รสรักเสน่หา

บทที่ 8 ความผิดที่ไม่ได้ก่อ 1



บทที่ 8 ความผิดที่ไม่ได้ก่อ 1

อักษรานั่งเอามือปิดหูอยู่ภายในห้องเล็กๆ ห้องที่ติด กับห้องนอนของชายใจร้ายที่จับตัวเธอมา ห้องนี้ไม่มีสิ่ง อำนวยความสะดวกเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงที่นอนกลาง เก่ากลางใหม่แต่พอจะนอนได้กับหมอนและผ้าห่มเท่านั้น ดีที่ว่ายังมีพัดลมอีกหนึ่งตัวไว้ดับความร้อน

วันแรกปุณณ์ให้เธอนั่งตากน้ำค้างนอกบ้านทั้งคืน พอย่าง เข้าวันที่สอง เขาสั่งให้เอียดนำตัวเธอมาห้องนี้ ปล่อยข้อ มือให้เป็นอิสระ ทว่าข้อเท้ายังคงถูกโซ่เส้นใหญ่คล้องไว้ ข้างหนึ่ง เจ้าของเกาะให้เธอนั่งและนอนอยู่ในห้องนี้ ห้อง ที่มีหน้าต่างสามบานแต่ติดเหล็กดัดอย่างแน่นหนา ประตู ห้องก็เช่นกัน มันถูกล็อกจากทางด้านนอก อักษรามองหา ทางหนีไม่ได้เลย จะร้องตะโกนคงจะเสียเวลาเปล่าเพราะ ไม่มีใครที่ไหนจะมาช่วยเธอ

ในหัวของอักษรามีแต่คําถามมากมาย เธอพยายามนึก พยายามคิดครั้งแล้วครั้งเล่า หาเหตุผลที่ตนเองถูกจับตัว มาไว้ที่นี่ จะว่าเธอไปขัดแข้งขัดขาหรือมีเรื่องกับใครก็คง ไม่ใช่ เธอนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จะถามเอียด เอียดก็ไม่รู้ เรื่อง จะถามปุณณ์ก็คงไม่ได้ความ เนื่องจากอักษราไม่เคย เห็นหน้าเขาอีกเลยตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้
เสียงฟ้าร้องควบกับเสียงฟ้าผ่าดังแข่งกับสายฝนที่ตกลง มาอย่างหนัก ยังมีลมกรรโชกแรงที่พัดกระทบกับต้นไม้ น้อยใหญ่ ต้นไม้หลายต้นที่ไม่แข็งแรงลู่ไปตามแรงลม เสียงใบไม้ กิ่งไม้พัดกันประสานเสียงกันอย่างน่ากลัว คน ที่กลัวฟ้ากลัวฝนกลัวเสียงฟ้าพิโรธ เอาแต่นั่งนํามือมาปิดหู หลับตาแน่น

อักษราลืมตาเงยหน้ามองประตูห้องที่เปิดผลัวะออก มาก่อนจะถูกปิดลงดังโครมใหญ่ ใจเธอเต้นตุ้บๆ ไม่เป็น จังหวะ เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของชายร่างสูง จอมใจ ร้าย

“เธอกล้าดียังไงทําร้ายน้องฉัน เธอกล้าดียังไง?”

เสียงของเขานั้นดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องด้านนอกเสีย อีก สาวร่างเล็กถึงกับสะดุ้งโหยง หัวใจกระดอนกระเด็นจน เธอต้องนํามือนุ่มๆ มาแนบตรงหน้าอกด้วยความตกใจ

“คะ…ใครหาน้องคุณ แล้วน้องคุณคือใครคะ คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ?” อักษราถามกลับเพราะไม่เข้าใจคำพูดของ ชายหน้าด
“อย่ามาหาไขสือ เธอกล้ามากที่ตามไปด่า ตามไปทําร้าย น้องสาวฉันถึงที่ เธอจะต้องได้รับบทเรียนในครั้งนี้น้ำหอม

ปุณณ์ไม่เพียงแค่พูด ยังก้าวเท้าเดินมาหาอักษราอย่าง เอาเรื่อง คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวคลานหนีปุณณ์ด้วยความหวาด กลัว แต่เธอจะหนีรอดเงื้อมมือของเขาไปได้อย่างไรเล่า ในที่สุดร่างงามก็ถูกลากกลับมายังที่นอน ใช้ร่างกายสูง ใหญ่กักขังอักษรา

“อย่าทำอะไรฉัน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันไม่รู้จักน้องสาว ของคุณ ไม่รู้จักคุณ แล้วฉันจะทําน้องสาวของคณได้ยังไง ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฮือ”

เธอร้องขอเขาทั้งน้ำตา พยายามอธิบายให้เขาฟังแต่ดู เหมือนว่า เวลานี้คำพูดของอักษราจะไม่เข้าไปในหู เพราะ ในหูของเขามีแต่คำพูดของปนัดดาเท่านั้น

“อย่ามาสตอกับฉัน ผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอไม่ยอมรับ เรื่องทั่วๆ ของตัวเองอยู่แล้ว ฉันไม่คิดเลยว่าผู้หญิงหน้า ตาสวยๆ จะมีจิตใจดำมืดมากขนาดนี้ แย่งผัวชาวบ้านเขา ไปทั่ว” ปณฺณ์ว่ากล่าวเธอด้วยถ้อยคำรุนแรง อีกฝ่ายถึงกับ หน้าชาแล้วมีความไม่เข้าใจตามติด
เธอนี่หรือไปแย่งผู้ชายกับหญิงอื่น เธอนี่หรือเป็นคน โกหกพกลม เธอนี่หรือมีจิตใจดำมืด เขาเอาอะไรมาพูด เขาพูดเรื่องอะไรอยู่ อักษรามีแต่ความมึนงงสงสัย

“คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่เคยแย่งคนรักของใคร ไม่เคยเลย” อักษราโต้กลับ ทว่าปุณณ์ไม่ฟังวาจาของอักษ ราแม้แต่นิดเดียว

“ฉันไม่สนใจ ไม่ฟังคำพูดของเธอหรอก เธอกล้าทำร้าย น้องฉัน ฉันก็จะทำร้ายเธอให้สาสมกับความเลวของเธอ”

แควกๆๆ

เสื้อคอกระเช้าที่อักษราสวมใส่ถูกฉีกกระชากด้วยมือหนา ผิวเนื้อขาวลออของอักษราเป็นปื้นแดงจากแรงเสียดสีของ เศษเสื้อผ้ากับผิวเนื้อ

“อย่านะ อย่าทำฉัน อย่าทำฉันแบบนี้ ช่วยด้วย ช่วยด้วย อย่า”

ปากนุ่มเผยอร้องห้ามไม่หยุด มือเล็กก็ผลักและปัดมือ ใหญ่เป็นพัลวัน แม้ว่ามือเล็กจะปัดป้องก็ไม่เป็นผล ในที่สุดร่างกายส่วนบนก็เปลือยเปล่าต่อหน้าปุณณ์

ล่าแขนเรียวเล็กไขว้ปิดดอกบัวตูมที่เบ่งบานอวดสายตา ร้อนแรงของเขา มีอแข็งแรงจับแขนเล็กแสนเกะกะตานั้น ออก ก่อนจะตรึงแขนสวยของเธอไว้ข้างศีรษะ ก้มมอง ภูเขาสองลูกที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจเร็วแรงของเจ้า ตัว

“อย่านะ คุณอย่าทำอะไรฉันเลย ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูด จริงๆ ฮือ…ไม่รู้จักน้องของคุณ ไม่เคยคิดแย่งคนรักของ ใครด้วย ปล่อยฉันไปเถอะ…ฮือ”

อักษราขอร้องทั้งน้ำตา ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ทว่าความ สงสารไม่ได้เกิดในใจของปุณณ์ เพราะเวลานี้เขากลับมี ความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่

“สวยอย่างนี้นี่เองไอ้พีมันถึงรักมันถึงหลง มันถึงได้ไม่ สนใจน้องของฉัน”

เขาพูดไม่ดังมาก จ้องมองทรวงอกคู่สวยตาเป็นประกาย ประโยคของเขาที่ไหลผ่านปากหนาเธอได้ยินไม่ชัดนัก เพราะมัวแต่ต่อสู้ดิ้นรนให้ตนเองได้รับอิสรภาพ จึงไม่รู้ว่า ชื่อที่เขาเอ่ยมานั้นแสนจะคุ้นหู
“อย่าทำฉัน ปล่อยฉันนะ ปล่อยนะ อุ๊บ…

เสียงของอักษราขาดหาย เป็นเพราะถูกปากหนาปิดทับ สกัดกั้นเสียงทุกเสียงที่กำลังลอดออกมา ฉกจูบเธออย่าง รวดเร็วโดยที่สาวเจ้าไม่ทันได้ตั้งตัว

ลิ้นใหญ่ที่พุ่งล้ำเข้ามาในโพรงปากสาว กำลังทำให้ ร่างกายของอักษราแข็งทื่อ เธอแทบหยุดหายใจ อีกทั้งลม หายใจยังแปรปรวนเอาดื้อๆ ติดขัด หายใจไม่สะดวก ทํ อะไรไม่ถูก หยุดดิ้นรนขัดขืนคล้ายกับอาการอึ้งแกมตกใจ

เป็นโอกาสให้ปุณณ์สํารวจช่องปากสาวได้ตามสะดวก กระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็กที่ทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่ปากหนาทำ หน้าที่บดเบียดกลีบปากนุ่มแสนนุ่ม ร่ายคาถาใส่สาวน้อยไร้ เดียงสาที่เขาคิดมาตลอดว่าเธอเป็นสาวไฟแรงสูง

เวลานี้ในสมองของอักษรากำลังหมุนติ้วๆ เธอคิดอะไร ไม่ออก เสมือนกับว่ากล่องความคิดมันถูกล็อกเอาไว้ ทุก อย่างรอบกายขาวโพลน ราวกับว่ากำลังเดินผ่านม่านหมอก อักษราลืมหมดสิ้นว่าเขาคือชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก จะมา ทำล่วงเกินเธอแบบนี้ไม่ได้
“ถึงกับเคลิ้มเลยเหรอ” ปุณณ์เอ่ยชิดเรียวปากหอมหวาน ที่เขาเริ่มติดใจ บดปากซ้ำๆ

“คุณ…ไม่…อย่า” อักษราพูดได้เพียงแค่นี้ ริมฝีปากนุ่มก็ถูก ปิดทับอีกครั้ง แล้วครั้งนี้ปุณณ์ได้มอบจูบที่เร่าร้อน ดุดันให้ กับเชลยสาว

มือแกร่งปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระข้างหนึ่ง ก่อนจะ นำมือของตนข้างนั้นมากอบกุมทรวงอกอวบที่เขารับรู้ถึง ความหนุ่มหยุ่นในครั้งแรกที่ได้สัมผัส ดอกบัวสวยช่างเด้ง รับน้ำหนักมือยามออกแรงบีบเคล้นลงไปเหลือเกิน ทำให้ ปุณณ์เกิดความเมามันในการออกแรงเคล้นเป็นอย่างมาก

“อื้อ…อื้อ” แรงนวดเฟ้นที่ค่อยๆ หนักมือขึ้นเรียกสติขอ งอักษราให้หวนกลับมา เธอดิ้นไปมาบนที่นอน ส่งเสียง ร้องประท้วงในลำคอ มือที่ได้รับอิสระปัดมือใหญ่ที่บีบ เคล้นบงกชงาม สุดท้ายแล้วเธอก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า นี้ เพราะเขาก็ยังจูบและเคล้นคลึงภูเขาลูกย่อมต่อไป

แต่เธอก็ไม่ยอมง่ายๆ ไม่ยอมให้ชายแปลกหน้ามาทำกับ ตนเองเหมือนกับผู้หญิงข้างถนน เธอพยายามตั้งสติให้มั่น แล้วคิด คิด คิดหาทางออก
“โอ๊ย!…” ปุณณ์ละปากห่างจากปากจิ้มลิ้มน่าจูบ ร้องอุทาน เจ็บและจุก เมื่อกล่องดวงใจถูกเล่นงานโดยที่เขาไม่รู้ตัว

อักษราใช้สติและคิดหาทางออกได้สําเร็จ เธออาศัย จังหวะที่เขากำลังจูบตนเองอยู่ ใช้มือสอดเข้าไปตรงเป้า กางเกงของเขา รวบรวมความกล้าบีบตรงแก่นกายชาย จากนั้นก็ดึงสุดแรงเกิด ส่งผลให้ปุณณ์ถึงกับร้องจ๊าก

โอกาสหนีของเธอมาถึงแล้ว อักษรารีบลุกขึ้นยืนขยับ ผ้าถุงที่หล่นหลุดมาพันรอบอก ก้าวเท้าวิ่งไปยังประตูห้อง หนทางหนีทางเดียวของเธอ ทว่า….

“โอ๊ย!…โครม” คราวนี้เป็นเสียงของอักษราบ้าง เธอเดิน ไปไม่กี่ก้าวร่างสาวก็คะลําลงไปนอนวัดพื้น เป็นเพราะเธอ ลืมไปว่า มีโซ่คล้องข้อเท้าอยู่ เมื่อโซ่ดึงร่างสวยจึงล้มไม่ เป็นท่า หมดหนทางหนีเช่นเคย

“หนีสิ กระเสือกกระสนหนีไปให้รอดนะ เพราะถ้าเธอหนี ไม่รอด เธอตายคาที่นอนแน่”

เสียงคำรามห้าวดังลอดผ่านปากของปุณณ์ หลังจากที่หายจุก แรงโทสะก็โหมไหม้จิตใจเขาอย่างรุนแรง เจ้าของ เกาะลุกขึ้นยืน ดวงตาคมกริบมองไปยังหน้าของเชลยสาว นิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นแข็งกระด้างเสียจนอักษรากลัวจับจิตจับใจ นั่งชันเข่าพนมมือไหว้ร้องขอความเมตตา

“อย่าทําฉันเลย ฮือ…ฉันไม่ได้ทําอะไรผิด ฉันไม่ได้ทำร้าย น้องของคุณ ฉันไม่ได้ทำใครทั้งนั้น ฮือ”

อักษราขอร้องอ้อนวอนเขาทั้งน้ำตา แต่ทว่าปุณณ์ไม่มี ความปรานีสําหรับสาวตรงหน้าเขาถอดเสื้อผ้าออกทีละ ชิ้นๆ อย่างใจเย็น ในขณะที่สายตาไม่ละไปจากดวงหน้า อาบนํ้าตาของอักษรา

หญิงสาวผู้ไม่มีความผิด ตาเบิกโพลง หัวใจเต้นรัว กระหน่ำเมื่อเห็นเขาปลดเปลืองเสื้อผ้าออกจากกาย สมอง ของเธอหาทางหนีแต่ถึงคิดก็คงหนีไม่พ้น เพราะข้อเท้า ข้างหนึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่เส้นใหญ่ คงจะมีทางเดียวที่ จะหยุดยั้งการกระทำของเขาได้คือ หยุดที่ตัวปุณณ์เอง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ