมบูรณ์

รอจนหลินหยางตื่นขึ้นมานั้น แววตาดูมีความสดใส รู้สึกถึงปราณในร่างกาย แม้จะรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ถือว่า เป็นประตูแห่งการฝึกฝนของเขา ในใจก็รู้สึกมีความสุข อย่างบอกไม่ถูก

เมื่อลงมาจากเตียง ร่างกายมีเสียงกระดูกลั่นขึ้นมา เขาหาวออกมาด้วยความรู้สึกสบายๆ และเมื่อล้างหน้า ล้างตาเสร็จก็ลงมือทำบะหมี่

หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วนั้น หลินหยางก็ได้ มาเริ่มพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

ตัวเขาเองอายุยังน้อย ตอนนี้ฝึกพลังภายในของ ตระกูล และด้วยทักษะทางการแพทย์ของตระกูล มี ความเป็นไปได้หากเขาจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ขณะอยู่ในเมือง

แต่เมื่อนึกถึงว่าตอนนี้การแพทย์แผนจีนนั้นค่อนข้าง ล้าหลังไปมาก เป็นอาชีพที่ค่อยข้างมีความหยิ่งยโสใน ตัวเองพอสมควร เชื่อว่าแพทย์แผนจีนในปัจจุบันนั้นมี ไม่มาก หากตัวเองมาทางเส้นทางนี้ ยังคงจะต้องลอง ทดลองต่อไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เขามีเงินเพียงแค่หกพันกว่าๆ หากจ่ายค่าเทอม และค่าที่พักก็คงเหลือไม่มากนัก และปิดเทอมภาคฤดู ร้อนยังอีกตั้งเดือนกว่าๆ เขาคงจะต้องเข้าเมืองเพื่อไป หารายได้เสียแล้ว

“เดียวดายในหอตะวันตก พระจันทร์เสี้ยวราวกับ ตะขอ ต้นหวู่ถงโดดเดี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตัดไม่ขาด วุ่นวายใจ เป็นความทุกข์ระทมจากการพรากจากกัน การจากลาเป็นอีกรสชาติหนึ่งของชีวิต”

ณ ลานบ้าน ในมือของหลินหยางกำลังฝึกฝนเขียน อักษรด้วยพู่กันอยู่บนกระดาษ แพทย์แผนจีนที่ดี ไม่ เพียงแต่จะต้องมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม และเต็มไปด้วยประสบการณ์เพียงเท่านั้น แต่จะต้องมี ทักษะการเขียนพู่กันที่สวยงามอีกด้วย

แพทย์ที่มีชื่อเสียงในแต่ละสมัย ล้วนแต่มีฝีมือในการ เขียนพู่กันที่ดีทั้งนั้น ทำให้ผู้คนให้ความเคารพเลื่อมใส ในตัวพวกเขาเป็นอย่างมาก

“แย่จริง ไม่มีหมึกแล้วหรือนี่?” และเมื่อหลินหยาง กำลังจะฝึกเขียนพู่กันต่อนั้น รู้สึกว่าแท่นหมึกจะแห้งไป เสียแล้ว จึงจะเทน้ำหมึกลงไป แต่กลับพบว่าในขวดไม่มี หมึกอยู่แล้ว

“ทางเข้าหมู่บ้านตรงจางชุ่ยฮัวนั้นคงจะมีขายสินะ” คิดได้ดังนั้น เขาจึงมุ่งหน้าไปยังทางเข้าหมู่บ้าน

“หลินหยางตื่นเช้าเสียจริง ฉันคิดว่าเธอจะตื่นเที่ยงวันเลยเสียอีก” เมื่อเห็นหลินหยางเดินออกมา พอดีกับที่ เซี่ยผิงเดินออกมาพอดี จึงเอ่ยทักทายเขา

“จะสิบโมงอยู่แล้ว เช้าที่ไหนกัน คุณจะไปไหนหรือ?” เมื่อเห็นเซี่ยผิงเดินออกมา เขาก็ยิ้มแย้มเอ่ยทักทายเธอ กลับเช่นกัน

“จะไปดูข้าวโพดเสียหน่อยน่ะ อีกสองวันจะต้องเก็บ แล้ว” เนื่องจากหลี่เฉียงออกไปทำงานข้างนอก เซี่ยผิงที่ อยู่บ้านเพียงลำพัง จึงต้องต้องล็อคประตูก่อนออกไป

“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหมครับ?” เมื่อเห็นว่ารอบๆ ไม่มีคนอยู่ หลินหยางจึงเดินเข้าไปหาแล้วบีบเข้าที่ก้น ของเธอ

ความรู้สึกนิ่มเช่นนั้นทำให้เขารู้สึกดีเสียจริงๆ

“เจ้าเด็กลามก ใจกล้ากว่าเมื่อวานเสียอีกนะ ไม่กลัว คนอื่นเห็นเลยหรืออย่างไร” เธอมองไปยังหลินหยาง แล้วเอ่ยด้วยอย่างโกรธๆ

“นี่ก็ไม่มีคนไม่ใช่หรือ ให้ผมลูบคลำอีกซักหน่อยนะ” พูดจบเขาก็ยื่นมือไปสัมผัสกับหน้าอกของเธอ

ความรู้สึกที่ไวต่อการถูกหลินหยางสัมผัสนั้นทำให้ เธอหายใจหอบ ใบหน้าเริ่มมีสีแดงระเรื่อ มองดูวันนี้เขา ใส่กางเกงตัวใหญ่ ลูบไล้ไปตามร่างกายกำยำของเขา จากเดิมที่เขามีโครงร่างที่ใหญ่อยู่แล้ว ณ ตอนนั้นยิ่ง เพิ่มความชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
“จะรีบร้อนอะไรกัน ถ้าเธอยังไม่ไป ยังมีโอกาสอีกตั้ง มากมาย เธอมองไปยังหลินหยาง แล้วหันกลับไปทาง เขตเป่ยหูแล้วเดินออกไป

“หลินหยางจะไปไหนล่ะ?” ผู้คนที่พบกันระหว่างทาง ล้วนต่างก็เอ่ยทักทายเขา

หมู่บ้านวี่หลงเป็นหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ซึ่งห่างจากใน เมืองนับว่าเป็นระยะที่ไกลกันพอสมควร และยิ่งไม่ต้อง พูดถึงในตัวเมืองเลย นักศึกษาในเมืองอย่างหลินหยาง นับว่าเป็นปัญญาชนระดับสูงคนหนึ่งในหมู่บ้านเลยก็ว่า ได้

“จะไปดูน้ำหมึกที่ร้านของจางชุ่ยฮัวเสียหน่อยน่ะ ครับ” เขาตอบกลับคนอื่นๆไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ