Agent Couple คู่รักสายลับ

ตอนที่ 11 ไปตามนัด ช่วยชีวิตคน



ตอนที่ 11 ไปตามนัด ช่วยชีวิตคน

มู่จิ้งเหยียนเพิ่งจะเข้าประตูมหาวิทยาลัยมา ระหว่างทางได้ถูก ขวางไว้โดยร่างที่สูงเพรียว เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าที่ กําลังโกรธของส่งเสี้ยนด้วยสายตาเย็นชา ซึ่งเขาก็กำลังมองเธอ อย่างเย็นชาเช่นกัน เธออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น

“เธอบอกมา เธอกับผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกัน เธอถูกเขาเลี้ยง

ดูแล้วจริงเหรอ” สั่งเสี้ยนถามออกไปด้วยความไม่พอใจ

มู่วิ่งเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังผู้ชายตรงหน้าที่กำลัง โกรธ สายตาของเธอแสดงออกถึงความหงุดหงิด พร้อมพูดไป ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันจะถูกใครเลี้ยงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย หลีกไป!”

“ฉันไม่ไป มู่วิ่งเหยียน เธอบอกฉันมา เธอกับผู้ชายคนนั้น ตกลงเป็นอะไรกันแน่ รู้มั้ยข่าวลือเรื่องที่เธอมีเสี่ยเลี้ยง คนเขารู้ กันทั้งโรงเรียนแล้ว เธอยังไม่รู้สึกละอายใจบ้างเหรอ”

สีหน้าและการแสดงออกของส่งเสี้ยน เริ่มหงุดหงิดมากขึ้น จ้องมองไปยังวิ่งเหยียนด้วยความเยือกเย็น

“รู้ก็รู้ไปสิ นายไปซะเถอะ นายไม่ต้องมากังวลใจเรื่องของฉัน หรอก!” มู่นิ่งเหยียนเริ่มจะหมดความอดทน และเริ่มเกลียดสูง เสี้ยนมากขึ้น

“มู่วิ่งเหยียน นี่เธอยังมียางอายอยู่รึเปล่า ให้เขาเลี้ยงดูแล้วยังจะกล้าที่จะพูดเต็มปากเต็มคำ” สั่งเสี้ยนตะคอกใส่

มู่นิ่งเหยียนหัวเราะอย่างเย้ยหยัน จ้องมองสั่งเสี้ยนที่กำลัง โกรธด้วยความเย็นชา แล้วพูดไปอย่างเยาะเย้ย โดยไม่สนใจคำ ดูถูกเหล่านั้น “ส่งเสี้ยน นายคิดว่านายเป็นใคร มีสิทธิอะไรมาหุ้น จ้านเรื่องของฉัน”

“ฉัน…….. เมื่อถูกวิ่งเหยียนมองด้วยสายตาเยาะเย้ยและ เย็นชา ส่งเสี้ยนก็พูดอะไรไม่ออก ความโกรธบนใบหน้าเขาก็ได้ เบาบางลง คิ้วที่ขมวดก็ค่อยๆคลายออก

“จิ่งเหยียน ฉันรู้ว่าฉันไม่มีอะไรสักอย่าง แต่ฉันจริงใจกับ เธอจริงๆ ฉันไม่สามารถเห็นเธอหลงผิดได้ เรากลับมาเป็น เหมือนเดิมอีกครั้งนะ ฉันสาบานว่าจะดูแลเธออย่างดี”

พูดแล้ว ส่งเสี้ยนก็ยื่นมือออกไปเพื่อจะกอดจึงเหยียน

วิ่งเหยียนมองไปยังมือคู่นั้นที่กำลังเอื้อมมา แววตาเธอได้ เปลี่ยนเป็นความเย็นชา แล้วเอนตัวหลบไปด้านหลังเล็กน้อย เพื่อหลบหลีกการแตะต้อง ของส่งเสี้ยนอย่างเยือกเย็น

การแสดงออกของเธอแบบนั้น ทำให้ส่งเสี้ยนโกรธมาก จน แสดงความรู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวลออกมาทางดวงตา “มู่ จึงเหยียน เธออย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน วันหนึ่งฉันจะทำให้เธอ ต้องขอร้องให้ฉันกลับมาหาเธอ

ส่งเสี้ยนตะโกนร้องออกไปอย่างเย็นชา แล้วหันหน้าหนีอย่าง รวดเร็ว
มู่จิ่งเหยียนไม่ได้มองสั่งเสี้ยน ที่กำลังเดินจากไป เธอเดินไป ยังอาคารหอพัก ระหว่างทางทุกคนต่างจ้องมองเธอ แต่เธอก็ยัง คงเฉยเมยต่อสายตาเหล่านั้น

กลับถึงหอพัก เธอไม่เห็นเงาร่างของเซียนเขียน ก็คิดว่าคง ออกไปเที่ยวข้างนอก และโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น

ขณะที่หยิบโทรศัพท์ออกมา พบว่าเป็นเบอร์ของคนแปลกหน้า เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดว่าเป็นเบอร์ของผู้ชายคนนั้นอีก ขณะที่ กำลังจะตัดสายทิ้ง เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนด่าทุบตี กรีดร้องดัง มาจากปลายสาย

“ใคร” มู่วิ่งเหยียนถามไปยังปลายสายอย่างเย็นชา แต่สีหน้า ของเธอเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและหวาดกลัว

เธอคุ้นเสียงกรีดร้องนั้นมากๆ พึมพำว่า ต้องเป็นเซียนเชี่ยน

เชี่ยนเชี่ยนอาจจะกำลังถูกทำร้ายอยู่รึเปล่า

“เฮ้ย มวิ่งเหยียน รีบมาที่ภูเขาข้างมหาวิทยาลัย หากเธอกล้า ที่จะไม่มา ฉันจะฆ่าเหลิ่งเชี่ยนเชี่ยนแน่!” โทรศัพท์ที่โทรเข้ามา นั้น เป็นเสียงผู้ชายที่แปลกหน้าและดูโหดเหี้ยม

มู่วิ่งเหยียนขมวดคิ้ว พร้อมพูดอย่างเย็นชา “ฉันไปก็ได้ แต่แก ห้ามทำอะไรเหลิ่งเชี่ยนเชี่ยนนะ ถ้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเส้น ขน ฉันจะเอาคืนแกสิบเท่า!!

“วะฮ่าๆ มู่วิ่งเหยียน แกมันโง่หรือบ้ากันแน่ แกคิดว่าแกมีสิทธิ อะไรมาต่อรองเงื่อนไขกับฉันแบบนี้ สิ่งที่แกควรทำคือ มาหาฉัน เดี๋ยวนี้”
เสียงผู้ชายโหดเหี้ยมคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ข้างๆตัวเขามีเสียง ของผู้ชายหลายคนตะโกนด่าทอด้วยถ้อยค่าสกปรก

“เหยียนเหยียน อย่ามานะ ฉันไม่เป็นอะไร อะ ตายซะเถอะ ถ้า พวกแกแน่ก็ฆ่าฉันสิ

เสียงของเหลิ่งเชี่ยนเชี่ยนสวนมาทันที ฟังเสียงนั้นแล้วมัน กระทบก้นบึ้งหัวใจของมวิ่งเหยียน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นความ เลือดเย็นอำมหิต แววตาแสดงออกถึงความอาฆาต

ได้ อกล้าจะแตะต้องเพื่อนของเธอ เธอก็จะต้องรู้ให้ได้ว่า ใครกันที่กล้าทำเรื่องแบบนี้

เมื่อวางสายโทรศัพท์ในมือแล้ว จึงเหยียนได้ออกจาก หอพัก เดินออกจากมหาวิทยาลัยมุ่งไปทางภูเขา

เมื่อมองจากระยะไกล เธอมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังลากเห ลิ่งเชี่ยนเซียนอยู่บนพื้น ทั้งเตะทั้งต่อย จึงเหยียนเห็นแบบนั้น สายตาอันเยือกเย็นได้แตกสลายในทันที กลายเป็นสายตาแห่ง ความเกลียดชังและอาฆาต

เมื่อได้เห็นว่าวิ่งเหยียนได้มาจริงๆแล้ว ชายที่เป็นหัวโจกมอง เธอและพูดด้วยความเหยียดหยาม “ไม่นึกเลย แกจะกล้ามา จริงๆ และแกก็ไม่กลัวว่าจะต้องเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ที่นี่

“ฉันมาแล้ว ตอนนี้พวกแกก็ปล่อยเขาได้แล้ว!”

นัยน์ตาที่ดูเย็นชานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจ เมื่อได้เห็น เหลิ่งเชี่ยนเซียนกำลังพยายามม้วนตัวขึ้นมาจากพื้นดิน เธอรู้สึกผิดอยู่มาก เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้ต้องการจะจัดการกับเธอ แต่ กลับทำให้เขียนเซียนต้องมารับได้รับความไม่เป็นธรรม

“เหยียนเหยียน เธอไม่ควรมาที่นี่!” เสียงที่อ่อนล้าของเหล่ง เชียนเขียนสวนขึ้นมา ดวงตาสีแดง และรอยบวมแดงเริ่ม ปรากฏบนใบหน้าที่ถูกทุบตี หลังจากจ้องมองมาที่วิ่งเหยียน ดวงตาของเธอก็ปิดลงและสลบไป

“พวกแกกล้าทำร้ายเธอจนอยู่ในสภาพนี้ ใครเป็นคนลงมือ ออกมา!”

เมื่อได้เห็นอาการบาดเจ็บของเหล่งเรียนเชี่ยน เธอกำลังตก อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและกระอักกระอ่วนใจ ความ โกรธแค้นของมู่จิ้งเหยียน รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เห็นหน้า ของคนโฉดสิบกว่าคนที่อยู่ตรงหน้า

ความเกลียดชังและเยือกเย็นของวิ่งเหยียนที่ไหลเวียนไปทั่ว ร่างกาย ทําให้คนสิบกว่าคนนั้นเริ่มเสียความมั่นใจเล็กน้อย

ตามคำบอกของผู้ว่าจ้าง วิ่งเหยียนคนนี้ ควรจะเป็นผู้หญิงที่

อ่อนแอ เหตุใดจึงมีลมหายใจที่น่ากลัวอันตรายแบบนี้

“นี่เหรอมวิ่งเหยียน มีคนซื้อชีวิตเธอไว้ว่าไม่ต้องการให้เธอ ต้องทุกข์ทรมาน มาให้พวกเรามัดมือซะดีๆ ไม่อย่างนั้นจะมาว่า พวกเราโหดร้ายไม่ได้นะ

“งั้นเหรอ”

แววตาที่ดูน่ากลัวและอันตรายของมู่จึงเหยียน ใบหน้าที่ดูเย็นชาไม่แยแสต่อสิ่งใด บัดนี้เต็มไปด้วยความกระหายเลือดจาก

ความเย็นชาและอาฆาต นานมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าลงมือกับเธอ แววตาที่เปล่งประกายอย่างแรงกล้า พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ต่อผู้คนกว่าสิบคน ที่อยู่เบื้องหน้า “พวกแกจะลองดูก็ได้นะ มา

ลองดูสิว่าพวกแกจะทำอะไรฉันได้มั้ย ”

“ฮ้ย พูดดีๆด้วยแล้วไม่ยอมทำตาม อย่างนั้นก็อย่ามาโทษ พวกเราละกัน”

ชายหัวโจกตะคอกใส่ ร่างคนกว่าสิบคนนั้นได้ล้อมวิ่งเหยียน ไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภที่อยากจะได้เธอ มองสำรวจเธอ ทั่วเรือนร่างด้วยความปรารถนาอย่างกลัดมัน

“ลูกพี่ เขาคนนั้นบอกว่า ร่างกายของผู้หญิงคนนี้ปล่อยให้พวก เราจัดการได้เลย งั้นพวกเรามาเพิ่มกำลังใจกันก่อนดีมั้ย

ผู้ชายที่ดูเหมือนโจรคนหนึ่งยิ้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ตาทั้งคู่ กำลังจ้องมองดูใบหน้ารูปไข่อันสวยงามของมวิ่งเหยียน

“ฮ่าๆๆ ดี วันนี้จับผู้หญิงมาได้ เราน่าจะมามีความสุขร่วมกันดี กว่า” ชายผู้เป็นหัวโจกแสดงให้เห็นถึงดวงตาที่เต็มไปด้วยความ โลภและรอยยิ้มมีนัย

เมื่อมองไปยังชายกว่าสิบคนนั้นที่ใกล้เข้ามา สายตาที่เยือก เย็นของมู่จิ่งเหยียน แสดงออกถึงความอาฆาต ร่างกายก็รู้สึกมี พลัง แบกความเกลียดชังและความอาฆาตนั้นไว้ ทันใดนั้นชาย กลุ่มนั้นก็ได้จู่โจมเข้ามา
ด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยม และความคล่องแคล่วในการลงมือ มัน รวดเร็วจนมองไม่ทัน หมัดและเท้าที่มีความประสานกัน จึงเหยี ยนได้เตะกระเด็นไปหลายคน

ไม่มีใครคาดคิดว่าร่างอันเพรียวบางและตัวเล็กแบบเธอ จะ ทรงพลังและอาฆาตได้ขนาดนี้ การเคลื่อนไหวที่ดุร้าย แต่ละหมัด ที่ต่อยลงไปล้วนแต่โดนจุดอ่อนของพวกมัน

“ปัง ปัง ปัง”

“อ้า ซี้ด

เสียงของการกระแทกพื้นดังแล้วดังอีก เสียงกรีดร้องที่น่ากลัว และเสียงของกระดูกที่ถูกบดขยี้ โดยมจึงเหยียน ความอาฆาต แค้นและความกระหายเลือดของมวิ่งเหยียนยังคงถูกระเบิดออก มาอย่างบ้าคลั่ง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ