ที่แท้....ฉันเป็นลูกเศรษฐี!

บทที่ 586 เรือไม้



บทที่ 586 เรือไม้

ดูเหมือนพวกเขามา โดยมีจุดมุ่งหมาย

แต่ดูเหมือนท่านอาจารย์จะรู้จักพวกเขา

ต่อมา ท่านอาจารย์เข้าไปในบ้านเหินฟ้า พูดคุยเจรจากับพวก

เขาบางอย่าง

เนื้อหาเราไม่รู้

แต่ท่านอาจารย์เจรจาเป็นเวลานาน

และบ้านเหินฟ้าก็พาท่านอาจารย์ดำลงไปใต้น้ำพร้อมกัน

ในคืนนี้ เราแทบไม่สามารถนอนหลับได้เลย

จึงได้แต่ปกป้องศพนางฟ้าน

จนถึงกลางดึก ก็ถึงคราวที่พวกเราทั้งเก้าคนจะต้องดูแล แต่ในขณะนี้เอง มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น เปลี่ยนโชคชะตาของ

ฉัน

เพราะว่า นางฟ้าฟื้นชีพแล้ว!

เธอปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราทั้งเก้าคนจริงๆ

ใบหน้าของเธอเป็นสีเขียวเล็กน้อย จ้องมองพวกเราอย่างเย็นชา!
ถามพวกเราว่าจะพาเธอไปไหน?

“เราเลยบอกความจริงทั้งหมด!

ดูเหมือนเธอจะโกรธมาก ฉันจำได้อย่างชัดเจน เธอพูด ประโยคหนึ่ง “จนถึงตอนนี้แล้ว คุณยังจะทำให้ฉันเดือดร้อนอีก โชคดีที่ฉันฟื้นขึ้นมาได้

จากนั้นเธอก็โกรธเกรี้ยวอย่างหนัก ลงมือกับพวกเรา เธอ……เธอสยองมากจริงๆ

ทันทีที่ลงมือ ก็ฆ่าตายแล้วหกคน

ฉันก็อยากจะวิ่งหนี เธอสะบัดแขนเสื้อยาว ก็รัดคอฉันไว้ จาก นั้น ฉันก็ถูกเธอโยนสะบัดขึ้นไปบนฟ้า ตกลงไป ฉันจะต้องถูก กระแทกเป็นเนื้อบดละเอียดแน่นอน!

แต่โชคดี ฉันถูกกิ่งไม้รับตัวไว้ตอนตกลงไป แค่ขาหักเท่านั้น

อยู่ในสภาพกึ่งหมดสติ

ตอนนั้นฉันจึงคิดได้อย่างน่าตกใจ ช่างผิดปกติจริงๆ นางฟ้า ยังอยู่ในโลงศพ ผู้หญิงสวยที่บ้าคลั่งคนนี้คือใครกันแน่? ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนๆที่เหลือของฉันเป็นอย่างไรบ้าง

น่าจะถูกเธอฆ่าหมดแล้ว

แต่โชคดีที่ บ้านทองสัมฤทธิ์หลังใหญ่นั้น ทะยานขึ้นจากทะเล ราวกับการระเบิด
เพราะฉันโดนแรงสั่นสะเทือนมากเกินไป เลยหมดสติในทันที

เมื่อตอนที่ตื่นขึ้นมา ก็อยู่ในบ้านของชาวประมงผู้ใจดีแล้ว ถึง ได้รู้ว่า เมื่อคืนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดแปดคน ส่วนคนที่ เหลือ ได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์หมด ส่วนฉัน คือผู้รอด ชีวิต

แต่ก็เป็นเพราะเหตุการณ์นี้ ทำให้เกิดความบกพร่องทาง ร่างกาย พิการ ไม่สามารถสัมผัสกับลมทะเลได้ จึงได้ตั้งรกราก อยู่ที่เกาะโมเฒ่า แต่ท่านอาจารย์ ก็ทิ้งเงินไว้ให้มากมาย

ตัวหนังสือที่จารึกเกียรติประวัติของผู้ตายนี้ เล่าต่อไปอีกก็คือ หลังจากที่ผู้รอดชีวิตได้เงินทองมาแล้ว ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็ สร้างตัวจนร่ำรวยเงินทอง และกลายเป็นคนดังบนเกาะ

เรื่องเหล่านี้ ถูกลูกหลานของเขา แกะสลักไว้บนป้ายหลุมฝัง

ศพของเขา

“คนสมัยก่อนก็เป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะคนสมัยก่อนที่ประสบ ความสําเร็จ ชอบเพิ่มเรื่องราวที่ไม่ธรรมดา บนศิลาจารึก เกียรติประวัติของตัวเอง อย่างเช่นหลิวปังกบฏเพราะฆ่างูขาว แต่ว่า ฉันชื่นชมการจินตนาการของผู้คนในสมัยนั้นจริงๆ บ้าน เหินฟ้าทองสัมฤทธิ์ที่เขาพูดถึง คงไม่ใช่ยานอวกาศลำใหญ่ ใน นิยายแนววิทยาศาสตร์สมัยนี้ใช่ไหม? ฮ่าๆ!”

หยางเทียนหัว ยิ้มแล้วพูด

“อืม นี่มันไร้สาระไม่สมเหตุสมผลเลยจริงๆ แต่ก็ยิ่งทำให้เขา เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น!
หยูเซียวก็พูดขึ้น

แต่เงินเกอกลับเงียบไม่พูดจา

พูดคุยกับหยางเทียนหัว อีกสักพัก หลังจากที่เฉินเกอรู้เรื่องพอ สมควรแล้ว ก็เลยให้คนส่งคุณหยางกลับไป

“ฉันกลับห้องก่อนนะ พวกเธอก็รีบพักผ่อนเถอะ คาดว่าพรุ่งนี้ เราก็จะออกเดินทางแล้ว!”

เฉินเกอพูดเบาๆ

หยูเซียวเรียกหยุดเฉินเกอ “เดี๋ยวก่อน ทำไมเมื่อกี้นายไม่พูด เลย และไม่แสดงความคิดเห็นด้วย นายมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ที่จริงกู่หยูเซียว เป็นหญิงสาวที่มีจิตใจละเอียดอ่อนมาก จึง

ถามขึ้นในทันที

“ฉันสังเกตเห็นแล้ว ตอนที่คุณหยางพูดถึงบ้านเหินฟ้า หนัง

ตาของคุณกระตุก ใจคุณต้องสัมผัสได้ถึงบางอย่างแน่นอน!

“คุณช่างฉลาดจริงๆ ถ้าฉันบอกว่า สิ่งที่ผู้รอดชีวิตในเมื่อกี้เล่า อาจไม่ใช่ตำนาน แต่เป็นเรื่องจริง คุณจะเชื่อไหม?”

เฉินเกอพูดขึ้น

“เรื่องจริงๆ?”

กู่หยูเซียวตกตะลึง

“อืม จริงมาก ดูเหมือนว่าเรื่องจะยุ่งยากกว่าที่ฉันคิดไว้
เงินเกอแค่ทิ้งคำพูดนี้ไว้ ก็กลับไปที่ห้องเลย

หยูเซียวกลับชะงักอยู่กับที่

ในกลางดึก ฟังเสียงคำรามของคลื่นทะเล เฉินเกอนั่งสมาธิบน

เตียง

นึกถึงการค้นพบใหม่ในคืนนี้

ตามที่ผู้รอดชีวิตคนนั้นเล่า มีผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เก่ง กล้ามาก เคยปรากฏตัว และคนทั้งแปดนั้น ก็ถูกฆ่าด้วยความ โกรธของเธอ

เธอจะเป็นใคร? แล้วฟื้นชีพที่เธอพูดถึง หมายถึงอะไร?” แต่ฟังความหมายอย่างนั้น ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะมีความ แค้นอย่างมาก

อีกอย่าง เสียงครวญครางกรีดร้องในบ้านเหินฟ้า ทำให้คน คนนี้รู้สึกมีความทรงจําที่ลึกซึ้ง หรือว่าคนที่โดนไม่หยางเหมิง จับตัวไป อยู่ที่นี่ทั้งหมด?

ถ้าอย่างนี้ มู่หานและอาสอง

เฉินเกอประหลาดใจด้วยความสงสัย

สำหรับหญิงสาวชุดขาวคนนั้น สุดท้ายน่าจะโดนขอทานชราที่

ลึกลับปราบแล้ว

เพราะเรื่องหลังจากนั้น เฉินเกอรู้หมดแล้ว พวกขอทานชรา เดินทางต่อไปอย่างราบรื่น หลังจากฆ่ามังกรที่บาดเจ็บตาย แล้วฝังไปกับโลงศพของนางฟ้า

แล้วก็กลับมาอย่างราบรื่น

“วังราชาสมุทร!”

สุดท้าย เฉินเกอพิมพ์สามคำนี้เบาๆ ประกายแห่งความมุ่ง มันสว่างวาบในดวงตา

สึนามิได้หยุดลงแล้ว แต่ลมทะเลยังคงแรงเหมือนเดิม

เมื่อทอดสายตามองดู คลื่นใหญ่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ พื้นผิว ทะเลที่ไร้ขอบเขต ยิ่งทำให้คนรู้สึกถึงความน่าหวาดกลัว ในเวลานี้ เป็นวันที่สองแล้ว ที่เฉินเกอออกเดินทางพร้อมกับ

กองทัพเรือของตระกูล

เมื่อสองวันก่อน เฉินเกอได้ส่งบอดี้การ์ด โดยเฉพาะ ปกป้อง พวกฟางเจียนนั้นไปที่ไม่เฉิงก่อน ไปหาหยางเวย จากนั้นจึงไป ติดต่อคนของตระกูลฟาง มารับตัว

พวกฟางเงี่ยนนันปลอดภัยแล้ว เฉินเกอก็รู้สึกโล่งใจอย่าง แท้จริงแล้ว

แต่เดิม ฟางเงี่ยนนั้นก็จะติดตามเฉินเกอมาด้วย

แต่ว่า มันอันตรายเกินไป นี่ไม่ใช่ไปสำรวจผจญภัย ยิ่งไม่ใช่ ไปท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้มีอันตรายมากมายที่ยังไม่รู้ไป ครั้งนี้ แม้แต่ความสามารถอย่างเฉินเกอ ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่า จะต้องปลอดภัย!

“คุณผู้ชาย เดาว่าอยู่ไม่ไกลจากที่อยู่ของวังราชาสมุทรแล้ว!”

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ขณะนี้ เถียเจ๋งมาถึงบนดาดฟ้า ยืน อยู่ด้านหลัง เฉินเกอ พูดด้วยความเคารพ

“อืม นายสมัยนั้น จุดที่นายพายเรือล่องลอยมาถึง ก็น่าจะอยู่ ใกล้แถวนี้!”

เฉินเกอพูดขึ้น

“อืมๆ ในตอนนั้นฉันมาตามลมทะเล เรือแล่นเร็วมาก แล้วก็ ล่องลอยมาเกือบสิบวัน อาหารแห้งของฉันเพียงพอแค่สามวัน เท่านั้น ในอีกเจ็ดวันข้างหลัง ฉันแทบจะอดตายอยู่ที่นี่! นับดู ระยะทางการเดินเรือแล้ว ก็น่าจะเป็นบริเวณนี้

เถียเจ๋งมองไปรอบๆ คาดประมาณแล้วพูดขึ้น

“เมื่อรวมกับเบาะแสที่เราได้เมื่อวาน ฉันสงสัยว่า พี่นางฟ้าที่ นายเห็น จะเป็นคนที่เราตามหาหรือเปล่า?”

เฉินเกอคิดในใจ

“ฉันอยากรอให้พวกเราเข้าไปในวังราชาสมุทร คุณผู้ชาย ก็ น่าจะได้รับคำตอบที่คุณต้องการแล้ว!”

เถียเฉิง พูดขึ้น

“อืม หวังว่านะ!”

เฉินเกอมองไปในระยะไกล
ตามที่บันทึกไว้ในแผนที่ของวังราชาสมุทร ก็ทิศทาง โดย

คร่าวๆ ม? คุณผู้ชาย คุณดูนั่นคืออะไร? ดูเหมือน……. คือเรือสํา หนึ่ง?

ในเวลานี้ เถียเจ๋ง ชี้ไปที่หนึ่งแล้วพูดขึ้น

เฉินเกอเงยหน้าขึ้นมอง เป็นไปตามคาด คือเรือลำหนึ่ง และยัง เป็นเรือไม้ขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่า พายจะไม่ได้ขยับเลย

แต่ว่า เรือลำนี้กำลังสวนทางกับกระแสน้ำ กำลังแล่นมาทาง เฉินเกออย่างรวดเร็ว

“เกิดอะไรขึ้น?”

และกู่หยูเซียวก็ได้เดินออกมาในขณะนี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะถาม

ขึ้น

เมื่อเห็นเรือที่กำลังแล่นมา เธอก็นิ่งอึ้งเล็กน้อย

“พลังแข็งแกร่ง?”

เฉินเกอจ้องมองไปที่เรือ สังเกตถึงกลิ่นไอที่เรือลำนี้สะท้อน

ออกมา

อดไม่ได้ที่จะสะดุ้ง

จากนั้นก็พูดอย่างเย็นชา

“ให้เรือของพวกเราหลบหลีกมันออกไป ฉันขึ้นไปดูหน่อย!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ