สัญญาเมื่อสายัณห์

บทที่ 2 นําพาเรา



บทที่ 2 นําพาเรา

ในรถสปอร์ตสุดหรูของดาราสาวสุดฮอต ?

ที่กำลังขับขึ้นไปบนทางด่วน มุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ดาราสาวคุยกับผู้จัดการส่วนตัว ของเธอเรื่องกระเป๋าเดินทางที่ถูกสลับตอนลงเครื่องบินด้วย ความกังวลใจ

“เจ้าคะ เจ๊คิดว่าเขาจะเอากระเป๋ามาคืนเราไหมคะ”

“อืม อันนี้เจ๊ก็ไม่แน่ใจนะ เอ๊ะ!! หรือว่าเขาจะเอาไปประมูลขาย แล้ว ต้องใช่แน่ๆ เลย ถ้าเขาเปิดดูในกระเป๋าแล้วรู้ว่าเป็นของ ดาราชื่อดังละก็นะ หึมมม ต้องเอาไปขายแล้วแน่ๆ จะทำยังไงกัน ดีล่ะทีนี้ กางเกงใน เสื้อใน ต้องได้ราคาสูงแน่ๆ เลย งานนี้นะ พวกนั้นคงรวยเละเลยล่ะ โอ๊ยยยย ทำไมหนูถึงสับเพล่าได้ขนาด นี้คะน้องพลอย ปกติไม่เป็นแบบนี้นะ”

“ก็หนูทั้งง่วงทั้งเหนื่อยนี่คะเจจีจี้ สมองมันเลยเบลอนิดหน่อย น่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะหยิบผิดอันน่ะ”

“จ้าาาา เบลอ สมองเบลอมาก แต่ไม่ลืมอัพรูปตอนถึงสนาม บินลงไอจี เบลอจริงจริ๊งงง” จีจี้ทำเสียงสูงแขวะพลอยด้วยความ หมั่นไส้ และโมโห

“แฮ่ๆๆๆๆ ก็ต้องรายงานตัวกับแฟนๆ เขาจะได้ไม่เป็นห่วงจริงไหม?!?!? เจ้าจี้ก็อย่าบ่นนักเลยน่า เดี๋ยวเจอเขาแล้วเราก็จะรู้ เองแหละว่าเป็นใคร”

“เห็นพนักงานสายการบินบอกว่า ผู้ชายคนนั้นเขานั่งชั้นไฮ คลาสมาซะด้วยนะคะน้องพลอย แสดงว่าคนๆ นี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ เลยเชื่อเจ้ เจ้เรียนมา อิอิ”

“จ้าๆๆๆๆ เชื่อค่ะเชื่อ เดี๋ยวได้รู้กัน ใกล้ถึงรึยังคะเนี่ย หิวข้าว แล้วอ่ะ” พลอยไพลินพูดพร้อมเอามือลูบท้องของเธอเบาๆ แล้ว หันไปหาผู้จัดการฯ ของเธอด้วยท่าทางอ้อนวอน พร้อมส่ง สายตายียวนขอร้องใส่แบบกวนๆ น่ารักๆ

“เดี๋ยวก็ถึงละค่ะลูกกก เจ้าหัวเหมือนกันเนี่ย เดี๋ยวเราทานข้าว ก่อนค่อยโทรหาเขาละกันเนาะ เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง เจ้ว่าทัน อยู่นะ”

“ดีเลยค่ะ หิวๆๆ กินไรดีอ่ะ กินติ่มซำไหม หรือซูซีดี คิดเร็ว คิดๆ ” พลอยไพลินพูดกับจีจี้ด้วยความดีใจเหมือนเด็กน้อยจะได้ กินไอติมยังไงยังงั้น ทั้งคู่คุยกันอย่างสนุกสนาน สักพักก็ไปถึง ร้านอาหารที่นัดกับคนคืนกระเป๋าไว้

พอไปถึงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารจีน และสั่งอาหารมา ทานด้วยความหิว ท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า จนลืมธุระของตัว เองว่าต้องมาเปลี่ยนกระเป๋า

ทันทีที่เดินเข้าไปในร้านพนักงานเสริฟในร้านเห็นว่าเป็นดารา เลยขอถ่ายรูปด้วย พลอยไพลินยิ้ม และยินดีถ่ายรูปด้วยความ เต็มใจ คนในร้านเห็นก็พากันลุกมาขอถ่ายด้วยอีกหลายคน พอถ่ายรูปเสร็จเธอก็ขอตัวไปทานอาหาร ด้วยท่าทางสุภาพอ่อน โยน

“กร ฝ่ายนั้นเขานัดเราให้รอที่นี่หกโมงตรง ใช่ไหม นี่มันเลส (Late) มา 25 นาทีแล้วนะ จะให้รออีกนานแค่ไหนกัน ลองโทร หาเขาดูซิว่ามาถึงหรือยัง” เจ้าคุณบอกกับกรให้โทรหาคู่กรณี ด้วยท่าทางร้อนใจ และชักสีหน้าโมโหใส่นาฬิกาในข้อมือของ เขา

“ได้ครับ สักครู่นะครับบอส แป๊บนึงนะเดี๋ยวผมประสานให้ ครับ” กรได้รับคําสั่งจากนายก็รีบโทรหาผู้จัดการของพลอย ไพลินทันที

“สวัสดีค่ะ จีจี้รับสายค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรเหรอคะ”

“อ๋อ คือผมเอากระเป๋ามาคืนคุณน่ะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้ มา ถึงหรือยังครับ หรือกำลังเดินทางอยู่ เรามารอนานมากแล้วนะ ครับ เลยเวลานัดมานานแล้วด้วย เจ้านายผมเสียเวลาทำงาน มากนะครับคุณ”

“อ๋อ ค่ะ ตอนนี้เรามาถึงแล้วค่ะ กำลังทานข้าวกันอยู่ รออีกสัก นิดหน่อยได้ไหมคะ จะเสร็จแล้ว อีกประมาณสิบนาทีค่ะ นะคะ เดียวรีบไปเนาะ”

ทันใดนั้นเองเจ้าคุณก็รีบแย่ง โทรศัพท์จากมือของกรกันต์มา คุยเอง โดยชักสีหน้า และน้ำเสียงใส่แบบโมโห

“นี่คุณ เรานัดกันไว้กี่โมงครับ แล้วตอนนี้อยู่ไหนครับเดี๋ยวผม เดินไปหาเอง ส่งพิกัดมาครับไวๆ ” เมื่อสิ้นสุดการสนทนากิติคุณก็วางสายแล้วรีบเปิดดูข้อความที่อีกฝ่ายส่งมาให้ แล้วจากนั้นก็ รีบเดินไปอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห

“คุณนี่เอง เจ้าของกระเป๋าใบที่เหมือนของผมเป๊ะจนแยกไม่ ออก อ่ะ กระเป๋าคุณ เปิดดูก่อนนะครับ เพราะผมเองก็ยังไม่ได้ เปิดเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสลับกันกับของคุณไหนครับกระเป๋าผม จะเช็กดูของว่าครบดีไหม เอามาสิครับ”

“นี่ค่ะอยู่ตรงนี้ค่ะ” จีจี้หยิบกระเป๋าพร้อมกับยื่นให้กิติคุณด้วย ความเคอะเขินทำตัวไม่ถูก สายตาจ้องอีกฝ่ายไม่ลดละ เพราะตก ตะลึงในรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาของอีกฝ่าย จนมือไม้สั่นไป หมด ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

พอรับกระเป๋าแล้วต่างคนก็ต่างเปิดดูเพื่อตรวจดูของข้างใน กระเป๋า และเช็กของในนั้น สักพักกิติคุณก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับ ลุกขึ้นยืน

“กางเกงในผมหายไปไหน คุณเอาไปใช่ไหม ว่าไงครับ มีอะไร

จะแก้ตัวไหมครับคุณ”

“ฉันเปล่านะคะ คือ ฉันๆๆๆๆ ” จีจี้ท่าทางเหล็กหลัก มีพิรุธ อย่างเห็นได้ชัด

“ว่าไงครับ คืออะไร ยังไงครับ” กิติคุณไล่ถามให้จนมุม พร้อมกับเดินต้อนให้นั่งลงกับเก้าอี้ กดดันจะให้ยอมรับให้ได้

“หยุดนะ ทำอะไรกันน่ะ นี่!! นายเป็นใคร หลีกไป” พลอย ไพลินเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ แล้วพูดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อ เห็นจีจี้นั่งตัวสั่นอยู่ในเก้าอี้
“อ้าว แล้วนี่ใครอีกล่ะ” เจ้าคุณถามจีจี้ด้วยความงง เมื่ออยู่ดีๆ พลอยไพลินก็โผล่เข้ามาด้วยท่าทีสีหน้าที่ไม่พอใจ และโมโหใส่ เขา

“นี่พลอยไพลิน น้องพลอยไงคะ ดาราสาวสวยสุดฮอตเบอร์ ต้นๆ ของเมืองไทย ไม่รู้จักเหรอคะ” จีจี้พูดด้วยน้ำเสียงอันภาค ภูมิใจในตัวพลอยไพลิน

“ไม่อะ ผมไม่รู้จักดารงดาราอะไรทั้งนั้น แล้วนี่เขามาเกี่ยวอะไร ด้วยทําไม” เจ้าคุณถามจีจี้แบบไม่พอใจ

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณว่าไงนะ คุณไม่รู้จักฉันอย่างงั้นเหรอ ไม่รู้ จักพลอยไพลิน เกียรติขจรรัตนะ ซุปตาร์ชื่อดังของเมืองไทยเนี่ย นะ เป็นไปได้ยังไง แล้วก็นะ ฉันเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนี้ จะไม่ เกี่ยวได้ยังไง หาาาา ได้กระเป๋าแล้วก็รีบกลับสิคะ มัวทำอะไรอยู่ อีก ไปสิคะ เชิญ” พลอยไพลินทำท่าทางงงๆ ในขณะที่พูดกับกิติ คุณ เสร็จแล้วก็หันไปถามจีจี้เพื่อความแน่ใจ

“เจ้จีจี้เช็กของในกระเป๋าเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”

“น่าจะครบค่ะ เพราะเขาบอกยังไม่ได้เปิดกระเป๋าเลย เขาคง ยังจะไม่ได้เปิดจริงๆ ดูท่าทางแล้วเขาก็ไม่น่าจะใช่คนเลวร้าย อะไร”

“นี่เจจีจี้คะ เขาบอกอะไรเจ้ก็เชื่อเขาหมดเลยเหรอคะเนี่ย ฮียย เดี๋ยวพลอยเช็กเองก็ได้ เอามานี่”

“เดี๋ยวก่อนคุณ นี่!! จะไม่ขอโทษผมสักหน่อยเหรอครับ ผม เสียหายนะ แล้วคุณก็รื้อกระเป๋าผม แถมยังมาไม่ตรงเวลาช้ากว่าที่นัดไว้ตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงอีกนะ”

“ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย ฉันมาถึงตั้งนานแล้ว แต่แค่แวะมา ทานข้าวที่นี่เฉยๆ แล้วก็อีกอย่างนะตอนที่นายมาถึงแล้วทำไม่ โทรหาล่ะ จะมาโทษฉันฝ่ายเดียวไม่ได้ แล้วนี่มีสิทธิ์อะไรมาว่าผู้ จัดการของฉัน เขาแค่เช็กดูของในกระเป๋าตามหน้าที่เท่านั้น อะไรหายบ้างก็คิดเงินแล้วส่งรายการมา เดี๋ยวฉันชดใช้ค่าเสีย หายให้ โอเค๊?!?! เรื่องจะได้จบๆ ”

“พูดง่ายนะคุณ ของของผมรุ่นลิมิเต็ดเลยนะ หาซื้อไม่ได้อีก แล้วในโลกนี้ ง่ายไปหรือเปล่า และอีกอย่างนะผมไม่ได้ต้องการ เงินของคุณ แค่อยากได้ของคืน หรือถ้าไม่ได้คืนจริงๆ ก็แค่อยาก ได้ค่าขอโทษจากคุณ แค่นั้นเองมันยากอะไรหนักหนา รับผิดชอบ แบบจริงใจหน่อยสิคุณ”

“ไม่มีทางฉันไม่มีทางขอโทษนาย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด คน อย่างพลอยไพลินไม่มีทางขอโทษในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ อย่า หวังสูงไปหน่อยเลย”

“ได้!! จะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม งั้นผมจะโทรแจ้งตำรวจตอน นี้เลยดีไหมครับ แล้วโทรหานักข่าวด้วย ให้พวกเขามาทำข่าว ดาราสาวโรคจิต ที่แอบขโมยกางเกงในของคนอื่นไปเป็นของตัว เอง อยากรู้จังว่า ถ้าแฟนคลับของคุณรู้ว่าไอดอลในดวงใจของ พวกเขา มีข่าวฉาวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ พวกเขาจะคิดยังไงกัน เหอะๆ รับรองว่าดังข้ามทวีป ข้ามโลกแน่ๆ เอาไหมล่ะครับคุณ แล้วคุณก็จะได้ฉายาใหม่ว่าพลอยไพลินซุปตาร์โรคจิต ด้วยนะ ครับ ฮ่าๆ ”
“โอ๊ยยยย นี่!! หยุดๆ นายอย่าโทรเรียกนักข่าวมาเด็ดขาด เลยนะ โอเคๆๆๆ ฉันยอมๆ ขอโทษก็ได้ จะให้ขอโทษแค่อย่าง เดียวใช่ไหม ฉันขอโทษ พอใจไหม”

“พูดให้มันจริงใจหน่อยสิคุณ ขอโทษค่ะ เสียงหวานๆ น่ารักๆ ทําเป็นไหม”

“ขอโทษค่ะคุณณณณ….” พลอยไพลินจะพูดขอโทษพร้อม ด้วยชื่อ แต่ไม่รู้จัก จึงได้แต่มองหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัยพร้อมทั้ง ตั้งตารอคําตอบ

“กิติคุณครับ ผมชื่อกิติคุณ นามสกุล กิตติเจริญทรัพย์กุล จํา ชื่อผมไว้ให้ดี” เขาพูดพร้อมทำท่าทางยี่ยวนกวนประสาทใส่ หญิงสาว ทำให้อีกฝ่ายกัดฟันด้วยความโมโหเข้าไปอีก

“อ๋อ ค่ะ คุณกิติคุณ กิตติเจริญทรัพย์กุล ดิฉันนางสาวพลอย ไพลิน ขอโทษคุณด้วยความจริงใจ และเสียใจอย่างสุดซึ้งค่ะ และฉันก็ไม่จําเป็นต้องจำชื่อคุณด้วยค่ะ ขี้เกียจ หวังว่าเราจะ ไม่ได้มาเจอกันอีกนะ โอเค!!!! บ๊ายยยย”

เธอพูดพร้อมกับทำท่าทางกวนๆ ใส่เจ้าคุณเพื่อเอาคืนบ้าง แล้วเดินชนไหล่เขาเบาๆ พร้อมส่งสายตายียวน และทำท่าทาง เยาะเย้ย

เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ทั้งหมดก็พากันแยกย้ายกลับ ต่าง คนต่างก็ได้กระเป๋าของตัวเองกลับไปด้วย

แต่พลอยไพลินดันลืมกระเป๋าสะพายใบจิ๋วของเธอไว้ในร้าน ตรงเก้าอี้ที่เธอนั่งทานข้าว สงสัยเธอคงรีบมากเลยไม่ทันได้ดู มีแต่เจ้าคุณที่เหลือบไปเห็นพอดี เขาก็เลยหยิบขึ้นมาดู พร้อมกับ เงยหน้าขึ้นจะเรียกกลับมาเอา

แต่ทั้งพลอยไพลิน และจีจี้ไปไหนแล้วก็ไม่รู้จะโทรหาก็ไม่มี เบอร์โทร เพราะเบอร์โทรของจีจี้อยู่กับกรกันต์ ซึ่งในขณะนั้นเขาได้เอากระเป๋าเดินทางล่วงหน้าไปรอที่รถ

เรียบร้อยแล้ว กิตติคุณทำได้เพียงถือกระเป๋ากลับมาที่รถด้วย

ความจําใจ และงุนงง

ต้องระดับไหนคะถึงจะได้ใส่ กกน.รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ