ที่แท้....ฉันเป็นลูกเศรษฐี!

บทที่848 การประลองฝีมือ



บทที่848 การประลองฝีมือ

“ผมชื่อเฉินเกอ!

เฉินเกอแนะนำตัวอย่างสุภาพกับเกาจื่อเฉิง

“คุณเฉิน เมื่อกี้ยอดเยี่ยมมาก เกาจื่อเฉิงพูดชื่นชมเฉินเกออีกหนึ่งประโยค

“ฮ่าๆ ที่ไหนกัน แค่เห็นว่าอยุติธรรมเท่านั้นเอง! ”

เฉินเกอยิ้มตอบอย่างเรียบๆ

เมื่อมองดูจ้าวหยินอีกที ก็พบว่าจ้าวหยินได้หายตัวไปกับ สายลมเมื่อไหร่แล้ว

แต่เฉินเกอก็ไม่ได้สนใจจ้าวหยินอีกต่อไป เพราะยังอย่างจ้าว

หยินยังมีอยู่อีกมากมาย เขาไม่สามารถสั่งสอนหมดได้

“คุณเฉิน สนใจจะเป็นเพื่อนกันไหม? ”

จากนั้นเกาจื่อเฉิงก็เสนออยากรู้จักกับเฉินเกอ

เฉินเกอได้ยินก็ไม่มีปัญหาอะไร พยักหน้าตอบรับทันควัน

ไม่นาน การประลองคัดเลือกก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

เฉินเกอกับหลินจื่อหลันและเกาจื่อเฉิงไม่ได้รีบร้อนจะไป ประลอง แต่คอยสังเกตดูอยู่ด้านล่าง
สำนวนสุภาษิตได้กล่าวไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อย

ครั้ง

เฉินเกอยืนสังเกตดูอยู่ด้านล่างว่าคนที่สถานศึกษาส่งมาจะมี

ความสามารถขนาดไหน จะได้คิดหาวิธีการรับมือถูก ในใจของเฉินเกอไม่ได้คิดว่าควรรับสามกระบวนท่าอย่างไร แต่คือการเอาชนะอีกฝ่าย อย่างนี้ถึงจะสมกับเป็นผู้แกร่งกล้า

สามกระบวนท่า ช่างดูถูกกันจริงๆ

มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีครามกำลังเดินขึ้นไป ในมือได้ถือ พัดไว้เล่มหนึ่ง ดูแล้วท่าทางสง่าผ่าเผยยิ่งนัก

เฉินเกอเห็นแล้วก็รู้สึกอยากจะหัวเราะออกมา คนพวกนี้เป็น ใครกัน เด็กกะโปโลก็สามารถมาร่วมคัดเลือกได้ด้วยเหรอ ช่าง ขวางหูขวางตาเหลือเกิน

“ดง! ”

จากนั้นเสียงนิ่งดังขึ้น การประลองยกแรกเริ่มขึ้นอย่างเป็น

ทางการ

คนสวมเสื้อคลุมสีครามได้กระโจมเข้าหานักทดสอบยุทธ์ทันที โดยสะบัดพัดในมือออกไป

“โครม! ”

วินาทีต่อมาคนสวมเสื้อคลุมสีครามก็ถูกนักทดสอบยุทธ์ถีบ ตกลงจากเวที
“แพ้ คนต่อไป!

หยุนคงไม่มองแม้แต่แวบเดียวก็เอ่ยปากพูดออกมา

เมื่อเห็นภาพนี้ คนที่อยู่ด้านล่างต่างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ไม่มีใครคิดถึงว่านักทดสอบยุทธ์จะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ส่วนเฉินเกอมองแล้วก็ไม่วิเศษวิโสอะไร เพียงแต่คนสวมเสื้อ

คลุมสีครามอ่อนหัดเอง จึงได้ถูกจัดการด้วยกระบวนท่าเดียว

ท่าเดียวก็รับไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีช็อตเด็ด ให้ดูแล้วสิ

และในเวลาต่อมามีคนจำนวนมากขึ้นไปไม่ขาดสาย แต่ต่าง ถูกจัดการแค่กระบวนท่าเดียวกันหมด

ครึ่งชั่วยามผ่านไป มีเพียงหนึ่งคนที่รับได้หนึ่งกระบวนท่า โดย ผ่านการคัดเลือกเข้าห้องระดับต้น ส่วนคนอื่นที่เข้าประลองที่ เหลือต่างล้มคลานไปกองกับพื้นอย่างน่าเวทนา

หยุนคงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ อดไม่ได้ที่จะเริ่มส่ายหัวขึ้นมา รู้สึกผิด หวังต่อการคัดเลือกครั้งนี้มาก

“คนต่อไป”

จากนั้นก็เริ่มพูดอย่างน่าเบื่อหน่ายอีกครั้ง

“คุณเฉิน ขึ้นไปลองดูสิ? ”

หลินจื่อหลันถามเงินเกออย่างสนอกสนใจ

เฉินเกอฟังแล้วก็พยักหน้าหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงยกมือพูดว่า“ผม! ”
ทันใดนั้นทุกสายตาต่างจับตามองเฉินเกออยู่คนเดียว

เมื่อคนรอบข้างเห็นรูปร่างของเฉินเกอ ต่างออกความเห็นเป็น เสียงเดียวกันว่าต้องคลานอยู่กับพื้นด้วยกระบวนท่าเดียวแน่ๆ

ในขณะที่เป็นที่จับตามองของทุกคนอยู่นั้น เฉินเกอได้เดินขึ้น เวทีประลอง ยืนอยู่ตรงหน้านักประลองยุทธ์คนนั้น

“คุณไม่ต่างอะไรจากคนพวกนั้นเลย ผมขอเตือนว่ายอมแพ้แต่ แรกเถอะ จะได้ไม่เหมือนคนพวกนั้นที่ถูกกระทืบจนคลานอยู่กับที่ ด้วยกระบวนท่าเดียว! ”

นักทดสอบยุทธ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเกอพูดเยาะเย้ยด้วยแวว ตาดูถูก

เฉินเกอฟังแล้วก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที

แม่ง กล้าดูถูกตน ถ้าอย่างนั้นเงินเกอจะไม่ทำให้เขา

สมปรารถนา

“ใช่เหรอ? คุณยังไม่ได้สู้กับผมเลย ทำไมถึงรู้ว่าผมไม่ใช่คู่ ต่อสู้ของคุณล่ะ? ไม่แน่ว่าคุณจะเป็นคนถูกผมกระทืบจนคลาน อยู่กับพื้นก็เป็นได้? ”

เฉินเกอตอบโต้นักทดสอบยุทธ์อย่างมาดมั่นต่อหน้าผู้คน

“พ่อหนุ่ม ใครก็พูดโอ้อวดได้ ดูเหมือนคุณจะรนหาที่ตายจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าโทษผมที่ไม่เกรงใจนะ บอกชื่อคุณมา

นักทดสอบยุทธ์ได้ยินก็ตวาดด้วยความโมโห
“เฉินเกอ คุณล่ะ? ให้ผมรู้จักชื่อคุณหน่อย ถ้าหากผมกระทืบ คุณจนต้องคลานอยู่กับพื้น ผมเกรงว่าตอนที่เจอหน้าคุณที่สถาน ศึกษาจะจ่คุณไม่ได้”

เงินเกอก็ถามนักทดสอบยุทธ์หนึ่งประโยค

“เชอะ ฟังให้ดี ผมคือหัวหน้าห้องระดับเยี่ยมชั้นห้าของสถาน ศึกษาหญิงคง ผมชื่อเก่อหยุนเฟิง”

นักทดสอบยุทธ์รีบบอกชื่อของตนแก่เฉินเกอ

พูดจบ เสียงนิ่งดังขึ้นอีกครั้ง การประลองเริ่มขึ้นอย่างเป็น

ทางการ

“ปัง!”

เห็นเก่อหยุนเพิ่งเริ่มขยับกายพุ่งเข้าหาเงินเกออย่างรวดเร็ว

เก่อหยุนเฟิงมีความเร็วที่ไม่ถือว่าช้า อย่างน้อยความสามารถ น่าจะถึงขั้นการบำเพ็ญจิตชั้นสามของขอบเขตเงินเหริน สามารถ พูดได้ว่าไม่อ่อนหัดเลย

แต่สําหรับเงินเกอแล้วยังอ่อนหัดอยู่บ้าง

แน่นอน เฉินเกอจะไม่แสดงความสามารถที่แท้จริงของเขา ออกมา เขาแค่ใช้การบำเพ็ญจิตชั้นสองของขอบเขตเงินเหริน สามารถเอาเก่อหยุนเฟิง ให้อยู่หมัดได้แล้ว

เก่อหยุนเฟิงชกเข้าที่ใบหน้าของเฉินเกออย่างแรง คนรอบข้างต่างก็เห็นเฉินเกอถูกชกไปกองอยู่กับพื้น
แต่น่าเสียดาย ภาพอย่างนี้ไม่มีทางปรากฏให้เห็นเป็นอันขาด

เห็นเฉินเกอเอียงกายก็หลบหมัดของเก่อหยุนเฟิงได้ ทำให้ หมัดของเก่อหยุนเฟิงพลาดเป้า “โอ้สวรรค์ เขาหลบไปได้หนึ่งกระบวนท่าแล้ว! ”

คนด้านล่างเห็นก็รู้สึกประหลาดใจ

เก่อหยุนเพิ่งได้ยินคำพูดนี้ก็เสียอารมณ์เป็นอย่างมาก รู้สึกตัว เองขายหน้ามาก นี่เป็นการหยามเกียรติของเขาที่ไม่สามารถชก

เฉิน

เกอไปกองกับพื้นได้เพียงหมัดเดียว

จากนั้น เมื่อเก่อหยุนเฟิงรู้ตัวก็รีบกระโดดถีบเข้าหาเงินเกอ ซึ่งเป็นการใช้ท่าไม้ตาย ดูเหมือนว่าเขาคิดจะเอาเฉินเกอให้ดิน อยู่กับที่กันเลยทีเดียว

แต่เก๋อหยุนเฟิงประมาณฝีมือของเฉินเกอต่ำไป การถีบครั้งนี้พลาดเป้าไปอีกครั้ง ไม่ได้โดนตัวเฉินเกอแม้แต่

นอย

“กระบวนท่าที่สองแล้วนะ! ”

มีเสียงมาจากด้านล่างอีกครั้ง

บัดนี้ แม้กระทั่งคนที่นั่งอยู่อย่างหยุนคงก็มีสีหน้าที่ประหลาด ใจและเซอร์ไพรส์เป็นอย่างมาก เขาคิดไม่ถึงว่าเฉินเกอจะรับเกือ หยุนเฟิงได้ถึงสองกระบวนท่า
“คิกคิก ยังเหลืออีกหนึ่งกระบวนท่านะ จะสามารถเอาชนะผม ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะ! ”

บัดนี้เงินเกอยิ้มอย่างแปลกประหลาดพลางพูดเย้ยหยันเก่อ หยุนเฟิง

เก่อหยุนเฟิงได้ยินก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ เขารู้สึกว่าเฉินเกอ

ลังหยามศักดิ์ศรีของตนอยู่

แต่ความเป็นจริงแล้วเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฉินเกอเลย สิ่งนี้เขา รู้ตัวตั้งนานแล้ว แต่เขาจะยอมแพ้อย่างนี้ไม่ได้ มิเช่นนั้นจะ เป็นการขายหน้าอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว ดังนั้นเก๋อหยุนเฟิง ตัดสินใจใช้กำลังความสามารถทั้งหมดของตนในการต่อสู้กับ เฉินเกอ

“คิก! ”

เก่อหยุนเฟิงยิ้มเย็น

“กระบวนท่านี้ของผมต้องเอาชนะคุณได้แน่ๆ! “เก่อหยุนเฟิ งมีสีหน้าเคร่งขรึม พูดอย่างมั่นใจ

เฉินเกอยืนอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน สีหน้ายังคงจ้องมองเก่อหยุ นเฟิงอย่างเฉยเมย เขารู้สึกว่าเก่อหยุนเฟิงกำลังพูดอวดอยู่ ความสามารถของเขาเช่นนี้ยังคิดจะเอาชนะตน ช่างปัญญาอ่อน สิ้นดี


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ