จะอยู่กับเธอจนนิรันดร์

บทที่ 9 พาเธอกลับบ้าน



บทที่ 9 พาเธอกลับบ้าน

คุณดูแลคนไข้ยังไงกันครับ?

เวลาเดียวกันนั้น ในทางเดินของโรงพยาบาลแห่ง หนึ่ง เวลกำลังถูกหมอและพยาบาลว่ากล่าวพร้อมกับ สายตาตำหนิที่ส่งมาให้

พูดขึ้นมาแล้วเรื่องนี้เขาไม่เกี่ยว หลังจากตอนบ่ายที่ เขาเห็นฌอนออกไปจากบริษัทอย่างเร่งรีบ เขาก็ไปดูห้อง ทำงานของฌอนอย่างไม่วางใจ ก็มองเห็นลิลาที่เป็นลม หมดสติอยู่บนพื้น

เอ่อ….เธอ….อาการเป็นยังไงบ้างครับ?

เรื่องมาถึงวันนี้แล้ว เวลเองก็ไม่อยากอธิบาย ไม่ว่า ยังไงเขาก็ถูกด่าแล้ว เข้าใจผิดก็เข้าใจผิดไปเถอะ

เพิ่งมาเป็นห่วงคนไข้เอาตอนนี้หรอคะ? พยาบาลตัวเล็กมองเวลอย่างเย็นชา คนๆนี้น่าตาก็ใช้ได้ ทำไมจิตใจถึงได้เลวแบบนี้นะ?

* ก่อนหน้านี้คุณไปไหนแล้วคะ?

พยาบาลยังคงอยากจะพูดอะไรต่อ กลับถูกหมอใช้ สายตามองมา รอจนพยาบาลหุบปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แล้ว หมอก็เปิดรายชื่อผู้ป่วยในมือดูอาการของคนไข้
เดิมทีเวลยังคงสงสัยอยู่ ก็แค่เป็นลมไปไม่ใช่หรอ ต้องดูรายชื่อผู้ป่วยด้วยหรอ? แต่คำพูดต่อมาของหมอที่ พูดออกมานี้ กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกับถูกฟ้าผ่า

“ ก่อนหน้านี้ที่คนไข้มาเอง ผมก็พูดกับเธอแล้วว่า เธอเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย เดิมทีก็ไม่มีเวลามาก แล้ว การรักษาโดยใช้เคมีบำบัดก็แค่เพิ่มความทรมานขึ้น เท่านั้น……”

“ เดี๋ยว! ”

เวลจับแขนของหมอไว้ทันทีอย่างตกตะลึงเบิกตาก ว้าง : “ เมื่อครู่นี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ? มะเร็งสมองระยะ สุดท้าย? การเคมีบำบัดอะไรครับ? ”

“ คุณไม่รู้หรอครับ?

หมอขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจัง : “ ลิลา คนไข้คนนี้ ถูก ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย เป็นลมและ ดวงตาจะมองไม่เห็นอยู่บ่อยครั้ง เป็นเพราะว่าเซลล์มะเร็ง ที่เพิ่มขึ้นกดทับเส้นประสาทสมองไว้ แต่เมื่อครู่นี้ที่เราได้ ทำการตรวจ พบว่าเธอตั้งครรภ์แล้ว แต่ว่า……เราแนะนำ ให้เอาเด็กออกให้เร็วที่สุดจะดีกว่าครับ……

มะเร็ง……
ลิลาเป็นโรคมะเร็งสมอง ?!!

หลังจากที่หมอจากไปแล้ว เวลยืนอยู่ตรงทางเดิน เป็นเวลานานก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ ไหน เขาล้วงเอามือถือของตัวเองออกมาโทรไปหาฌอน

เรื่องของลิลา เขารู้สึกว่าฌอนมีสิทธิ์ที่จะรู้

“ คือ…… ลิลา เธอ……

แต่ว่า ไม่รอให้เขาพูดจบ ก็ถูกฌอนที่อยู่ปลายสาย ตัดบททิ้ง : “ อย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้นกับฉัน! ขยะแขยง

ฌอน นายไม่เป็นห่วงความเป็นความตายของลิลา จริงๆหรอ? ”

“ เธอตายสิ ฉันถึงจะยินดี!

วางสายแล้ว เวลรู้สึกว่าคอของตัวเองแห้งผาก คล้าย กับจะปริแตกออก

เขาก้มหน้าลงมองมือถือในมือของตัวเอง ส่ายศรีษะ อย่างจนปัญญา ฌอนเกลียดลิลาลึกมากจริงๆ!
ตอนที่เวลเปิดประตูห้องคนไข้ ลิลาก็ฟื้นอยู่แล้ว

มองเห็นเวล ลิลาตื่นตระหนกจนดวงตาก็เกือบหลุด ออกมานอกเป้าตาแล้ว กัดริมฝีปากของตัวเองแน่นร่างทั้ง ร่างเกร็งไปหมด

เวลมองเห็นอาการเกร็งของเธอแล้ว แกล้งทำเป็นว่า ตัวเองไม่รู้อะไรสักอย่าง พูดอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า : “ คุณเกร็งขนาดนี้ทำไมกัน? ผมไม่ใช่ฌอนนะครับ

“เมื่อครู่นี้ หมอพูดอะไรกับคุณไหมคะ?

“ ไม่พูดอะไรครับ แค่บอกว่าคุณท้องแล้ว

ท้อง?!

ลาก้มหน้าลงอย่างตกตะลึง มองหน้าท้องที่ยังคง แบนราบของตัวเอง ห้าปีแล้ว ในที่สุดเธอก็ท้องลูกของ ฌอนเสียที ในที่สุดเธอก็จะเป็นแม่แล้ว

ความยินดีทําให้ดวงตาของเธอมีน้ำตาคลอ เธอ ยกมือเรียวผอมของตัวเองขึ้นไปวางลงบนหน้าท้องแบน ราบของตัวเอง แต่ในขณะที่ปลายนิ้วเย็นที่สั่นจะแตะโดน หน้าท้องจู่ๆเธอก็หยุดการกระทำนั้น
เดิมทีริมฝีปากที่มีรอยยิ้มอยู่ตรงมุมปากค่อยๆแข็งที่อ ความหวังที่ออกมาจากดวงตาที่ตายไป ก็หม่นหมองไป หมดโดยไร้ที่สิ้นสุด

เธอจะตายในเร็วๆนี้แล้วนี่ จะไปคลอดลูกคนนี้ออกมา ได้ยังไงกัน?

“ แค่ก……….”

เวลที่ยืนอยู่ในห้องคนไข้ มองสีหน้าของลิลาที่ เปลี่ยนไปไม่หยุด ในใจก็รู้สึกไม่ดี เขากลัวว่าตัวเองยัง มองต่อไป ตัวเองก็จะกลายเป็นโรคประสาทอยู่แล้ว เลย รีบกระแอ่มไอออกมา

“ เอ่อ คือ……คุณพักผ่อนสักพักนะครับ ผมกลับไป ก่อนครับ ”

“ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็จะกลับไปแล้วค่ะ

เวลที่กำลังจะหันหลังกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ น้ำเสียงดัง ขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ : “ คุณเป็นอย่างนี้แล้วยังจะไม่อยู่ โรงพยาบาลอีก!

ลิลานึกไม่ถึงว่าการตอบสนองของเวลจะรุนแรง ขนาดนี้ เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี และเวลหลังจากที่พูดออกไปแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองอารมณ์ร้อนเกิน

ไป

กระแอ่มไปอีกครั้ง เขาก็ใจเย็นเหมือนเดิม : “ ผมส่ง คุณกลับไปนะครับ

คะ

ลิลาได้สติ พยักหน้า : “ ค่ะ ”

สำหรับเวลแล้ว แม้ว่าลิลาจะสนิทกับเขาแล้ว แต่ เพราะเป็นเพื่อนรักของฌอน ดังนั้นแม้ว่าจะรู้จักกันมา หลายปีแล้ว ลิลาก็ยังคงเกรงใจเขาอยู่เหมือนเดิม

ดังนั้น ทันทีที่ขึ้นมาบนรถของเวล เธอก็รีบพูดออกมา ว่า : “ รบกวนคุณแล้ว ขอบคุณนะคะ

เวลที่กำลังขับรถอยู่ เหลือบมองลิลาที่นั่งอยู่ข้างคน ขับ สีหน้าของเธอขาวซีดมาก แม้แต่ริมฝีปากก็ไร้สีเลือด ขนตาที่งอนยาวตามธรรมชาติหลุบลงต่ำเล็กน้อย ปิดบัง ดวงตาคู่นั้นที่ยิ้มเป็นตั้งแต่เกิด

เมื่อก่อนเวลรู้สึกว่าลิลาผู้หญิงคนนี้สวยมาก ไม่ว่าจะ อยู่ที่ไหนก็เป็นหญิงงามที่ดึงดูดสายตาของผู้คนได้ แต่ ภายใต้การทําร้ายของฌอน เขาเลิกสนใจความสวยของผู้หญิงคนนี้ตั้งนานแล้ว

“ ลิลา ”

คำพูดของหมอยังคงวนเวียนอยู่ในหู เวลก็กลั้นไว้ไม่ อยู่พูดออกมาเป็นความหมายกว้างว่า : “จริงๆแล้ว คุณไม่ จําเป็นต้องทรมานตัวเองเลยนะครับ

ลิลานึกว่าเขาพูดถึงเรื่องท้อง เผยรอยยิ้มออกมา อ่อนๆอย่างไม่คิดมาก : “ ผู้หญิงใจร้ายใจดำอย่างฉัน ทรมานคนอื่นแล้วก็ควรที่จะทรมานตัวเองแล้วค่ะ

คำพูดนี้พูดได้ไม่ผิด

ตามที่เวลรู้มาจากฌอน ลิลาผู้หญิงคนนี้ทำเรื่องเลว ร้ายต่อมาไม่น้อย ตระกูลไม่มีความดีเหลืออยู่เลย

แต่ว่าทำไม?

เวลไม่เข้าใจ ในเมื่อคนร้ายได้รับบทลงโทษจาก สวรรค์แล้ว แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงไม่ดีใจนะ กลับรู้สึก สงสารลิลาขึ้นมาซะงั้น?

ไม่มีเสียงพูดคุยกันตลอดทาง
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เวลจอดรถอยู่นอกประตู บ้านของลิลา

ลิลาลากร่างกายที่อ่อนล้าลงมาจากรถ หางตามอง เห็นแสงไฟอบอุ่นส่องออกมาจากตามหน้าต่างของบ้าน ตัวเอง

ฌอนกลับมาแล้ว?

เขากลับมาได้ยังไง?

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว หลังจากที่พ่อเสียชีวิตไป เขา ไม่ได้กลับมาบ้านหลังนี้เองนานมากแล้ว

ความหวัง ความยินดี ไม่อยากเชื่อ พุ่งขึ้นมาสู่สมอง ใหญ่ของลิลาไม่หยุด เธอตื่นตระหนกจนไม่รู้ว่าจะวางมือ วางเท้ายังไง

เวลมองลิลาที่เป็นอย่างนี้ สายตาเคร่งขรึมลงที ละน้อย ตรงข้ามกับความดีใจของลิลา เขาเป็นห่วง มากกว่า..…….

ว่าแล้ว เมื่อลิลาเดินไปถึงหน้าประตูบ้านอย่างรวดเร็ว ตอนที่นิ้วมือที่สั่นเทาเปิดประตูบ้านของตัวเอง ความรู้สึก มากมายก่อนหน้านี้กลายเป็นความตกตะลึงไปทันที!
มานี……

ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านของเธอ?!!!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ