หมอหญิงรวย

ตอนที่ 4 วิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยเปื่อย(2)



ตอนที่ 4 วิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยเปื่อย(2)

สามปีที่ผ่านไปว่องไวคล้ายกับผ่านไปเพียงชั่วพริบตา คุณหนู ใหญ่แห่งจวนข้าหลวงใหญ่ปกครองสองเมืองผู้มีพิธีสมรสอย่าง อลังการนั้น วันนี้กลับใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนโลกได้อีกไม่นาน แล้ว!

สองพี่น้องพูดคุยเล่นกันไม่กี่คำ ไม่ทันไรเหยาเฟิงเกอ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที เหยาเยี่ยนอวี่คอยสังเกตสีหน้าของพี่ สาวคนนี้มาโดยตลอด ดูเหมือนว่าจะล้มป่วยเพราะทำงาน หักโหมเกินไป ในใจกำลังว้าวุ่นว่าตนไม่รู้ว่าชีพจรของนางเป็น อย่างไร ป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่ แล้วไม่สามารถรักษาได้จริงๆ หรือ

หลี่หมัวมัวเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า จึงรีบเดินเข้ามาเตือน ด้วยเสียงต่ำ “คุณหนูรองเจ้าคะ นายหญิงเหนื่อยแล้วเจ้าค่ะ เรือนของคุณหนูเก็บกวาดเสร็จแล้ว ให้บ่าวพาท่านไปดูเรือน นอน ดีหรือไม่เจ้าคะ

เหยาเยี่ยนอวพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “พี่สาวพักผ่อนก่อน เถอะ” กับเหยาเพิ่งเกอ จากนั้นนางก็ออกจากเรือนไป ตอนที่ นางเดินออกจากประตู ก็ถามหลี่หมัวมัวอย่างทนไม่ไหว “วันนี้ อากาศร้อนถึงเพียงนี้ เหตุใดเรือนของพี่สาว ไม่เปิดแม้กระทั่งหน้าต่าง

หลี่หมัวมัวตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา “นายท่านสามของ พวกบ่าวบอกว่า สุขภาพร่างกายของคุณหนูใหญ่อ่อนแอเยี่ยง นี้ กลัวว่าหากเปิดหน้าต่างจะทำให้คุณหนูใหญ่โดนลม และ อาจจะทำให้อาการสาหัสกว่าเดิมเจ้าค่ะ”

เหยาเยี่ยนอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่มันเดือนหกนะ! ถ้าให้ อยู่อย่างอบอ้าวเช่นนี้ คนจะไม่ป่วยได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น ในเรือนยังมีกลิ่นธูปหอมเข้มข้นขนาดนั้น อากาศก็ไม่ถ่ายเท มาเป็นเวลานาน อีกทั้งคนก็ไม่สามารถออกมาเดินเล่นข้างนอก ได้อีก ไม่ว่าใครก็คงจะทนไม่ไหวมิใช่หรอกหรือ

“นี่คือคำสั่งของหมอหลวงด้วยหรือไร

หลี่หมัวมัวส่ายหน้า “หมอหลวงกลับไม่ได้พูดเยี่ยงนี้ เจ้าค่ะ”

เหยาเยี่ยนอวี่อยากบอกให้เปิดหน้าต่าง จะได้ทำให้ อากาศในเรือนถ่ายเทได้ดีขึ้น แต่พอมาครุ่นคิดดูแล้ว สุดท้าย นางก็อดทนไม่พูดออกไป อย่าให้หลี่หมัวมัวนึกว่าตนตั้งใจ ทำลายความสัมพันธ์ของเหยาเพิ่งเกอและซอเสียงให้ แตกแยกกันจะดีกว่า

เรือนของเหยาเยี่ยนอวี่ถูกจัดให้อยู่ที่ด้านหลังของเรือนที่ เหยาเพิ่งเกอพักอาศัยอยู่ เป็นเรือนขนาดเล็กสามเรือน ถึงแม้ จะไม่กว้างใหญ่ แต่การตกแต่งเรือนถือว่าดีเยี่ยม ดูท่าแล้วเห ยาเฟิงเกอก็คาดหวังในตัวเองอยู่เหมือนกัน การตกแต่งภายในเรือน ของใช้ทุกอย่างทำจากไม้ประดู่แดงสลักลาย บุษบา ทั้งม่านทั้งกล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมด สิ่งของเครื่องใช้ ที่นางต้องการ ทุกอย่างล้วนเตรียมเอาไว้อย่างครบครัน

หลี่หมัวมัวพาเหยาเยี่ยนอวี่เดินวนดูในเรือนหนึ่งรอบ จาก นั้นก็ชี้ไปยังเตียงนอนไม้ประดู่แดงลายบุษบา “ทั้งผ้าห่มและฟูก นายหญิง ให้หมัวมัวมากฝีมือมาจัดเตรียมใหม่ทั้งหมด นาย หญิงกล่าวไว้แล้ว ดูจากภายนอก อาจจะเห็นว่าคุณหนูรอง ลำบาก แต่นางจะไม่มีทางทำให้คุณหนูรองต้องลำบากเจ้าค่ะ”

เหยาเยี่ยนอวอมยิ้ม ในใจพลางคิดว่า เรื่องอะไรที่ลำบาก หรือไม่ลำบาก ตนเองก็รู้ดีแก่ใจอยู่แล้ว

“ข้าวของของคุณหนู ประเดี๋ยวบ่าวจะสั่งให้พวกเขาขน ย้ายเข้ามาให้นะเจ้าคะ เรือนด้านหลังนี้ไม่มีคนนอกเข้ามาพัก ของใช้ของคุณหนูอยากจะจัดวางไว้อย่างไร คุณหนูก็สั่งการ พวกเขาได้โดยตรงเจ้าค่ะ”

เหยาเยี่ยนอวี่ทำได้เพียงยิ้มอย่างเกรงใจ “ลำบากหมวตัว

แล้ว”

“นี่เป็นหน้าที่ของบ่าวเจ้าค่ะ” หลี่หมัวมัวพูดขึ้น แล้วถอน หายใจออกมา

เหยาเยี่ยนอวี่รู้ดี หากพี่สาวของนางป่วยหนักจนสิ้นใจ จริงๆ ชีวิตในภายภาคหน้าของหลี่หมัวมัวผู้นี้ก็คงจะไม่ราบรื่น อีกต่อไป
ขณะที่นางยังไม่ทันได้นั่งลง ก็มีสาวใช้ที่สวมใส่ชุดสื ตะไคร้เดินเข้ามาพลางพูดขึ้น “ฮูหยิน สั่งให้บ่าวมาเชิญคุณหนู รองเหยาไปดื่มชาด้วยกันเจ้าค่ะ”

หลี่หมัวมัวจึงรีบกล่าวตำหนิตนเอง “บ่าวช่างเป็นคนที่ไม่ ละเอียดอ่อนจริงๆ พอเห็นคุณหนูมาถึง ก็รู้สึกดีใจเกินไป แม้ กระทั่งเรื่องที่ต้องพาคุณหนูไปเข้าพบฮูหยินก็ยังลืมไปได้

เหยาเขียนอยิ้มจางๆ แต่กลับไม่พูดคำใดออกมา หลี่ห มัวมัวไม่ได้เป็นคนที่ไม่ละเอียดอ่อนหรอก ฐานะเยี่ยงนี้ของ ตนเอง หากฮูหยินโหวไม่เอ่ยพูดคำใด และเหยาเพิ่งเกอร์ไม่ สามารถพาไปเข้าพบผู้อาวุโสด้วยตนเอง นางคงไม่มีสิทธิ์พา ตนไปพบผู้อาวุโสหรอก นางคาดเดาว่า เวลานี้เหยาเหยียน เงินคงจะติดตามซอเสียงไปเข้าพบลิ้งโหวแล้ว ฮูหยินที่เป็น ฮูหยินติ้งโหวจึงสั่งให้คนมาเชิญตัวเหยาเยี่ยนอไป

ในเรือนของฮูหยิน มีภรรยาของติ้งโหวชื่อจื่อซอง เพิ่งฮูหยินน้อย และภรรยาของบุตรชายคนรองซูออน-ซุนฮ หยินน้อยอยู่ที่นี่ด้วย ทั้งมารดาและสะใภ้ต่างกำลังสนทนาเรื่อง ในเรือนใน โดยมีสาวใช้หลายคนอยู่รอบข้าง บ้างกำลังยกน้ำ ชา บ้างกำลังพัดก็พัดไป ทุกคนดูถ่อมตน เชื่อฟัง และตั้งอกตั้ง ใจทำหน้าที่ของตนเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากที่มีคนเข้าไปรายงานด้านในแล้ว เหยาเขียนอ ถึงถูกเชิญให้เข้าไปทำความเคารพลู่ฮูหยิน

“เด็กคนนี้มีรูปโฉมที่ดียิ่งนัก” ฮูหยินคลี่ยิ้มอย่างเบิกบานพลางยื่นมือออกมา เหยาเขียนอวี่เดินหน้าไปสองก้าว จากนั้นก็ยื่นมือของตนออกไปให้ลู่ฮูหยินจับ

สะใภ้ใหญ่เพิ่งฮูหยินน้อยตั้งใจมองเหยาเขียนอวี่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องเจ้าค่ะ ถึง แม้รูปโฉมของนางอาจจะไม่คล้ายคลึงกับน้องสะใภ้สามมาก นัก แต่กลับดูมีเสน่ห์ที่แตกต่าง

“ตัวจริงดูงดงามกว่าในภาพวาดเสียอีก” สะใภ้รองซุน หยินน้อยพูดเสริมขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ลู่ฮูหยินตั้งใจมองดวงตาและนิ้วมือของเหยาเยี่ยนออีก ครั้ง จากนั้นก็ยิ้มพลางพูดขึ้นอย่างพึงพอใจ “เจ้ากล่าวได้ถูก ต้อง นางดูงดงามกว่าในภาพวาดจริงๆ” กล่าวจบ ฮูหยินจึง ไปยังเฟิงฮูหยินน้อยและซุนฮูหยินน้อย เพื่อแนะนำให้เหยาเยี่ย นอวี่รู้จัก

เหยาเยี่ยนอวี่เลยรีบน้อมคำนับให้กับเฟิงฮูหยินน้อย เพิ่งฮูหยินน้อยรีบเข้ามากุมมือเหยาเยี่ยนอไว้ แล้วเอ่ยขึ้นด้วย สีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ตลอดการเดินทางน้องสาวคงจะ ลำบากน่าดู ไหนๆ ตอนนี้เจ้าก็ได้ผ่านประตูของจวนโหวเข้ามา แล้ว วันข้างหน้าพวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน มีอะไรให้ช่วย เหลือก็บอกข้ามาได้เลย ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจอะไร

เหยาเยี่ยนอวี่จึงรีบตอบรับ จากนั้นก็หมุนตัวไปน้อมคำนับ ให้กับซุนฮูหยินน้อยต่อ ซุนฮูหยินน้อยจึงยิ้มพลางพูดขึ้นอย่าง เบิกบาน “ไอ้หยา ดวงหน้าช่างงดงามเหลือเกิน ทำให้พวกเราดูด้อยไปเลย น้องสามช่างโชคดีเสียจริง! ฮูหยินสั่งให้เหยาเยี่ยนอวี่นั่งลง เหยาเขียนอวี่เลยเดินไป

นั่งตรงที่นั่งสุดท้ายอย่างถ่อมตน ต่อให้เพิ่งฮูหยินน้อยและซุน หยินน้อยต้องการหลีกที่นั่งให้มากเพียงใด นางก็จะขอนั่งตรง ที่นั่งที่ถัดจากซุนฮูหยินน้อย

จากนั้นก็มีสาวใช้ยกน้ำชาที่มีกลิ่นหอมรัญจวนใจมาให้ ฮูหยินถามถึงฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินแห่งจวนข้าหลวงใหญ่ ปกครองสองเมืองไปไม่กี่คำ ก็ถามถึงการเดินทางขึ้นเหนือใน ครั้งนี้ราบรื่นดีหรือไม่ ได้พบเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า

เหยาเยี่ยนอวี่ตอบกลับทีละคำถาม ฮูหยินจึงถามทางหล หมัวมัวว่าได้ให้บ่าวรับใช้ในเรือนคุณชายสามจัดเตรียมที่พัก ถึงไหนแล้ว หลี่หมัวมัวรีบแจ้งว่าจัดเรือนของเหยาเยี่ยนอให้ อยู่ตรงเรือนที่มีห้องสามห้องขนาดเล็กทางทิศเหนือของเรือน หลัง นอกจากนั้นนางได้เตรียมสาวใช้และตัวจื่อจำนวนสิบกว่า คนเข้ามารับใช้ ทั้งสะใภ้สามยังส่งข่าวรับใช้มาอีกสองคนและ ผัวจื่ออีกสองคนไปปรนนิบัติรับใช้อีกด้วย

ลู่ลู่ฮูหยินพยักหน้าพลางเอ่ยพูด “สะใภ้สามเป็นคนที่ วางตัวเหมาะสมมาตลอด นางมักจะจัดเตรียมทุกอย่างอย่าง เหมาะสม เพียงแต่น่าเสียดายที่นางมีจิตใจที่โอบอ้อมอารี กลับมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงเพียงพอ

ทันใดนั้น ทุกคนจึงหุบยิ้ม บรรยากาศในเรือนหดหูขึ้นมาทันที
เหยาเยี่ยนอวี่จึงได้ปลอบโยนขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา หยินอย่าได้เสียใจไปเลยเจ้าค่ะ สุขภาพร่างกายของท่านนั้น สำคัญ อีกอย่างเมื่อครู่นี้ ข้าได้พบพี่สาว นางแค่ดูไม่มีชีวิตชีวา เท่านั้น แต่ในใจของนางกลับรู้ดีว่า จวนโหวได้รับการอำนวย พรจากฝ่าบาทและองค์หญิงต้าจัง พี่สาวของข้ายังมีท่านโหว และท่านฮูหยินคอยเป็นห่วงเป็นใย อีกทั้งสำนักหมอหลวง คอยดูแลรักษา คิดว่าอาการป่วยครั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถ รักษาได้เจ้าค่ะ”

ดวงหน้าของอู่ฮูหยินเต็มไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานอีกครั้ง “เด็กคนนี้ช่างพูดเสียจริง

พวกนางพูดคุยเล่นกันอีกไม่กี่คำ พอเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว ลู่ฮูหยินบอกว่าจะไปเยือนตำหนักองค์หญิงต้านั่งสักพัก เลยให้ เหยาเยี่ยนอวี่กลับไปก่อน

เหยาเยี่ยนอวี่เหยียดกายลุกขึ้นแล้วกล่าวคำลา จากนั้นก็

พาชัยเวยและหลี่หมัวมัวกลับเรือนของเหยาเพิ่งเกอไป

ทางลู่ฮูหยินเองก็เหยียดกายลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ขณะ เดียวกันนั้น นางก็ได้ถามเพิ่งฮูหยินน้อย “เจ้าคิดว่าคุณหนูรอง เหยาเป็นเช่นไรบ้าง

เฟิงฮูหยินน้อยเห็นจิ้นหลานกำลังจัดปกคอเสื้อให้ลู่ฮูหยิน อยู่ นางหยิบที่คาดเอวไปปรนนิบัติรับใช้ฮูหยิน นางเป็นสะใภ้ ของฮูหยินมาสิบปี แน่นอนนางต้องรู้ว่าแม่สามีของตนอยาก ฟังคำพูดเช่นไร ดังนั้นนางจึงยิ้มพลางพูดขึ้น “ดูจากภายนอกเป็นแม่นางที่รู้จักกาลเทศะทีเดียว นิสัยอ่อนโยนและระมัดระวัง ตัว รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่เลว ถึงแม้จะไม่สง่าผ่าเผยเหมือนพี่ สาวนาง อย่างไรนางก็เป็นบุตรีอนุภรรยา ถึงแม้จะไม่ค่อยมี ความสามารถและความมั่นใจ ทว่าถือว่ายังพอมีอยู่บ้าง ใน ภายภาคหน้า หากนางได้กลายเป็นคู่ครองของน้องสาม ท่าน แม่ค่อยตั้งใจอบรมสั่งสอนนาง ก็คงจะดีขึ้นเองเจ้าค่ะ”

ฮูหยินพยักหน้า พร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย “ข้ากลับ รู้สึกว่า รูปโฉมของนางเหนือกว่าพี่สาวของนางเสียอีก นาง เป็นคนที่มีวาสนา และอารมณ์ก็ดูมั่นคงดี ถึงแม้ความเฉลียว ฉลาดจะด้อยกว่าพี่สาว แต่สตรีก็ควรมีนิสัยที่อ่อนโยนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งมากเกินไป เยี่ยงนั้นก็คงไม่มีอะไรดี


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ