เรื่องแม่ของฉัน

[ตอนที่ 4 เพราะเธอแม่ถึงตาย



[ตอนที่ 4 เพราะเธอแม่ถึงตาย

เมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากบ้านร้างได้ไม่นานก็มีเสียงรถยนต์คัน หนึ่งกำลังขับตรงมาทางพวกเขา พอรถจอดไม่กี่นาทีต่อมาก็มี ร่างของผู้ชายคนหนึ่งรีบวิ่งลงมาจากรถด้วยความร้อนรน แล้ว พุ่งเข้าไปกอดวายุที่ยืนอยู่ข้างหญิงสาว พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียง สั้นๆ แฝงไปด้วยความหวาดกลัวและเป็นห่วง

“พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม ผมเป็นห่วงพี่มาก ทำไมจอดรถทิ้งไว้ ข้างทางแบบนั้น ตอนที่เลขาพัฒน์โทรมาบอกว่าไม่มาทำงาน ผมก็รีบโดดเรียน แล้วตามหาพี่ทันที แต่ไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่ เจออยู่ดี”

“ไม่เป็นไร แค่โดนไล่ยิง” วายุตอบกลับอย่างไม่สนใจ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บที่แผลแล้ว

“ฮะ! โดนไล่ยิง! ต้องรีบไปโรงพยาบาลทำแผล พี่ขึ้นรถ เลย”

ผู้ชายที่เพิ่งมาใหม่ร้อนรน เหมือนกับคนไร้สติทำให้วา ต้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงตักเตือน “ใจเย็น เธอช่วยทำแผลให้ไม่ เป็นไรแล้ว”

“เธอ?”

ขณะที่ธาราธรกำลังสงสัยว่าเธอไหนพอหันไปข้างๆ ก็ได้ ยินเสียงหญิงสาวดังขึ้นมาเสียก่อน “สวัสดีค่ะรุ่นพี่
ธาราธรทำหน้าตกใจพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงงุนงงว่า “ทำไมเป็นเธอ”

“รู้จัก?” วายุถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของน้องชาย ตัวเอง แถมดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ค่อยพอใจผู้หญิงคนนี้เท่า ไหร่

“ก็ไม่เชิงรู้จักค่ะ แค่เมื่อไม่กี่วันก่อนมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิด หน่อย” ยี่หวาเห็นว่าธาราธรกำลังยืนนิ่งอยู่ ก็เลยเป็นฝ่าย ตอบแทน “ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ พี่วายุ อย่าลืมไปให้หมอดูอีกทีด้วยนะ”

“พี่วายุ…งั้นเหรอ” ธาราธรพิมพ์ออกมาเบาๆ

“ขอไปส่งได้ไหม” วายุพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ปนไป ด้วยคําขอร้อง

ธาราธรมีสีหน้าตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้ยินพี่ชายตัวเอง กำลังขอร้องคนอื่น แถมคนอื่นที่ว่านี่ก็ดันเป็นผู้หญิงจิตใจ อำมหิตคนนี้อีก

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ แค่นี้เองเดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว” หวาพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพื่อเป็นการบอกอีกฝ่ายว่าเธอไม่ เป็นไรจริงๆ

“นั้นสิ จะไปส่งผู้หญิงแบบนี้ทำไม” ธาราธรพูดออกมา ด้วยท่าทางรังเกียจ ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากจะให้พี่ชายเขา เข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้เลย
“พูดดีๆ หน่อย ผู้หญิงแบบนี้หมายความว่ายังไง” วายุกด เสียงทุ้มต่ำลง ด้วยความไม่พอใจ จนทำให้ธาราธรรู้สึกซาวาบ ไปทั้งตัว บวกกับบรรยากาศจากบ้านผีสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาก็ รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“พี่วายุอย่าพี่เขาเลยค่ะ เพราะหนูอาจจะเป็นผู้หญิงแบบ ที่รุ่นพี่เขาคิดก็ได้ งั้นหนูไปก่อนนะ ส่วนเรื่องวันนี้หนูสัญญาว่า จะไม่บอกใคร พี่ไม่ต้องห่วง” หวาว่าจบก็เดินออกมาจากตรง นั้นทันที แค่นี้เธอก็ดูแย่ในสายตารุ่นพี่ธาราธรมากพอแล้ว ถ้า เกิดว่าเขาไม่พอใจเธอขึ้นมาแล้วไล่เธอออกนี่แย่เลยนะ

ก็เขาดันเป็นถึงหลานผู้อำนวยการ

เพียงเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้หวาดูแย่ใน สายตาของเด็กทั้งโรงเรียน เพราะการแสดงละครเสแสร้งของ น้องสาวเธอ ทำให้คนทั้งโรงเรียนคิดว่าเธอกำลังฆ่าเพื่อนของ ตัวเอง

โชคดีที่มีแค่พยานบุคคลทางโรงเรียนเลยไม่สามารถไล่ เธอออกได้…

ทั้งที่เธอไม่ได้ทำ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเธอ แถมครั้งนั้นหลาน ของผู้อำนวยการอย่างธาราธรก็เป็นคนเอ่ยปากเอง ว่าเธอ ตั้งใจจะผลักเพื่อนร่วมชั้นจริงๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นเป็น แบบนั้นได้ยังไง

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงในที่สุดหวาก็เดินมาถึงหน้า บ้าน แต่ตอนนี้มันเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม เพราะงั้นเธอก็ทำใจไว้แล้วว่าถ้าเข้าไปจะต้องโดนด่าหรือไม่ก็โดนตีอีกแน่เลย

เมื่อยี่หวาเดินเข้ามาในบ้านก็พบกับดนัยณัฐ เจ้าของบ้าน หลังนี้ แถมยังเป็นพ่อของเธอ กำลังนั่งรอเธออยู่บนโซฟาด้วย สีหน้าไร้ความรู้สึก

ดนัยณัฐรู้ว่าวันนี้หวาไม่ได้ไปโรงเรียน แถมยังกลับบ้าน ดึกดื่นอีก เลยพูดขึ้นด้วยสีหน้ารังเกียจ น้ำเสียงเต็มไปด้วย ความขยะแขยง ไปนอนกับผู้ชายที่ไหนมาล่ะ ถึงได้ไม่ไป โรงเรียนและยังกลับบ้านมาซะดึก สมแล้วที่เป็นลูกของผู้หญิง คนนั้น”

ใจยี่หวาเหมือนถูกมีดกรีด พ่อจะด่าเธอยังไงเธอไม่เคยว่า แต่ทำไมต้องเอาแม่ของเธอมาเกี่ยวข้องด้วย ถึงยี่หวาจะไม่เคย ได้เจอหน้าแม่ แต่ก็เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองว่าแม่ของ เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น

แต่ยี่หวาก็ไม่สามารถแสดงอาการโมโหออกไปได้ เพราะ ถ้าเธอถูกคนเป็นพ่อไล่ออกจากบ้านหลังนี้จริงๆ เธอก็ไม่มีญาติ ที่ไหนอีกแล้ว เพราะแม่ของเธอก็ตายตั้งแต่วันที่เธอเกิด

เพราะเธอเกิดมา ทำให้แม่ต้องตาย…

ในเมื่อแม่ยอมเสียสละชีวิตของตัวเองให้เธอแล้ว ดังนั้น หวาจึงได้แต่อดกลั้น ก้มหน้ากำมือแน่น สีหน้ายอมรับผิด ใน น้ำเสียงมีความโกรธและความกลัวซ่อนอยู่ “ขอโทษค่ะ ทีหลัง จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

เมื่อดนัยณัฐเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเขายอมรับผิด ก็โมโหจนหน้าดำ “นี่แกยอมรับว่าไปนอนกับคนอื่นมาจริงๆ ใช่ ไหม!”

“ถ้าหนูบอกไม่ใช่แล้วพ่อจะเชื่อเหรอ” เพราะเธอรู้ว่าน้อง สาวตัวดีของเธอ ต้องพูดกรอกหูจนพ่อเชื่อแบบนั้นไปแล้วแน่ๆ ถึงเธอจะอธิบายยังไงพ่อก็ไม่ฟังอยู่ดี

“อย่ามาโกหก! ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว”

เห็นไหมล่ะ…

“งั้นก็แล้วแต่พ่อจะคิดเลยค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ” ว่าจบ หวาก็เดินขึ้นบันไดไปยังห้องตัวเองทันที วันนี้เธอเหนื่อยมาก เกินไป เลยไม่อยากต้องมาทะเลาะกับพ่ออีก

แต่ก็ดูเหมือนว่าพ่อจะไม่เข้าใจเธอ…


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ