สามี ข้าจะปกป้องเจ้าเอง

ตอนที่ 8 รักของแม่ในทางที่ผิด



ตอนที่ 8 รักของแม่ในทางที่ผิด

ในมือมีเงินแล้ว ฝีเท้าที่กู้ชื่อก้าวเดินออกทั้งเบาและรวดเร็ว

ด้านหน้าคือร้านเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเอง จื่อซีแค่คิดถึงเสื้อผ้าตัว บางไม่กี่ชิ้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในตู้เสื้อผ้า ก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไป ในร้าน

“ฮูหยินจะซื้ออะไรดีคะ”

หญิงสาวอายุน้อยที่เฝ้าอยู่ที่ด้านใน นางดูจะละเอียดมากกว่า เด็กฝึกหัดคนนั้นอีก ถึงแม้ว่าผมเผ้าของชื่อจะดูยุ่งเหยิงรุงรัง แต่ก็ยังพอจับสังเกตได้ว่าเป็นทรงผมที่รวบไว้ตามแบบของสตรีที่ แต่งงานแล้ว

ยังดีที่ว่าไม่ได้เจอคนประเภทที่หยิ่งผยองดูถูกคนเข้าให้

“ผ้าชิ้นนี้ขายยังไงหรอ” เดินเข้ามาถึงก็มองเห็นผ้าลายดอกไม้ เรียบ ๆ แต่ว่ามองดูไม่ใช่ผ้าเนื้อแย่อะไร จ่อ ชี้ไปพลางถามขึ้น

หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจอยู่หน่อย ๆ แต่ทว่าเพียงครู่เดียวก็ ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ผ้าชิ้นนี้เป็นผ้ามาใหม่ที่เพิ่งจะเข้า ร้าน อีกทั้งยังขายดีที่สุด หญิงสาวในเมืองต่างก็พากันชื่นชอบ ลายดอกแบบนี้”

“สามสิบอีแปะหนึ่งเซี๊ยะ ผ้าชิ้นนึงมียี่สิบสี่เซียะถ้าท่านอยาก จะซื้อทั้งชิ้นล่ะก็ ข้าจะคิดให้ท่านในราคาเจ็ดร้อยสิบห้าอีแปะ ”
ปากของนางพูดจาด้วยความสุภาพ แต่ว่ายังนั่งอยู่กับที่โดย ไม่ได้ขยับตัวขึ้น อันที่จริงสภาพของจอที่แต่งกายแบบนี้ดูไม่ เหมือนคนที่จะสามารถซื้อผ้าทั้งชิ้นได้ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้อง ทำให้ดูมีท่าทีมีใจอยากบริการ

กู้ซื้อเองก็แกล้งทำเป็นว่าไม่รู้ว่านางเป็นพวกที่คำพูดไม่ตรง กับการกระทำ “ผ้าชิ้นนี้ห่อให้ข้าที แล้วก็ผ้าเนื้อหยาบตรงทาง เข้าก็ช่วยบอกให้ห่อให้ด้วย

ผ้าที่เนื้อดีหน่อยเอามาทำเป็นชุดไว้ใส่ด้านในกับเอามาทำ เป็นเสื้อผ้าที่จะไว้ใส่ไปข้างนอกได้สักสองชุด ส่วนผ้าเนื้อหยาบ เอาไว้ใส่ในชีวิตประจำวันทั่วไป เอาจริง ๆ ตัวเธอเองก็ยังหาวิธี หาเงินไม่ได้ ในตอนนี้เลยยังไม่สามารถออกมาจากบ้านไร่นั้นได้

หญิงคนนั้นถึงได้ลุกขึ้นยืน แม้กระทั่งใบหน้าก็ดูประดับไว้ด้วย รอยยิ้มที่ดูจริงใจมากขึ้น มือเป็นระวิงรีบเอาของห่อให้เรียบร้อย “ทั้งหมดเป็นเงินก้อนหนึ่งเหลี่ยงกับสิบสองอีแปะ ท่านนับว่าเป็น ลูกค้ารายใหญ่ ชุดเข็มกับด้ายพวกนี้นับว่าข้ามอบให้ท่านค่ะ แวะมาบ่อย ๆ นะคะ”

กู้จื่อซีรีบจ่ายเงินด้วยความสบายอกสบายใจ แต่ว่าของพวกนี้ ไม่สะดวกที่จะถือติดตัวไปด้วย เธอยังต้องซื้อของอย่างอื่นอีก ก็ได้ทำการหารือกับแม่นางผู้นี้ว่าจะขอวางไว้ที่ว้ที่นี่ชั่วคราวก่อน

“สัตว์ที่ล่ามาได้ขายออกไปแล้วหรือยังนะ? ”

เมื่อออกจากประตูมาก็เจอหลี่ชวนถึงที่เดินมาด้วยความรับ ร้อน กู้จื่อซีจึงรีบเรียกเขาเข้าพร้อมกับใบหน้าที่ประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม

หลี่ชวนถึงมองเห็นเธอที่ดูไม่มีปัญหาอะไรก็พลางผ่อนลม หายใจเฮือกออกมา แต่ก็ยังมองเห็นเธอที่ยืนอยู่หน้าประตูร้าน ขายเสื้อผ้า อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น

“สัตว์ที่ข้าล่าได้ขายได้แค่เพียงยี่สิบอีแปะ ไม่พอซื้อผ้าหรอก ครั้งหน้าค่อยว่ากัน ”

“โสมขายได้เงินก้อนห้าเหลี่ยงจื่อเข้ามายืนอยู่ที่ด้านหน้า ของเขากดเสียงลงต่ำพูดขึ้น เอาจริง ๆ ก็คือมีเงินแล้วแต่ไม่ อยากเที่ยวไปโพนทะนาป่าวประกาศให้คนอื่นรู้

“เข้ามาในเมืองสักครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย น้ำมัน เกลือ น้ำจิ้ม น้ำส้มสายชูของที่บ้านก็ต้องซื้อ และไหนจะซื้อผ้าห่มอีกสักผืน

กู้จื่อพูดอย่างหูหลับตับไหม้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่ดูไม่ดี เท่าไหร่ เห็นได้ชัดเลยว่าอยากจะเก็บเงินที่ได้มาอย่างไม่ได้คาด คิดเอาไว้ ในใจของเธอก็คิดว่าช่างน่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง ก็พูดจา เข้าไปกระทบจุดอ่อนของหลี่ชวนถึงขึ้น

“เหมาต้านร่างกายกระดูกกระเดี๋ยวไม่ดี หน้าหนาวแบบนี้ถ้า ไม่เพิ่มผ้าห่มบุนุ่น ถ้าจะให้เหมาต้านหนาวจนตัวแข็งแล้วป่วย ด้วยโรคอะไรเข้า อย่างนั้นสิถึงจะเป็นเรื่องลำบากแล้ว”

และก็ได้ผลดังที่คิด หลี่ชวนถึงผ่อนลมหายใจออกอย่าง รวดเร็ว

“ไปซื้อที่โรงรับจํานําเถอะ”
โรงรับจำนำมีคนเอาของมาจำนำแต่ไม่ได้ไถ่ถอนออกไป โดย ทั่วไปราคาจะต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไปถึงจะขายออกได้

กู้จื่อ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบของที่คนอื่นใช้แล้ว แต่ว่าตอนนี้ ก็ยังมีข้อจํากัดจําเขี่ย จะทำได้ก็แค่เพียงฟังค่าของหลี่ชวนถึงก ลับไปเอาชุดผ้าห่มตามที่เขาว่า

ผ้าห่มบุนุ่นมือสองราคาถูกจริง ๆ สมดังว่า หนึ่งชุดเพียงแค่สิบ ห้าอีแปะ จื่อจ่ายไปสามสิบอีแปะสำหรับสองชุดด้วยความใจ ใหญ่ใจโต

วัสดุเ ถ้าจะว่าไปก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ไม่ได้มากเลย สําหรับเงินเล็กน้อยสามสิบอีแปะ

ที่บ้านไม่มีพวกถั่ว งา ก็ต้องซื้อ เริ่มแรกเลยหลี่ชวนถึงซื้อเอา ข้าวแข็ง ๆ จื่อ รับไม่ได้ที่จะกินแค่ข้าวแข็ง ๆ ทำเป็นมองไม่ เห็นท่าทีที่ไม่สบายใจของเขาก็ให้คนขายหยิบเอาข้าวนุ่ม ๆ มา อีกห่อ

เงินเจ็ดร้อยอีแปะก็ถูกจับจ่ายออกไปอีก

กู้จื่อชือดไม่ได้ที่จะกลุ้มใจ เงินก็ไม่ได้หามาง่าย ๆ แต่พอเวลา ใช้เงินทีนี่ก็รวดเร็วราวกับน้ำที่ไหลออก เงินก้อนห้าเหลี่ยงยัง ไม่ทันจะได้เก็บไว้ให้สุกงอมก็ใช้ออกไปใกล้จะถึงครึ่งแล้ว

“ร้านนั้นก่อน ซื้อถังหูลู่สักสองไม้ให้เหมาต้าน

แค่ออกประตูมาเพียงแค่เห็นคนขายของหาบเร่พลางตะโกน ร้อง จื่อซีก็อดไม่ได้ที่จะหยุดเท้าลง ในตอนเล็ก ๆ เธอเองก็ยากจนเหมือนกัน สิ่งที่ปรารถนามากที่สุดก็คือเมื่อไหร่พ่อกับแม่ ไปตลาดแล้วจะเอาซาลาเปาหรือไม่ก็ถึงหูลู่มาฝากเธอบ้าง

ใจเขาใจเรา เหมาต้านเด็กคนนั้นเองก็น่าจะอยากได้เหมือน กัน เอาจริง ๆ เลย ในหมู่บ้านเองก็ยากนักที่จะพบเห็นขนมอะไร

เงินที่หลี่ชวนถึงได้จากการล่าสัตว์แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ค่อย มาก อีกทั้งยังต้องดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัวและบ้านของพ่อ แม่อีก เขาเองก็รักลูกมาก ใจก็อยากจะซื้อของอะไรให้เหมาต้าน กินหน่อย แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเงินทองก็ไม่ได้มีเหลือเฟือพอใช้

ตอนนี้อยู่ดี ๆ ก็มีเงินที่ได้รับมาอย่างไม่คาดหมาย ใจของเขา ก็เต้นระรัว

ลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาถึงได้เดินตรงขึ้นไปถาม “พี่ชาย ถังหู ขายยังไง?

ตะโกนร้องอยู่ตลอดช่วงเช้า ในที่สุดก็มีลูกค้าเข้ามาแล้ว พี่

ชายผู้นั้นเองก็รู้สึกดีใจ “หนึ่งไม้สามอีแปะ”

แพงจัง!

ในหัวของหลี่ชวนถึงก็ผุดความคิดนี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ว่า มือผอมเรียวข้างหนึ่งก็ยื่นเงินออกไปก่อนที่เขาจะทันได้ปฏิเสธ

“เอามาสองไม้”

หลี่ชวนถึงขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามทัดทานอะไร “ซื้อซาลาเปาให้เหมาต้านอีกสักสองใบ และก็ไปที่ร้านเอาของแล้วกลับบ้านกัน”จื่อค่อย ๆ เก็บถังหูลู่ลงไปในห่อผ้าที่ เอาติดตัวมาด้วยอย่างระมัดระวัง เหมาต้านไม่เห็นพวกเขาเป็น เวลานาน จะต้องร้อนรนแน่ ๆ

เงินพวกนี้เป็นของกู้จื่อ เธอเองอยากจะจัดแจงอย่างไรห ชวนถึงไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่มย่าม มิหนำซ้ำยังซื้อของให้กับ ครอบครัว ไม่ใช่ซื้อให้กับที่บ้านฝั่งแม่

เมื่อซื้อของเสร็จ ของที่หนักล้วนให้หลี่ชวนถึงเป็นคนแบกเอา ไว้ แต่กระนั้นแล้ว แค่เพียงคิดว่า ในตอนที่มาถึงเดินมามัน ลำบากยากเย็นแค่ไหนจื่อซีก็รู้สึกขึ้นว่าขาทั้งสองข้างกำลังสั่น ระรัวขึ้น

เธอเสนอแนะขึ้น “นั่งเกวียนกลับเถอะ”

“ได้”

คิดถึงเหมาบ้านที่อยู่ที่บ้าน หลี่ชวนถึงก็เดินสาวเท้าอย่าง รวดเร็วไปยังสถานที่ที่จอดเกวียน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ