The king of War

บทที่ 316 การสอบสวนของฉินซี



บทที่ 316 การสอบสวนของฉินซี

“หยางเฉิน ที่ต้าหญิงโดนรถชนมันก็เพราะแกใช่มั้ยที่เป็นคน จ้างคนมาทํา?”

โจวซุ่ยหันมาโจมตีใส่หยางเฉิน จากนั้นก็หันไปพูดกับฉินซี ว่า “เสี่ยว แกห้ามเชื่อใจหยางเงินเด็ดขาดเลยนะ แม้แต่ผู้ เชี่ยวชาญของที่นี่ก็พูดมาแล้ว ว่าพ่อของแกนั้นไมทมีทางฟื้นขึ้น มาได้อีก แล้วผู้หญิงที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างแม่นี่ จะไป รักษาพ่อแก ให้หายได้ยังไง?

“อีกอย่าง จนถึงตอนนี้ ความจริงที่เกิดเรื่องกับพ่อแก ยัง สืบหาความจริงไม่ได้เลย แล้วถ้าหยางเงินมันคิดที่จะฆ่าพ่อแก ล่ะ?”

“ไม่แน่ ผู้หญิงคนนี้ก็อาจจะเป็นผู้หญิงที่มันแอบเลี้ยงอยู่นอก

บ้านก็ได้ ที่มาวันนี้ ก็ตั้งใจมาเพื่อทำร้ายพ่อแกนี่แหละ!

โจวชุ่ยพูดด้วยสีหน้าที่โกรธเกรี้ยว

อ้ายหลินไม่รู้ว่าหยางเฉินนั้นมีแม่ยายที่เป็นแบบนี้อยู่ด้วย จน เธอนั้นทำหน้าอึ้งไปเลย

ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ทุกคนต่างก็ต้อนรับเธออย่างให้เกียรติ

ไม่ใช่รึไง?

ทั่วทั้งโลก คนใหญ่คนโตที่อยากให้เธอไปรักษาให้ ก็มี มากมายเต็มไปหมด
ผู้หญิงคนนี้ ที่สงสัยในตัวเธอนั้นยังไม่เท่าไหร่ นี่ยังมาใส่ร้าย ว่าเธอเป็นกิ๊กกับหยางเฉินด้วย

สีหน้าของหยางเงินค่อยๆ เคร่งขรึมลง หรี่ตามองโจวย แล้วพูดไปว่า “นี่แม่กลัวว่าพ่อจะถูกรักษาจนหายมากถึงขนาดนั้น เลยเหรอครับ?”

“หยางเฉิน นี่แกพูดบ้าอะไร?”

โจว ยอายจนรู้สึกโกรธ เริ่มเอะอะโวยวาย และพูดออกมา ทั้งน้ำตาว่า “เสี่ยวซี แกเห็นแล้วใช่มั้ย? หยางเฉินมันพูดกับแม่ ยังไง? ตอนนี้พ่อแกหลับไม่ยอมตื่น หยางเงินมันก็ไม่เห็นแม่อยู่ ในสายตาสักนิด

“ชีวิตขิงฉัน ทำไมมันถึงได้ทุกข์ทนขนาดนี้เนี่ย? ที่ต้องมาเจอ กับลูกเขยแบบนี้!”

นี่คือท่าไม้ตายที่โจวยถนัดที่สุด มีแต่ต้องใช้การโวยวาย

อย่างไร้เหตุผล ฉินซีจึงจะยอมใจอ่อน

“แม่คะ ถ้าเกิดว่าแม่ยังโวยวายอยู่แบบนี้ แม่ก็ออกจากโรง พยาบาลไปซะเถอะค่ะ!”

ฉินซีพูดด้วยสีหน้าที่โกรธเกรี้ยว โจวซุ่ยเป็นคนยังไง เธอนั้น รู้ดีกว่าใคร

ถ้าไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเป็นไล่โจวซุยออกไป เป็นเหตุ ให้เธอถูกคนอื่นจับตัวไป ได้รับความทรมานไปบ้าง แล้วฉันจะ ยอมให้เธออยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง?
“เสี่ยวซี นี่แกเชื่อจริงเหรอว่าผู้หญิงคนนี้ รักษาคนเป็น

โจวชุ่ยพูดทั้งน้ำตา “ตอนนี้แม้แต่แม่แกก็ไม่ยอมเชื่อ แต่ กลับไปเชื่อใจคนนอกคนหนึ่ง?

“นี่แกไม่เห็นเหรอ ว่าหยางเฉินกับผู้หญิงคนนี้ อยู่ต่อหน้าแก ยังเล่นหูเล่นตาให้กันเลย ไม่กลัวว่าพวกมันจะมีอะไรกันลับหลัง แกรีไง?”

โจวซุยยกมือขึ้นมาชี้ไปทางหยางเฉินกับอ้ายหลิน พร้อมกับ น้ำตาที่เต็มหน้า

“คุณน้าคะ ขอให้คุณอย่าพูดอะไรมั่วๆ นะคะ ฉันสามารถ สาบานด้วยชีวิตของฉัน ระหว่างฉันกับหยางเฉิน เราเป็นแค่ เพื่อนกันเท่านั้นค่ะ!”

อ้ายหลินดวงตาแดงก่ำ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอ ถูกคนอื่น กล่าวหาแบบนี้

“การที่เธอสาบานแบบนี้ ใครทำไม่ได้บ้าง?

โจวซุ่ยพูดเยาะเย้ยออกมา “เธอมันแค่อยากจะปิดบังความ จริงเท่านั้น สามีของฉันไม่จำเป็นต้องให้เธอช่วยรักษาไสหัวออก ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“หุบปาก!”

ในที่สุดหยางเฉินก็ทนไม่ไหว ถึงขั้นตวาดออกมาเสียงดัง โจวซู่ซุ่ยจะกล่าวหาตัวเองยังไงก็ได้ แต่อ้ายหลินเป็นเพื่อนของเขา และเป็นสหายร่วมรบด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเขา แล้วเธอจะ ต้องมารับการถูกกล่าวหาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?

นี่ยังเป็นครั้งแรกที่หยางเฉินตวาดใส่โจวซุ่ยต่อหน้าฉัน

ด้วย

“ถ้าแม่ยังกล้าใส่ร้ายเพื่อนผมอีกแม้แต่คำเดียว แม่ก็อย่ามา หาว่าผมเสียมารยาทกับแม่แล้วกันนะครับ!”

หยางเฉินทําหน้าเย็นชา แล้วมองไปที่อ้ายหลิน “พี่อ้าย ตอนนี้ พี่ช่วยตรวจให้พ่อตาผมที ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครมัน จะกล้ามาขวางบ้าง?

หยางเฉินในตอนนี้ มีแต่ความเยือกเย็นปกคลุมอยู่รอบตัว ตา ทั้งสองข้าง มีจิตสังหารแอบแฝงอยู่

โจวซุ่ยที่ถูกหยางเฉินจ้อง รู้สึกราวกับถูกสัตว์ป่าจับจ้องยังไง

อย่างนั้น จู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลเว่ยเมื่อคืนเธอกอด

ไม่ได้ที่จะตัวสั่นไปทั้งตัว

แม้แต่ลูกชายของเว่ยเฉิงโจว ก็ยังต้องตายเพราะหยางเฉิน แล้วยังต้องพูดถึงตัวเองอีกเหรอ?

เมื่อเธอแค่กลัวว่าพอฉันต้าหย่งฟื้นขึ้นมาแล้วตัวเองจะถูก เปิดเผย ด้วยความร้อนรน เธอจึงได้ร้องไห้โวยวายเพื่อขัดขวาง การตรวจของอ้ายหลิน

ตอนนี้เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่า การที่ตัวเองแสดงออกมากไป มันกลับ ทำให้ดูน่าสงสัยขึ้นมา
ส่วนหยางเฉินนั้น ก็ไม่ได้เป็นลูกเขยอ่อนแอไร้ความสามารถที่ อยู่ในภาพจําของเธอไปนานแล้ว

เมื่อมีค่ข่มขู่ของหยางเฉิน โจวซุ่ยก็ไม่ได้โวยวายอีก หลบ อยู่ข้างๆ มองดูอ้ายหลินทำการวินิจฉัยด้วยความที่ กระวนกระวายใจ

หลังผ่านไปยี่สิบนาทีเต็ม อ้ายหลินถึงวินิจฉัยเสร็จ แล้วพูดกับ หยางเฉินว่า “เข้ากำลังมีการฟื้นฟูเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ฉันจะอยู่ ที่เจียง โจวสักพัก ทำการรักษาทั้งแผนจีนและตะวันตก ถ้าไม่มี อะไรผิดพลาด ประมาณหนึ่งอาทิตย์ เขาก็น่าจะได้สติค่ะ พอได้ยินแบบนั้น หยางเฉินก็รู้สึกโล่งอกได้สักที

ฉันเองก็ทำหน้าตื่นเต้น พูดด้วยดวงตาที่แดงว่า “พี่อ้าย ขอบคุณค่ะ!” อ้ายหลินรู้สึกดาวน์ไปนิดหน่อย และพยักหน้าเบาๆ “ไม่ต้อง

เกรงใจหรอกค่ะ!”

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ฉันจะไปแจ้งคณบดี ให้ออกยาตามที่ฉันสั่ง ให้พ่อตาของคุณได้รับยาก่อน แล้วตอนสามทุ่ม ฉันจะมาอีกครั้ง

เพื่อรักษาโดยการนวดและฝังเข็มให้เขา อ้ายหลินพูดส่งท้าย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป

“พี่อ้ายครับ!”

หม่าชาวรีบตามออกไป
ตอนนี้ในห้องไม่มีคนนอกอีกแล้ว ฉินซีจ้องมองหยางเฉินด้วย สีหน้าที่รู้สึกผิด “ที่รัก ฉันขอโทษนะคะ!”

หยางเฉินส่ายหน้าเบาๆ “พี่อ้ายไม่ใช่คนที่คิดเล็กคิดน้อย แบบนั้น ผมจะอธิบายกับเธอเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ต้อง ทำให้พ่อฟื้นขึ้นมาให้เร็วที่สุด มีแต่ต้องทำให้พ่อฟื้นเท่านั้น บางทีความจริงบางอย่างก็อาจจะโผล่ออกมาบนผิวน้ำก็ได้

โจวซุ่ยที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินคำพูดคำนี้ของอย่างเฉินแล้ว เธอ ก็สะดุ้งไปทั้งตัว

เมื่อกี้อ้ายหลินบอกแล้ว ประมาณหนึ่งอาทิตย์ฉินตาหย่งก็จะ ฟื้นคืนกลับมา ถ้าเขาฟื้นขึ้น ทุกสิ่งที่ตัวเธอทำไป มันก็จะถูก เปิดโปง

พอคิดถึงตรงนี้ ความรู้สึกในใจที่อยากจะฆ่าฉันต้าหย่งของโจ วซุย ก็เกิดปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

“ความจริง? ความจริงอะไรเหรอคะ?”

ฉันเข้าใจมาตลอดว่า ฉันต้าหย่งนั้นประสบอุบัติเหตุ ส่วนคน ก่อเหตุก็ได้ตายไปแล้วหยางเฉินหันมองโจวชุ่ยไปที่หนึ่ง “เมื่อกี้ แม่พูดแล้วนี่ครับ ว่าความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อนั้น ยังไม่ ถูกตรวจสอบอย่างชัดเจนเลยใช่มั้ยครับ? ถึงขั้นสงสัยว่าผมเป็น คนที่จัดฉากอุบัติเหตุเพื่อฆ่าพ่อให้ตาย

พอได้ยินแบบนั้น โจวยก็ทำหน้าร้อนรนทันที เห็นว่าฉันก็ มองมาที่ตน เธอจึงรีบพูดไปว่า “ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นสัก หน่อย!”
แม้แต่การตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉินต้าหย่งนั้น เป็นอุบัติเหตุ

ส่วนหยางเฉินนั้น ก็ไม่เคยพูดถึงว่าเขาเคยตรวจสอบเรื่องนี้มา

ก่อน

แต่เมื่อกี้โจวซุ่ยกลับพูดถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับฉันต้าหย่งว่ายังตรวจสอบไม่ชัดเจน เห็นได้ชัดว่าต้องมีอะไร อยู่ในใจแน่นอน

เดิมทีฉินซีก็เป็นคนที่ฉลาดมากๆ อยู่แล้ว ตอนนี้ เธอเองก็รับรู้ ได้ถึงความผิดปกติเหมือนกัน

แต่ด้วยความที่โจวซู่ซุ่ยเป็นแม่ของเธอ เธอจึงไม่ยอมเปิดใจที่ จะไปสงสัยเรื่องนี้

ตอนนี้ พอหยาเฉินได้พูดแบบนั้นออกมา ฉันก็รู้สึกสงสัยขึ้น

มาริงๆ แล้ว

“แม่คะ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพ่อ แม่รู้เรื่องอะไรอยู่ใช่มั้ยคะ?”

จู่ๆ ฉินนินซีก็ถามออกมา ส่วนลึกของนัยน์ตา ยังมีความเจ็บ ปวดที่แผงอยู่เต็มเปี่ยม

ฉันก็ไม่ใช่คนโง่ โจวซุ่ยเป็นคนยังไง เธอรู้ดี

หลังจากที่โจวซุยถูกหยางเฉินช่วยหลับมา ก็เคยอธิบายแล้ว ว่าก่อนหน้านี้ที่เธอจะลงมือกับฉันต้าหย่งแล้วถูกเห็นเข้าก็คือตระ กูลเวียนี่แหละที่เป็นคนบังคับ
แต่มาตอนนี้ ฉันกลับเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้ว

ด้วยนิสัยของโจวซุ่ย ครั้งก่อนที่เธอถูกเห็นเข้า ก็ต้องอธิบาย ว่าเธอถูกบังคับอยู่แล้ว แต่ก็ไม่

“เสี่ยวซี แม้แต่แก ก็สงสัยในตัวแม้แล้วเหรอ?” ในใจของโจวซุยรู้สึกร้อนรน แต่สีหน้าที่แสดงออกไปนั้น

กลับเป็นสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

ฉินซีพูดด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “แม่คะ หนูไม่ได้สงสัยแม่ แต่ ตั้งแต่ต้นจนจบ แม่ก็เอาแต่พูดโกหก แล้วแม่จะให้หนูเชื่อใจแม่ ได้ยังไงคะ?”

ระหว่างที่พูด น้ำตาของฉันก็ไหลล้นออกมา

ต่อให้คำอธิบายของโจวยจะมีแต่พิรุธ แต่ฉินซีก็ไม่เคยคิด ที่จะเปิดโปง มันก็เพราะว่าในใจของเธอ โจวซุ่ยคือแม่ของเธอ คนที่เป็นลูกอย่างเธอ ไม่อยากที่จะรู้สึกสงสัย

แต่ว่าการกระทำของโจวซุย มันช่างน่าสงสัยจริงๆ

เดิมทีฉันก็เป็นคนที่ค่อนข้างกตัญญูอยู่แล้ว แค่เห็นก็รู้แล้ว ว่าในใจของเธอตอนนี้ มันกำลังเจ็บปวดแค่ไหน


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ