พ่อนมหยิ่งผยอง

บทที่ 1 ค่ารักษาพยาบาล



บทที่ 1 ค่ารักษาพยาบาล

“จางผิง! นายยังนับเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหม!

“แมงดาเอ๊ย ศักดิ์ศรีของนายมันมีค่าเท่าไหร่กัน? ฉันให้นาย ไปขอเงินพ่อแม่ฉันมันยากนักเหรอ!”

“ตอนนั้นฉันคงตาบอด ถึงได้แต่งงานกับนาย มุมหนึ่งของโรงพยาบาล ผู้คนเบียดเสียดกันไปมา

หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกันอยู่ใจกลางกลุ่มคน ดูแล้วอายุ แค่ยี่สิบกว่า ๆ ผู้ชายแต่งตัวธรรมดา รูปลักษณ์ก็นับได้ว่าไม่เลว แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามกับ เขา

รูปร่างโปร่งบางมีส่วนเว้าส่วนโค้ง บนใบหน้าขาวนวลราวกับ ผลท้อพันธุ์น้ำผึ้งนั้นสลักเสลาอวัยวะบนใบหน้าไว้ราวกับชิ้นงาน ศิลปะ จะกล่าวว่าเป็นนางฟ้าจุติลงมาก็ไม่เกินไปเลย

ในอ้อมอกของเธอยังมีเด็กผู้หญิงที่น่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตา กระเบื้องเคลือบ แต่กลับดูไม่แข็งแรงเอาเสียเลย

อารมณ์ของหลี่เสในตอนนี้เดือดดาลจนถึงขีดสุด ดวงตาสวย ทั้งคู่แดงจ้องไปที่จางผิง

“จางผิง ถ้าหากเสี่ยวยุ่นเอ๋อร์เป็นอะไรไปขึ้นมาละก็ ฉันจะหย่า ขาดจากนาย!”
“เอ่อ… เสว่เอ๋อร์ เธอดูสิ คนตั้งเยอะตั้งเยอะ พวกเราย้ายที่ แล้วค่อยคุยกันไหม?”

จางฝั่งฝืนยิ้มออกมา มองดูหญิงสาวที่แม้แต่ตอนโกรธก็ยัง งามเลิศตรงหน้า รู้สึกกลัดกลุ้มไปทั้งใจ

พวกเขาสองคนแต่งงานกันมาสี่ปีแล้ว ตอนแรกแต่งงานกัน เพราะเธอตั้งครรภ์ พ่อและแม่ของหลี่เสาคัดค้านอย่างรุนแรง แต่ ว่าภายใต้การยืนหยัดครั้งแล้วครั้งเล่าของเธอ จางผิงก็ได้แต่ง เข้าบ้านเธอ ในที่สุด

จางผิงเป็นแค่พนักงานธุรการเล็ก ๆ ระดับล่างของบริษัท

แต่หลี่เสวได้กลายเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใหญ่ภาย ใต้ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเธอ ห่างชั้นกันมาก ต่อหน้าของหลี่เสา เขาสู้หน้าไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ตอนนี้ลูกสาวโรคหัวใจกำเริบ แม้แต่ค่ารักษาพยาบาลพวก เขาสองคนก็ยังรวบรวมมาไม่ได้

“จางผิง นายไปขอร้องพ่อแม่ฉันสิ! นายอยากจะเห็นลูกสาว ของเราตายจริง ๆ เหรอ!”

เบ้าตาของหลี่เสว่แดงก่ำ บนใบหน้ามีคราบหยาดน้ำตา ราวกับเธอจะพังทลายอยู่รอมร่อ อาการป่วยของลูกสาวเป็น หนามยอกอกของเธอมานานหลายปี

ในตอนนี้ ผู้คนที่มาล้อมวงดูเรื่องครื้นเครงเริ่มกระซิบกระซาบ กัน สายตาที่มองไปยังจางผิงเหยียดหยามเสียเต็มประดา
ชัดเจนแล้วว่าหญิงงามคนนี้มองคนผิด เลือกเอาเศษสวะไป แล้ว ตอนนี้จึงต้องตกอยู่ในรูปการณ์เช่นนี้

จางผิงกําหมัดแน่น กล้ามเนื้อเกร็งไปทุกส่วน สายตาของผู้คน รอบข้างเฉือนลงมาบนตัวของเขาราวกับคมมีด เป็นถึงผู้ชายคน หนึ่ง ในใจจะวางเฉยได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่โทษหลี่เสว่ ถ้า หากว่าจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่ได้อีกลูกจะต้องถูกให้ออกจาก โรงพยาบาล

ทว่าที่จริงแล้วเขาโทรศัพท์ไปตั้งแต่แรกแล้ว

“สวะ ตอนแรกที่ตัวติดกับลูกสาวของฉันหนีบไม่ใช่ว่าพูดไว้ ดิบดีหรอกเหรอ ก็ใช้ความรักของแกช่วยชีวิตลูกสาวของแกไว้ ฉันพูดแต่แรกแล้วว่าคนไร้ยางอายอย่างแกไม่เหมาะสมกับหลี่ เสว่”

“จะเอาเงินก็ได้ หย่ากับหลี่เสา ลูกต้องอยู่กับตระกูลหลี่ แก ไสหัวออกไปจากชิงไห่ แล้วไม่ต้องมาเจอพวกเธอแม่ลูกอีกตลอด ชีวิต!”

คำพูดเย้าแหย่ของแม่ของหลี่เสวี่ยังดังสะท้อนอยู่ในหูของเขา ราวกับมีฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของเขา แต่เขาจะพูดออกมาไม่ ได้ จะตัดความหวังของหลี่เสวไม่ได้

ในตอนที่จางฝั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

เสี่ยวยุ่นเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาแล้ว ดวงตาดำขลับมองมายังบนร่าง ของจางผิง บนใบหน้าที่ขาวซีดฉาบไปด้วยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ ยื่น มือน้อย ๆ ไปทางจางผิง “พ่อจ๋า เป็นเด็กดีนะ ไม่ร้องนะคะ ยุ่นเก๋อร์ไม่เจ็บเลยค่ะ ไม่ต้องรักษานะ คุณพ่อกับคุณแม่อย่าทะเลาะกัน เลยนะคะ พวกเรากลับบ้านกันนะ”

แต่มือเล็ก ๆ สั่น ๆ ของเธอเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนว่าโรค ร้ายนั้นสร้างความทุกข์ทรมานให้กับร่างกายน้อย ๆ ของเธอมาก เพียงไร

จางฝั่งมองดูท่าทางไร้เดียงสาและรู้ความของลูกสาวแล้วก็ เจ็บแน่นขึ้นมาในใจ

“ยุ่นเอ๋อร์ หนูรอพ่อนะคะ พ่อจะไปรวบรวมเงินค่ารักษา พยาบาลมาให้ได้!” เขาสกัดกั้นความร้อนผ่าวที่เบ้าตา กุมมือ เล็ก ๆ ของลูกสาวเอาไว้

“รวบรวมมา? ประโยคนี้นายพูดมากี่ครั้งแล้ว? ในเมื่อนายไม่ ยอมขอร้องพ่อแม่ของฉัน งั้นก็ดี ฉันจะโทรหาอู่ตอนนี้เลย!” หลี่ เสวกับฟันพูด

ซูอู่!?

สีหน้าของจางยิ่งมืดครึ้มขึ้นมาฉับพลัน ซูอู่ก็คือแฟนเก่าของ หลี่เสว่ เป็นลูกคนร่ำคนรวยของตระกูลที่ไม่ธรรมดา นึกไม่ถึงว่า ทั้งสองคนจะยังติดต่อกันมาจนถึงตอนนี้

หลี่เสวเห็นว่าตอนนี้จางผิงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ดวงตาก็มี ความผิดหวังปรากฏออกมา เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาจาก กระเป๋ากดโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง

“ฮัลโหล? ซูลู่ ลูกสาวของฉันป่วย ขอยืมเงินนายหน่อยได้ไหม?”

โทรศัพท์เปิดแฮนด์ฟร์ไว้อาจจะเพราะเพื่อกระตุ้นจางผิง ทำให้ จางผิงสามารถฟังเสียงที่ส่งออกมาจากโทรศัพท์ได้ชัดเจน รู้สึก เกินความคาดหมายอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่านั้นก็คือความรู้สึก เซอร์ไพรส์

“อ๋อ เสี่ยวเสวเองเหรอ เรื่องยืมเงินเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับ ความสัมพันธ์ของพวกเรา ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น” น้ำเสียง ของซูมีความหมายลึกซึ้งเกินไปนิดหนึ่ง “เอาอย่างนี้ บริษัทของ เราขาดนางแบบชุดว่ายน้ำคนหนึ่งอยู่พอดี อีกสองสามวันเธอมา ลองสวมดูที่บ้านของฉัน ถ่ายรูปไม่กี่รูป ฉันโอนเงินให้เธอเป็น รางวัลตอบแทนก่อนสักห้าหมื่นเป็นไง?”

ผู้หญิงของตนติดต่อแฟนเก่าต่อหน้าตัวเอง แล้วยังจะสวมชุด ว่ายน้ำให้อีกฝ่ายถ่ายรูปอีก

จางฝั่งระงับอารมณ์ไว้ไม่ไหว เดินหน้าเข้าไปแย่งโทรศัพท์ของ หลี่เสมา “จางผิง! นายจะทำอะไรนะ!”

หลี่เสว่จ้องจางผิงเขม็ง ในใจทั้งโกรธทั้งน้อยใจ

จางผิงสูดลมหายใจเข้าลึก ให้อารมณ์ของตนสงบลงสักหน่อย แล้วพูดกับหลี่เสวีเสียงเบาว่า “ให้ผมคุยกับเขาเองเถอะ

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ลากหลีเสาเข้ามาเกี่ยว จางผิงแทรก ตัวออกจากกลุ่มคน เดินไปจนถึงนอกประตูโรงพยาบาล

เพราะเปิดแฮนด์ฟรีไว้ ซูอู่ก็เลยรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เขารีบเปิดปากพูดออกมาก่อน โดยไม่รอให้จางผิงพูดอะไรออกมา “แหม จางผิง เป็นสวะอย่างแกนี่เอง ฉันคุยอยู่กับเสี่ยวเสวดี ๆ แกจะ มารบกวนทำไม ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคนไร้ประโยชน์อย่างแก

ตอนนี้มีเรื่องจะขอร้องกับเขา จางผิงจึงทำได้เพียงข่มกลั้น อารมณ์เดือดดาลไว้ พูดออกมาอย่างนอบน้อมภายในอึดใจ เดียวว่า “คุณชายซู… ขอรบกวนด้วย ลูกของผมเข้าโรงพยาบาล ผมอยากจะขอยืมเงินคุณไปจ่ายค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลสัก หน่อย”

“ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาล? แกเป็นไอ้กระจอกเหรอ?” ซูอู่ หัวเราะเยาะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “สวะอย่าง แกแม้แต่ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลยังออกไม่ได้ ไม่คู่ควรกับ เสี่ยวเยว่เลยสักนิด ฉันจะบอกแกให้ชัด ๆ เลยนะ รอให้เธอถ่าย รูปให้เสร็จ ฉันจะเอารูปเปลือยพวกนั้นแขวนไว้ในบ้าน ชื่นชม เมียแกทั้งวันทั้งคืน ต่อไปยังมีโอกาสยืมตัวไปถ่ายรูป จะได้ พัฒนาความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับเธอ”

สายโทรศัพท์ตัดไป เสียงหัวเราะยั่วยุอย่างอวดดีของซูยัง สะท้อนอยู่ริมหูของจางฝั่ง

“ตอนนี้จะบอกกับเสบู่เอ๋อร์ยังไงดี”

จางผิงถอนหายใจยาวเหยียด กัดฟันแล้วโทรหาฉาวเรียน เพื่อนคนสนิท

น่าเสียดายที่พอมันได้ยินเขาพูดว่าจะยืมเงินก็แกล้งทำเป็น สัญญาณไม่ดี วางสายคาที่เลย
จุดบุหรี่หนึ่งมวน จางฝั่งมองก้นบุหรี่ที่ค่อย ๆ เผาไหม้ สายตา กลับค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่อย่างยิ่ง

“เงินใช่ไหม? มีเงินก็จะมีอำนาจ? ก็ได้ จากวันนี้ไปพวกแกจะมี ปู่เพิ่มขึ้นหนึ่งคน!”

จางผิงกดเปิด โทรศัพท์อีกครั้ง กดหมายเลขแปลกหน้า

หมายเลขหนึ่ง เพิ่งจะกดโทรออกไปก็มีคนกดรับทันที

เป็นเสียงของผู้ชาย ความน่าเกรงขามอันสูงส่งทะลุออกมา “สวัสดีครับ ที่นี่เถิงหลงกรุ๊ป คุณคือใครครับ?”

จางฝั่งยิ้มน้อย ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ลุงเฉียนครับ ผม เองครับ”

เถิงหลงกรุ๊ปคือกลุ่มนายทุนที่อยู่ระดับบนสุดของโลกใบนี้

ไม่มีใครเทียบตระกูลของตนได้ตั้งแต่แรก

จากวอลสตรีทจนถึงท็อปห้าร้อยกิจการของโลก ต่อให้จะ เยี่ยมยอดกว่านี้ยังไงก็ต้องยอมก้มหัวต่อหน้าเถิงหลง

แต่ทายาทคนเดียวอย่างจางผิงกลับไม่ยินยอมรับช่วงต่อ กิจการของวงศ์ตระกูลมาโดยตลอด

ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าจางผิงจะโทรศัพท์มา ลุงเฉียนที่มีทำนองการ พูดเชื่องช้าก็กลายเป็นตื่นเต้นอย่างมากขึ้นมาฉับพลัน แม้แต่ เสียงของเขาก็สั่นขึ้นมา “คุณ… คุณชาย! ผ่านมาตั้งหลายปี ใน ที่สุดท่านก็โทรหาผมเสียที ท่าน…ท่านอยู่ที่ไหนครับ!”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ