The king of War

บทที่ 52 ขอร้องให้กลับไป



บทที่ 52 ขอร้องให้กลับไป

หยางเฉินพาน และเลี้ยวเลี้ยวไปส่งถึงบ้านฉัน ฉันกำลังจะ ลงรถ หยางเงินพลันยิ้ม “รอก่อน ฉันขับรถเข้าไปในลานบ้าน! ”

“หา? ”

ฉันยังไม่ได้สติกลับมา หยางเฉินก็ลงรถไปเปิดประตูลาน บ้านแล้ว จากนั้นก็กลับมาบนรถ

ในความประหลาดใจของฉัน หยางเฉินก็เอารถขับไปจอด ในลานบ้านแล้ว

“หยางเฉิน นายรีบเอารถขับออกไป ถ้าเกิดให้คุณแม่ฉันรู้ แล้วไล่นายออกไปเป็นเรื่องเล็ก แต่มาทุบทําลายรถจะทำ อย่างไร? ” ฉินซีสีหน้าวุ่นวาย

ที่บ้านนี้ เป็นโจวซุ่ยที่ดูแลครอบครัว

ฉันกลับไม่รู้ ตอนเช้าหยางเฉินจัดการแม่ยายไว้อยู่หมัดแล้ว และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาก็จะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้แล้ว

“เสี่ยว ความหมายของเธอก็คือ ไล่ฉันออกไปเป็นเรื่องเล็ก ทุบรถเป็นเรื่องใหญ่? ” หยางเฉินทำท่าทางน้อยใจ

ฉันเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี “ไร้สาระ! คุณแม่ของฉันเดิมทีก็ไม่ ชื่นชอบนาย ไล่ออกไปก็เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าถ้าทุบรถเสียหาย แล้ว จะทำอย่างไร? ราคารถคันนี้ของนาย น่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านสินะ? ”

รถคันนี้มากกว่าหนึ่งล้านเป็นธรรมดา ไม่เพียงเป็นรถใหม่ คุณภาพสูง เริ่มต้นที่หนึ่งล้านขึ้นไป อีกทั้งรถคันนี้ ยังเป็นหม ข่าวที่ไปสำนักงานใหญ่ของ Volkswagen ให้ปรับแต่งตามระดับ ค่าความปลอดภัยสูงสุดของฝ่ายกองทัพ

“ถึงแม้คุณแม่ฉันจะพูดไปแล้วเมื่อตอนเช้า ว่าวันหน้าอนุญาต ให้นายอยู่ในบ้าน แต่เธอมักจะเป็นคนที่เมื่อเช้าพูดไว้ มาถึงตอน เย็นก็ไม่ยอมรับแล้ว”

ฉันกำลังพูดอยู่ พลันมองเห็นโจวชุ่ยที่ผูกผ้ากันเปื้อนออก มา สีหน้าก็วุ่นวายทันที “ไม่ดีแล้ว! คุณแม่ฉันออกมาแล้ว! ”

เธอรีบลงรถ เพิ่งคิดจะอธิบาย อันดับแรกหยางเฉินหิ้วถุง เครื่องประดับใบหนึ่ง เดินขึ้นหน้าอย่างยิ้มแย้มยื่นให้กับโจว ชัย “คุณแม่ นี่คือตอนที่ผมผ่านร้านหยก ตั้งใจซื้อกําไลข้อมือ หยกเหอเถียนตามบุคลิกลักษณะของคุณแม่เป็นพิเศษ คุณแม่ ลองดูว่าชอบไหม? ”

ตอนเช้าเพิ่งจะได้รับเงินสดห้าหมื่นหยวนที่หยางเฉินมอบให้ ตอนเย็นได้รับกำไลข้อมือหยกวงหนึ่งที่ราคาไม่เบามา ในใจของ โจวซุ่ยตื่นเต้น

แต่ความคับแค้นใจต่อหยางเฉินที่มีมายาวนาน ทำให้เธอไม่ อาจเปลี่ยนท่าทีต่อหยางเฉินได้ในทันที แต่ท้ายที่สุดท่าทีก็ยังดี กว่าแต่ก่อนมาก

โจวยแค่นเสียงเย็นค่าครั้งหนึ่ง ยื่นมือออกไปรับถุงเครื่องประดับมาลวกๆ เอ่ยอย่างราบเรียบ “นับว่านายยังมโนธรรมอยู่ บ้าง

เธอเอ่ยจบ ก็หมุนกายเข้าบ้านไป

จินซีสีหน้าตกตะลึงมองเรื่องทั้งหมดนี้ จนกระทั่งหยางเงิน เตือนสติเธอ “บเข้าบ้านไป ไม่ได้กินอาหารที่คุณแม่ทำมานาน แล้ว”

ไม่รอให้ฉันขยับ เขาก็กุมมือของเลี้ยวเลี้ยวเข้าบ้านไปแล้ว “เขายังมีเทคนิคแบบนี้?

ฉันพูดกับตัวเองประโยคหนึ่ง ต่อจากนั้นก็ตามหยางเดินเข้า บ้านไป

“คุณแม่ฉันล่ะ? ” ฉินซีเอ่ยถามอย่างสงสัย

หยางเฉินยิ้มส่ายหน้า “บางทีอาจจะไปค้นหาข้อเท็จจริงแล้ว

“ค้นหาข้อเท็จจริง? ” ฉินซี ใบหน้ามึนงง

โจวยในตอนนี้ กำลังหลบอยู่ในห้องของตัวเอง หยิบกำไล ข้อมือหยกออกมาสวมไปบนข้อมือ เธอมองอย่างไรก็ชอบอย่าง นั้น “นี่คงไม่ใช่ของปลอมหรอกนะ? ”

ก็เพราะว่ากําไลข้อมือหยกสวยงามอย่างมาก เนื้อหยกเนียน ละเอียด สวมไว้บนมือสบายอย่างยิ่ง ตอนเธอมองเห็นป้ายราคา อดไม่ได้สูดลมหายใจเย็น “สวรรค์! กำไลข้อมือหยกวงนี้ถึงกับราคาสามแสน! คงจะไม่ใช่ของปลอมหรอกนะ? ”

เธอเร่งรีบตรวจสอบตามวิธีการตรวจสอบบนป้าย

ห้านาทีหลังจากนั้น โจวซุ่ยเอากำไลหยกวางกลับเข้ากล่อง เครื่องประดับอย่างระมัดระวัง ล็อกไว้ในตู้เซฟ เพิ่งจะเดินมาถึง ประตู จู่ๆ พลันกลับมาที่เดิม “ไม่ได้ ผ้าหย่งรู้รหัสผ่าน ฉันจะต้อง เปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว”

เธอตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ ถึงได้วางใจจากไป

เพราะกังวลว่าโจวซุ่ยจะระเบิดกะทันหัน พอฉินซีเข้าประตูมา ก็จัดการให้หยางเงินไปในห้องของตนเองเล่นเป็นเพื่อนเสี้ยว เสี้ยว

นี่เป็นครั้งแรกที่เสี้ยวเลี้ยวได้เล่นกับหยางเฉินที่บ้าน ชั้นบนมี เสียงหัวเราะของเสี้ยวเลี้ยวดังออกมาอยู่บ่อยครั้ง ฉินซีพลันมี ความหึงหวงเล็กน้อย เอยพิมพา “วายร้ายตัวน้อย หัวเราะ ความสุขขนาดนี้ จะต้องลืมฉันไปนานแล้วแน่ๆ! ”

“หยางเฉินล่ะ? ”

เวลานี้โจวซุ่ยยกอาหารเดินออกมา ไม่เห็นหยางเฉิน จึงเอ่ย ถามอย่างสงสัย

ฉันซึมองโจวยอย่างระมัดระวังครั้งหนึ่ง “เขาอยู่ชั้นบนเล่น อยู่เป็นเพื่อนเสี้ยวเสี้ยว”

“งั้นก็รีบไปเรียกลงมากินข้าวสิ! ” โจวยกลอกตารอบหนึ่ง
ตั้งแต่หลังจากหยางเงินขับรถเข้ามาในลานบ้าน จีน รู้สึก ว่าไม่น่าเชื่อมากแล้ว โจวซุยในวันนี้เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็น คนละคนเช่นนั้น แม้แต่เธอก็แทบจะไม่รู้จักแล้ว

รอหยางเงินลงมาชั้นล่างแล้ว โจวยหน้าตา ก็กลับมาเป็น เช่นเดิมอีกครั้ง ทําสีหน้าเย็นชาเอ่ยว่า “ต่อไปทําอาหารเสร็จแล้ว ใช่ว่าฉันจะต้องขึ้นไปเชิญนายลงมาด้วยไหม? ”

หยางเฉินรีบส่ายหน้า ยิ้มเอ่ย “คุณแม่ ผมรู้ความผิดแล้ว ครั้ง ต่อไปจะออกมาล่วงหน้า

คำพูดของโจวย ฉันยังไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ แต่คำพูด ของหยางเฉิน ในที่สุดก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความผิดปกติเล็กน้อย

เริ่มแรกคือหยางเฉินเอารถเข้ามาจอดในบ้าน แล้วโจวยชัยยัง ให้เธอเรียกหยางเงินลงมากินข้าว แล้วยังมีบทสนทนาตอนนี้อีก ล้วนแสดงออกถึงท่าทางที่ไม่ลงรอยกันของทั้งสองคนนี้ ว่า เหมือนจะประสานเข้ากันได้แล้ว

นอกเหนือจากนี้ ยังมีเมื่อเช้า โจวซุ่ยก็พูดไว้ว่าจะให้หยางเฉิ นมาอยู่ที่บ้าน หรือจะพูดว่า เธอไม่กลับคำแล้วจริงๆ? ”

“หมายความว่ายังไง? ” ฉันขมวดคิ้วมองไปทางหยางเฉิน

“เด็กๆ ต้องกินผักเยอะๆ ”

หยางเงินแสร้งทำเป็นเป็นใบ้หูหนวก คีบผักชิ้นหนึ่งวางลงใน ถ้วยของเสี้ยวเสี้ยว แล้วก็คืบเนื้อชิ้นหนึ่งวางในถ้วยของฉัน “เธอทำงานยุ่ง กินเนื้อไร้มันให้มากหน่อย มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

“คุณแม่ หนูกลับมาแล้ว!

กำลังกินข้าวกันอยู่ จิน เลิกงานกลับมาแล้ว พุ่งเข้ามาใน บ้านอย่างรีบร้อน ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ ก็เห็นเ ร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะทานข้าว

เธอ หน้าตกตะลึง รองเท้าก็ไม่เปลี่ยนแล้ว รีบวิ่งมาที่หน้าโต๊ะ ทานข้าว หลังจากแน่ใจว่าเป็นหยางเฉินแล้ว เธอเรียกอย่าง ประหลาดใจว่า “พี่เขย คิดไม่ถึงว่าจะเป็นที่จริงๆ!

หยางเฉินหันไปทางฉินแล้วยิ้ม

“เธอเป็นบ้าอะไร? ยังไม่นั่งลงกินข้าวอีก” โจวซุยถลึงตาใส่ ฉันยีอย่างอารมณ์ไม่ดีครั้งหนึ่ง

โจวซุยถึงกับไม่ห้ามเธอเรียกพี่เขย ฉันยิ่งตะลึงมากขึ้นไป

อีกทันที

“พี่สาว นี่เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่? ” ถือโอกาสตอนที่โจว ชุ่ยไปตักข้าว ฉันก็ถามเสียงเบา

ฉันทำหน้าเย็น “ไม่รู้! ”

เห็นได้ชัดว่ายังคงโกรธอยู่ สำหรับเรื่องความลับระหว่างหยาง

เฉินและโจวยู่ฮุ่ย

“เสี้ยวเสี้ยว เมื่อครู่ที่พวกเธอกลับบ้าน เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ แอบบอกน้าหน่อยได้ไหม? ” ฉันก็มองไปทางเสียวเสี้ยวแล้วเสี้ยวเลี้ยวด้านหนึ่งกำลังเดี๋ยวผักด้านหนึ่งพูดอย่างไม่ชัดเจน “ไม่มีนี่! คุณพ่อยังเล่นเป็นเพื่อนเสี้ยวเลี้ยวที่ชั้นบนตั้งนาน

“บทไม่ถูกต้องนี่นา! ” ฉินสีหน้างุนงง เวลานี้ โจวซุ่ยตักข้าวมาให้เธอแล้ว ถึงได้อุดปากของเธอไว้ ได้

นี่คือครั้งแรกที่หยางเฉินได้กินอาหารธรรมดาประจำบ้านที่ใจ วยทำ เพียงเพื่อได้กินอาหารมื้อนี้ได้ใช้ความคิดไปไม่น้อย

“เอาล่ะ ในเมื่อกินอิ่มกันหมดแล้ว ตอนนี้ฉันจะประกาศหนึ่ง เรื่อง” โจวซุ่ยไม่แยแสหยางเฉินที่กำลังกินข้าวถ้วยที่สองสักนิด

เปิดปากขึ้นว่า “เพื่อที่เสี้ยวเดี๋ยวจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ นับ

ตั้งแต่วันนี้ หยางเฉินก็จะอาศัยอยู่ที่บ้านแล้ว”

“อะไรนะ? ”

ฉินที่กำลังดื่มน้ำ เกือบจะพ่นออกมา

ฉินซีและเสี้ยวเลี้ยวตอนเช้าก็รู้ข่าวนี้แล้ว กลับไม่ได้มีการ แสดงออกที่ผิดปกติอะไร ในใจฉินซีก็เพียงแค่แปลกใจ หยาง เฉินแท้จริงแล้วนั้นใช้วิธีการอะไร ถึงกับสามารถทำให้โจวซุ่ย ยินยอมให้เขาอยู่ในบ้านได้

ก็เป็นในตอนนี้ ที่หน้าประตูพลันมีเสียงดังกระหึ่มของเครื่องยนต์ดังขึ้นมา สีหน้าของโจวยมีดครีมลงทันที น่าจะ เป็นพ่อของเธอกลับมาแล้ว! ”

“คุณแม่ ผมจะไปเปิดประตู! ” หยางเฉินพูดจบก็หมุนกายจาก

ไป

เขาเพิ่งจะเปิดประตูบ้าน ก็เห็นเงาร่างที่คุ้นตาสายหนึ่ง มือข้าง หนึ่งเพราะว่าเข้าเฝือกแล้วแขวนไว้ที่คอ อีกมือหนึ่งกำลังหัว กล่องของขวัญ

“หยางเฉิน! ” เห็นคนที่เปิดประตูเป็นหยางเฉิน ฉันเฟยใบหน้า ตกตะลึง

แต่ว่าคิดถึงการมาครั้งนี้ของตัวเอง ก็เอาความเกลียดชัง ทั้งหมด ในใจของตัวเองกดข่มลงไป “หยางเฉิน เสี่ยว อยู่บ้าน ไหม? ”

“อยู่! ” หยางเฉินประหยัดคำพูด มองท่าทางของฉันเฟย ก็รู้ว่า ทําไมเขาถึงได้มา

“ฉันจะเข้าไปเยี่ยมเสียวซี” ฉุนเฟยพูดไปก็เตรียมที่จะเข้าไป

ในบ้าน

“ตอนนี้เธอเป็นผู้จัดการของซานเรือกรุ๊ป ยุ่งมาก ไม่ใช่ว่าใคร ก็ได้ จะมีคุณสมบัติพบเธอ! ”

หยางเฉินทั้งประโยคหนึ่งไว้อย่างเยียบเย็น ฟัง เสียงหนึ่ง

ปิดประตูลานบ้านลง

“ฉันเคยพูด ว่าจะต้องมีสักวัน ที่จะทำให้ตระกูลฉินมาขอร้องให้เธอกลับไป” ปิดประตูลงแล้ว ดวงตาทั้งคู่ของหยางเฉินก็หรี่


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ