รักแสนร้าย

บทที่2 คนที่จะเอาเธอเข้าคุกคือเขา



บทที่2 คนที่จะเอาเธอเข้าคุกคือเขา

เขาพูดจาสะเทือนใจเสร็จ มู่โลหมิงก็ทิ้งเหวยไว้ แล้วเดินออก ไป

“โล่หมิง นายอย่าทิ้งฉันไว้…………… ตามเขาไปแบบกะ เพก แต่เธอไม่ได้กินข้าวมาสามวันแล้ว อ่อนแรงไปทั้งตัว วิ่งไป แค่ไม่กี่ก้าวก็หน้ามืดแล้วล้มลงไปกระแทกกับพื้น

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างลำบาก ในสายตาที่มืดมัวนั้น แผ่นหลัง ของมู่โล่หมิงดูเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าปกติ

เธอหน้ามืดขึ้นมา สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวสลบไปในที่สุด พอเธอฟื้นขึ้นมาอีกรอบ ตัวเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ของโรง พยาบาล เธอคอแห้งมากจนเหมือนไฟกำลังไหม้ที่คอ

ลงจากเตียงอย่างกะเพก เธอเห็นมีกาต้มน้ำอยู่บนโต๊ะกาแฟ รีบเทน้ำออกมาแก้วหนึ่ง

แต่น้ำนั้นเดือนมาก เธอดื่มไม่ได้ ทำได้แค่มอง ในใจเธอกระ สับกระส่ายจนแทบจะเป็นบ้า

เป่าไปสักพัก เธอก็ทนความร้อนไว้ แล้วดื่มน้ำคำแรกลงไป ยังไม่ทันได้ดื่มคำที่สอง ประตูห้องคนไข้ก็โดนผลักออกทันที ตำรวจสองสามคนบุกเข้ามา
“อยู่นี่ จับเธอไว้!” ตำรวจพุ่งเข้ามาแล้วปัดแก้วในมือเหวย ออก จับแขนของเธอไว้ แล้วกดเธอลงไปบนโต๊ะกาแฟ

ใบหน้าของเหวยยีแนบไปกับโต๊ะกาแฟที่เย็นเฉียบ แขนเธอ ปวดมาก

“กู้เหวยยี คุณเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม คุณ โดนจับ แล้วครับ!” ตำรวจพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เสียงกุญแจมือดังขึ้น “คึกๆ” มือของเธอถูกใส่กุญแจมืออย่างแน่นหนา

“ฉันเปล่านะ!” เหวยยกระวนกระวายจนแทบจะร้องไห้ออก มา “ฉันไม่ได้ผลักจี้เยวเยวจริงๆ ฉันไม่ได้ทำจริงๆ!

“ประโยคพวกนี้ รอไปถึงสถานีตำรวจแล้วค่อยพูดแล้วกัน!” ตำรวจจริงจังและเคร่งเครียด จับเหวยไว้กำลังจะไป

“เดี๋ยวก่อน ให้ฉันดื่มน้ำหน่อย” เหวยมองจ้องไปที่กา ร้อน อยากดื่มจนแทบจะเป็นบ้า “ฉันไม่ได้ดื่มน้ำมาสามวันแล้ว ขอร้องล่ะ ให้ฉันดื่มสักแก้วเถอะ!”

“ดื่มชา ได้สิ ไปดื่มที่โรงพัก

กู้เหวยยีถูกจับใส่กุญแจมือแล้วพาออกจากห้องคนไข้ไป เธอเห็นจู่โล่หมิงยืนเงียบอยู่ที่ทางเดินของโรงพยาบาล เขา มองมาที่เธออย่างเย็นชาจากที่ไกลๆ ตรงนั้น

เหวยยีร้องไห้ขึ้นมาทันที พูดพึมพำว่า “โล่หมิง ช่วยฉัน ด้วย……..ฉันไม่ได้ฆ่าคน โล่หมิงนายช่วยฉันหน่อย…………
มู่โลหมิงขมวดคิ้วด้วยความขยะแขยง หันหลังไปทันทีอย่าง ไม่แยแสเธอ

กู้เหวยยียังไม่ตายใจ กรีดร้องอย่างสิ้นหวังว่า “โล่หมิง! นายมองฉันสิ! ฉันไม่ได้ฆ่าจี้เยวเยว่จริงๆ นะ!”

“เลิกแสดงได้แล้ว” ตำรวจกระชากแขนกู้เหวยไปหนึ่งที แล้ว พูดด้วยเสียงที่ดุว่า “คุณชายเป็นสักขีพยานของคดีฆาตกรรม ของเธอ!”

เหวยยีตัวแข็งขึ้นมาทันที เธอมองไปที่ตำรวจอย่าเฉื่อยๆ “คุณหมายความว่า………โล่หมิงเป็นคนแจ้งความจับฉัน?”

ตำรวจตอบกลับอย่างเย็นชา “เธอฆ่าแฟนสาวของเขา เขาก็ ต้องแจ้งความจับเธอยู่แล้ว! เขาไม่ควรแค่โทรแจ้งตำรวจ เขา ควรทุบตีเธอหนักๆ ด้วยซ้ำ! คิดไม่ถึงเลยจริงๆ หน้าตาดูใสซื่อ มาก แต่จิตใจเลวทรามที่สุด!!

“ฉันเปล่านะ….” เหวยยีเถียงกลับหน้าซีด แต่ไม่มีคนเชื่อเธอ

เธอถูกพาตัวไปที่สถานีตำรวจ ตำรวจผลัดกันสอบปากคำ จะ

ให้เธอบอกกระบวนการทำความผิดและเหตุจูงใจในการ มาตกรรม

ตำรวจถามคำถามพวกนี้ซ้ำๆ อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ถามจนกู้ เหวยยีสติแตกไปแล้ว เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าตัวเองพูดเรื่องที่ ตัวเองขู่ให้จี้เยว่เยว่เลิกกับโล่หมิงออกมาได้ยังไง
ตำรวจพูดขึ้นมาทันที “นี่เป็นเหตุจูงใจในการก่อเหตุของเธอ ใช่ไหม? เพราะว่าจี้เยว่เยวไม่ยอมเลิกกับเขา เธอก็เลยผลักเธอ ตกลงไปในทะเลด้วยความโกรธแค้นและอิจฉา!

“ฉันไม่ได้ผลักเธอ เธอโดดลงไปเอง! เธอจะใส่ร้ายฉัน เธอรู้ว่า เรื่องแย่ๆ พวกนั้นที่เธอกำลังจะหลุดออกมา เธอก็เลยใช้วิธี แบบนี้ ให้เราสองคนตายไปด้วยกัน!

“แต่ตามที่คุณชายมู่ และเพื่อนๆ รอบๆ ตัวของเยว่เยวพูด จี้ เยวเยว่เป็นผู้หญิงที่จิตใจดี ใจกว้าง และอัธยาศัยดีคนหนึ่งเลย เธอจะมีเรื่องอะไรที่ให้คนอื่นเขารู้ไม่ได้?” ตำรวจพูดด้วยน้ำเสียง ที่เย็นชา “เธอยังไม่ยอมยอมรับว่าเธอฆ่าคนใช่ไหม?”

กู้เหวยมองจ้องไปที่ตำรวจ แล้วพูดด้วยความเด็ดเดี่ยวออก มาทีละคำว่า “ฉันไม่ได้ฆ่าคน!

ตำรวจทำเสียงจ๊ะ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที กดโทรออก ไป “คุณชายมู่ เธอไม่ยอมยอมรับว่าเธอเป็นคนผลักคุณลงไป ตอน………จัดการยังไงดีครับ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ