The king of War

บทที่255 ทหารเก่าที่ชายแดนเหนือ



บทที่255 ทหารเก่าที่ชายแดนเหนือ

ทุกคนในตระกูลโจว ต่างทำหน้าช็อก

“เจิ้งเต๋อหัว คุณคงชอบทำอะไรด้วยตนเองสินะ!”

เมียวเจิ้งอวี่มองหน้าเจ๋งเต๋อหัวอย่างไม่ชอบใจ แล้วได้เดิน จากไปอย่างไม่พอใจ

ถึงแม้ตอนที่เจิ้งเต๋อหัวหนุ่มๆ จะเคยช่วยชีวิตของเมียวเจิ้งอ เอาไว้ แต่หลายปีมานี้ ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลเมียว ก็คงไม่มีตระ กูลเจิ้งในวันนี้

และเรื่องบุญคุณที่ช่วยชีวิต ตระกูลเดียวก็ได้ทดแทนเป็นสอง เท่าไปนานแล้ว

ตอนนี้ เจิ้งเต๋อหัวไปล่วงเกินหานเซียวเทียนเข้า เกรงว่าตระกูล เมียวก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ถ้าตระกูลเดียวยังช่วยเหลือตระ กูลเจิ้งเหมือนเมื่อก่อนต่อไปละก็ มันก็คงเป็นเรื่องที่โง่เขลาสิ้นดี

“ป๊าบ!”

เจ๋งเต๋อหัวตบหน้าเจิ้งหยันอย่างแรง แล้วตะคอกด้วยความคม โหว่า “แก ไอ้ลูกไม่รักดี ฉันอุตส่าห์เตือนแกไว้แล้วว่าวันนี้อย่า ไปหาเรื่องใคร จะมีคนใหญ่คนโตมาบ้านตระกูลโจว คำพูดของ ฉัน แกฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรือไง?”

“แกก็อีกคน ฉันเตือนแกตั้งนานแล้ว ว่าให้ทำตัวเบาๆ ลงบ้างอย่าดูถูกคนอื่นให้มันมากนัก ตอนนี้ ตระกูลเจิ้งได้ถูกไอ้หน้าโง่ อย่างแกสองคนทําลายไปแล้ว!

พอด่าลูกหลานเสร็จ เจิ้งเต๋อหัวก็มองไปที่นายท่านตระกูลโจว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า “โจวเหลียงซาน นับจากวันนี้ ไป ตระกูลเจิ้งกับตระกูลโจวของคุณ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก คุณก็พึ่งพาตัวเองไปแล้วกัน”

“พวกแกไปกับฉัน ไปขอโทษคุณหยาง!”

เจิ้งเต๋อหัวหันไปตะคอกใส่เจิ้งหยันกับเจิ้งเหม่ยหลิงอีกครั้ง

เมื่อกี้หานเดี่ยวเทียนนั้นพูดไว้แล้วว่าภายในวันนี้ พวกเขา ต้องได้รับการยกโทษจากหยางเฉินให้ได้ ถึงแม้โอกาสที่หยางเฉินจะยกโทษให้นั้นมันน้อยมาก แต่พวก

เขาก็ต้องลองดู

ที่ลานจอดของ โฮมสเตย หลังจากที่หยางเฉินส่งคนในบ้านขึ้น รถไปแล้ว ถึงได้พูดออกมาว่า “พวกคุณกลับไปกันก่อนนะ ผมยัง มีธุระในเมือง โจวเฉิงต้องไปจัดการอีก”

“หยางเฉิน คุณไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา คุณอยากทำอะไรก็ไป ทำได้เลยค่ะ! ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฉันก็จะอยู่ข้างคุณค่ะ!”

ฉินซีพูดด้วยดวงตาที่แดง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอต้องเป็นห่วง ว่าหยางเฉินจะไปทำอะไรแน่นอน

แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ขวางเขาอีกแล้ว
จากในตัวของเจิ้งเหม่ยหลิง ทําให้เธอมองเห็นอะไรบางอย่าง คนที่น่าสงสารนั้นต้องมีจุดที่น่าสงสารแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลฉินหรือตระกูลโจว เธอต้องถูกรังแก ครั้งแล้วครั้งเล่า จากจิตใจที่ดีงามของเธอ

ผู้คนแบบนี้ มันไม่มีค่าที่เธอต้องยกโทษให้เลย

“เฉียนเปียว ครอบครัวของผม ฝากคุณดูแลด้วยแล้วกัน!”

หยางเฉินหันมองเฉียนเปียวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

เฉียนเปียวยืนตรงโดยอัตโนมัติ ลำตัวยืดตรง แล้วขานรับ ด้วยความเสียงดังว่า “ภารกิจต้องสำเร็จแน่นอนครับ!”

ในใจของเขานั้นรู้สึกซาบซึ้ง และรู้สึกหนักแน่นไปด้วย เหตุผลที่ซาบซึ้งนั้นเพราะความเชื่อใจที่หยางเฉินมีให้แก่เขา แม้แต่คนที่ใกล้ชิดที่สุด ก็ยังมอบหมายให้เขาคุ้มกัน

ส่วนเหตุผลที่เขารู้สึกหนักแน่นนั้นเป็นเพราะความสำคัญของ ภารกิจในครั้งนี้ ในรถมีผู้หญิงอยู่สามคน ต่างก็เป็นคนที่ใกล้ชิด กับหยางเฉินที่สุด เขาจะทุ่มเทชีวิตเพื่อปกป้องพวกเธอ

“โอเค ไปเถอะ!”

หยางเฉินพูดพร้อมโบกมือ

พี่น้องจากชายแดนเหนือนั้น ก็ยังสามารถเชื่อใจได้

“หยางเฉิน ในที่สุดตาแก่อย่างฉันก็ตามเธอจนทันซะที!”
ทันทีทีเจียนเปียวขับรถออกไป หานเดี่ยวเทียนก็พาหาน เฟยเฟยตามมาถึง พูดพร้อมกับหายใจหอบ

หยางเฉินมองหน้าหานเซียวเทียนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย จาก นั้นก็พูดไปว่า “ที่ผมช่วยคุณไว้ มันไม่ใช่เรื่องที่ลำบากอะไร เมื่อ เจ้าบ้านหานก็ได้ช่วยผมไว้แล้ว ผมรู้สึกซาบซึ้งใจมาก คุณจึงไม่ จําเป็นต้องตอบแทนบุญผมอีกแล้วครับ”

เขารู้ดีอยู่แล้ว ว่าหานเดี่ยวเทียนนั้นมีใจที่สำนึกบุญคุณ

หานเซี่ยวเทียนรู้สึกแปลกใจ เมื่อตอนอยู่ในห้องจัดเลี้ยง ฐานะของเขาก็ถูกเปิดเผยแล้ว

หยางเฉินรู้ว่าเขาเป็นถึงผู้นำตระกูลระดับสูงสุดแห่งเมืองเอก แต่กลับไม่มีความนับถือยำเกรงเลยสักนิด

“พี่หยางคะ การที่ได้ช่วยชีวิตคุณปู่ของฉันเอาไว้ พี่รู้รึเปล่า

คะว่านั้นมันหมายถึงอะไร?”

หานเฟยเฟยก็ทำหน้าตกใจเหมือนกัน

ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าหยางเฉินนั้นมีฉินซีเป็นภรรยาแล้ว เธอคง คิดว่าหยางเฉันคงตั้งใจปล่อยเธอเพื่อจับเธออีกครั้งไปแล้ว

“คุณหยางครับ!”

ในเวลาเดียวกัน ซูเฉิงอู่กับลั่วปิงก็ได้ตามมาถึงแล้วเหมือนกัน ซูเฉิงอู่ถามด้วยท่าทางที่เคารพว่า “คุณหยาง คุณจะไปไหนเหรอ ครับ? เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง!”
“ผู้นำชู เชิญคุณกลับไปเถอะครับ คุณหยางนั้น เดี๋ยวผมจะไป ส่งเอง!” ลั่วปิงพูดออกมาอย่างเรียบเฉย

เมื่อหานเซียวเทียนได้เห็นแบบนั้น แววตาของเขาก็ดูตกใจ แปลกใจยิ่งกว่าเดิม

ถึงเขาจะไม่เคยเจอลั่วปิงมาก่อน แต่ก็เคยเห็นซูเฉิงมาก่อน รู้

ว่าซูเฉิงคู่นั้นเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเจียง โจว

ตอนนี้ กลับมาแย่งกันเพื่อที่จะได้เป็นคนรับส่งหยางเฉิน

ตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนซูเฉิงจะไม่ได้สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ พฤติกรรมที่มีต่อชายหนุ่มคนหนึ่งนั้นกลับดูเคารพแบบนี้

แม้แต่สามตระกูลสูงสุดแห่งเมืองเอกก็คงไม่ได้รับการปฏิบัติ แบบนี้หรอกมั้ง?

หรือว่า ชายหนุ่มคนนี้ จะเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลมหา

เศรษฐีที่มาจากเยนอย่างนั้นเหรอ?

หานเดี่ยวเทียนนั้นคาดเดาถึงภูมิหลังของหยางเฉินได้ทันที แต่ว่า เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่า ตระกูลมหาเศรษฐีของเยนต์นั้น ต้องการให้หยางเฉินกลับไปรับตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่กลับถูก หยางเฉินนั้นปฏิเสธไปแล้ว

“หยางเฉิน ดูสิตอนนี้มันได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้ว ไม่ว่าเธอจะ ไปไหน ยังไงก็ต้องกินข้าวก่อน จริงมั้ย?”

หานเซี่ยวเทียนพูดไปยิ้มไป “ฉันได้จองโต๊ะไว้ที่ร้านอาหารจีน ถึงไว้แล้วโต๊ะหนึ่ง ฉันขอเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อ ถือว่าเป็นการขอบคุณที่เธอได้ช่วยชีวิตของเอาไว้ เป็น”

ตอนนี้ เขานั้นสนใจแล้วถูกใจใน

หยางเฉินไตร่ตรองไปพักหนึ่ง ก่อนจะไปว่า “เมื่อบ้านมีความตั้งใจกล้าปฏิเสธแล้วครับ!

ตอนเขาตั้งใจจะเปิดตลาดของเยี่ยนเฉินกรุ๊ปแล้ว ถ้าเชื่อมสัมพันธ์กับคนอย่างหานเดี่ยวเทียนได้ สามารถทำให้เขียนเฉินกรุ๊ปก้าวหน้าได้เร็วขึ้น

ตอนพวกนำตระกูลเศรษฐีของเมืองโจวเฉิงตามมาหยางเฉินถูกคนของหานเดี่ยวเทียนรับขึ้นรถไปแล้ว

ยี่สิบนาทีหลัง

นอกจากหานเดี่ยวเทียนกับหานเฟยเฟยแล้ว ยังซูเฉิง

ลั่วปิง รวมถึงหยางเฉินอยู่ด้วย

หานเฟยเฟยทำตัวราวพนักงาน ในน้ำทุกคนด้วยตนเอง

“มา หยางเฉิน ฉันดื่มอวยพรเธอหนึ่งขอบคุณที่เธอ ช่วยฉันไว้

เซียวเทียนยกวอดก้ามาแก้วหนึ่ง แล้วไปทางหยาง เฉิน

ยกแก้วขึ้นชนแก้วกับหานเดี่ยว เทียน แล้วดื่มเดียวหมดแก้ว
“แจ๊บๆ!”

หลังจากที่หาเดี่ยวเทียนดื่มเหล้าจนหมด เขาก็ทําปากแจ๊บๆ จากนั้นค่อยพูดออกมาอย่างชื่นใจว่า “ยังไงก็ต้องเหล้าประจำ ชาตินี่แหละที่กินแล้วมีพลัง! เมื่อก่อนตอนที่อยู่ชายแดนเหนือ ทุก ครั้งหลังจากที่ชนะศึกใหญ่มา เหล่าพี่น้องก็มักจะกินเหล้าประจำ ชาติฉลองกันตลอด”

“หือ? เจ้าบ้านทานเคยเป็นทหารด้วยเหรอครับ?”

หยางเฉินรู้สึกแปลกใจ ไม่ใช่เพราะหานเซี่ยวเทียนเคยเป็น ทหาร แต่เป็นเพราะคำว่าชายแดนเหนือต่างหากที่กระตุ้นจิตใจ ของเขาเข้า

พอพูดถึงชายแดนเหนือ หานเดี่ยวเทียนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ทันที

“ฉันจะบอกเธอให้นะ เมื่อก่อนตอนที่ฉันอยู่ที่ชายแดนเหนือนั้น เคยผ่านสงครามที่ยากลำบากมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนหลายครั้งที่ ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์” หานเดี่ยวเทียนทำหน้าภูมิใจ “ตอนนี้ ชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอคนที่เต็มใจจะไป เป็นทหารนั้นมีไม่กี่คนหรอก ไม่เคยได้เห็นสนามรบจริงๆ และ ไม่มีทางได้รู้ ทุกวันนี้ที่ประเทศของเรายังสงบสุขอยู่ได้ เป็นเพราะ เหล่าทหารกล้าที่อยู่ชายแดนสละเลือดเนื้อแลกมันมาต่างหาก

หานเดี่ยวเทียนพูดไปพูดมา สีหน้าก็เต็มไปด้วยความคิดถึง หยางเฉินไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่นั่งฟังหานเดี่ยวเทียนเล่าถึง อดีตที่แสนภาคภูมิอย่างเงียบๆ
ทุกครั้งที่พูดถึงช่วงสำคัญ สีหน้าของหานเยี่ยวเทียนก็จะเป็น ประกาย ท่าทางตื่นเต้น น้ำเสียงก็ฟังดูอีกเหิมมากเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะตอนที่พูดถึงหัวหน้าห้องคนในอดีตของเขา เพื่อให้ พวกพ้องสามารถแอบถอนกำลังไปได้ เขาก็เอาระเบิดมาพันทั่ว ตัว แล้ววิ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างห้าวหาญ น้ำตาของหลนเซียวเทียนก็ ไหลเต็มหน้าไปหมด

ความรู้สึกที่หยางเฉินมีต่อทหารเก่าคนนี้ไม่ใช่เพียงแค่เคารพ เท่านั้น แต่แววตายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความนับถือ

หานเดี่ยวเทียนเล่าถึงประวัติศาสตร์มากมาย ต่อให้เป็นหยาง เฉิน ก็ไม่เคยผ่านมันมาก่อน

ส่วนหานเฟยเฟยที่อยู่ข้างๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความนับถือ ใน สายตาของเธอ หานเดี่ยวเทียนไม่ได้เป็นแค่คุณปู่ของเธอแต่ยัง

เป็นซูเปอร์ฮีโร่ในใจของเธอด้วย


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ