คุณชายเพอร์เฟค

บทที่ 12 ร้านอาหารย



บทที่ 12 ร้านอาหารย

“หม? ”

หลินฝางชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อจูเยวเยวยังทำตัวเป็นมิตรกับ เขาอยู่เลย แต่ทำไมพอกลับมาถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้

“ยังไม่รีบลุกขึ้นอีก ตรงนั้นใช่ที่นั่งของนายซะที่ไหน? | จูเยวเยว่พูดออกไปด้วยน้ำเสียงตำหนิ “แล้วก็เอาแก้วน้ำที่

นายดื่มทิ้งลงถังขยะไปเลยนะ! ใช้ไปแล้ว คนอื่นจะใช้ต่อได้ยัง ไง สกปรกตายล่ะ!

หลินฝางยังคงงงงวย แต่เขาก็ลุกขึ้นเอาแก้วน้ำไปทิ้งลงถังขยะ

“กรอกข้อมูลเสร็จรึยัง? “จูเยวเยวนั่งลงตรงข้ามกับหลินฝาง แล้วพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

ตอนนี้หล่อนรู้สึกอึดอัดมาก

นายหลินฝางคนนี้เป็นถึงคนที่ประธานเวยชี้นิ้วสั่งว่าต้องการ จ เยวเยว่เลยนึกว่าเขาจะเกี่ยวข้องกับประธานเว่ย อย่างน้อยเขาก็ อาจจะเป็นญาติพี่น้องกันอะไรประมาณนั้น

แต่ใครจะรู้ ตอนที่จูเยวเยว่เข้าไปถามเรื่องเขาในห้องทำงาน ประธานเว่ย ที่แท้นายหลินฝางคนนี้ดันเป็นศัตรูหัวใจของ

ประธานเว่ย!

เสียดายเมื่อกี้ที่พยายามเอาใจหลินฝาง แถมยังคิดจะนอนกับเขาอีก!

พอมองไปยังเสื้อผ้าของอีกฝ่าย ในตอนนี้ที่ราคารวมกันไม่ถึง สองร้อยหยวน ยาจกชัดๆ ไอ้กระจอกเอ้ย!

“กรอกเสร็จแล้ว”

หลินฝางเอาเอกสารที่กรอกเสร็จแล้วยื่นไปตรงหน้าจูเยวเยว่

“อืม พรุ่งนี้นายเข้ามาทำงานที่ฝ่ายการตลาดได้เลย เงินเดือน พื้นฐาน 1800 เบี้ยขยัน 300 ค่าอาหาร 150 และคอมมิชชั่นอื่นๆ แยกต่างหาก” จูเยวเยวยื่นมือไปรับเอกสารของหลินฝางมาแล้ว โยนทิ้งไปบนโต๊ะโดยไม่เหลือบตามองเลยด้วยซ้ำ

“ครับ”

ถึงแม้หลินฝางจะรู้สึกไม่พอใจในท่าทีของจูเยวเยว่ แต่ยังไง เขาก็ได้งานทําแล้ว เขาเลยอารมณ์ดี

ถ้าหยางเสว่รู้เธอจะต้องดีใจมากๆแน่เลย

“อืม งั้นนายก็ไปได้แล้ว พรุ่งนี้อย่ามาสายล่ะ ” จูเยวเยว่พูด อย่างเย็นชา

“ครับ”

พูดจบหลินฝางก็เดินออกจากห้องไป

ไม่นานประมาณห้านาทีหลังจากนั้น จู่ๆประตูห้องทำงานก็ถูก ผลักเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา

ชายคนนี้สวมชุดสูท หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง หุ่นดีมากๆ เขาคือเว่ยหยู่นั่นเอง!

“ประธานเว่ย……..

เมื่อเห็นเว่ยหยู ตาของจูเยวเยวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอ รีบพุ่งตัวออกไปต้อนรับแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงหวาน “คุณตั้งใจ แกล้งฉันรึเปล่าเนี่ย ทำไมไม่บอกก่อนว่าหลินฝางเป็นศัตรูหัวใจ ของคุณ!

“หึหึ แต่จะว่าไปใช้คำว่าศัตรูหัวใจจะไม่เป็นการให้เกียรติเขา มากเกินไปหรอกเหรอ” จูเยวเยวพูดขึ้นอีก “นายหลินฝางนั่นแค่ ดูก็รู้แล้วว่าจน เขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นศัตรูหัวใจ ประธานเว่ยได้หรอก! ”

“ใช่ เขาไม่มีคุณสมบัติพอแน่นอน

เว่ยหยู่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ไม่รู้ทำไมไอ้นี่ถึงได้โชคดีได้ หยางเสมาเป็นภรรยา

พอคิดถึงตรงนี้ ความเกลียดชังที่อยู่ในใจของเว่ยหยูก็ล้น ทะลักออกมา

“หลินฝางว่าไงบ้าง? ”

“เขาเริ่มทำงานพรุ่งนี้” จูเยว่เยวตอบ

“แล้วเรื่องที่ฉันสั่งไว้ก่อนหน้านี้ล่ะ……

“วางใจได้เลยค่ะประธานเว่ย ไอ้หลินฝางนั่นเป็นศัตรูหัวใจ ของท่าน แถมยังมาทำงานที่บริษัทของคุณอีก รนหาที่เองชัดๆตั้งแต่นี้ไปเขาไม่มีทางได้อยู่อย่างเป็นสุขแน่! “เยวเยวยิ้มออก มาอย่างชั่วร้าย

“อืม งั้นก็ดี” เว่ยหยู่พยักหน้า

หลินฝางเดินออกมาจากบริษัทแล้วกำลังจะโบกรถกลับบ้าน เพื่อกลับไปพักผ่อนรอไปทำงานในวันพรุ่งนี้

ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากท่านหยุน

“ฮัลโหล ท่านหยุน”

“คุณชายตอนนี้ว่างอยู่ไหมครับ? ” ท่านหยุนถามขึ้น

“มีอะไรรึเปล่า? “หลินฝางถาม

“คือว่าเสิ่นหวยชุนที่เป็นหัวหน้าของสาขาภาคตะวันออกอยาก จะเชิญท่านไปทานข้าวด้วย เขาอยากเจอท่านนะครับ” ท่านหยุ นพูดตอบ “เสิ่นหวยชุนบอกกับผมว่า เรื่องที่คุณชายถูกทาง ตระกูลยกเลิกข้อจำกัด เขาที่เป็นหัวหน้าสาขาภาคตะวันออกจึง กลัวว่าถ้าไม่มาพบท่าน นี่จะเป็นการเสียมารยาท ไม่รู้จักที่ต่ำที่ สูง และแน่นอนว่าถ้าหากคุณชายไม่ว่างเรื่องนี้ปล่อยให้เสิ่นหวย ซุนรอไปก่อนก็ได้ พอท่านว่างเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที

“ถ้าเป็นตอนนี้ก็ว่างอยู่”

หลินฝางคิดไปคิดมาพลางพูดออกไป ตอนนี้เขาก็ถูกยกเลิก ข้อจํากัดแล้ว ยังไงก็ควรไปเจอคนของตระกูลหน่อย
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปบอกเสิ่นหวยชุนให้ ส่วนสถานที่ที่นัด ทานข้าวคือห้องโหลงของร้านอาหารซุยหูนะครับ ทางเสิ่นหวย ฮุนได้จัดเตรียมอาหารอะไรไว้เรียบร้อยแล้ว คุณชายไปตอนนี้ได้ เลย”

“เข้าใจแล้ว”

หลังจากวางสาย หลินฝางก็โบกรถแท็กซี่คันหนึ่งเพื่อไปที่ร้าน อาหารซุ่ยหู

“ไอ้หนูน อนาคตไกลนี่หว่า! ”

เมื่อได้ยินว่าหลินฝางจะไปร้านอาหารซุ่ยหู คนขับรถแท็กซี่ พูดชมขึ้น “ได้เข้าทำงานที่ร้านอาหารยหูตั้งแต่อายุยังน้อย น่า อิจฉาจริงๆ!

ร้านอาหารชุยหูเป็นหนึ่งในร้านอาหารชั้นนำของเมืองตงไห่ ที่

นั่นต้อนรับแต่พวกชนชั้นสูง อาหารมื้อหนึ่งราคาต่ำสุดอยู่ที่ห้าถึง หกหมิ่นหยวน หลินฝางนั้นยังดูอายุน้อยบวกกับเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ดูไม่เหมือน

คนรวย อีกฝ่ายจึงคิดว่าเขาทำงานอยู่ที่ร้านอาหาร ย

“ได้ยินมาว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารชุ่ยหูได้เงิน เดือนเดือนนึงตั้งแปดเก้าพัน ได้เยอะกว่าผมที่ขับแท็กซี่อยู่ด้วย ซ้ำ! “คนขับแท็กซี่มองไปที่หลินฝางแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียง จริงจัง

“ไอ้หนู การที่ได้เข้าไปทำงานที่ร้านอาหารซุ่ยหูถือว่าเป็นความโชคดีของคุณนะ คุณต้องรักษาโอกาสนี้ไว้ดีๆ

หลินฝางได้แต่ยิ้ม ไม่พูดอะไร

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าร้าน อาหารซุ่ยหู

หลินฝางลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปทันที

การตกแต่งของร้านอาหารสุ่ยหูดดูมีเสน่ห์แบบคลาสสิค ภายในมีสวนเทียม มีลำธารขนาดเล็ก และบางครั้งก็มีเสียงนก เจื้อยแจ้วดังขึ้นมาเป็นระยะๆ

ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่ที่ริมทะเลสาบยานของเมืองตงไห อากาศที่นี่สดชื่น วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ผู้ที่มาใช้บริการที่นี่จึง สามารถเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและทานอาหารไป ด้วยได้ ทว่าคนที่จะเข้าออกที่นี่ได้ส่วนมากจะเป็นพวกคนสำคัญ ในแวดวงสังคม

“ห้องโว่หลง…..”

หลินฝางเดินวนไปวนมาในร้านอาหารจนเวียนหัวแล้ว เนื่องจากร้านหารซุ่ยหูค่อนข้างใหญ่โต เขาเดินหาห้องโหลงอยู่ ตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่เจอ เขาจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปถามใครซัก คน

ทันใดนั้นเองก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนมา

หญิงสาวหน้าตาสะสวยรูปร่างสูงเพรียว เธอสวมเสื้อยืดสีขาว รัดรูปโชว์หน้าท้องเล็กน้อยดูเป็นเด็กสาววัยรุ่น ส่วนด้านล่างก็ใส่กางเกงยีนขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขาที่ขาวเนียน รวมๆแล้วดู สดใสมาก

เธอปล่อยผมสีดำยาวสลวยพาดไว้ด้านหลัง ใบหน้าของเธอ ขาวเนียนละเอียด นัยตามีความขี้เล่นแฝงอยู่ ดูๆแล้วน่าจะอายุ ราวๆยี่สิบปี เพราะเธอยังดูวัยรุ่นอยู่

“ขอโทษนะครับขอถามอะไรหน่อย ห้องโหลงอยู่ตรงไหน หรอครับ? “หลินฝางเดินเข้าไปถามด้วยรอยยิ้ม

ต้องบอกเลยว่าผู้หญิงตรงหน้าดูโดดเด่นมาก เธอทั้งดูสดใส น่ารัก ขี้เล่น……

“คุณจะไปห้องโหลงเหรอคะ?”

เด็กสาวเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ “คุณจะไปห้องโว่ หลงทำไมคะ? หรือว่าคุณเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหาร ย หู? ไม่ใช่สิถ้าเป็นพนักงานเสิร์ฟก็ต้องรู้ว่าห้องโหลงอยู่ตรง ไหน! ”

เด็กสาวกระพริบตาปริบๆด้วยความสงสัย

“ผมจะไปทานอาหารที่ห้องโหลง มีปัญหาอะไรรึเปล่า ครับ? “หลินฝางถามกลับ

“ทานอาหารงั้นเหรอ? ”

เด็กสาวอึ้งไปพักหนึ่ง เธอเอามือกุมท้องพร้อมกับหัวเราะร่า ออกมา “คุณอย่ามาหลอกฉันเลย คุณเนี่ยนะจะไปทานอาหารที่ห้องโหลง? ฉันรู้จักคนที่ไปทานอาหารในห้องโหลงวันนี้ ทั้งหมด ไม่มีคนอย่างคุณหรอก! โกหกไม่เนียนเลยนะ!

“อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าฉันดูถูกคุณหรอกนะ แต่ว่าดูการแต่งตัว ของคุณสิ แค่อาหารไม่กี่จานในห้องโหลงก็เท่ากับเงินเดือนของ คุณแล้ว คุณจะไปทานอาหารที่ห้องโหลง คุณมีเงินจ่ายเหรอ?

“เห้อ” หลินฝางส่ายหน้าไปมาอย่างจนปัญญา ทำไมคนสมัยนี้ ถึงชอบใช้เสื้อผ้าเป็นตัววัดว่าอีกฝ่ายมีเงินหรือไม่มีเงินกันนะ

“เอิ่ม ถ้างั้นก็หลบไปเถอะ ผมจะไปทานข้าว

เด็กสาวรีบก้าวเข้าไปหาเขาโดยไม่พูดไม่จา แต่เนื่องจาก เคลื่อนไหวเร็วเกินไปบวกกับพื้นของร้านอาหารซุ่ยหูถูกปูด้วยหิน ทั้งหมด เธอไม่ทันระวังจึงสะดุดหินล้มลง

“ว้าย!

เธอร้องกรี๊ดด้วยความตกใจพร้อมกับล้มลงไปในอ้อมแขนของหลินฝาง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ