พระชายา

บทที่ 3 เรือนหออันห่างไกล



บทที่ 3 เรือนหออันห่างไกล

วังเสิ่นหยางกุง ตำหนักหลั่นเทียน (ท้องฟ้าสีคราม)

ตำหนักหลังใหญ่ที่ใช้เป็นเรือนหอค่อนข้างอยู่ห่างจากตำหนัก ใหญ่ที่ประทับของซินอ๋อง ตำหนักนี้แทบจะอยู่ทางด้านหลังของ วังเลยด้วยซ้ำ ร่างบางที่ถูกนำมาส่งไว้ในห้องเพื่อรอพระสวามีที่ นางรู้ดีว่าไม่มีทางมา รอจนกว่าแม่สื่อกล่าวทบทวนหน้าที่การ ปรนนิบัติสามีจนจบแล้วก็ปล่อยนางไว้คนเดียวเมื่อไม่มีคนอยู่ แล้วมือบางก็เปิดผ้าคลุมหน้าออกทันทีตามด้วยเครื่องประดับม งกุฎหงส์ที่หนักอึ้งก็ถอดออกวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ปิ่นปักผม นับสิบชิ้นถูกมือน้อยๆ นั้นถอดออกจนหมดปล่อยผมยาวสลวย ดาสนิทราวไหม นคีตกลงมาถึงเอวคอด มือบางหยิบหวีมาสาง ผมก่อนเกล้าขึ้นง่ายๆ ปักลิ่นหยกเพียงชิ้นเดียวก่อนลุกขึ้นไปยัง โต๊ะที่มีอาหารมากมายพร้อมสุรามงคลตั้งอยู่ ร่างระหงนั่งลง หยิบตะเกียบขึ้นมารับประทานเงียบๆ คนเดียวไร้ความเศร้าโศก เสียใจใดๆ เสร็จแล้วก็เรียกสาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากจวนโหว เข้ามาเก็บโต๊ะ

“พระชายาเหตุใดไม่รอท่านอ๋องก่อนเล่าเพคะ”

ร่างเล็กของฮุ่ยเจินเอ่ยออกมาอย่างกังวลใจ

“เสี่ยวฮุย เจ้าจะกังวลไปใยเจ้าคิดว่าท่านอ๋องจะเสด็จมางั้น หรือ รีบเก็บเถิดข้าอยากอาบน้ำเต็มที่แล้ว”

“เพคะพระชายา”
เมื่อลับร่างของฮุยเงินและนางกำนัลรับใช้ในตำหนักที่เข้ามา เก็บโต๊ะ เพียงไม่นานนางกำนัลน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มก็เข้ามาเพื่อ รายงานว่าเตรียมน้ำสรงเสร็จแล้ว

แต่เพียงแค่ร่างบางหันหน้ามาเท่านั้นนางถึงกับตกตะลึงตาโต จนเสียกิริยา

ซินหวางเฟยตระกูลเฉินที่ใครๆ ต่างลือว่านางงามเหมาะ สมกับท่านอ๋องเท่าคุณหนูหลานผู้นั้น แต่สิ่งที่นางเห็นในตอนนี้ หากสตรีตรงหน้าที่ถูกนินทาว่ามงามแล้วมันผู้ใดจะกล้าเอ่ยปาก ว่าตนงามต่อหน้าชนหวางเฟยได้เล่า วงหน้างามเรียวเล็กกรอบ หน้าชัดเจน รับคางเรียวหน้าผากมนจมูกเรียวเล็กโด่งงามรับริม ฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนสีแดงราวผลอิงเถา แก้มอิ่มขาวเนียน ราวผิวทารกเปล่งปลั่งอมชมพูราวจะคั้นน้ำได้ และที่สะดุดตา ที่สุดคือดวงตาหงส์คมเฉียวทว่ากลมโตหวานขนตาหนาเป็นแพ งอนงาม นางเป็นสตรีด้วยกันยังอดที่จะใจสั่นยามมองมิได้

“มีอันใดหรือ”

เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อเห็นนางทำหน้าพิลึกนัก

“ปะ เปล่าๆ เพคะหม่อมฉันเตรียมน้ำเรียบร้อยแล้วเชิญเสด็จ เถิดเพคะ”

“ไปสิ”

ในห้องสรงปกติคนที่อยู่ปรนนิบัตินางอาบน้ำนั้นคือฮียเงินแต่ ตอนนี้เข้ามาอยู่ในตำหนักที่ใหญ่ขนาดนี้ทั้งยังมีนางกำนัลขันที รับใช้มากขึ้นตามฐานะ ที่ได้รับพระราชทานมาจากไทเฮาทั้งสิ้นการจัดการแบ่งหน้าที่จึงตกอยู่ที่ชุ่ยเงินที่ถือว่าเป็นหัวหน้านาง กำนัลในตำหนักหลับเทียนไปแล้วหน้าที่ปรนนิบัตินางจึงตกอยู่ที่ นางกำนัลน้อยผู้นี้

“เจ้าชื่ออะไรหรือ”

“ทูลพระชายา หม่อมฉันชื่ออหลิงเพคะ”

“อวี้หลิง เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวอวี้แล้วกันดูแล้วเจ้าน่า จะอายุน้อยกว่าเสี่ยวฮุยของข้าต่อไปเจ้ามาช่วยเสี่ยวฮุ่ยเถิด”

“ขอบพระทัยเพคะ”

นางรีบเอ่ยขอบพระทัยอย่างดีใจใครจะคิดว่าตนจะโชคดีได้ เลื่อนมารับใช้ใกล้ชิดซินหวางเฟยเช่นนี้

หลังจากอาบนํ้าแต่งกายเสร็จร่างระหงในอาภรณ์สีขาวปัก ลวดลายดอกโม่ลีฮวาเล็กๆ เกล้าผมง่ายๆ ปักปั่นทองเพียงชิ้น เดียวก็ออกมาสํารวจตำหนักที่นางต้องใช้ชีวิตอยู่จนถึงเมื่อไหร่ม รู้

รอบๆ ตำหนักมีพื้นที่กว้างขวางประกอบไปด้วยเรือนต่างๆ ราวหกเรือนและมีห้องครัวเป็นของตนเอง เอาไว้ค่อยลองเดินไป ดูว่าจะเปิดใช้เรือนใดบ้าง

พื้นที่ตำหนักนี้มีดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ หลากหลายสายพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมมาตามลมเดินออกไปไม่ไกลจากเรือนหลักที่นางพัก อยู่มีสระบัวขนาดกลางน้ำใสจนเห็นปลาหลหลากสีว่ายไปมาใน สระมีดอกบัวสีม่วงชูช่อเต็มสระสวยงามอย่างยิ่งใบหน้างามแย้มยิ้มอย่าถูกใจ ในปลายยามเซิน (15.00-16.59) เช่นนี้แดดร่ม ลมตกอากาศดีเหมาะแก่การจิบชายิ่งนักและเหมือนเสียวอจะรู้ ใจนางถึงได้เตรียมน้ำชาหอมกรุ่นและขนมอีกหลายอย่างไว้ให้ นางที่ศาลาหลังเล็กริมสระบัวสายลมยามเย็นพัดเอื่อยๆ ให้ผ่อน คลายร่างบางปล่อยอารมณ์ความคิดไปเรื่อยๆ หวนคิดถึง เหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นเงียบๆ

เดิมทีชีวิตคุณหนูเล็กจวนโหวของนางนั้นเรียบง่ายสงบสุขยิ่ง นัก นางมีพี่ชายสองคนที่รูปงามมาก พี่ชายคนโตเป็นทหาร ตำแหน่งรองแม่ทัพที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ชายแดน ส่วนพี่ชายคน รองมีสนใจรับราชการจึงได้กราบท่านหมอเทวดา เป็นศิษย์ ติดตามร่ำเรียนวิชาแพทย์ไปทั่วหล้า เนื่องจากนางในตอนเด็ก นั้นร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยมาตลอดพี่รองจึงมุ่งมั่นอยากเป็น หมอเพื่อมารักษานาง

ซึ่งข่าวลือที่นางได้ยินมาตลอดเกี่ยวกับตัวนางคือคุณหนูผู้ อาภัพแห่งจวนโหว หนักสุดก็คงเป็นคุณหนูอัปลักษณ์ เหตุใด พวกเขาไม่คิดบ้างว่า ท่านแม่ของนางเป็นถึงสาวงามอันดับหนึ่ง ธิดาแห่งอ๋องเย่ว์หยา เผ่าทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ทางใต้ของ แคว้นฉิน บิดานางก็เป็นบุรุษรูปงามองอาจปานนั้น พี่ชายสองคน ก็รูปโฉมมิธรรมดา นางผู้เป็นบุตรีจะเกิดมาอัปลักษณ์ได้อย่างไร เพียงแค่อาการเจ็บป่วยยามเด็กทำให้นางผอมเกินไปเท่านั้น ซึ่ง ตอนนี้พี่รองและอาจารย์ของเขาก็รักษานางจนหายดีตั้งนานแล้ว ผู้คนก็ยังลืออยู่เช่นเดิม จนนางคร้านจะใส่ใจจะไปห้ามคนนินทา ได้อย่างไร ซึ่งพี่ชายทั้งสองก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยเพราะหวงน้องสาวอย่างนางข่าวลือนี้ทำให้ไม่มีแม่สื่อบ้านใดมาทาบทามนาง จนล่วงเลยวัยปักบนมานับปีแล้ว จนเมื่อหลายวันก่อน ไทเฮาม รับสั่งให้ครอบครัวนางเข้าเฝ้าเพื่อทาบทาม ขอนาง นาง ในตอน นั้นตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว แต่พระนางทรงอธิบายถึงเหตุผลที่ นางต้องแต่งเข้าวังอ๋องกระทันหัน ร่างบางรับฟังอย่างสงบ ท่าน พ่อและท่านแม่มิได้บังคับอันใดนาง แต่เป็นนางที่เต็มใจตอบรับ เอง เพราะท่านพ่อบอกอยู่เสมอว่าไม่ว่าเรื่องใดที่เกี่ยวพันกับ แคว้นฉินอย่าได้ลังเลที่จะช่วยเหลือ

“พระชายาเพคะ ท่านอ๋องให้คนมาแจ้งว่ายามห้า ย(21.00-22.59)จะเสด็จตำหนักหลับเทียนเพคะ”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ