อเวจีขยีสวาท

เจ้าบ่าวมัจจุราช (70%)



เจ้าบ่าวมัจจุราช (70%)

สิ้นเสียงของบาทหลวง เจ้าสาวกลับทำท่าอึกอัก

“เอ่อ..”

“ตอบให้ดีๆ นะ ไม่งั้นโดน “ฟัด” ต่อหน้าทุกคนแน่” จอมวาย ร้ายกระซิบขู่เสียงเย็นเยียบ

“คนป่าเถื่อน! กักขฬะ! หยาบคาย

“นั่นแหละสันดานดีๆ ของสามีเธอ”

ก่อนที่บาทหลวงจะได้กล่าวถามไถ่อีกครา เจ้าสาวคนสวย เอ่ยเสียงหวาน อย่างพยายามข่มกลั้นความไม่พอใจที่ถูกผู้ซึ่ง กำลังได้ชื่อว่าเป็นสามีบังคับแกมขู่เข็ญอย่างเผด็จการ

“รับค่ะ…ข้าพเจ้านางสาวมะลิร้อย สร้อยมาลา ขอสัญญากับ พระองค์ว่า จะขอรับนายวูล์ฟ แอนเดอร์ตัน เป็นสามีของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน สุขหรือทุกข์ เจ็บป่วยหรือสุขสบาย สัญญาว่าจะรัก เชิดชู ดูแล และซื่อสัตย์ต่อเขาผู้เป็นสามีตลอดไป จนกว่าความตายจะมาพรากเราจากกัน

“ความสมัครใจที่ท่านทั้งสองได้แสดงต่อหน้าพระศาสนจักร ขอพระเจ้าทรงพระเมตตาทะนุบำรุง ให้เข้มแข็ง และประทาน พระพรแก่ท่านทั้งสองอย่างอุดมสมบูรณ์เทอญ สิ่งที่พระเจ้าได้รวมไว้ให้ชิดสนิทกัน มนุษย์อย่า แยกออกจากกันเลย” จากนั้นบ่าวสาวก็แลกแหวนแต่งงาน

“พ่อขอประกาศให้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องนับ ตั้งแต่นี้

เมื่อบาทหลวงอนุญาตให้ทั้งคู่จุมพิตกันได้ หญิงสาวก็ส่ายหน้า เบาๆ พร้อมส่งสายตาวิงวอนสามีหมาดๆ ทว่าสิ่งที่เขาตอบกลับ มาคือแววตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์จนน่าหวาดหวั่น และในเสี้ยว นาทีต่อมามะลิร้อยก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อพ่อเจ้าประคุณตวัดร่าง อ้อนแอ้นเข้าสู่อ้อมอก แล้วก้มลงบดขยี้เรียวปากสีกุหลาบหนักๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนถึงใจ หญิงสาวทั้งทุบทั้งหมึกให้ อีกฝ่ายหยุดทําให้เธอขายหน้า แต่วูล์ฟกลับตรึงท้ายทอยสลวย ให้รับจุมพิตที่ตนมอบให้อย่างถนัดถนี้ เล่นเอาแขกในงานต่าง พากันเป่าปากแซวไม่ขาดสาย เพราะนึกถูกใจกับการแสดง ความรัก ในแบบห่ามดิบของเจ้าบ่าวมัจจุราช กว่าเขาจะปล่อย เธอเป็นอิสระได้ ก็ต่อเมื่อตักตวงความหวานในกระพุ้งแก้มอิ่ม อุ่นจนหนำใจ และสัมผัสได้ว่าลมหายใจของเมียเด็กสะดุดขาด เป็นห้วงๆ

หลังจากพิธีการทุกอย่างเสร็จสิ้นลง มะลิร้อยก็ยืนทำหน้าเศร้า น้ำตาซึมอยู่บริเวณประตูโบสถ์เธอเข้าใจความรู้สึกของการถูกทิ้งอย่างถ่องแท้ เมื่อป้ากับลุงหัน หลังให้โดยปราศจากคำล่ำลา วินาทีนั้นมะลิร้อยรู้สึกคิดถึงบ้า เบคก้าและเพื่อนสาวจับจิต แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ถูกเชิญมาร่วมงาน เช่นเดียวกับทุกคนในฟาร์มพอร์ตแมนที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้มาร่วม งานวิวาห์ สาวน้อยยืนเคว้งคว้างอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจ เดินออกจากโบสถ์อย่างไม่เหลียวหลัง เธอต้องการไปตั้งหลัก ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับสามีหมาดๆ และที่ที่มะลิร้อยคิดว่าพอที่จะ ไปขออาศัยซุกหัวนอนได้ก็คือบ้านญาติของเพื่อนสนิท ซึ่งอยู่ใน ละแวกเดียวกันกับฟาร์มพอร์ตแมน ส่วนวูล์ฟนั้นก็ถึงกับอ้าปาก ค้างในความพยศที่เมียเด็กเริ่มจะเผยออกมาให้ประจักษ์ทีละนิด เมื่อตั้งสติได้อภิมหาเศรษฐีหนุ่มจึงรีบสาวเท้าก้าวตามมา ก่อนจะ คว้าหมับเข้าที่ข้อมือกลมกลึง แล้วกระชากร่างสวยสะพรั่งเข้าไป แนบอกอุ่น จากนั้นก็จัดการรวบเอวอ้อนแอ้นด้วยวงแขนก

“จะไปไหนคือ…” เขาจงใจก้มลงกระซิบ ก่อนจะดูดปากอิ่ม แรงๆ อย่างอดใจไม่ไหว

จ๊วบ!!!

“คนบ้า! ปล่อยนะ!” เจ้าของใบหน้าแดงแจ๋ด่าทอ พลางขึ้น กายให้หลุดพ้นจากพันธนาการแกร่ง ส่วนนัยน์ตากลมโต ฉายแววความหวาดหวั่นก็หันซ้ายแลขวา เพื่อ จะดูว่ามีใครเห็นการกระทำอันแสนประเจิดประเจ้อของพ่อหนุ่ม พันธ์ดิบหรือไม่ และกิริยาลนลานนั้นก็น่ารักชะมัด ในสายตาคนที่ เพิ่งมีเมียเป็นตัวเป็นตน

ตอบมาก่อน ว่าจะไปไหน” แทนที่จะปล่อยพ่อเจ้าประคุณ กลับใช้วงแขนแกร่งเพียงข้างเดียวกระชับอ้อมกอดให้แน่นเป็น เท่าตัว แล้วเชยคางมนขึ้นมาถามไถ่ด้วยน้ำเสียงกระด้าง แต่ แววตากลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

“จะกลับบ้าน” เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบ ยามที่ร่างกายแนบ ชิดกับอีกฝ่ายเช่นนี้ทำให้มะลิร้อยไม่เป็นตัวของตัวเอง หัวใจดวง น้อยเต้นไม่เป็น

“ไม่ให้กลับ!” จอมเย่อหยิ่งเอ่ยอย่างเฉียบขาดชิดกลีบปากน่า

จูบ

“คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน” สาวน้อยสวนกลับอย่างฉุนๆ

“สิทธิ์ในความเป็น ‘ผัว’ เธอยังไงล่ะเด็กน้อย” วาจายอกย้อน ที่หลุดออกมาจากปากเซ็กซี่ทำให้คนตัวเล็กแทบหน้าไหม้ ก่อน จะกลั้นใจเอ่ยค้านเสียงแข็งๆ

“คุณไม่ใช่…” ยังไม่ทันจะตอบโต้ให้จบประโยคสาวน้อยก็ต้องอ้าปากค้างและเบิกตาโพลง เมื่อพ่อเจ้าประคุณ จงใจแนบหน้าผากกว้างกับหน้าผากมน ยังผลให้จมูกของทั้งคู่ จรดกัน ริมฝีปากอยู่ใกล้เพียงแค่คืบ แต่ที่มันทำให้เธอแทบจะ หยุดหายใจคือแววตาต่างสานสบอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

“ถ้ายังกล้าเถียงอีกแม้แต่คำเดียวล่ะก็ ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งถึง แก่นแน่นั่งหนู ว่าฉันน่ะเป็นตัวของเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่าง เธอ” วูล์ฟจงใจยื่นปากเซ็กซี่เข้าใกล้กลีบปากสั่นระริกมากยิ่งขึ้น ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดค่า

“คนบ้า! อย่านะ!” มะลิร้อยร้องห้ามปรามเสียงดัง พลางทำ หน้าอื่นๆ ขณะออกแรงดิ้นรนขัดขืนให้หลุดพ้นจากการตีกรอบ ล้อมวงด้วยวงแขนแกร่งอย่างบ้าคลั่ง แต่ความพยายามของเธอ กลับไม่เป็นผลดังเดิม

“ถ้าไม่อยากให้ทำก็หัดเชื่อฟังผัวซะบ้าง

“ให้ฉันกลับบ้านเถอะนะคะ วันที่จะเดินทางไปอเมริกาฉัน สัญญาว่าจะมาหาคุณ” มะลิร้อยช้อนนัยน์ตาสีน้ำผึ้งมองใบหน้า หล่อระเบิดระเบ้อ แล้วเอ่ยวิงวอนเสียงอ่อนหวาน การได้เผชิญ หน้ากับเขาในก่อนหน้านี้ ทำให้สาวน้อยรู้ว่าการตอบโต้ที่รุนแรง ไม่เกิดผลดีเลยแม้แต่น้อย

“ไม่เอา มีผัวแล้วก็ต้องอยู่กับผัวสิ” เขาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจจนน่าหมั่นไส้

“แต่ว่า…” สาวน้อยคัดค้านได้เพียงเท่านั้นก็ต้องลมหายใจ สะดุด เมื่อพ่อเทพบุตรในดวงใจจรดปลายนิ้วกระด้างลงตรง เรียวปากจิ้มลิ้มเป็นเชิงห้ามปราม

“ไม่มีแต่ ถ้าไม่อยากให้ผัว ฟัด” ตรงนี้ก็หุบปาก แล้วทำตาม คำสั่งซะ” คนเอาแต่ใจเริ่มออกลายเผด็จการอย่างร้ายกาจ พร้อมทำหน้าดุๆ ข่มเมียเด็กให้หงอ

“บ้าอำานาจ! เผด็จการ!” เธอเผลอทําหน้าง ด้วยความลืมตัว กิริยาน่ารักน่าชังทำให้วูล์ฟอดอมยิ้มด้วยความเอ็นดูระคนมัน เขียวไม่ได้ บ้าเอ๊ย! เขาเห็นว่ายัยเด็กน่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ ให้ตายสิ! ครั้นคิดได้พ่อเจ้าประคุณก็ทำหน้าถมึงทึงทันควัน

“แม่ตัวดี! เธอกล้าท้าทายฉันเหรอ” วูล์ฟพูดเหมือนคำราม

“ไม่แล้ว ฉันจะไม่ดื้อแล้ว” ที่สุดแม่สาวน้อยที่พยศก็ต้องส่าย หน้าหรืออย่างยอมจำนน เธออยากจะเน้นเสียงเถียงคอเป็นเอ็น แต่กลับไม่กล้าพอ เพราะแค่เห็นเขาทำหน้ายักษ์ใส่เธอก็ขลาด กลัวจนตัวสั่นงันงกเสียแล้ว
“ดีมากเด็กดี เดี๋ยวผัวจะให้รางวัล” วูล์ฟเอ่ยชมเสียงทุ้มเจือ ละมุน พลางใช้หลังมือข้างที่ว่างได้พวงแก้มสุกปลั่งอย่างอ่อน โยน ก่อนจะคลายวงแขนจากเอวบาง แล้วรวบข้อมือกลมกลึงไว้ ในอุ้งมือ ใหญ่ พร้อมเอ่ยออกมา “ไป…กลับโรงแรมกัน ฉันจะไป ส่งเธอที่ห้องก่อน แล้วจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ

“แปลว่าคืนนี้คุณจะไม่กลับมานอนที่ห้องใช่ไหมคะ” มะลิร้อย โพล่งขึ้นด้วยท่าทางยินดีอย่างออกนอกหน้า จนพ่อหมาป่าจอม วายร้ายต้องกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

“เมื่อวานนี้ก่อนจากกันฉันบอกเธอว่าไงคือ…” วาจาที่หลุดออก มาจากปากหยักทําให้พวงแก้มคนฟังพลันซับไปด้วยรอยเลือด ฝาดทันตาเห็น

“ว่าไงล่ะ” เมื่อเห็นคนตัวเล็กเอาแต่ทำท่าตกตะลึง วูล์ฟจึง แกล้งเอ่ยเร่งเร้าเสียงเข้ม

“เอ่อ…ฉันจำไม่ได้แล้วค่ะ” สาวน้อยก้มหน้างุด แล้วอุบอิบ อย่างเอียงอาย

“งั้นฉันจะทวนความทรงจำให้ฉันบอกเธอว่า…หลังจากจบ งานแต่งเฮงซวย ฉันจะจับเธอฟัด ดูดปาก และอื่น อย่างสะเด็ด สะเด่ายันเช้า…ชัดไหม?” พ่อคนห่ามเอ่ยเรียกความทรงจำอย่าง ชัดถ้อยชัดคํา

“คุณวูล์ฟ!” เธออุทานลั่นและทำตาโต
“น้ำเสียงแบบนี้… เอาไว้เรียกตัวตอนถึงจุดไคลแมกซ์’ ดีกว่า นะเด็กน้อย” เขาเอ่ยออกมาอย่างหน้าไม่อาย จนคนฟังแทบจะ แทรกแผ่นดินหนี หรือไม่ก็หายไปจากตรงนั้นเสียเดี๋ยวนี้

“เอ่อ…วันนี้เราต่างก็เหนื่อยด้วยกันทั้งคู่ ฉันว่าเรา…เราควรจะ พักผ่อนมากกว่านะคะ” สาวน้อยเริ่มหาทางเอาตัวรอดด้วยน้ำ เสียงลนลาน จนคนเปรี้ยวปากอยากกินเด็กนึกขัน

“ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย หรือน้ำท่วมออสเตรเลียฉันก็จะเอา เธอทําเมียให้ได้ ฉะนั้นไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องได้เป็นเมียฉัน… เป็นเมียของวูล์ฟ แอนเดอร์ตัน คนนี้” น้ำเสียงแหบล็กเอยอย่าง หนักแน่น

คำประกาศกร้าวที่หลุดออกมาจากปากคนอื่นทำให้มะลิร้อย อ้าปากค้าง จากนั้นก็ถูกคนเอาแต่ใจจูงมาขึ้นรถเหมือนคนไร้ วิญญาณ เพราะวาจาที่หลุดออกมาจากปากหยักชวนให้หัวใจ ดวงน้อยสะท้านสะเทือน และวาบหวามหวิวไหวไปทั้งสรรพางค์ กาย นี่ขนาดแค่พ่อเจ้าประคุณเอ่ยปากออกมานะ แล้วถ้าเจอของ จริงเข้าไปล่ะ เธอจะรู้สึกเช่นไรหนอ สมองน้อยๆ เผลอคิดสัปดน พอรู้สึกตัวสาวน้อยก็หน้าแดงแจ๋ สะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ ความฟุ้งซ่าน แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกสามีตัวโตอุ้มขึ้นรถ มูซีนคันหรู และยิ่งช็อกหนักไปกว่าเดิม เมื่อเขาให้เธอนั่งซ้อนบนตักกว้าง ครั้นตั้งสติได้มะลิร้อยก็ออกแรงดิ้นรน แต่กลับถูกอีกฝ่ายทำเสียงฮมฮัมข่มขู่ ฉะนั้นสาวน้อยจึงจำต้อง นั่งตัวแข็งทื่อให้จอมเผด็จการกอดอยู่อย่างนั้น ทว่าไม่นาน ดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อมือไม้ของพ่อเจ้าประคุณชักจะ อยู่ไม่สุข

“ยะ…อย่าค่ะ” เสียงหวานระคนสะท้านเอ่ยวิงวอน พลางปัด ป้องมือหนวดปลาหมึก ที่กำลังบีบหมุบบีบหลับไปทั้งเรือนร่าง อรชรอ้อนแอ้นอย่างไม่เกรงใจ

“ขออุ่นเครื่องก่อนไปถึงห้องไม่ได้เหรอ ตอนนี้ฉันอยากจับเธอ ทำเมีย” จะแย่แล้วรู้ไหมคือเด็กน้อย แววตาร้อนแรงที่อีกฝ่าย ตั้งใจส่งมาทำให้สาวน้อยทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะตัวเกร็งหน้าแดง ซ่าน เมื่อเขาจงใจแอ่นสะโพกสอบขึ้นมาหาจนสัมผัสได้ถึงความ แข็งแรงทรงพลังที่อยู่กลางกายหนุ่ม

“ได้โปรดเถอะค่ะ”

“ก็กำลังจะโปรดอยู่นี่ไง” พ่อหนุ่มคลั่งรักว่าพลางทำท่าจะเลิก ชายกระโปรงชุดแต่งงานสุดอลังการขึ้น เดชะบุญที่เธอตะครุบ มือซุกซนเอาไว้ได้เสียก่อน

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซักหน่อย” มะลิร้อยท่าปากยื่นตอบโต้อย่างลืมตัว ความน่ารักน่าชังที่เธอเผยอ อกมานั้นทำให้วูล์ฟเหมือนกับจะคลั่งเสียให้ได้ อดใจไม่ไหวจน ต้องก้มลงดูดกลีบปากอิ่มแรงๆ และทำท่าจะเลยเถิดจนคนตัว เล็กต้องรีบเบียงหน้าหลบเลี่ยง

“ยะ…อย่าค่ะ อย่า…” สาวน้อยร้องห้ามปรามเสียงหลง ก่อนจะ ทำหน้าเหยเก เพราะรู้สึกคันยิบๆ ที่นิ้วนางข้างซ้ายบริเวณที่สวม แหวนแต่งงานวงงาม จากนั้นก็ทำท่าจะดึงมันออก

“ห้ามถอดนะแม่ตัวดี ไม่งั้นโดน บ บนรถแน่”

“ทำไมจะถอดไม่ได้คะ ในเมื่อมันไม่ใช่ของฉันอยู่แล้วนี่

“ใครว่าล่ะ แหวนเนี่ยมันของเธอ

“อ้าว…ของพี่เบลล่าไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวสวนกลับอย่างใส ชื่อ พร้อมจ้องเรียวหน้าหล่อลากไส้ตาแป๋ว

“ก็บอกแล้วไง ว่าแหวนวงนี้มันเป็นของเธอ ฉันเป็นคน ออกแบบและสั่งให้เขาทำอย่างเร่งด่วนกับมือ ฉะนั้นห้ามถอด เป็นอันขาด เข้าใจไหม?” วูล์ฟหลุดปากออกมาด้วยความลืมตัว ก่อนที่เขาจะแสร้งตีหน้าขรึม ในท้ายประโยค เพื่อกลบเกลื่อน ความกระดากอาย ซึ่งวาจาที่ได้รับฟังก็ทำให้คนตัวเล็กหัวใจพองฟูคับอก แต่ยังไม่วายที่จะเอ่ยค้าน

“ก็มันคันนี่นา ให้ฉันถอดออกเถอะนะคะ เพราะตอนนี้มันเริ่ม คันมากขึ้นแล้ว” เธอเว้าวอนพลางนิ่วหน้า เมื่ออาการคันจู่โจม รุนแรงมากยิ่งขึ้น มะลิร้อยก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึง รู้สึกเหมือนแพ้แหวนเพชรของเขา ทั้งที่มือเธอออกจะหยาบกร้าน เพราะตรากตรำทํางานหนัก หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่เคย ใส่เครื่องประดับกันนะ

“คันก็ห้ามถอดเป็นอันขาด ใส่ไว้จะได้ยิน เดี๋ยวจะให้คนแวะ ซื้อยาให้” ขาดคำพ่อตัวโตก็กดโทรศัพท์ไปสั่งบิลลี่ซึ่งนั่งคู่กับคน ขับอย่างเร่งด่วน อันที่จริงเขาก็แค่ลดกระจกกั้นระหว่างห้อง โดยสารกับสารถีลง แต่วูล์ฟไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าเวลาอยู่กับ เมียเด็กเขาทำตัวยังไง แม้แต่คนสนิท

หลังจากคุยกับลูกน้องเสร็จ อภิมหาเศรษฐีหนุ่มก็หันมาเย็ดคน ที่กำลังจะเกามือตัวเองแรงๆ ให้สาแก่ความคัน จนเธอสะดุ้ง เฮือก และหน้าซีดตัวสั่น

“เอ๊ะ! บอกว่าอย่าเกาไงล่ะ มานี่มา…” ขาดคำวูล์ฟก็คว้าเข้าที่ ข้อมือเล็ก แล้วดึงขึ้นมาตรงหน้า จากนั้นก็ทำในสิ่งที่สาวน้อยไม่ คาดคิด แต่ใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นั่น ก็คือการเป่าลมร้อนๆ เข้าต้องนิ้วนางข้างซ้าย ตบท้ายด้วยการไล้เบาๆ เพื่อบรรเทาอาการคัน

“เป็นไงดีขึ้นไหม” เสียงห้าวทุ้มเจือละมุนทำให้สาวน้อยก้ม หน้างุดด้วยความเอียงอาย ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

“อื้อ…

“เล็บมีขีดขาวๆ เนี่ย เพราะขาดสารอาหารใช่ไหม” น้ำเสียง ห้าวทุ่มเอ่ยถาม พลางกวาดสายตาดูเล็บทั้งสิบของคนที่นั่งอยู่ บนตัก ความอาทรที่เขาแสดงออกมาทำให้มะลิร้อยแทบกลั้นยิ้ม แห่งความยินดีไว้ไม่อยู่

“เอ่อ…คงใช่มั้งคะ”

“งั้นเดี๋ยวจะซื้ออาหารเสริมมาให้กิน” เพียงได้ยินแค่นั้นมะลิ ร้อยก็เบ้หน้า เพราะตอนสมัยเด็กๆ ที่บิดากับมารดายังมีชีวิตอยู่ เธอมักจะถูกพวกท่านบังคับให้กินอาหารเสริมพัฒนาการอยู่บ่อย ครั้งจนนึกขยาด

“มะลิไม่ชอบกินอาหารเสริม มะลิชอบกินขนมหวานและ ไอศกรีมค่ะ….และก็ต้องเป็นไอศกรีมรสวนิลาด้วยนะคะ” ถ้อยคำ ที่ภรรยาสาวน้อยเอ่ยออกมาทำให้วูล์ฟสำเหนียกว่าเธอเด็กมาก จริงๆ และมันก็ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองแก่กว่าเธอเป็นชาติ…แบบ ว่าแก่หงำเหงือก แต่ก็ช่างหัวมันสิวะ ในเมื่อเขายังแรงดีอยู่

“งั้นฉันจะเปลี่ยนความชอบของเธอเองนั่งหนู”

“คุณจะเปลี่ยนให้มะลิหันไปชอบกินอะไรแทนเหรอคะ” เสียง หวานใสเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ท่าทีที่ดูผ่อนคลายของอีกฝ่ายทำให้ เธอกล้าที่จะต่อปากต่อคํากับเขามากขึ้น

“ก็ชอบ ‘กินผัว’ ยังไงล่ะ”

“ผู้หญิงกินผัวมะลิไม่เอาด้วยหรอกค่ะ กลัวคุณจะตายก่อนวัย อันควร” เด็กสาวเอ่ยอย่างซื่อๆ แต่ทุกวลีที่หลุดออกมาจากปาก จิ้มลิ้ม โดยเฉพาะในตอนท้ายโคตรโดนใจคนฟัง

“ใครว่าฉันจะตายล่ะเด็กน้อย ถ้าเธอกินฉัน และฉันกินเธอ ฉัน ก็จะกลายเป็นว่าได้กินเด็ก ฉะนั้นฉันจะไม่มีวันตาย เพราะเขา บอกว่ากินเด็กแล้วจะเป็นอมตะ” วูล์ฟหลิ่วตาหว่านเสน่ห์จนคน มองแทบใจละลาย


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ